ใครคือ 7 สส.ฝ่ายค้าน ผู้ร่วมโหวต "ไว้วางใจ" นายกฯ แพทองธาร ด้วยคะแนน 319:162

ที่มาของภาพ, thai news pix
นายกรัฐมนตรีคนที่ 31 รอดจากศึกซักฟอกครั้งแรกในชีวิตทางการเมืองของเธอ หลังจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรลงมติ "ไว้วางใจ" ให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ทำหน้าที่ผู้นำประเทศต่อไป
ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียง 319 ต่อ 162 งดออกเสียง 7 เสียง หลังใช้เวลา 2 วันในการเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่วางใจผู้นำรัฐบาลผสม 11 พรรคแต่เพียงคนเดียว
ในเสียง "ไว้วางใจ" มี สส. จากฝ่ายค้านรวม 7 คนร่วมลงมติให้เธอด้วย
นี่ถือเป็นครั้งแรกที่รัฐบาล "แพทองธาร" ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยฝ่ายค้าน และยังเป็นการทำหน้าที่ซักฟอกเป็นครั้งแรกของพรรคประชาชน (ปชน.) หลังผ่านการยุบพรรคมาแล้ว 2 ครั้ง (พรรคอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกล) โดยคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ
การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ คนที่ 31 ภายใต้ธีม "ดีลแลกประเทศ" เกิดขึ้นในระหว่างวันที่ 24-25 มี.ค. ก่อนลงมติในวันที่ 26 มี.ค.
ในการผ่านญัตติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ต้องอาศัยเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน สส. ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภา หรือ 247 เสียง จาก สส. ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 493 คน
นายกฯ ไม่ต้องการให้มีภาพ "งูเห่า" ไม่คิดปรับ ครม.
ด้านนายกฯ แพทองกล่าวขอบคุณทุกคนที่มอบความไว้วางใจให้เธอ โดยบอกว่า "ไม่ติดใจ" 4 เสียงของพรรคประชาธิปัตย์ที่ลงคะแนนงดออกเสียง
ผู้สื่อข่าวถามว่า เสียงของรัฐบาลท่วมท้นอยู่แล้วทำไมต้องพึ่งเสียงของ "งูเห่า" น.ส.แพทองธารตอบว่า ไม่ได้พึ่งเลย ต้องมานั่งดูกันอีกทีว่ายังไง เพราะไม่ต้องการให้มีภาพของงูเห่า แต่ก็ต้องขอบคุณทุกคะแนนเสียง เพราะตอนที่คุยกับพรรคร่วมรัฐบาล ก็คุยกันเฉพาะคะแนนโหวตของพรรคร่วมฯ แค่คะแนนของพรรคร่วมฯ ก็พอแล้ว
ส่วนคะแนนเสียงจาก "งูเห่า" จะต้องตอบแทนอะไรหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ไม่ทราบว่างูเห่ามาจากไหน พร้อมถามสื่อมวลชนว่าทราบหรือยังว่า 7 เสียงมาจากใคร ผู้สื่อข่าวตอบว่า มาจากพรรคไทยสร้างไทยและพรรคพลังประชารัฐ นายกฯ นิ่งคิดก่อนจะร้อง "อ๋อค่ะ" ยืนยันว่าไม่มี และไม่ได้คุยอะไรกันไว้ก่อนเลย ด้วยความสัตย์จริงที่สุด ไม่ได้คุยอะไรกันไว้ก่อนเลย จึงไม่ทราบว่าจะต้องให้อะไร
เมื่อถูกยิงคำถามอีกว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะมีการเอามาต่อรองกับเก้าอี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) หากมีการย้ายพรรค น.ส.แพทองธารย้ำว่า ไม่มีการต่อรองเกิดขึ้นทั้งนั้น เพราะอย่างที่เคยบอกไปว่าการปรับ ครม. เป็นอำนาจของนายกฯ ถ้าจะไปทางไหนอย่างไรก็ไม่เป็นผล และยืนยันว่ายังไม่มีแผนจะปรับ ครม.
แล้วถ้าคนที่อยากปรับ ไปกดดันนายทักษิณ ชินวัตร ให้มากดดันนายกฯ ต่อจะรับฟังหรือไม่ นายกฯ ผู้ลูกบอกว่า รับฟังทุกเรื่องอยู่แล้ว ซึ่งจริง ๆ ได้คุยกันอยู่แล้ว ตั้งรัฐมนตรีอย่างไร ก็มีการคุยกัน ถามกัน ปรึกษาคุยกัน อย่างวันที่จะมีการอภิปรายรอบนี้ก็ได้พูดคุยกับนายทักษิณว่ายังไม่ได้จะปรับ ครม. ท่านก็บอกว่าอ๋อ โอเค ก็แค่นี้ ก็ยังไม่ได้คิดจะปรับ ครม. ตอนนี้
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า นายกฯ จะลำบากใจหรือไม่ หากทุกคนวิ่งไปหานายทักษิณ เพื่อกดดันนายกฯ ในการปรับ ครม. น.ส.แพทองธารยิ้มและถามกลับว่า อันนี้อภิปรายครอบงำยังไม่จบใช่หรือไม่ ก่อนกล่าวต่อว่า คิดว่าถ้าทุกคนอยากได้อะไร อาจจะต้องมีการวิ่งทุกช่องทาง ซึ่งก็ทราบอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องใหม่ ก็ดูกันเองว่าวิ่งทางไหนแล้วเป็นผลก็แล้วกัน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
เปิดชื่อ 7 "สส. งูเห่า"
สำหรับคะแนน "ไว้วางใจ" 319 เสียง ที่ น.ส.แพทองธารได้รับมาจากพรรคร่วมรัฐบาล 11 พรรคที่ลงมติแบบ "ไม่แตกแถว" รวม 312 เสียง และยังมี สส. ฝ่ายค้านรวม 7 เสียงร่วมโหวตสนันสนุนให้เธอทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายบริหารต่อไป จนสื่อมวลชนตั้งฉายาว่า "สส. งูเห่า"
7 สส. ฝ่ายค้านที่โหวต "ไว้วางใจ" นายกฯ แพทองธาร ประกอบด้วย
1. น.ส.กาญจนา จังหวะ สส.ชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งโดยพฤตินัยย้ายไปร่วมอุดมการณ์กับพรรคกล้าธรรม (กธ.) ได้ระยะหนึ่งแล้ว
2. นายไชยามพวาน มันเพียรจิตต์ หรือ "ปูอัด" สส.กทม. พรรคไทยก้าวหน้า (ทกน.) ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
ส่วนที่เหลืออีก 5 คนเป็น สส. พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ที่แม้พรรคยังอยู่ในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้าน แต่พฤติกรรมของได้ลงมติในทิศทางเดียวกับรัฐบาลนานแล้ว และเคยโหวตให้ น.ส.แพทองธาร เป็นนายกฯ มาแล้ว ได้แก่
3. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ
4. นางสุภาพร สลับศรี สส.ยโสธร
5. นางรำพูน ตันติวาณิชชานนท์ สส.อุบลราชธานี
6. นายหรั่ง ธุระพล สส.อุดรธานี
7. นายอดิศักดิ์ แก้วมุงคุณทรัพย์ สส.อุดรธานี

