สรุปปม เพื่อไทย-ก้าวไกล เปิดวิวาทะกลางสภา หลังตัดงบ 67 สร้างฝายแกนดินซีเมนต์

นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ เป็น 1 ใน 6 กมธ. ที่ลงมติตัดงบโครงการฝายแกนดินซีเมนต์

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ เป็น 1 ใน 6 กมธ. ที่ลงมติตัดงบโครงการฝายแกนดินซีเมนต์
    • Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 วาระที่ 2-3 วงเงิน 3,480,000 ล้านบาท ช่วงเย็นวันนี้ (21 มี.ค.) เป็นไปอย่างดุเดือด เมื่อ สส. พรรคเพื่อไทย (พท.) ท้านายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และกรรมาธิการ (กมธ.) งบประมาณจากพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้ลาออกจากตำแหน่ง และให้ลงพื้นที่จังหวัดภาคเหนือเพื่อพิสูจน์ความแข็งแรงคงทนของฝายแกนดินซีเมนต์ หลังนายสุรเชษฐ์รับบทหัวหอกชี้แจงเหตุผลในการตัดงบโครงการนี้

การพาดพิง ตอบโต้ และประท้วงกันไปมาระหว่าง สส. จาก 2 พรรคใหญ่ เกิดขึ้นในระหว่างการพิจารณางบกระทรวงมหาดไทย (มาตรา 20) ซึ่งถูกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2567 สภาผู้แทนราษฎร ปรับลดงบลง 1,529 ล้านบาท (คิดเป็น 0.52%) จากเดิม 291,535 ล้านบาท เหลือ 290,098 ล้านบาท โดยมีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) เป็นหน่วยงานที่ถูกตัดงบมากที่สุด 1,468.3 ล้านบาท

โครงการที่ถูกหั่นงบก้อนโต หนีไม่พ้น โครงการสร้างฝายแกนดินซีเมนต์ ของ สถ. ที่ถูกตัดงบทิ้งทั้งก้อน 1,254 ล้านบาท โดยถือเป็นวงเงินสูงสุดเป็นอันดับ 2 รองจากโครงการจัดซื้อเรือฟริเกตของกองทัพเรือ (ทร.) ที่ถูกตัดงบในปีนี้ 1,700 ล้านบาท จากที่ขอก่องบผูกพัน 17,000 ล้านบาท

เพื่อไทยซัดพรรคตัดงบฝายซีเมนต์ “อคติ แล้วทำร้ายประชาชน”

ในช่วงแรก สส. และ กมธ. จากพรรค พท. ได้ลุกขึ้นอภิปรายปกป้องฝายแกนดินซีเมนต์ โดยนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สส.แพร่ และ กมธ. จากพรรค พท. กล่าวยืนยันว่า คนในภาคเหนือที่ประสบปัญหาอุทกภัยต้องการฝายนี้ พร้อมโต้กลับนายสุรเชษฐ์ ซึ่งสนับสนุนให้ตัดงบในส่วนนี้ตั้งแต่ชั้นอนุ กมธ.ปกครอง และ กมธ.ชุดใหญ่ก็ได้ยืนตาม โดยให้เหตุผลว่าฝายแกนดินซีเมนต์ไม่ทนทาน-ส่อทุจริต-ไม่มีประโยชน์

“พรรคที่ตัด ไปถามประชาชนที่ประสบอุทกภัยว่าต้องการหรือไม่ต้องการ จำเป็นหรือไม่จำเป็น อย่าอคติ คิดเอง เออเอง แล้วทำร้ายประชาชน” และ “คนที่บอกว่าไม่มีประโยชน์ ฝายนี้เป็นความต้องการของประชาชน ไม่ใช่ความต้องการของฝ่ายการเมือง” นายวรวัจน์กล่าว

วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ชี้แจงความจำเป็นของโครงการฝายแกนซีเมนต์ดิน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ชี้แจงความจำเป็นของโครงการฝายแกนซีเมนต์ดิน

