โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งครม. "อนุทิน" พบ 9 คนนอกร่วมวง 6 คนมาจากสายบุรีรัมย์

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรี ในรัฐบาล "อนุทิน" ซึ่งรายชื่อที่ออกมาไม่พลิกไปจากโผที่ปรากฏตามหน้าสื่อ โดยนายกฯ อนุทิน ควบเก้าอี้ รมว.มหาดไทย ตามคาด
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้ประสานแจ้งไปยังนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีชุดใหม่ เตรียมความพร้อมเข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนรับหน้าที่ในวันที่ 24 ก.ย.
วันนี้ (19 ก.ย.) พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 7 ก.ย. 2568 แล้ว นั้น
บัดนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เลือกสรรผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินสืบไปแล้ว
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี
(ดูรายละเอียดได้จากประกาศฉบับนี้)

ที่มาของภาพ, ราชกิจจานุเบกษา
สำหรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) "อนุทิน 1" ตั้งเต็มโควตาที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้มีได้ 36 คน (นับรวมนายกฯ ด้วย) รวม 41 ตำแหน่ง ประกอบด้วย รัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาล 3 พรรค และ 2 กลุ่มการเมือง ส่วนที่เหลือเป็นคนนอก 9 คน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 25% ของ ครม. ทั้งคณะ ทั้งนี้นอกจากนายกฯ ที่ควบตำแหน่ง รมว.มหาดไทย เองแล้ว ยังมีการตั้งรองนายกฯ อีก 6 คน ในจำนวนนี้ 4 คนควบเก้าอี้เจ้ากระทรวงอื่นด้วย
ที่น่าสนใจคือ มีนักการเมืองและอดีตข้าราชการที่เคยทำงานในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ได้เข้าร่วมวงฝ่ายบริหาร 6 คน ประกอบด้วย สส.บัญชีรายชื่อ (นายอนุทิน ชาญวีรกูล), สส.บุรีรัมย์ 2 คน (นายไชยชนก ชิดชอบ, นายโสภณ ซารัมย์), อดีต สส.บุรีรัมย์ (นายทรงศักดิ์ ทองศรี), อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ (พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์), อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 (พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ) ซึ่งเคยมีบทบาทบัญชาการพื้นที่บุรีรัมย์และสุรินทร์ ในแนวปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา กรณีปราสาทพระวิหารเมื่อปี 2552-2554
สำหรับ จ.บุรีรัมย์ ถูกมองว่าเป็น "ฐานที่มั่นทางการเมือง" ของพรรคสีน้ำเงิน โดยมีบ้านใหญ่ "ชิดชอบ" ยึดครองเก้าอี้ สส. มายาวนาน แม้แต่หัวหน้าพรรค ภท. ก็ยังย้ายทะเบียนบ้านไปอยู่ที่บุรีรัมย์
นายอนุทิน หัวหน้าพรรคอันดับ 3 ของสภา ได้รับเลือกให้เป็นนายกฯ คนที่ 32 ด้วยคะแนนเสียง 311 ต่อ 152 จาก สส. ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 492 คน โดยมี 143 เสียงของพรรคประชาชนร่วมลงคะแนนเห็นชอบด้วย แลกกับเงื่อนไขสำคัญคือต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน และต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ
เขาประกาศจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย 146 เสียง ซึ่งน้อยกว่าเสียงของ 2 พรรคใหญ่ในซีกฝ่ายค้านถึงเท่าตัวหนึ่ง ท่ามกลางคำถามว่ารัฐบาลเฉพาะกิจจะประคับประคองสถานการณ์ในฝ่ายนิติบัญญัติอย่างไร โดยเฉพาะการผ่านร่างกฎหมายสำคัญ ๆ หรือแม้กระทั่งการรักษาองค์ประชุม ซึ่งปกติมีการประชุมสภาทุกวันพุธและวันพฤหัสบดี
บีบีซีไทยตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่จะเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาล "อนุทิน" พบว่า มี สส. อยู่ 13 คน ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 6 คน, พรรคกล้าธรรม 5 คน และพรรคพลังประชารัฐ 2 คน

