พรรคประชาชนเปิดตัวทีมบริหาร "รัฐบาลประชาชน" กับ 12 ภารกิจหยุด "วงจรอุบาทว์"

.

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, พรรคประชาชน (ปชน.) เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรกใน กทม. โดยเป็นการนำเสนอวิสัยทัศน์และนโยบาย 12 ด้าน พร้อมกับเปิดหน้า-เปิดตัว บุคคลที่จะมาร่วมทีมบริหาร หากพรรคได้เป็นรัฐบาล

พรรคประชาชน (ปชน.) ประกาศความพร้อมตั้ง "รัฐบาลประชาชน" ด้วยการเปิดตัวทีมบริหารรัฐบาลในภารกิจ 12 ด้าน ซึ่งเป็น "มืออาชีพ" เพื่อเข้ามา "ทลายข้อจำกัด" ของประเทศไทย

เวลา 14.00 น. วันนี้ (11 ม.ค.) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. และแคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่หนึ่งของพรรค กล่าวปราศรัยขอโอกาสประชาชนสร้างประเทศไทย "ไม่เทา เท่ากัน และทันโลก" ด้วยทีมทำงานที่แบ่งตามภารกิจ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง ต่างกับการเลือกตั้งครั้งผ่าน ๆ มา

"พอกันทีกับคำว่าเลือกใครไปก็เหมือนกัน การเลือกตั้งครั้งนี้ คือเวลาแห่งการตั้งรัฐบาลประชาชน รัฐบาลแห่งการเปลี่ยนแปลง" ณัฐพงษ์ระบุ

ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 บุคคลที่พรรควางตัวเป็นทีมบริหารแต่ละด้านผลัดกันขึ้นแสดงวิสัยทัศน์และนโยบายในแต่ละด้านของ ปชน. ตั้งแต่ด้านประชาธิปไตยและความมั่นคงใหม่ รัฐสวัสดิการ พลังงาน แรงงาน เศรษฐกิจ การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ปฏิรูปรัฐ ฯลฯ รวมกว่า 12 ภารกิจ โดยมีผู้สนับสนุนพรรคเข้านั่งฟัง และคอยส่งเสียงเชียร์เป็นระยะ ๆ

ในช่วงท้าย ณัฐพงษ์ ประกาศถึงความพร้อมในฐานะแคนดิเดตนายกฯ และความพร้อมของ "เจตจำนงทางการเมือง" ทีมบริหารบุคลากรที่มีความเหมาะสม พร้อมทั้งนโยบายและแผนการปฏิบัติงานที่ชัดเจน โดยเขาขอให้ประชาชนชาวไทย "ช่วยกันเป็นกังหันลมพัดสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ให้มีพลังมากขึ้นเรื่อย ๆ" หลังจากที่เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงมาตั้งแต่ปี 2562

"วันนี้เจตจำนงของพรรคประชาชน เราไม่ได้เพียงแค่มาสร้างการเมืองแห่งการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น เราพร้อมที่จะเข้ามาบริหารประเทศ เลือกพรรคประชาชน เลือกคูณ 2 เลือกให้ถล่มทลาย เวลาวันนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาประกาศแค่ว่า กาก้าวไกล ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม แต่ถึงเวลาในการตั้งรัฐบาลประชาชน รัฐบาลแห่งการเปลี่ยนแปลงที่จะพาประชาชนคนไทยไปสู่อนาคตใหม่ที่ก้าวไกลกว่าเดิม" หัวหน้าพรรค ปชน. ระบุ

.

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, ณัฐพงษ์ ประกาศความพร้อมในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ขอประชาชน "ช่วยกันเป็นกังหันลมลมพัดสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง" ส่งพรรคประชาชนเข้าไปเป็นรัฐบาล

ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค. เป็นต้นมา รวมถึงในงานเปิดวิสัยทัศน์รัฐบาลประชาชนในวันนี้ พรรคได้เปิดตัวทีมบริหารมืออาชีพในซีรีส์บทสัมภาษณ์ทางออนไลน์ในชื่อว่า "เดอะ โปรเฟสชันนัลส์" (The Professionals)

