"แม่หลวงที่มีพระมหากรุณาธิคุณมากเกินกว่าคำบรรยาย" ภาพทรงจำและความรู้สึกของพสกนิกรต่อสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
วันนี้ (26 ต.ค.) ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง พสกนิกรชาวไทยทยอยเดินทางมาเพื่อเข้าถวายน้ำสรงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตั้งแต่ช่วงเช้า
ทันทีที่สำนักพระราชวังเปิดประตูมณีนพรัตน์ในเวลา 08.00 น. ข้าราชการ คณะบุคคลและประชาชนต่างสวมใส่ชุดดำไว้ทุกข์ เดินทางมาต่อแถวเพื่อเข้าถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ และลงนามถวายความอาลัยกันอย่างต่อเนื่อง
ก่อนหน้านี้เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่บริเวณท้องสนามหลวงเพื่อตรวจความเรียบร้อย และสำรวจเส้นทางโดยรอบพื้นที่เพื่อเตรียมการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ

ที่มาของภาพ, Napasin Samkaewcham/BBC Thai
บรรยากาศในช่วงเช้า ณ บริเวณพระบรมมหาราชวัง เป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย โดยมีเจ้าหน้าที่ และจิตอาสาคอยบริการอาหาร น้ำดื่ม และจัดลำดับคิวประชาชนที่มารอเข้าถวายน้ำสรงพระบรมศพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์
ขณะที่ประชาชนที่เดินทางมาร่วมกันใส่ชุดไว้ทุกข์สีดำ บางคนนำพระฉายาลักษณ์ติดตัวมาด้วย และบรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า
ด้านพื้นที่ริมถนนราชดำเนินมีประชาชนเริ่มจับจองพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อรับเสด็จขบวนพระบรมศพ ซึ่งจะเริ่มเคลื่อนจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์มายังพระบรมมหาราชวังในเวลาประมาณ 16.00 น.
"อยากจะอยู่ใกล้ชิดกับพระองค์ท่านให้นานที่สุด"
"เหมือนเราสูญเสียพ่อแม่ปู่ย่าตายาย ในความรู้สึกของเราท่านก็เป็นแม่ของแผ่นดินที่เรารักมาก" ปริยากร เรืองเจริญ เจ้าของธุรกิจ ชาวกรุงเทพฯ วัย 56 ปี กล่าวกับบีบีซีไทย
เธอคือหนึ่งในผู้เดินทางมาเพื่อเข้าถวายน้ำสรงพระบรมศพสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงในวันนี้ (26 ต.ค.) ตั้งแต่ช่วงเช้า 8.00 น. โดยเธอบอกถึงความรู้สึกเมื่อได้ทราบข่าวการสวรรคตของพระองค์ท่านว่า เธอพยายามตรวจสอบว่าข่าวประกาศเป็นความจริงหรือไม่ เพราะใจเธอ "ไม่อยากจะให้เป็น [เรื่อง] จริง"
ในวันนี้ ปริยากรเดินทางมาที่พระบรมมหาราชวัง เพราะ "อยากจะอยู่ใกล้ชิดกับพระองค์ท่านให้นานที่สุด ให้ได้มากที่สุด"
เธอบอกด้วยว่าเคยมีโอกาสรับเสด็จสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว โดยในเวลานั้นเธอ "ชื่นชมพระบารมีท่านมาก" เพราะประทับใจในตัวพระองค์
"ประทับใจตลอดเวลาที่ท่านห่วงใยประชาชนคนไทย ท่านก็สนับสนุนงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตลอด [รัชกาลที่ 9] อยู่เคียงข้างกันตลอด ท่านเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง มีพระเมตตาอย่างมาก" ปริยากรกล่าว พร้อมระบุถึงพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระพันปีหลวงที่เธอจดจำไม่ลืม
"ท่านพยายามช่วยเหลือชาวบ้านให้มีอาชีพ และพยายามส่งเสริมวัฒนธรรม ฟื้นฟูการแต่งกายของคนไทยให้มีเอกลักษณ์" พร้อมกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า "พระองค์ท่านรักคนไทยมาก รักแบบไม่มีข้อแม้... ท่านอยู่ในใจของคนไทยทุกคน"