ที่มาของภาพ, thai news pix
สำหรับคะแนนเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลบางส่วนที่หายไป 10 เสียง เหลือผู้โหวตไว้วางใจนายกฯ 312 เสียง จากเสียงเต็ม 322 เสียง เกิดจากการที่ สส. บางส่วนลาประชุม, ประธานและรองประธานสภารวม 3 คนลงมติงดออกเสียง, สส. 4 คนจากกลุ่ม "ผู้อาวุโส" พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) งดออกเสียง
พรรคร่วมรัฐบาลรวมมี 322 เสียงเต็ม
พรรคเพื่อไทย (พท.) 142 เสียง - โหวตไว้วางใจนายกฯ 140 เสียง โดย 2 เสียงที่ขาดไปคือ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สส.เชียงราย ในฐานะรองประธานสภา งดออกเสียง และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ไม่มาประชุมโดยไม่มีการระบุสาเหตุ
พรรคภูมิใจไทย (ภท.) 69 เสียง - โหวตไว้วางใจนายกฯ 68 เสียง โดย 1 เสียงที่ขาดไปคือ นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง ในฐานะรองประธานสภา งดออกเสียง
พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) 36 เสียง - โหวตไว้วางใจนายกฯ 35 เสียง โดย 1 เสียงที่ขาดไปคือ นายสุพล จุลใส สส.ชุมพร ลาป่วย
พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 25 เสียง - โหวตไว้วางใจนายกฯ 21 เสียง โดย 4 เสียงที่ขาดไป ได้แก่ นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ และนายสรรเพชร บุญญามณี สส.สงขลา ที่งดออกเสียง
พรรคกล้าธรรม (กธ.) 24 เสียง - โหวตไว้วางใจนายกฯ ยกพรรค
พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) 10 เสียง - โหวตไว้วางใจนายกฯ 9 เสียง โดย 1 เสียงที่ขาดไปคือ นายอนุรักษ์ จุรีมาศ สส.ร้อยเอ็ด ลาป่วยหลังผ่าตัดจากอาการติดเชื้อในปอด
พรรคประชาชาติ (ปช.) 9 เสียง - โหวตไว้วางใจนายกฯ 8 เสียง โดย 1 เสียงที่ขาดไปคือ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานสภา งดออกเสียง
พรรคชาติพัฒนา (ชพน.) 3 เสียง - โหวตไว้วางใจนายกฯ ยกพรรค
พรรคไทรวมพลัง (ทร.) 2 เสียง - โหวตไว้วางใจนายกฯ ยกพรรค
พรรคประชาธิปไตยใหม่ (ปธม.) 1 เสียง - โหวตไว้วางใจนายกฯ ยกพรรค
พรรคเสรีรวมไทย (สร.) 1 เสียง - โหวตไว้วางใจนายกฯ ยกพรรค