ในระหว่างที่เวทีปราศรัยหาเสียงใหญ่ครั้งแรกในกรุงเทพฯ ของพรรค ปชน. พรรคได้เปิดเผยรายชื่อกลุ่มบุคคลที่ระบุว่าเป็นทีมบริหาร "รัฐบาลประชาชน" โดยบุคคลเหล่านี้จะเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารรัฐบาลหาก ปชน. ได้เป็นรัฐบาล โดยมีภารกิจและผู้รับผิดชอบในด้านต่าง ๆ รวม 39 รายชื่อ ดังนี้

นายกรัฐมนตรี: ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

การปฏิรูปรัฐ ได้แก่ ศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตรองนายกฯ, อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์, วรภพ วิริยะโรจน์, วิสุทธิ์ ตันตินันท์, ธีระ สุธีวรางกูร และเพียงพนอ บุญกล่ำ

ประชาธิปไตยและความมั่นคงใหม่ ได้แก่พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แคนดิเดตรองนายกฯ , รังสิมันต์ โรม, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, พริษฐ์ วัชรสินธุ, มุนินทร์ พงศาปาน, ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์, กิตติชัย เตชะกุลวณิชย์, กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ, ลลิตา หาญวงษ์, พล.อ.อ.ภูริทัต จันทร์แก้ว, พล.ท.พงศกร รอดชมภู

คุณภาพชีวิต ได้แก่ เดชรัต สุขกำเนิด แคนดิเดตรองนายกฯ, อนุชาติ พวงสำลี, บวรศม ลีระพันธ์, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, ณัฐยา บุญภักดี, พูนศักดิ์ จันทร์จำปี, ณรงเดช อุฬารกุล, วาโย อัศวรุ่งเรือง, สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ และรชพร ชูช่วย

เศรษฐกิจ ได้แก่ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนดิเดตรองนายกฯ, สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ, ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ, สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล, เซีย จำปาทอง, ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร, มณิสรา บารมีชัย, ประมวล สุธีจารุวัฒน, อนุสรณ์ ธรรมใจ, พิศาล มาณวพัฒน์, สรศักดิ์ สมรไกรสรกิจ และนัยวุฒิ วงษ์โคเมท

นอกจากรายชื่อทีมบริหาร พรรคยังประกาศ 12 ภารกิจสำหรับรัฐบาลประชาชน ได้แก่

  • อุตสาหกรรม: พาอุตสาหกรรมไทย ไปแข่งกับโลก
  • เศรษฐกิจ: หยุดหลุมดำเศรษฐกิจ ติดปีกเอสเอ็มอี (SMEs)
  • การต่างประเทศ: ฟื้นฟูการทูตไทย
  • การบริหาร: ปฏิรูปงบ ประมาณ กระจายอำนาจ
  • คุณภาพชีวิต: คุณภาพชีวิตใหม่
  • เกษตรและที่ดิน: พลิกโฉมชนบทไทย ปฏิรูปที่ดินครั้ง ใหญ่ เกษตรยุคใหม่ ยั่งยืน
  • โครงสร้างพื้นฐาน: ออเรนจ์ เมกะ โปรเจกต์ (Orange Mega projects)
  • ยุติธรรม: คืนความยุติธรรมให้สังคม ปฏิรูปตำรวจ ศาล ราชทัณฑ์
  • ความมั่นคง: ความมั่นคงยุคใหม่ สร้างกองทัพทันสมัย ปราบภัยสแกมเมอร์ ทุนเทา
  • การศึกษา: การเรียนรู้ไร้รอยต่อ ยกระดับทักษะคน ไทย ให้ทันโลก
  • พลังงาน: รับมือโลกรวน พร้อมปฏิรูปพลังงานไทย
  • แรงงาน: เพิ่มสิทธิแรงงาน ค่าแรงเท่ากันค่าครองชีพ

ณัฐพงษ์ พร้อมนั่งเก้าอี้นายกฯ ประกาศจัด ครม. ตามความสามารถ หยุด "วงจรอุบาทว์"

.

