ปูติน คว้าชัยชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีรัสเซียสมัยที่ 5 กลางไฟสงครามกับยูเครน

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, เซอร์เก โกรีชโก
- Role, บีบีซีเวิร์ลเซอร์วิส
วลาดิเมียร์ ปูติน ประกาศชัยชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 5 ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น ในการเลือกตั้งที่แทบไม่ต้องลุ้น และเผชิญหน้าคู่แข่งที่รัฐบาลคัดสรรมาแล้ว
ปูติน ระบุว่า คณะกรรกมการการเลือกตั้งประกาศว่า เขาชนะคะแนนมากถึง 87% จากผลคะแนนทั้งหมด แสดงให้เห็นว่า ประชาธิปไตยของรัสเซียโปร่งใสยิ่งกว่าหลายชาติในตะวันตก แม้ในความเป็นจริงแล้ว จะไม่มีผู้สมัครจากฝ่ายค้านได้รับอนุญาตให้ลงชิงชัยในการเลือกตั้งครั้งนี้เลยก็ตาม
“การเลือกตั้งครั้งนี้โปร่งใส และเที่ยงธรรม... ไม่เหมือนในสหรัฐฯ ที่ลงคะแนนเสียงผ่านไปรษณีย์ได้ และคุณซื้อคะแนนเสียงได้ด้วยเงิน 10 ดอลลาร์”
ผู้สนับสนุนอดีตแกนนำฝ่ายค้าน อเล็กเซ นาวัลนี ที่เสียชีวิตในเรือนจำ ได้ออกมาชุมนุมประท้วงเชิงสัญลักษณ์ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อคะแนนเสียงมากนัก ด้านชาติตะวันตกออกมาประณามการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า ไม่เสรีและไม่ยุติธรรม อีกทั้ง ยังจัดการเลือกตั้งในดินแดนที่รัสเซียยึดครองมาจากยูเครนอีกด้วย
วลาดิเมียร์ ปูติน ปกครองรัสเซียตั้งแต่ปี 2000 เดิมทีเขาได้รับแต่งตั้งโดย บอริส เยลต์ซิน ประธานาธิบดีคนก่อน ให้เป็นรักษาการประธานาธิบดี ก่อนจะชนะเลือกตั้งครั้งแรกในเดือน มี.ค. 2000
ในช่วงปี 2008-2012 ปูติน เปลี่ยนไปบทบาทไปเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะรัฐธรรมนูญของรัสเซียอนุญาตให้ประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งได้เพียง 2 สมัยติดต่อกัน แต่แม้จะเป็นนายกฯ เขาก็มีอำนาจเต็มรูปแบบ และการดำรงตำแหน่งนายกฯ 4 ปี ก็เป็นการรีเซ็ตอำนาจให้เขาหวนกลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีได้อีกครั้ง
ในปี 2020 มีการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ และมีการคาดหมายอย่างกว้างขวางว่า ประธานาธิบดีปูตินจะอยู่ในอำนาจจนถึงปี 2036
เมื่อถึงจุดนั้น เขาจะกลายเป็นผู้นำที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดของรัสเซีย ทำลายสถิติผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ โจเซฟ สตาลิน และสมเด็จจักรพรรดินีนาถ แคทเธอรีนมหาราช แห่งศตวรรษที่ 18 ซึ่งต่างครองอำนาจเป็นเวลากว่า 30 ปี
โชว์ผู้สนับสนุน

ที่มาของภาพ, AFP
อันที่จริง การเลือกตั้งในรัสเซียหา ไม่ได้เป็นเหตุการณ์ที่ชวนให้ลุ้นอะไร เพราะมีความสำคัญเพื่อสร้างความชอบธรรมให้ผู้มีอำนาจ และเพื่อแสดงให้เห็นว่าความคิดเห็นของประชาชนมีความสำคัญ
แต่การเลือกตั้งในครั้งนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับ วลาดิเมียร์ ปูติน ไม่เพียงต้องชนะเท่านั้น แต่ยังต้องเห็นผู้ออกมาใช้สิทธิจำนวนมากที่หน่วยเลือกตั้ง และสัดส่วนการสนับสนุนปูตินในระดับสูงด้วย ในห้วงเวลาที่รัสเซียทำสงครามเต็มรูปแบบกับยูเครน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทั้งรัสเซีย และทั่วโลก
สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ การเลือกตั้งจะเป็นบททดสอบความสามารถในการระดมทรัพยากรด้านการบริหารและมอบชัยชนะในการเลือกตั้งให้กับประธานาธิบดี
สำนักข่าวอิสระของรัสเซีย เมดูซา รายงานว่า ทำเนียบเครมลินคาดหวังว่า จะมีผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างน้อย 70% และประชาชน 80% จะลงคะแนนให้ ปูติน ซึ่งจะทุบสถิติปี 2018 ที่มีประชาชน 76.7% โหวตเลือกเขา
ผลการวิจัยของบีบีซีพบว่า เพื่อให้บรรลุผลดังกล่าว ทางการรัสเซียตั้งเป้าระดมเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งทำงานให้กับหน่วยงานทั้งส่วนกลาง ท้องถิ่น รวมถึงองค์กรของรัฐ ให้มีส่วนร่วมในการเลือกตั้งและการสนับสนุนประธานาธิบดีคนปัจจุบัน
ประชาชนชาวรัสเซียราว 112.3 ล้านคน มีสิทธิลงคะแนนในการเลือกตั้งครั้งนี้
ตัวเลขนี้รวมถึงผู้อาศัยอยู่ในดินแดนที่รัสเซียยึดครองมาจากยูเครน ทั้งไครเมีย และบางส่วนของแคว้นดอนบาส ซึ่งรัสเซียยึดครองอย่างผิดกฎหมายในปี 2014 รวมถึงส่วนอื่น ๆ ทางตะวันออกและทางใต้ของยูเครนที่ถูกยึดครองตั้งแต่เดือน ก.พ. 2022
ขณะเดียวกัน ก็มีพลเมืองรัสเซียอีก 1.9 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศที่มีสิทธิลงคะแนนเสียง ซึ่งรวมถึง 12,000 คนในคาซัคสถาน ซึ่งรัสเซียเช่าไบโคนูร์เป็นฐานปล่อยยานอวกาศด้วย
สงครามและการเลือกตั้ง
วลาดิเมียร์ ปูติน ปรากฏตัวในสารพัดกิจกรรมช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง หลัก ๆ เป็นการพบปะนักศึกษาและคนงานในภูมิภาคต่าง ๆ ของรัสเซีย