เช่นเดียวกับนายทรงยศ รามสูต สส.น่าน พรรค พท. ที่อภิปรายพร้อมฉายภาพฝายแกนดินซีเมนต์ในพื้นที่ของเขาประกอบ โดยบอกว่า ชาวบ้านต้อง “ทอดผ้าป่า” แล้วช่วยกันลงแรงสร้าง เพราะอยากมีฝายเก็บกักน้ำไว้อุปโภคบริโภค แต่ระยะหลังก็เริ่มมีองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บางแห่งจัดงบมาสนับสนุนบ้าง พอรัฐจะจัดงบลงมาให้ ชาวบ้านดีใจอย่างน้อยมีฝายก็มีความชุ่มชื่น พอทราบว่าตกไป ความเสียใจก็เริ่มกลับมา นอกจากไม่ได้งบทำฝาย ยังถูกตัดเบี้ยเลี้ยงด้วย เพราะถ้ารัฐมีโครงการนี้ ชาวบ้านที่ไปลงแรงสร้างฝายก็มีรายได้

“ผมไม่เชื่อว่างบ 1,200 ล้าน จะพังพร้อมกันหมด ไม่ว่าท่านจะตัดหรือไม่ตัดงบ เราก็ยังทำฝายต่อไป” สส.เพื่อไทย กล่าว

ก้าวไกลโต้ไร้ความคิด “ตัดงบให้ชาวบ้านเดือดร้อน”

ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก. ชี้แจงว่า พรรค ก.ก. “ไม่เคยมีความคิดจะไปตัดงบให้ชาวบ้านเดือดร้อน แต่ไม่อาจปล่อยผ่านกระบวนการตั้งงบแบบเร่งรัดไปได้”

ในฐานะประธาน กมธ. ศึกษาการจัดทำและติดตามงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร นายณัฐพงษ์บอกว่า ก่อนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 67 จะเข้าสภา ได้มีการทบทวนงบส่วนต่าง ๆ ซึ่งการสร้างฝายแกนดินซีเมนต์ไม่ใช่สิ่งผิด บางแห่งสร้างแล้วถูกต้อง แต่กระบวนการตั้งงบที่รวบรัด เริ่มตั้งแต่ 3 พ.ย. 2566 ที่ สถ. เสนอสร้างฝายราว 7,000 แห่ง แต่สำนักงบประมาณปรับลดเหลือ 4,000 แห่ง คำถามคือ สถ. การันตีได้หรือไม่ว่า 4,000 แห่งนี้เหมาะสร้างฝายทุกแห่ง เพราะขนาดเจ้าของโครงการที่ของบยังไม่มีใครกล้าการันตีว่าทั้ง 4,000 แห่งเหมาะใช้ฝายแก้ปัญหาหรือไม่ หนำซ้ำยังมีผู้บอกว่าฝายแกนดินซีเมนต์ไม่ได้มีหน้าที่เก็บกับน้ำ แต่ใช้เพื่อยกระดับน้ำ และถ้าสร้างแล้วสร้างผิดวิธี จะทำลายแหล่งน้ำและสิ่งแวดล้อม แล้วจะไปขุดฝายออกได้หรือไม่

นายณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่า กมธ. ตัดงบด้วยเสียงข้างมากของ กมธ. “ดังนั้นไม่ยุติธรรมที่ท่านเอ่ยชื่อคุณสุรเชษฐ์ หรือพรรคก้าวไกลว่าไปตัดงบโดยไม่รู้จริง ผมยอมรับว่าไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ แต่หน่วยงานเจ้าของงบยังให้คำมั่นไม่ได้ เราเห็นกระบวนการผิด ๆ ที่เร่งรัดแบบนี้แล้วเราจะปล่อยผ่านได้อย่างไร”