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวปราศรัยเชิญชวนให้ประชาชน "กาพรรคประชาชนสองใบ" ให้พรรคได้ตั้งรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาติดหล่มประเทศกำลังพัฒนา แบบที่ "เศรษฐกิจไทยโงหัวไม่ขึ้น ผู้ประกอบการรายย่อยสู้ไม่ได้"

เขากล่าวถึงปัญหาของประเทศไทยโดยเริ่มตั้งแต่เรื่องเศรษฐกิจ ค่าแรงต่ำคงที่ ค่าครองชีพสูง หนี้เกษตรกร ไปจนถึงภัยปัญหาสิ่งแวดล้อม พร้อมชี้ว่าระบบราชการไทยในปัจจุบันไม่สามารถตอบสนองต่อปัญหาเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

"ระบบราชการของเราตอนนี้ก็ยังไม่สามารถตอบสนองต่อโลกยุคใหม่ กระบวนการยุติธรรมไม่เป็นที่พึ่งของประชาชน ปัญหาคอร์รัปชันที่ลามไปถึงขั้นจ่ายส่วย ผบ.ตร. หน่วยงานความมั่นคงยังไม่เท่าทันภัยคุกคามสมัยใหม่" ณัฐพงษ์กล่าว

เขาอธิบายว่า ต้นตอของปัญหามาจากการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) แบบที่เน้นจากโควต้ารัฐบาล ไม่ใช่จากความสามารถ และแต่ละกระทรวงที่มีรัฐมนตรีมาจากต่างพรรคการเมืองก็ทำงานกันอย่างไม่สอดประสาน โดยเรื่องนี้เกิดขึ้นซ้ำจนเป็น "วงจรอุบาทว์" ดังนั้นพรรค ปชน. จึงเสนอการจัด ครม. ด้วยการเอาภารกิจเป็นตัวนำ และเอาภารกิจของชาติเป็นตัวตั้ง โดย "ชาติในที่นี้คือประชาชน"

หัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวต่อไปว่า หากพรรคประชาชนได้จัดตั้งรัฐบาลจะมีการแบ่งภารกิจอย่างชัดเจน ประกอบไปด้วยสองทีมคือ ทีมทำเนียบรัฐบาล ประกอบไปด้วย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ในฐานะนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี 4 ฝ่าย ได้แก่ รองนายกรัฐมนตรีด้านประชาธิปไตยและความมั่นคงใหม่ คือ นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์, รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ คือ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร, รองนายกรัฐมนตรีด้านคุณภาพชีวิต คือ ดร.เดชรัต สุขกำเนิด, และรองนายกรัฐมนตรีด้านการปฏิรูปภาครัฐ คือ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล

ขณะเดียวกันก็ประกอบด้วยทีมกระทรวง ซึ่งทำงานภายใต้ทีมทำเนียบรัฐบาล แต่ละกระทรวงจะดูแลรับผิดชอบงานหลักของกระทรวง และงานเชิงประเด็นตามภารกิจภายใต้การกำกับดูแลของรองนายกรัฐมนตรีแต่ละด้าน

ทีมเศรษฐกิจ ปชน. ประกาศ "ฟื้นชีวิตเสือตัวที่ 5" เสนอทั้งคนละครึ่งและหวยใบเสร็จ ทำได้เลยใน 100 วันแรก

ด้านทีมเศรษฐกิจ นำโดยวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่สาม

สาระสำคัญในการนำเสนอวิสัยทัศน์จากแคนดิเดตนายกฯ จากพรรค ปชน. คนนี้ คือ การปฏิรูปอุตสาหกรรมไทย เพื่อให้ไทยเท่าทันต่อเทคโนโลยี แบบ "ไม่ตกขบวน" วีระยุทธ กล่าวว่าหากเศรษฐกิจไทยยังไม่ดีขึ้นในอีก 5 ปีข้างหน้า "เสือตัวที่ 5 จะกลายเป็นตำนานพื้นบ้านโดยถาวร"

เขาเสนอการทำให้อุตสาหกรรมเก่าในไทยไปต่อได้ด้วยการเปลี่ยนผ่านเป็นอุตสาหกรรมใหม่ และนำประเทศให้เข้าไปอยู่ในห่วงโซ่ระบบนิเวศของฐานการผลิตโลก