ที่มาของภาพ, AFP
แม้เขาหลีกเลี่ยงการพูดถึง “ปฏิบัติการทางทหารพิเศษ” ซึ่งเป็นคำศัพท์ที่รัฐบาลมอสโกใช้เรียกการรุกราน แต่ผลกระทบจากสงครามดังกล่าวเกิดขึ้นในชีวิตของชาวรัสเซีย ไม่ว่าจะเป็น การถูกคว่ำบาตรระหว่างประเทศ, การถูกจำกัดทางเลือกในการเดินทาง, สินค้าจากต่างประเทศที่ลดลง และความรู้สึกถูกโดดเดี่ยวอย่างน้อยก็จากยุโรปและอเมริกาเหนือ
สงครามครั้งนี้คร่าชีวิตทหารรัสเซียจำนวนมาก อาจถึงหลายแสนคน
ขณะที่ชาวรัสเซียอีกหลายแสนคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็ก ผู้มีการศึกษา และผู้มีฐานะดี เดินทางออกจากประเทศในช่วง 24 เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากพวกเขาไม่เห็นด้วยกับสงคราม หรือเพราะพวกเขาไม่ต้องการถูกเกณฑ์เป็นทหารเข้าร่วมการสู้รบ
แม้เรื่องเหล่านี้ไม่อยู่ในประเด็นหาเสียง แต่สงครามถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของการรายงานข่าวของสื่อสารมวลชน และชาวรัสเซียก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงมันได้
หากตัวเลขผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งและสนับสนุนประธานาธิบดีมากก็จะเพิ่มความชอบธรรมให้กับการตัดสินใจของเขาในภายหลัง โดยหลายเรื่องเชื่อมโยงโดยตรงกับการรุกราน

ที่มาของภาพ, AFP
แคนดิเดตมีใครบ้าง
นอกจาก วลาดิเมียร์ ปูตินแล้ว ยังมีผู้สมัครชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีอื่นอีก 3 คน ได้แก่ เลโอนิด สลุตสกี จากพรรคชาตินิยม อนุรักษนิยม, นิโคไล คาริโตนอฟ จากพรรคคอมมิวนิสต์ และ วลาดิสลาฟ ดูวานคอฟ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือสภาดูมา จากพรรคที่เพิ่งก่อตั้ง ชื่อ “ประชาชนใหม่” (New People)
ทั้ง 3 แสดงการสนับสนุนการทำสงครามของรัสเซียในยูเครนและประธานาธิบดีปูติน และไม่มีแคนดิเดตรายใดถือเป็นภัยคุกคามที่แท้จริง โดย ปูติน ลงสมัครในนามอิสระ แต่ได้รับแรงสนับสนุนจากพรรคยูไนเต็ดรัสเซีย
ผู้ท้าชิงที่แท้จริงของเขาถูกจำคุก กำจัด หรือหนีออกนอกประเทศ โดย อเล็กเซ นาวาลนี คู่ต่อสู้ที่สูสีที่สุดของ ปูติน เสียชีวิตในเรือนจำที่มีความปลอดภัยสูงเมื่อเดือน ก.พ.
เมื่อบีบีซีถาม นิโคไล คาริโตนอฟ ว่าคิดว่าเขาจะเป็นประธานาธิบดีที่ดีกว่า ปูติน ได้หรือไม่ คาริโตนอฟ ตอบว่า ไม่ใช่หน้าที่ของเขาที่จะพูด และผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะ "ตัดสินทุกอย่าง"
ในเวลาเดียวกัน คาริโตนอฟ กำลังเรียกร้องให้มี "การเลี้ยวซ้ายสู่อนาคต" โดยที่ตัวเขาเองก็ถูกคว่ำบาตรโดยชาติตะวันตกมาตั้งแต่ปี 2022