ที่มาของภาพ, thai news pix
พรรคร่วมฝ่ายค้านมี 171 เสียงเต็ม
พรรคประชาชน (ปชน.) 143 เสียง - โหวตไม้ไว้วางใจนายกฯ 141 เสียง โดย 2 เสียงที่ขาดไปคือ น.ส.วรรณวิภา ไม้สน สส.บัญชีรายชื่อ และนางสิริน สงวนสิน สส.กทม. แจ้งลาป่วย
พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 20 เสียง - โหวตไม้ไว้วางใจนายกฯ 19 เสียง โดยมี 1 คนไปโหวตไว้วางใจนายกฯ
พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) 6 เสียง – โหวตไม่ไว้วางใจนายกฯ เพียงคนเดียวคือ นายชัชวาล แพทยาไทย สส.ร้อยเอ็ด ซึ่งร่วมอภิปรายด้วย ส่วนอีก 5 คนไปโหวตไว้วางใจนายกฯ
พรรคเป็นธรรม (ปธ.) 1 เสียง – โหวตไม่ไว้วางใจนายกฯ ยกพรรค
พรรคไทยก้าวหน้า (ทกน.) 1 เสียง - โหวตไว้วางใจนายกฯ

ที่มาของภาพ, thai news pix

ที่มาของภาพ, thai news pix
ปฏิกิริยาหลังศึกซักฟอก
ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมสภา สส. "ปูอัด" นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ แจกแจงเหตุในการ "แหกทิศทาง" ของฝ่ายค้าน โดยบอกว่าเป็นการตัดสินใจส่วนตัว แม้อยู่ "ในนามฝ่ายค้านก็จริง แต่ปัจจุบันถ้ารัฐบาลทำดี ก็ต้องชื่นชมกันบ้าง" โดยเขายกผลงานการทำงานปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ของรัฐบาลที่สามารถช่วยเหลือเด็กที่ถูกหลอกให้กลับบ้านได้ ซึ่งเด็กคนนั้นอยู่ในเขตพื้นที่ตน
ส่วนเรื่องคดีล่วงละเมิดสาว เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ถูกใช้ต่อรองแลกโหวตหรือไม่นั้น นายไชยามพวานตอบว่า เรื่องคดีไม่มีใครแทรกแซงได้ ตนต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม และไม่เกี่ยวกับส่วนการเมือง
สส. รายนี้ยังปฏิเสธข่าวการย้ายไปร่วมงานกับพรรค กธ. ด้วย โดยบอกว่า ยังไม่มีการคุยเรื่องนี้ ต้องให้เกียรติพรรคที่สังกัดอยู่
ขณะที่แกนนำการเมืองคนสำคัญที่ถูกจับตามองว่ามีส่วนช่วยหาเสียงจากฝ่ายค้านให้ "ข้ามขั้ว" มาลงมติไว้วางใจนายกฯ หนีไม่พ้น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา และประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ที่ออกมายืนยันว่า มีเสียงสนับสนุนจากฝ่ายค้าน 10 เสียงตามที่เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ แต่ "ไม่อยากให้ใช้คำว่า 'สส. งูเห่า' ใช้คำว่า 'เพื่อนร่วมอุดมการณ์ทางการเมือง' โดยมีจุดยืนชัดเจนทำเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนในฐานะเป็นผู้แทนของประชาชน"
ผู้สื่อข่าวถามว่า เสียงของรัฐบาลก็เพียงพอต่อการผ่านมติไว้วางใจนายกฯ อยู่แล้ว ทำไมจึงต้องไปหาเสียงมาเติม ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เป็นเรื่องของพรรค กธ. ที่จะหาสมาชิกและเครือข่ายสำหรับการเลือกตั้ง ซึ่งการเมืองไม่มีอะไรแน่นอน และเจตนาของพรรคตคือจะเป็นสถาบันการเมืองที่เป็นทางเลือกของประชาชน
เมื่อมีจำนวนเสียง สส. เพิ่ม จำเป็นต้องได้โควตารัฐมนตรีเพิ่มหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสปฏิเสธจะตอบคำถามนี้ โดยโยนให้หัวหน้าพรรคในฐานะที่รับผิดชอบเรื่องนี้ไปพูดคุยเอง
ในระหว่างการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่รัฐสภา มีนางกาญจนา จังหวะ สส.ชัยภูมิ พรรค พปชร. และนายเอกราช ช่างเหลา สส.ขอนแก่น พรรค ภท. มายืนอยู่ฉากหลังเขาด้วย ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวถึงกระแสข่าวนายเอกราชเตรียมย้ายมาร่วมงานกับพรรค กธ. โดยบอกว่า ได้คุยกับหัวหน้าพรรค ภท. และเข้าใจกันแล้ว ให้เกิดความชัดเจน เราไม่ใช่อีแอบ เรื่องนี้จะไม่ทำให้ 2 พรรคต้องทะเลาะ
นายเอกราชคาดการณ์ว่าหลังจากนี้พรรค ภท. จะใช้มติพรรคขับเขาพ้นจาก สส. เพื่อเปิดทางให้หาสังกัดใหม่ ส่วนเหตุผลที่ต้องย้ายพรรคกลางเทอม เขาอ้างว่า "เพื่อความเหมาะสมในพื้นที่" "เพื่อความสบายใจในการทำงาน" และ "เป็นเรื่องส่วนตัวที่คงไม่ต้องอธิบาย"
ผู้สื่อข่าวถามว่า ร.อ.ธรรมนัส เสนออะไรให้ถึงย้ายไปสังกัดพรรค กธ. นายเอกราชไม่ได้ตอบคำถามตรง ๆ โดยบอกว่า เขากับ ร.อ.ธรรมนัสเป็นเพื่อนตายกันมา 10 กว่าปี เป็นอะไรที่ผูกพันกันมานานมาก ฉะนั้นเมื่อมีความประสงค์จะหาพรรคเพื่อขับเคลื่อนทางการเมือง ก็ต้องหาเพื่อนที่เรามีความเชื่อมั่น ร.อ.ธรรมนัสถือว่าเป็นบุคคลที่ตนมีความเชื่อมั่น