ที่มาของภาพ, Wasawas Lukharang/BBC Thai
ครม. จำแนกรายพรรค
พรรคภูมิใจไทย 12 คน 14 ตำแหน่ง แบ่งเป็น รองนายกฯ 2 คน, รัฐมนตรีว่าการ (รมว.) 5 คน, รมต.ประจำสำนายกรัฐมนตรี 3 คน และรัฐมนตรีช่วยว่าการ (รมช.) 3 คนใน 2 กระทรวง ทั้งนี้นายกฯ ควบเก้าอี้ มท. 1 เองด้วย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย
(สส.บัญชีรายชื่อ, หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย, อดีตรองนายกฯ และ รมว.มหาดไทยรัฐบาล "แพทองธาร")
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม
(อดีต รมว.แรงงาน รัฐบาล "แพทองธาร")
นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี
(สส.บุรีรัมย์)
น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
(เหรัญญิกพรรค, อดีต รมว.การอุดมศึกษาฯ รัฐบาล "แพทองธาร")
นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
(สส.อ่างทอง, อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร)
นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
(อดีต รมช.พาณิชย์ รัฐบาล "แพทองธาร")

ที่มาของภาพ, สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
(สส.อยุธยา, รองหัวหน้าพรรค, อดีต รมช.ศึกษาธิการ รัฐบาล "แพทองธาร")
นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
(สส.บุรีรัมย์, เลขาธิการพรรค, บุตรชายของนายเนวิน ชิดชอบ)
น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม
(อดีต รมช.มหาดไทย รัฐบาล "แพทองธาร", บุตรสาวของนายชาดา ไทยเศรษฐ์)
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย
(อดีต รมช.มหาดไทย รัฐบาล "แพทองธาร")
น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล รมช.มหาดไทย
(ประธานเขตพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, บุตรสาวของนายสมศักดิ์ กิตติธรกุล หรือ "โกหงวน" นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่)
น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิชย์ รมช.คมนาคม
(สส.ลพบุรี)
พรรคกล้าธรรม 7 คน 8 ตำแหน่ง แบ่งเป็น รมว. 4 คน และ รมช. 3 คนใน 2 กระทรวง ทั้งนี้หัวหน้ากลุ่มได้ควบเก้าอี้รองนายกฯ ด้วย
พรรค กธ. ได้คุม 2 กระทรวงแบบเบ็ดเสร็จคือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ตั้งรัฐมนตรี 3 คน เช่นเดียวกับกระทรวงศึกษาธิการที่ล้วนแต่เป็นคนของกล้าธรรม 2 คน โดยไม่มีตัวแทนจากพรรคอื่นเข้าไปร่วมบริหารงานภายในกระทรวงด้วย

ที่มาของภาพ, สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรและสหกรณ์
(สส.พะเยา, ประธานที่ปรึกษาพรรค, อดีต รมว.เกษตรฯ รัฐบาล "เศรษฐา")
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา
(สส.ฉะเชิงเทรา, อดีต รมว.เกษตรฯ รัฐบาล "แพทองธาร")
นายอัครา พรหมเผ่า รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
(อดีต รมช.เกษตรฯ รัฐบาล "แพทองธาร, น้องชายผู้กองธรรมนัส)
น.ส.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ
(หัวหน้าพรรค, อดีต รมว.ศึกษาธิการ รัฐบาล "แพทองธาร")
นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รมช.เกษตรและสหกรณ์
(สส.นราธิวาส)
นายนเรศ ธำรงทิพยคุณ รมช.เกษตรและสหกรณ์
(สส.เชียงใหม่)
นายองอาจ วงษ์ประยูร รมช.ศึกษาธิการ
(สส.สระบุรี)
พรรคพลังประชารัฐ 4 คน 4 ตำแหน่ง แบ่งเป็น รมว. 2 คน, รมต.ประจำสำนักนายกฯ 1 คน, รมช. 1 คน
พรรค พปชร. ได้คุมกระทรวงสาธารณสุขเบ็ดเสร็จ มีรัฐมนตรี 2 คน โดยไม่มีตัวแทนจากพรรคอื่นเข้าไปร่วมบริหารงานภายในกระทรวงด้วย
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข
(ผู้บริหารบริษัท วอเตอร์เกทพาวิลเลี่ยน จำกัด ซึ่งทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์, บุตรชายนายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรค)
น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน
(สส.สระแก้ว, รองหัวหน้าพรรค, อดีต รมว.ศึกษาธิการ รัฐบาล "ประยุทธ์")
นายสันติ ปิยะทัด รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
(อดีตกรรมการผู้จัดการ บริษัท เค.ซี. พร็อพเพอร์ตี้ ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์)
นายวรโชติ สุคนธ์ขจร รมช.สาธารณสุข
(สส.เพชรบูรณ์)
"กลุ่ม 16" อดีตพรรครวมไทยสร้างชาติ 3 คน 4 ตำแหน่ง แบ่งเป็น รมว. 2 คน, รมช. 1 คน ทั้งนี้หัวหน้ากลุ่มได้ควบเก้าอี้รองนายกฯ ด้วย
กลุ่ม 16 ได้คุมกระทรวงอุตสาหกรรมเบ็ดเสร็จ มีรัฐมนตรี 2 คน โดยไม่มีตัวแทนจากพรรคอื่นเข้าไปร่วมบริหารงานภายในกระทรวงด้วย