วีระยุทธ ซึ่งเป็นมือเศรษฐกิจของพรรคกล่าวถึงอุตสาหกรรมไทยว่า ต้อง "เลิกคิดการเป็น product champion [เก่งเรื่องการผลิตผลิตภัณฑ์] แต่เป็น component champion [เก่งเรื่องการผลิตส่วนประกอบ] พร้อมกับการสร้างระบบนิเวศของคอนดักเตอร์ในไทย ตั้งกองทุนช่วยธุรกิจไทยในการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรม"

หนึ่งในทีมเศรษฐกิจที่พรรค ปชน. เปิดตัวเปิดวิสัยทัศน์ในวันนี้คือ อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ และอดีตรองประธานฝ่ายกิจการสาธารณะ บริษัท ไลน์แมน วงใน

อิสริยะ ประกาศความพร้อมเสนอตัวเพื่อทำงานขับเคลื่อนให้ประเทศได้สร้งอุตสาหกรรมใหม่ โดย "เปลี่ยนปัญหา เป็นโอกาส เปลี่ยนโอกาสเป็นอุตสาหกรรม"

เขาประกาศบนเวทีว่าต้องการ "ปิดสวิต์ 3 ป." ซึ่งหมายถึง คนป่วย เกษตรกรป่วย และอากาศเปลี่ยน ด้วยนโยบาย "ไทยเฟิร์สต์" (Thai First) โดยให้รัฐอุดหนุนสินค้าของคนไทยก่อนในปัญหาทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ "คนป่วย" รัฐอุดหนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ผลิตโดยคนไทยก่อน "เกษตรป่วย" ภาครัฐอุดหนุนอุตสาหกรรมการเกษตรของคนไทย และ "อากาศเปลี่ยน" ใช้เทคโนโลยีอวกาศ ดาวเทียม โดรน เก็บและวิเคราะห์ข้อมูล ทำระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติ

นอกจากด้านอุตสาหกรรม ทีมเศรษฐกิจของ ปชน. ยังนำเสนอแนวทางช่วยเหลือธุรกิจ "คนตัวเล็ก" ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME)

สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล หนึ่งในทีมเศรษฐกิจชี้ว่าแม้รัฐบาลจะกระตุ้นเศรษฐกิจ ถมเงินลงไปเยอะ แต่เศรษฐกิจไทยกลับ "ไม่ฟื้น" เพราะมีรูรั่วที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจเอสเอ็มอีจาก 3 ปัญหาหลักคือ สินค้าเถื่อนทะลัก ที่ไม่ได้มาตรฐานสร้างความเสียหายราว 200,000 ล้านบาทต่อปี, สินค้าต่างชาติตัดราคา เสียหายปีละราว 400,000 ล้านบาท และนอมินีล้นบ้านล้นเมือง เข้ามาทำธุรกิจที่สงวนไว้ให้คนไทย ราว 500,000 ล้านบาทต่อปี

เขากล่าวว่าหากรัฐบาลไม่จัดการปัญหาเหล่านี้ รายรับก็จะไหลออกนอกประเทศเรื่อย ๆ เขาจึงเสนอนโยบายปิดหลุมดำเศรษฐกิจไทยด้วยแนวคิด "Thai first, Thai fair, Thai fight" คือ 1. กวาดล้างนอมินี โดยใช้เทคโนโลยีคัดกรอง และให้ประชาชนมีส่วนร่วมรายงานและอายัดด้วยการไล่ล่าเส้นเงิน 2. กำกับแพลตฟอร์มค่าจีพี (GP) และสินค้าเถื่อน ด้วยการกำกับและควบคุมค่าจีพีและผ่านกฎหมายแข่งขันด้านการค้า และแพลตฟอร์มต้องรับผิดชอบ หากมีสินค้าเถื่อนบนแพลตฟอร์ม และ 3. ป้องกันสินค้าต่างชาติตัดราคา ด้วยการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด และปรับปรุงกระบวนการไต่สวนให้รวดเร็วขึ้น

.