อย่างไรก็ตามหากเห็นว่า ฝาย 4,000 แห่งเหมาะสม ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2568 จะเข้าสภาในเดือน มิ.ย. แล้ว ครม. ก็สามารถให้สร้างได้

สุรเชษฐ์ ยก 8 เหตุผล หั่นงบฝายซีเมนต์

สุรเชษฐ์

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ต่อมานายสุรเชษฐ์ ได้รับมอบหมายจาก กมธ. ให้ชี้แจงเหตุผลในการตัดงบโครงการสร้างฝายแกนดินซีเมนต์ 1,254 ล้านบาท โดยไล่เรียง 8 เหตุผล ดังนี้

  • เป็นงบ “แจกเสื้อโหล” มีขนาด S/M/L ให้เลือก สันฝายสูง 1.0, 1.5, หรือ 2.0 เมตร มีความยาวของสันฝาย 5-60 เมตร เหมือนวัดมาตรฐาน แต่ไม่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่มีมาตรฐานทางวิชาการ
  • เร่งรีบอย่างผิดสังเกต โดยท้องถิ่นมีเวลาเพียง 12 วันในการเลือกที่ทำฝาย ทำแบบก่อสร้าง และประเมินราคา “จะเกิดขึ้นได้อย่างไร หากไม่มีบางที่รู้กัน แล้วไปแจกงบกันอย่างผิดสังเกต”
  • มีการแทรกแซงกระบวนการพิจารณางบประมาณ สำนักงบประมาณชี้แจงเองว่าฝายหลายแห่งมีเวลาดูงบเพียง 1-2 วัน
  • หลายโครงการต่ำกว่า 500,000 บาทเล็กน้อย ไปเกาะที่ 499,990 บาท ซี่งตัวเลข 500,000 บาทคือ ลัคกี้นัมเบอร์ ที่ระบบงบประมาณของไทยให้หน่วยราชการจิ้มเลือกผู้รับเหมาได้โดยไม่ผ่านการประมูลแข่งขัน “หลายรายการเหมือนจงใจหลีกเลี่ยงผู้รับเหมาให้ไปจิ้มเลือก เหมือนมีแบ่งแบบ แบ่งพื้นที่แล้ว
  • มีความจงใจหลบเลี่ยงการประกันผลงาน 2 ปี ซึ่งในระบบราชการทั่วไปต้องมีการประกันว่าเงินรัฐใช้สร้างอะไรไป ต้องมีประสิทธิภาพอยู่ได้ 2 ปี เมื่อถามในชั้น กมธ. หน่วยงานชี้แจงว่าไม่มีการประกันผลงาน 2 ปี
  • ไม่มีใบอนุญาตมาแสดง ปกติการตั้งคำของบประมาณ หน่วยรับงบประมาณต้องมีใบอนุญาตมาแสดงให้ครบถ้วน ในกรณีนี้ไม่มีใบอนุญาตจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ผ่านกลไกคณะกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด และกรมเจ้าท่า เพราะเรือจะผ่านได้อย่างไรในเมื่อมีหลายแห่งที่เป็นลำน้ำและคูคลองขนาดใหญ่
  • มีการเลี่ยงบาลีไปใช้คำว่า “ฝายชั่วคราว” แต่ทิ้งมลพิษถาวร ทำให้ลำน้ำตื้นเขินขึ้นแน่นอน ถามว่าหากฝายแกนดินซีเมนต์พังแล้วใครรับผิดชอบ หน่วยงานก็ไม่ตอบคำถาม
  • อนุ กมธ.การปกครองมีมติ 6:3 ให้ตัดงบ มีเพียง 3 เสียงจากพรรค พท.ที่ไม่ให้ตัด แต่หน่วยงานก็จำนนต่อเหตุผล และไม่มีการอุทธรณ์กลับมาที่ กมธ.ชุดใหญ่