ที่มาของภาพ, Getty Images
เลโอนิด สลุตสกี สส. จากพรรคที่มีชื่อแปลว่า เสรีนิยมประชาธิปไตยแห่งรัสเซีย (LDPR) ต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศหลายครั้ง และอยู่ภายใต้การคว่ำบาตรตั้งแต่ปี 2014 เช่นกัน
วลาดิสลาฟ ดูวานคอฟ ผู้มาใหม่จากพรรคการเมืองใหม่ ปรากฏตัวในสื่อมวลชนน้อยที่สุด ทั้งนี้ เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทเครื่องสำอาง และได้รับคะแนนเสียงเพียง 5% ในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีกรุงมอสโกปี 2023 เขาสนับสนุน "สันติภาพและการเจรจา" ในการทำสงครามกับยูเครน โดยเขาได้ลงคะแนนเสียงสนับสนุนการผนวกดินแดนกับยูเครน ซึ่งส่งผลให้เขาถูกคว่ำบาตรจากนานาชาติด้วย
ขณะที่ บอริส นาเดซดิน ผู้หวังชิงเก้าอี้ประธานาธิบดี และเป็นผู้ต่อต้านสงคราม ต้องล้มเหลวในการลงทะเบียนเป็นแคนดิเดตชิงตำแหน่งประธานาธิบดี แม้ว่าชาวรัสเซียหลายหมื่นคนจะเข้าแถวกันลงลายมือชื่อเพื่อสนับสนุนเขาก็ตาม
ขั้นตอนการลงคะแนนเสียง
นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่ชาวรัสเซียต้องลงคะแนนเสียงเป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่ 15-17 มี.ค.
รูปแบบนี้ได้รับการทดสอบครั้งแรกในระหว่างการลงคะแนนเสียงแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2020 เพื่อปกป้องสุขภาพของสาธารณชนในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด)
กระบวนการ 3 วันถูกนำมาใช้อีกครั้งสำหรับการเลือกตั้งหนนี้ แม้บรรดาผู้สังเกตการณ์อิสระจะวิพากษ์วิจารณ์โดยบอกว่ามันซับซ้อนในการรับรองความโปร่งใสของกระบวนการลงคะแนนเสียง
นอกจากนี้ ระบบการลงคะแนนออนไลน์ระยะไกลจะพร้อมใช้เป็นครั้งแรก โดยส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ที่รู้กันดีว่าเป็นพื้นที่ประท้วงต่อต้านรัฐ หรือพื้นที่ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามต่อสู้เพื่อให้แน่ใจว่ามีผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง
รัสเซียยังถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการผนวกดินแดนที่ถูกยึดครองของยูเครนในการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งมีรายงานว่ามีแรงกดดันต่อประชาชนในท้องถิ่น
สมัชชารัฐสภา (PA) ขององค์การเพื่อความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (OSCE) ได้ส่งผู้สังเกตการณ์ไปยังรัสเซียตั้งแต่ปี 1993 แต่ก็ได้หยุดลงในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงอะไรหรือไม่?
รัสเซียไม่มีการสำรวจความคิดเห็นโดยอิสระ และชาวรัสเซียส่วนใหญ่ได้รับข่าวสารจากสื่อของรัฐ ซึ่งโน้มเอียงสนับสนุนปูติน และนโยบายของเขาอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าชาวรัสเซียมีความกังขาในรัฐบาลมากกว่าที่คิด แต่พวกเขากลัวเกินกว่าจะพูดมันออกมา แม้การแสดงการสนับสนุนเพียงเล็กน้อยต่อฝ่ายค้าน ก็เสี่ยงที่จะถูกลงโทษอย่างรุนแรง ดังนั้น พวกเขาจึงไม่แสดงความเห็นต่างอย่างเปิดเผย

ที่มาของภาพ, Getty Images
ยูเลีย ภรรยาหม้ายของ อเล็กเซ นาวาลนี เรียกร้องให้เพื่อนร่วมชาติของเธอ คว่ำบาตรการเลือกตั้ง และขอให้รัฐบาลต่างประเทศไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้
แม้ว่าอย่างหลังไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่อย่างแรกอาจเป็นไปได้ สื่ออิสระเมดูซาอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดกับฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีปูติน ซึ่งกล่าวว่า รัฐบาลรัสเซียกังวลมากที่คนจะออกมาใช้สิทธิน้อย “ถ้าคนไม่สงสัยว่าประธานาธิบดีคนปัจจุบันจะชนะ ทำไมถึงไม่ไปเลือกตั้งล่ะ"
ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้มากที่สุดของการเลือกตั้งครั้งนี้ คือชัยชนะที่น่าเชื่อถือของปูติน อย่างน้อยก็บนกระดาษ แต่การที่ผู้ออกมาใช้สิทธิน้อยจะหมายความว่า การสนับสนุนประธานาธิบดีอ่อนแอลง และอาจนำมาซึ่งการควบคุมของรัฐที่เข้มงวดยิ่งขึ้น และทำให้รัสเซียตกอยู่ในบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวและการกดขี่