ที่มาของภาพ, Napasin Samkaewcham/BBC Thai
พสกนิกรชาวไทยอีกคนที่เดินทางมาที่พระบรมมหาราชวังเพื่อเข้าถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ คือ คุณยายนิยม ชูรัตน์ วัย 66 ปี จาก จ.สกลนคร เธอบอกว่าเดินทางไกลมาจากภาคอีสานมากับหลานชายเพราะ "ยายอยากมากราบ มารดน้ำท่าน"
เธอเล่าว่าเมื่อทราบข่าวการเสด็จสวรรคตของพระองค์ เธอก็รู้สึกเหมือนกับ "ขาดที่พึ่งไปอีกแล้ว" เพราะพระองค์ท่าน "เป็นเหมือนศูนย์รวมจิตใจของคนไทย"
เธอเล่าด้วยว่าเธอเคยเป็นสมาชิกทอผ้ากับสมาคมสตรีใน จ.สกลนคร และเคยทอผ้าส่งให้สมเด็จพระพันปีหลวง นิยมกล่าวว่า "ไม่ว่าผ้าที่ทอจะสวยหรือไม่สวย ท่านก็จะส่งเงินมาให้เสมอ"
ในชีวิตนี้คุณยายนิยม เคยรับเสด็จสมเด็จพระพันปีหลวงเพียงครั้งเดียวในโครงการทอไหม แต่นั่นก็เพียงพอที่ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเอง "มีบุญที่ได้เฝ้าใกล้ ๆ ท่าน" เพราะพระองค์ท่าน "เก่ง มีเมตตา และใจดี" นั่นทำให้วันนี้เธอตัดสินใจ "ขอมาถวายความจงรักภักดี" ด้วยตัวเธอเอง

ที่มาของภาพ, Napasin Samkaewcham/BBC Thai
นอกจากพสกนิกรชาวไทยแล้ว บีบีซีไทยยังได้พูดคุยกับชายต่างชาติชาวโรเมเนีย ซึ่งนั่งต่อแถวเพื่อร่วมเข้าถวายน้ำสรงพระบรมศพ ในช่วงเช้าวันนี้ด้วย
คอสมิน ดุมิทรัส วัย 44 ปี ทำงานในประเทศไทยมาได้ราว 1 ปี เขาบอกเล่าถึงเหตุผลที่เดินทางมาในวันนี้ เพราะเขาทราบดีว่า "นี่คือช่วงเวลาที่สำคัญของประเทศไทย"
คอสมินบอกว่า เขารู้เรื่องราวของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากการที่พระองค์ท่าน "ช่วยส่งเสริมศิลปะ และฟื้นฟูวัฒนธรรมของประเทศไทย"
ชาวโรมาเนียผู้นี้เปิดเผยว่าชื่อของพระองค์ท่านถูกพบได้ตามสถานที่ต่าง ๆ ในประเทศไทย เช่น สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ หรือหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ และนั่นเป็นหลักฐานว่า "พระองค์ท่านเป็นมากกว่าราชินี พระองค์ท่านทรงทำมากกว่าบทบาทปกติของการเป็นราชินี"
ในความคิดของเขา พระนามของพระองค์ท่านก็น่าประทับใจมากเช่นกัน
"มันน่าทึ่งมากที่ชื่อของพระองค์ท่านคือ สมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวง (queen mother) นั่นก็ชัดเจนว่าการเป็นราชินีของพระองค์ไม่ใช่เพียงแต่เป็นเรื่องของบทบาทหน้าที่ แต่พระนามทรงสื่อถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง [กับพสกนิกรชาวไทย]" คอสมินกล่าว
คอสมินยังเผยด้วยว่า สำหรับคนต่างชาติต่างภาษาอย่างเขา การที่เห็นเพื่อนคนไทยของเขา "สะเทือนใจ" จากข่าวการเสด็จสวรรคตของพระองค์ท่านก็ทำให้เขา "รู้สึกอ่อนไหวไปกับเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน"