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

นอกจากนี้ สิทธิพลยังเสนอนโยบายชื่อคุ้นหู ตั้งแต่ปี 2563 ที่เสนอครั้งแรกโดย พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) คือ นโยบายคนละครึ่ง โดยพรรค ปชน. เสนอที่จะทำนโยบายนี้อย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้ลูกค้าหายไปหลังจบโครงการแต่ละรอบ

เขายังเสนอนโยบายหวยใบเสร็จ ที่เมื่อประชาชนใช้จ่ายซื้อของตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไปในร้านค้ารายย่อย ก็จะได้หวยใบเสร็จที่ออกเดือนละสองรอบ

เขายืนยันว่านโยบายทั้งสองข้างต้น สามารถทำได้ทันทีภายใน 100 วันแรก

ด้าน ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ เสนอสร้างแพลตฟอร์ม OCN (Open Commerce Network) หรือโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลกลางของประเทศ ที่จะช่วยกระจายสินค้าของธุรกิจไทยในแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น เป๋าตังค์ หรือ แอปพลิเคชันธนาคาร เพิ่มพื้นที่สนับสนุนเกษตรกรของรัฐบาล ลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ และประกาศว่าจะเจรจากับแพลตฟอร์มต่างชาติเพื่อผลักสินค้าไทยไปต่างแดนมากขึ้น

พิศาลประกาศพาการทูตไทย "กลับมาสง่างาม" บนเวทีโลก

นายพิศาล มาณวพัฒน์ อดีตเอกอัครราชทูตไทย เปิดตัวเป็นทีมบริหารด้านการต่างประเทศของพรรค ปชน. เขาเปิดประเด็นเรื่องอิทธิพลของการทูตการต่างประเทศไทยที่เปลี่ยนไปจากอดีต โดยประกาศว่าจะนำ "ความสง่างาม" ทางการทูตที่ไทยเคยเสียงดังในเวทีระดับต่าง ๆ กลับมาอีกครั้ง

"เมื่อก่อนเรา [ไทย] พูดเคยมีคนฟัง เคยมีคนชม มหาอำนาจเคยอยากมาเยือนประเทศ และไม่เคยมองข้ามประเทศไทย เราจะนำความสง่างามนี้กลับมา"

เขาเสนอว่าประเทศไทยภายใต้การนำของพรรค ปชน. จะไม่มีการฝักใฝ่ชาติมหาอำนาจใด และจะใช้หลักการ "ผลประโยชน์ไทยอยู่ตรงไหนการทูตไทยไปโฟกัสที่นั่น" พร้อมเสนอไทยช่วยประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับภูมิภาค และสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน

"ประเทศเพื่อนบ้านจะมาก่อน เพราะประเทศเพื่อนบ้านเป็นพื้นฐาน ไทยจะร่วมมือกับนานาประเทศ ปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ ทุนเทา และอาชญากรรมข้ามชาติ" เขาบอก พร้อมเสริมว่า ด้วยการทำเช่นนี้ ไทยจะกลับมามีบทบาทสำคัญในภูมิภาค เหมือนที่เคยเป็นมาก่อน

"ไทยจะกลับมามีบทบาทนำในอาเซียน เหมือนที่เคยทำ คือการที่ไทยเป็นหนึ่งในประเทศก่อตั้งอาเซียน" พิศาลกล่าว

ศิริกัญญาเสนอวิสัยทัศน์ปฏิรูประบบราชการ "มีเรา รัฐไม่เทา"

.

ที่มาของภาพ, People's party

อีกภารกิจของพรรค ปชน. คือการปฏิรูประบบราชการให้โปร่งใส โดยแกนนำของทีมบริหารด้านนี้คือ ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่สอง

ศิริกัญญากล่าวปราศรัยระบุว่า "ขอโอกาสให้ได้ไปจับงบประมาณของพรรคประชาชน" พร้อมเสนอนโยบาย "รัฐทันโลก" ด้วยการทำให้รัฐลดขนาด (lean) และสะอาด (clean)