นอกจากนี้เขายังตั้ง 4 ข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงการนี้ หนึ่งในนั้นคือการระบุว่า “มีความพยายามอย่างมากจาก สส.เพื่อไทย และ สว. บางส่วนที่อยู่เบื้องหลังการตั้งงบเพื่อแจกฝายแกนดินซีเมนต์ในครั้งนี้” และ มีการโฆษณาเกินจริงว่าฝ่ายไว้เก็บน้ำ ความจริงฝายไม่ได้ไว้เก็บน้ำ แต่มีเพื่อยกระดับน้ำ ถ้าคำนวณสามารถเก็บน้ำได้ไม่กี่ไร่ ถ้าเก็บน้ำโดยไม่คิดถึงคนท้ายน้ำ คนท้ายน้ำก็จะไม่มีน้ำมากพอสำหรับการอุปโภคบริโภค เพราะโดนกำแพงต้นน้ำกักน้ำเอาไว้

“กรณีนี้ชัดเจนว่ามีข้อดีและเสีย แต่เป็นการใช้งบอย่างไม่คุ้มค่าและไม่โปร่งใส” นายสุรเชษฐ์กล่าว

ผลจากคำกล่าวของ สส.ก้าวไกลรายนี้ ทำให้บรรดา สส. เพื่อไทยไม่พอใจ โดยหลายคนลุกขึ้นประท้วง และขอใช้สิทธิพาดพิง

“การพูดว่าพรรคเพื่อไทยอยู่เบื้องหลัง ประหนึ่งว่าพวกผมจะรวมหัวกันโกงบ้านเมือง มือใครยาวสาวได้สาวเอา” นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานวิปรัฐบาลจากพรรค พท. กล่าว

นายวิสุทธิ์ยังชี้แจงข้อมูลอีกด้านเพื่อตอบโต้ชุดข้อมูลของนายสุรเชษฐ์ สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

  • พรรค พท. ไม่ได้เขียนเรื่องฝายแกนดินซีเมนต์ขึ้นมา แต่อาจารย์มหาวิทยาลัยขอนแก่นทำวิจัยมา และมีการทดลองทำในภาคอีสาน ก่อนมาทำในภาคเหนือ รับรองแบบโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง
  • กระบวนการจัดทำงบประมาณมีเวลาน้อย กระทรวงมหาดไทยจึงแจ้งไปยังท้องถิ่นทั่วประเทศ “ไม่ใช่มือใครยาวสาวได้สาวเอา พวกผมไม่ได้บอกว่าต้องเป็นพรรคเพื่อไทยหรือพรรครัฐบาลเท่านั้นที่ได้”
  • ที่พูดว่าต้องมีใบอนุญาตจากกรมเจ้าท่า นี่เป็นการทำลำห้วย ไม่ใช่แม่น้ำ ไปขอทำไมกรมเจ้าท่า “ท่านต้องไปดูข้อเท็จจริงด้วย อย่าจินตนาการ”

“วันเสาร์นี้พร้อมไหมครับ เราไปดูพื้นที่กันที่ไหนก็ได้จะน่าน พะเยา แพร่ เราพิสูจน์ดู หากไม่จริงอย่างที่ผมพูด ผมลาออก แต่หากท่านผิดจริง ท่านต้องลาออก รับผิดชอบ เพราะโครงการนี้ถึงพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ท่านคิดแบบนี้เป็นผู้แทนได้อย่างไร ไม่รู้อย่าเ-อก” นายวิสุทธิ์กล่าวเสียงดัง ท่ามกลางเสียงปรบมือดังลั่นจากเพื่อน สส. ร่วมพรรค

วิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ ออกอาการฉุนขาด ในระหว่างใช้สิทธิพาดพิง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, วิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ ออกอาการฉุนขาด ในระหว่างใช้สิทธิพาดพิง

นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกุล สส.สุโขทัย พรรค พท. เป็นอีกคน ที่ประกาศว่า ถ้าท้องถิ่นไม่ต้องการฝายแกนดินซีเมนต์ ต้องการฝายไม้ไผ่ตามที่นายสุรเชษฐ์พูด “ผมก็ลาออก กล้าไปดูของจริงหรือไม่ ของแบบนี้ต้องลงไปดู คนเราเก่งจริงต้องลงไปดู คนมีพื้นที่อย่างพวกผมทรมาน คนที่ไม่มีพื้นที่อย่างคุณพูดได้แค่บนโต๊ะ อย่านั่งบนเก้าอี้แล้วพล่ามไปเรื่อย ไม่คิดว่าคนเป็น สส. จะมีความคิดเช่นนี้”

นอกจากนี้ยังมี สส.เพื่อไทยอีกหลายคน อภิปรายตำหนินายสุรเชษฐ์ พร้อมปฏิเสธว่าไม่มีการจับมือแสวงหาผลประโยชน์

ขณะที่ สส.ก้าวไกล ทั้งนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และนายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส.ระยอง ได้ลุกขึ้นประท้วงการทำหน้าที่ของประธานในการควบคุมเนื้อหาการประชุม โดยปล่อยให้เกิดการ “ท้าทายในสภา” และขอใช้สิทธิพาดพิง แต่กลับ “อภิปรายปกป้องฝาย”

สำหรับผู้ทำหน้าที่ประธานที่ประชุมในเวลานั้นคือ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภา สังกัดพรรคเป็นธรรม

ในช่วงท้าย ประธานเปิดโอกาสให้นายสุรเชษฐ์ชี้แจงอีกรอบ โดยเขาย้ำว่าการตัดงบโครงการฝายซีเมนต์ เป็นการตัดสินใจของ กมธ. เสียงข้างมากที่มาจากแทบทุกพรรค “สุรเชษฐ์ไม่ได้มีอิทธิพลสั่ง กมธ. ให้ กมธ. ทุกพรรคทำตามใจสุรเชษฐ์ได้”

ส่วนการพูดเรื่องมือใครยาวสาวได้สาวเอา เขาชี้แจงว่า เป็นการพูดถึงปัญหาเชิงระบบ ซึ่งเป็นรัฐราชการรวมศูนย์ แต่ละพื้นที่ดึงไปให้พื้นที่มากที่สุด ต้องกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น ถ้าอยากได้ฝาย ใช้วัสดุอะไร ตำแหน่งไหน ควรเลือกได้ ส่วนการทุจริตจริงหรือไม่อย่างไร ถ้าได้งบไป ก็ต้องไปตรวจสอบ

แม้ถูกท้าทายให้ลงพื้นที่ไปพิสูจน์ฝาย แต่นายสุรเชษฐ์ไม่ได้ตอบรับ และชวนให้คิดด้วยตรรกะและเหตุผล เพราะถ้าไปลงพื้นที่ไปดูแล้วมันจะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าถูกหรือผิด แต่เสนอให้มาถกเถียงกันด้วยเหตุผล หรือถ้ายืนยันว่าดีจริง ใช้ได้จริง ก็สามารถใช้งบกลางทำได้ทันที ทำพรุ่งนี้ได้เลย แล้วกล้าประกันผลงานหรือไม่

อากัปกิริยาของ สส. ก้าวไกล

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, อากัปกิริยาของ สส. ก้าวไกล

คำชี้แจง กมธ. ภูมิใจไทย หลังก้าวไกลเสนอตัด 3 โครงการทิ้ง

ส่วนโครงการอื่น ๆ ของกระทรวงมหาดไทย ที่ สส. และ กมธ.เสียงข้างน้อยจากก้าวไกล เสนอให้ตัดงบทิ้งทั้งก้อน แต่ กมธ.เสียงข้างมากสังกัดพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้ลุกขึ้นชี้แจงและยืนยันเหตุผลความจำเป็นในการทำโครงการต่อไป มี 3 โครงการ ดังนี้