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
(อดีต รมช.พาณิชย์ รัฐบาล "แพทองธาร)
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมว.อุตสาหกรรม
(อดีต สส.บัญชีรายชื่อ, อดีตรองหัวหน้าพรรค, อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ รัฐบาล "ประยุทธ์")
จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รมช.อุตสาหกรรม
(อดีตผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา, อดีตผู้ช่วยเลขานุการ รมว.พาณิชย์ ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการ รมช.สุชาติ ชมกลิ่น)
นายสุชาติและนายธนกรได้ยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค รทสช. เมื่อ 8 ก.ย. หลังมีความชัดเจนว่าจะได้เข้าดำรงตำแหน่งในรัฐบาล "อนุทิน" เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา เพราะพรรคต้นสังกัดของเขาเป็นฝ่ายค้าน โดยที่ทั้งคู่ไม่ได้รับความเห็นชอบจากกรรมการบริหารพรรค รทสช. ให้ไปดำรงตำแหน่งใน ครม. ตามที่ข้อบังคับพรรคระบุเอาไว้
อดีตพรรคเพื่อไทย 1 คน 1 ตำแหน่ง
นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย
(อดีต สส.กาญจนบุรี ที่ลงทุนลาออกจากตำแหน่งผู้แทนฯ เมื่อ 9 ก.ย. มารั้งเก้าอี้รัฐมนตรีในรัฐบาล "อนุทิน" เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเพราะพรรคต้นสังกัดของเขาเป็นฝ่ายค้าน แต่เนื่องจากเป็น สส. เขต จึงต้องจัดมีการจัดการเลือกตั้งซ่อม)
ครม. "คนนอกการเมือง"
นอกจากนี้ยังมี "คนนอกการเมือง" 9 คนที่เข้ามาร่วมวงฝ่ายบริหารเป็นครั้งแรก โดยเกือบทุกคนได้รับการทาบทามโดยตรงจากนายกฯ และนายอนุทินยังเป็นผู้เปิดตัวบุคคลเหล่านี้ต่อสื่อมวลชนด้วย

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
คนนอก 9 คน 10 ตำแหน่ง
นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี
(อดีตประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2557-2558, อดีตเลขาธิการ ครม.)
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง
(อดีตอธิบดีกรมธนารักษ์ที่มีอายุราชการเหลือถึง 6 ปี)
พล.อ.ณัฐพล นาคพานิชย์ รมว.กลาโหม
(อดีต รมช.กลาโหมของรัฐบาล "แพทองธาร)
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ
(อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศและทูตหลายประเทศ)
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน
(อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ซีอีโอ) บมจ.ปตท.)
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์
(อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ดุสิตธานี)
พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม
(อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3, อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์)
นายวรภัค ธันยาวงษ์ รมช.คลัง
(อดีตซีอีโอธนาคารกรุงไทย)
พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม
(อดีตแม่ทัพภาคที่ 2)