"ถ้ารัฐไม่ลีน ก็จะคลีนลำบาก เพราะนั่นจะเป็นการไปยุ่งกับชามข้าวบางคนตลอดเวลา" เธออธิบาย พร้อมเสนอนโยบาย ได้แก่ การลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เพื่อปิดช่องไม่ให้เกิดการคอร์รัปชัน, รัฐบาลดิจิทัล ปรับสู่รัฐแพลตฟอร์ม, เปิดเผยข้อมูล โปร่งใส, ลดใบอนุญาต ลดดุลพินิจ, สร้างระบบล็อกสเป็กฮั้วประมูล, ปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) ปราบโกง จับพิรุธก่อนทุจริต และปรับแรงจูงใจ ให้คนโกงวงแตก คนแฉได้เงิน

ด้านวรภพ วิริยะโรจน์ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. เสนอแนวนโยบาย "รัฐบาลประชาชน ทุกจังหวัดก้าวหน้า" ด้วยการกระจายอำนาจไปท้องถิ่น เพื่อปลดล็อกศักยภาพของทุกจังหวัดในประเทศไทย ด้วยการเพิ่มรายได้ท้องถิ่น 200,000 ล้านบาทต่อปี พร้อมส่งเสริมระบบขนส่งสาธารณะในท้องถิ่นด้วย

"ให้ทุกจังหวัดมีผู้บริหารที่มาจากการเลือกตั้ง ให้ทุกท้องถิ่น มีงาน มีเงิน มีคน เพียงพอในการดูแลประชาชนให้ทุกเมืองพัฒนาได้เต็มศักยภาพ โดยประชาชนเป็นผู้มีอำนาจและเป็นผู้ตัดสินใจด้วยตนเอง" วรภพ กล่าว

นโยบายรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า 100 วันแรก พร้อมแจกเดือนละ 600 บาท เด็กแรกตั้งครรภ์จนถึง 6 ขวบ

น.ส.ณัฐยา บุญภักดี ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ผู้ที่พรรควางตัวไว้เป็นทีมบริหารด้านคุณภาพชีวิต เสนอนโยบายพัฒนาคุณภาพชีวิต แบบ "เกิดดี อยู่ดี จากไปอย่างมีศักดิ์ศรี" ด้วยระบบสวัสดิการถ้วนหน้า โดยณัฐยาได้นำเสนอนโยบายด้านคุณภาพชีวิตตามแต่ละช่วงวัยดังนี้

  • ภายใน 100 วันแรกของ "รัฐบาลประชาชน" คุณแม่ตั้งท้องที่มีอายุครรภ์ 5 เดือน รัฐจะโอนเงิน 600 บาทเข้าบัญชีทุกเดือนแบบถ้วนหน้า ไปจนลูกอายุ 6 ปี โดยสวัสดิการนี้จะขยับตัวเงินเป็น 1,200 บาทต่อเดือนภายใน 4 ปีหาก ปชน. เป็นรัฐบาล
  • เมื่อเด็กเกิด แม่จะได้รับวงเงิน 3,000 บาท นำไปเลือกซื้อผลิตภัณฑ์หรือสินค้าจากแพลตฟอร์มของรัฐบาลเพื่อเป็น "กล่องรับขวัญเด็กแรกเกิด"
  • ช่วยเหลือพ่อแม่วัยทำงาน ด้วยการตั้งศูนย์ดูแลเด็กอ่อนในชุมชน พร้อมดูแลเด็กตั้งแต่อายุ 4 เดือนเพื่อช่วยให้พ่อแม่ทุกคนไปทำงานอย่างสบายใจว่าลูกจะได้รับการดูแลที่ดีมีคุณภาพ โดยเวลาเปิด-ปิด อิงตามเวลาทำงานของพ่อแม่
  • นโยบาย "เรียนฟรีมีคุณภาพ" มีระบบรถรับ-ส่งนักเรียนรองรับในกรณีที่โรงเรียนถูกควบรวมและอยู่ห่างไกล พร้อมเพิ่มงบประมาณอาหารกลางวันเพื่อโภชนาการที่ดีขึ้น
  • ในช่วงวัยท้ายของชีวิต รัฐจะมีระบบการดูแลที่ยืดหยุ่นสำหรับผู้ป่วยภาวะพึ่งพิง สามารถเลือกรับการดูแลได้อย่างยืดหยุ่น เช่น เลือกรับการดูแลที่บ้าน อาจให้ญาติหรือลูกหลานที่ต้องออกจากงาน สามารถไปอบรมเพิ่มเติมเพื่อให้ดูแลผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้น ได้คูปองเป็นรายได้ไม่น้อยกว่า 6,000 บาท หรือสามารถเลือกรับการดูแลแบบเช้าไปเย็นกลับจากศูนย์ในชุมชน หรือเลือกการดูแลระยะยาวในสถานบริการสำหรับผู้ป่วยภาวะพึ่งพิง