หนึ่ง โครงการศึกษาผลกระทบจากการสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง/สร้างกำแพงกันคลื่น รวม 6 โครงการ วงเงิน 29.3 ล้านบาท ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่ง สส.ก้าวไกล ชี้ว่า “เป็นงบที่ไม่มีความชัดเจน... ทำตรงไหนยังไม่รู้ ทำไปคิดไป ทำไปโบ้ยเพื่อนไป”

กมธ.เสียงข้างมาก: มันเป็นโครงการผูกพันต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2564-2567 จึงไม่สามารถยกเลิกได้ เพราะมีผู้รับเหมาแล้ว

สอง โครงการพัฒนาพื้นที่ตามผังเมือง ในจำนวนนี้เป็นการของบผูกพันใหม่ รวม 92 โครงการ วงเงิน 1,438.65 ล้านบาท ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่ง สส.ก้าวไกล ระบุว่า “ไม่ได้บอกว่าจะไปทำอะไร บอกเพียงว่าขอพัฒนาพื้นที่ตรงนั้นตรงนี้” และ “ปรับปรุงภูมิทัศน์”

กมธ.เสียงข้างมาก: ที่ต้องใช้คำคลุม ๆ ว่า “ปรับปรุงภูมิทัศน์” เพราะรายละเอียดแต่ละโครงการไม่เหมือนกัน บางพื้นที่ทำเลนจักรยาน บางพื้นที่ทำลู่วิ่ง จึงใช้เพื่อให้เป็นภาพรวม

สาม โครงการรถผลิตน้ำดื่ม 120 คัน ของ ปภ. โดยขอก่องบผูกพันรวม 900 ล้านบาท เฉพาะปีนี้ขอตั้งงบ 135 ล้านบาท โดยตั้งงบซื้อในราคา 7.5 ล้านบาท ทว่าจากการตรวจสอบจากบริษัทชั้นนำ ทั้งแบรนด์ สเปค และขนาดเดียวกัน ของ สส.ก้าวไกล พบข้อมูลว่า สามารถซื้อได้ในราคา 3.14 ล้านบาท

“หากซื้อ 120 คัน จะเกิดส่วนต่างราคา 525 ล้านบาทถ้าโครงการนี้ผ่าน” นายชลธานี เชื้อน้อย สส.ลำปาง พรรค ก.ก. กล่าว

กมธ.เสียงข้างมาก: ปภ. ชี้แจงว่ารถผลิตน้ำดื่มว่าใช้สำหรับประชากร 5 แสนคน/รถ 1 คัน แล้วกระจายไปทั่วทั้งภูมิภาค เพราะเห็นว่าปีที่จะถึงนี้สถานการณ์ภัยแล้งจะรุนแรง ซึ่ง ปภ. มีหน้าที่ไปช่วยเหลือประชาชนให้มีน้ำดื่ม น้ำกิน น้ำใช้

ภายหลังอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ที่ประชมสภามีมติเห็นด้วยตาม กมธ.เสียงข้างมาก 270 ต่อ 157 เสียง งดออกเสียง 5 ไม่ลงคะแนน 2

ภายหลังการลงมติ ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ของสภาเห็นชอบกับ กมธ.เสียงข้างมาก วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ได้ลุกขึ้นสอบถามประธาน โดยให้ตรวจสอบระบบการลงคะแนน พร้อมกล่าวว่า “เห็นหลายท่านพูดคอเป็นเอ็น เหมือนจะคืนงบฝาย”

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ภายหลังการลงมติ ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ของสภาเห็นชอบกับ กมธ.เสียงข้างมาก วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ได้ลุกขึ้นสอบถามประธาน โดยให้ตรวจสอบระบบการลงคะแนน พร้อมกล่าวว่า “เห็นหลายท่านพูดคอเป็นเอ็น เหมือนจะคืนงบฝาย”