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ขณะที่บริเวณพื้นที่ริมถนนราชดำเนิน ก็มีประชาชนเริ่มจับจองพื้นที่เพื่อรับเสด็จขบวนพระบรมศพ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งจะเริ่มเคลื่อนพระบรมศพจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์มาสู่พระบรมมหาราชวัง ในเวลาประมาณ 16.00 น.
หนึ่งในพสกนิกรที่มาจองพื้นที่ตั้งแต่เวลาเช้ามืดของวันนี้ คือ นายศุภนัฐ ฉัตรณรงค์ชัย ผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว จาก จ. นนทบุรี เขาบอกว่าเขามาในวันนี้ด้วยความรู้สึก "ตื้นตัน แต่จุกในอก" เพราะ "ครั้งหนึ่งเราเคยเห็นพระองค์ท่าน แต่พอพระองค์ท่านเสด็จสวรรคตจากไป เราก็ทำใจยากตอนนี้"
สาเหตุที่รู้สึกเช่นนั้น ศุภนัฐบอกว่าเป็นเพราะพระองค์ท่านเปรียบเสมือนกับ "สมมติเทพ"
"ท่านทำเพื่อคนไทย เราจดจำมาตั้งแต่เด็ก ๆ... พระองค์ท่านเป็นสมมติเทพ ช่วยเหลือราษฎรที่ตกทุกข์ได้ยาก โดยเฉพาะเรื่องที่ท่านช่วยชาวอีสานที่ทอผ้าไหม ให้ชาวบ้านมีกินมีใช้" เขากล่าว
นายศุภนัฐ บอกด้วยว่าพระองค์ท่านต่างจากราชินีของประเทศอื่น ๆ เพราะ "พระองค์ท่านทรงสัมผัส ช่วยเหลือ และเข้าถึงประชาชนมาก... ที่ไหนทุรกันดารท่านก็เข้าถึงและทำให้ที่นั่นเจริญรุ่งเรือง"
เขาเองก็เคยรับเสด็จพระองค์ท่านเช่นกัน เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2565 ที่โรงพยาบาลศิริราช ก่อนกล่าวย้อนความทรงจำครั้งนั้นว่า เมื่อครั้งที่ "ท่านเสด็จลงมา ท่านก็โบกพระหัตถ์ ท่านก็ยิ้มทักทายประชาชน เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยครับตอนนั้น และเป็นครั้งเดียว"
ด้วยความจริงที่ว่าการรับเสด็จครั้งนั้นจะเป็นการรับเสด็จพระองค์ท่านครั้งสุดท้ายของชายวัย 38 ปีคนนี้ ก็ทำให้เขา "พูดไม่ออก"
"วันนี้ไม่มีท่านแล้ว เราก็ต้องสู้ต่อ" เขากล่าวน้ำเสียงสั่นเครือ ก่อนจะกล่าวทิ้งท้ายว่า "พระองค์ท่านเปรียบเสมือนแม่ของแผ่นดิน ท่านทำเพื่อคนไทยไม่มีข้อแม้ใด ๆ ไม่มีความเหนื่อย... ท่านเป็นแม่หลวงที่มีพระมหากรุณาธิคุณมากเกินกว่าคำบรรยาย หาผู้ใดเปรียบเปรยไม่ได้"

ที่มาของภาพ, Napasin Samkaewcham/BBC Thai

ที่มาของภาพ, Thai News pix

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ที่มาของภาพ, Thai News Pix