เดชรัตเสนอวิสัยทัศน์พลิกโฉมการเกษตรไทย

เดชรัต สุขกำเนิด นักเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร รับหน้าที่เสนอนโยบายด้านเกษตร เพื่อ "พลิกโฉมชนบทไทย ปฏิรูปที่ดินครั้งใหญ่ เกษตรยุคใหม่ยั่งยืน" ด้วย 4 นโยบายหลักคือ

  • พัก/ปรับ โครงสร้างหนี้เกษตรกรสูงวัย และเน้นการสร้างรายได้ระยะยาว
  • เกษตร ผสมผสาน ตลาดท้องถิ่น เพื่อรับความแปรปรวนของโลจิสติกส์ยุคใหม่
  • ลดต้นทุน และเพิ่มผลิตภาพสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐาน
  • ช่วยเกษตรกรเข้าถึงทุน แปรรูปสินค้าให้เป็นแบบพรีเมียม และเข้าถึงตลาด

เดชรัตอธิบายว่าปัญหารากฐานของภาคการเกษตรและชนบท คือการขาดความมั่นคง ทั้งไม่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน เผชิญความผันผวนของสภาพแวดล้อม ภัยพิบัติ หรือภาวะตลาดและราคาที่แปรปรวน เขาจึงตั้งใจเข้ามาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เปลี่ยนการช่วยเหลือแบบให้เปล่าที่ใช้งบประมาณปีละ 50,000-100,000 ล้านบาท มาเป็นการช่วยเหลือแบบมีเป้าหมาย ให้ชนบทมีผลิตภาพมากขึ้น

"พรรคประชาชนได้จัดเตรียมทางเลือกเชิงนโยบายที่หลากหลาย ตั้งแต่การสร้างความมั่นคงในที่ดิน จะมีการเร่งรัดการออกโฉนดที่ดินในพื้นที่ที่ไม่มีข้อพิพาท ปฏิรูปกฎหมายที่ดินและป่าไม้ให้มีความเป็นธรรม ปรับเปลี่ยนลักษณะของเอกสารสิทธิ์ที่มีหลากหลายให้เป็นโฉนดทั้งหมด จะมีกองทุนเร่งรัดการพิสูจน์สิทธิ์ในที่ดิน" เขากล่าว

สุรเชษฐ์เสนอปรับแผนการลงทุนคมนาคม "ไม่เอาอีกแล้วบุรีรัมย์นำโด่ง"

ด้าน สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ประกาศนโยบาย "Orange Mega Projects โครงสร้างพื้นฐาน-โลจิสติกส์" ด้วยการพัฒนาประเทศทั่วทุกพื้นที่ไม่กระจุกตัวดังเช่นที่ผ่านมาที่งบประมาณด้านคมนาคมกระจุกตัวอยู่เพียงแค่ไม่กี่จังหวัด

"ไม่เอาอีกแล้วบุรีรัมย์นำโด่ง" สุรเชษฐ์ กล่าวช่วงหนึ่ง

เขาเสนอการลดโครงการขนาดใหญ่ให้น้อย โดยระบุว่าหากไทยลดโครงการการขนาดใหญ่ลงเพียงหนึ่งเส้นทาง ประเทศจะประหยัดเงินได้ 5 แสนล้านบาท "ซึ่งมากพอสำหรับการพัฒนาระบบคมนาคมใน 15 หัวเมือง หัวเมืองละ 20,000 ล้านบาท และยังเหลือเงินอีก 200,000 ล้านบาทไปพัฒนาคุณภาพชีวิตในด้านอื่น"