ที่มาของภาพ, thai news pix
แผน "โรยเกลือ" ต่อของฝ่ายค้าน
แม้นายกฯ จะผ่านศึกซักฟอกกลางสภาไปได้ แต่ฝ่ายค้านเตรียมขยายผล-ขยี้แผลต่อไป ผ่านยุทธการที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. ใช้คำว่า "โรยเกลือ" ทว่าเขาไม่ได้เปิดเผยว่าจะยื่นถอดถอนนายกฯ ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือไม่ และใช้ข้อกล่าวหาอะไร โดยบอกเพียงว่ากำลังดูข้อกฎหมาย มีหลายประเด็น ยุทธการโรยเกลือมีหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น การขับเคลื่อนในกรรมาธิการ (กมธ.) หรือไปยื่นตามที่ต่าง ๆ
ส่วนที่ฝ่ายรัฐบาลระบุถึงการอภิปรายของฝ่ายค้าน โดย "ขอบคุณที่สรุปข่าวให้ฟัง" และไม่มีข้อมูลใหม่นั้น นายณัฐพงษ์ยืนยันว่า ได้นำเสนอข้อมูลใหม่หลายด้าน ถ้ามองในกรอบรัฐบาลที่มองว่าพรรคฝ่ายค้านไม่มีข้อมูลอะไรมาก ก็อยากถามนายกฯ และรัฐบาลเช่นเดียวกันว่าหลายปัญหาของประเทศในขณะนี้ ไม่ใช่ข้อมูลใหม่ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีตหลายปี ในเมื่อคุณเดินเข้าสู่อำนาจแล้วมีเจตจำนงหรือความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านั้นให้กับประชาชนอย่างไร และย้ำว่าการทำหน้าที่ในศึกซักฟอก "ไม่เสียของแน่นอน"
เขายังชี้แจงถึงการถ่ายภาพร่วมกับนายกฯ และนักการเมืองสังกัดเพื่อไทยบนบัลลังก์ ครม. ว่า ตอนที่ไปถ่ายรูปตั้งใจไปถามคำถามให้นายกฯ ชี้แจงในหลาย ๆอย่าง จากที่เมื่อคืนยังไม่ได้ชี้แจง ตั้งใจถามโดยตรง แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบอะไร นายกฯ ก็แค่ยิ้มและถ่ายรูป
"เวลาสั้น ๆ ที่เดินไปแสดงสปิริตเมื่อสักครู่นี้ คงไม่ใช่เรื่องที่จะไปไล่ถามทุกคำถาม" เขาบอก

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
อ่านภาพรวมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และปรากฏการณ์การเมืองสำคัญในรอบสัปดาห์ ได้ที่นี่
ไฮไลท์วันแรก
ไฮไลท์วันที่สอง