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
คุณสมบัติรัฐมนตรีไร้ปัญหา?
การตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของบรรดาว่า ครม. ก่อนนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เป็นไปอย่างเข้มข้น เพราะมีภาคเอกชนและคนนอกแวดวงการเมืองเข้ามารวมถึง 1 ใน 4 ของ ครม. ทั้งคณะ ทั้งนี้ นอกจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) ก็ยังเข้ามาร่วมตรวจสอบข้อกฎหมายด้วย
นี่ถือเป็นแนวปฏิบัติใหม่ที่เกิดขึ้นหลังจากนายเศรษฐา ทวีสิน ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกฯ คนที่ 30 ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจาก "ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์" และฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็น รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าเป็นบุคคลที่ขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ
ในช่วงจัดตั้ง ครม. ชุดต่อมา จึงมีนักการเมืองหลายคนที่ "คุณสมบัติไม่ชัดเจน" ต้องชวดเก้าอี้ ครม. "แพทองธาร" ไป เพราะผู้เกี่ยวข้องเกรงเกิดปัญหาถูกร้องต่อศาลและทำให้นายกฯ ต้องตกเก้าอี้อีก ทำให้คนเหล่านั้นต้องส่งตัวแทน ไม่ว่าจะเป็น พ่อ, ลูก, พี่น้อง, คนสนิท เข้ามารั้งเก้าอี้รัฐมนตรีแทน
หนึ่งในจำนวนนี้คือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต รมว.เกษตรฯ ยุครัฐบาล "เศรษฐา" ที่ต้องหลุดโผ ครม. ในรัฐบาล "แพทองธาร" และส่งน้องชายแท้ ๆ มาร่วมวง ครม. แทน ก่อนที่เขาจะกลับมาปรากฏชื่อใหม่และตำแหน่งใหญ่กว่าเดิมในรัฐบาล "อนุทิน"
สำหรับ "ผู้กองธรรมนัส" เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกคดียาเสพติดในประเทศออสเตรเลียเมื่อปี 2537 แม้ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยในปี 2564 ว่า เขาไม่ขาดคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรี และ สส. เนื่องจากต้องคำพิพากษาของศาลในต่างประเทศ ไม่ใช่ศาลไทย และต้องยึดอำนาจอธิปไตยของไทย แต่ศาลไม่ได้วินิจฉัยประเด็นขัดมาตรฐานจริยธรรมฯ

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
นอกจากนี้ยังมีรัฐมนตรีรายอื่น ๆ ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น นายสุชาติ ชมกลิ่น ที่ถูกฝ่ายค้านกล่าวหาเมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมว.แรงงาน กรณีค้ามนุษย์แรงงานเก็บเบอร์รีที่ประเทศฟินแลนด์ โดยเขาถูก ป.ป.ช. ไต่สวน ก่อนที่เขาจะแจ้งสื่อว่า ป.ป.ช. สั่งยุติเรื่องเฉพาะในส่วนของรัฐมนตรี แต่ชี้มูลความผิดข้าราชการบางส่วน นอกจากนี้ยังมีกรณีความไม่โปร่งใสในการใช้เงินกองทุนประกันสังคม (สปส.) โดยเฉพาะการซื้อตึกสกายไนน์ (Skyy9) จนเจ้าตัวลุกขึ้นมาฟ้องดำเนินคดีกับ 2 สส. พรรคประชาชนในข้อหาหมิ่นประมาท
กรณี "ดีลตึกสกายไนน์" มีชื่อของนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย เนื่องจากเขาเป็นผู้บริหารบริษัทเจ้าของตึกสกายไนน์ ก่อนขายต่ออีก 2 ทอดให้กับ สปส. อย่างไรก็ตามเจ้าตัวได้ออกมาแถลงข่าวปฏิเสธเมื่อ มี.ค. 2568 ยืนยันว่าเป็นการซื้ออาคารร้างมาปรับปรุงแล้วขายไป จากนั้นก็ไม่ทราบว่าอาคารเหล่านี้เปลี่ยนมือเป็นของใคร ราคาเท่าไร และไม่รู้จักผู้มีอำนาจใน สปส.
ขณะเดียวกันยังมีกรณีนายศักดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ต้องยื่นใบลาออกจากการเป็น สส. หลังแหกทิศทางของพรรคมาร่วมโหวตสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ จนถูกขนานนามว่า "งูเห่าสีแดง" ก่อนมีตำแหน่ง รมช. รองก้น ซึ่งการยุติการเป็นสมาชิกพรรค พท. ก็เพื่อป้องกันข้อร้องเรียนสารพัดที่อาจตามมานั่นเอง
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Google YouTube เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Google YouTube และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google YouTube ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด YouTube โพสต์