ด้าน มณิศรา บารมีชัย หนึ่งในทีมบริหารรัฐบาลประชาชนเสนอการพัฒนาระบบโลจิสติกส์แบบเชื่อมโยงทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบราง เรือ เครื่องบิน และด่านชายแดน โดยสิ่งแรกที่รัฐบาลประชาชนต้องทำคือการพัฒนาโครงข่ายทางราง พัฒนาระบบทางคู่ เพื่อให้สามารถขนส่งสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง และเน้นการพัฒนาสาธารณูปโภคประกอบ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์เปลี่ยนถ่ายการขนส่งทางราง ที่จะทำให้เกิดการขนส่งการสินค้าจากถนนไปสู่รางได้อย่างต่อเนื่อง

"มีส้ม ไม่มีเทา มีเรา ไม่มีตั๋วตำรวจ" ปฏิรูปตำรวจใน 12 เดือน

ขณะเดียวกัน พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) พรรค ปชน. ซึ่งถูกวางตัวเป็นรองนายกรัฐมนตรีด้านประชาธิปไตยและความมั่นคงใหม่ เสนอรื้อโครงสร้างตำรวจ 3 ขั้นตอน "ปราบ ปรับ ปฏิรูป" เพื่อให้ตำรวจรับใช้ประชาชนอย่างแท้จริงและยั่งยืน

พิจารณ์ระบุว่า รัฐบาลประชาชนจะปราบตั๋วตำรวจ การแต่งตั้งโยกย้ายต้องโปร่งใสเป็นธรรม

"เราต้องติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูก มีส้ม ไม่มีเทา มีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ตั๋วตำรวจไม่มีแน่นอน... มีส้ม ไม่มีเทา มีเรา ไม่มีตั๋วตำรวจ" พิจารณ์กล่าว

เขาเสนอการแก้ปัญหา "ตั๋วตำรวจ" ด้วยระบบประเมิน 360 องศา โปร่งใส ครอบคลุม 6 ด้าน ได้แก่ คะแนนอาวุโส, คะแนนสอบข้อเขียน ทดสอบร่างกาย, คะแนนความประพฤติ, คะแนนจากรางวัลที่เคยได้รับในอดีต, คะแนนจากการประเมินของผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา และเพื่อนร่วมงาน และคะแนนจากการให้ความเห็นของประชาชน

"รัฐบาลประชาชนจะทำนโยบายนี้ให้สำเร็จภายใน 12 เดือนที่เป็นรัฐบาล" พิจารณ์กล่าว

.

ที่มาของภาพ, People's party

ด้านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ ประกาศนโยบายปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและกลุ่มทุนสีเทา เขาบอกว่าสแกมเมอร์เหมือน "ซอมบี้" ที่ฆ่าไม่ตายตราบใดที่เส้นทางการเงินยังเคลื่อนไหวได้

แนวนโยบายเพื่อแก้ปัญหาหยุดธุรกิจทุนเทาที่วิโรจน์เสนอ มีตั้งแต่การอายัดบัญชีม้า-ซิมม้าทันที, จัดตั้ง "ศูนย์วิชาการปราบสแกมเมอร์แห่งชาติ" เชื่อมโยงข้อมูลตำรวจ อัยการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสรรพากร เพื่อยึดทรัพย์ให้รวดเร็ว, ปรับปรุงกฎหมายฟอกเงินเพื่อยึดทรัพย์เครือข่ายทั้งหมดมาตั้งกองทุนชดเชย เยียวยาผู้เสียหาย และยกระดับไทยเป็นผู้นำอาเซียน ร่วมมือกับมหาอำนาจอย่าง สหรัฐฯ จีน อังกฤษ ญี่ปุ่น เพื่อส่งผู้ร้ายข้ามแดนและตามยึดทรัพย์สินในต่างแดน

"ขอยืนยันว่า ผมและเพื่อนร่วมงาน ตลอดจนนายกรัฐมนตรีที่ชื่อณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จะไล่ล่ามันมาลงโทษให้ได้ ได้เวลารัฐบาลประชาชนทำให้บัญชีเงินฝากของประชาชนปลอดภัย โทรศัพท์ที่พกพาไปไหนมาไหนไม่ได้พกพาโจรไปด้วย ได้เวลาปกป้องประเทศ ได้เวลาปกป้องประชาชนจากมาเฟียข้ามชาติ" วิโรจน์ กล่าวทิ้งท้าย