“สภาประนอมอำนาจเพื่อดับวิกฤตของสังคมไทย” มงคล สุระสัจจะ โชว์วิสัยทัศน์ก่อนวุฒิสภาโหวตเลือกเป็นประธาน สว.

ว่าที่ประธาน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ว่าที่ประธานและรองประธานวุฒิสภา - บุญส่ง มงคล และ พล.อ.เกรียงไกร (จากซ้ายไปขวา)
    • Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
  • เวลาอ่าน: 4 นาที

ที่ประชุมวุฒิสภามีมติ 159 เสียง เลือกนายมงคล สุระสัจจะ เป็นประธานสภาสูง แบบไม่พลิกโผ ด้วยคะแนนทิ้งห่างคู่แข่งขันถึง 5 เท่าตัว โดย สว. ที่เป็นแคนดิเดตอีก 2 คน มีคะแนนรวมกันเพียง 32 เสียงเท่านั้น

นายมงคล สว. จาก จ.บุรีรัมย์ วัย 72 ปี ซึ่งใช้เวลาการทำงานเกือบทั้งชีวิตในฐานะข้าราชการกระทรวงมหาดไทย จะทำหน้าที่บนบัลลังก์สภาสูงไป 5 ปี ตามวาระในการดำรงตำแหน่งของ สว. ชุดที่ 13 ทั้ง 200 คน ซึ่งจะไปสิ้นสุดลงในเดือน ก.ค. 2572

ขณะที่ตำแหน่งรองประธานวุฒิสภาอีก 2 คนคือ พล.อ. เกรียงไกร ศรีรักษ์ กับนายบุญส่ง น้อยโสภณ ก็ล้วนแต่เป็นชื่อที่ปรากฏตามโผ “สว. สีน้ำเงิน” และได้รับแรงสนับสนุนจากเพื่อน สว. ไม่ต่ำกว่า 150 เสียงเช่นกัน โดยแคนดิเดตทั้ง 3 ตำแหน่งต่างเป็นผู้เสนอชื่อกันไปมา

แม้เป็นการลงมติลับซึ่งไม่มีทางรู้ว่าใครโหวตเลือกใคร แต่คะแนนเสียงที่นายมงคลกับพวกได้รับ ซึ่งออกมาแบบ “ไม่แตกแถว” แสดงให้เห็น “ความเป็นเอกภาพ” และ “ความมีอยู่จริง” ของ สว. สีน้ำเงิน ตามที่มีการประเมินกันไว้มียอดราว 150 คน ซึ่งคิดเป็น 3 ใน 4 ของวุฒิสภาทั้งหมด

การประชุมวุฒิสภาครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เกิดขึ้นที่ห้องประชุมจันทรา อาคารรัฐสภา เกียกกาย วันนี้ (23 ก.ค.) โดยมี พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี สว.กลุ่ม 20 (กลุ่มอื่น ๆ) ซึ่งเป็นผู้อาวุโสสูงสุดด้วยวัย 78 ปี ขึ้นทำหน้าที่ประธานชั่วคราวของที่ประชุม ก่อนโหวตเลือกประธานตัวจริง ซึ่งมีแคนดิเดตรวม 3 ราย

พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ สว. กลุ่ม 1 (กลุ่มบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง) จากกลุ่มที่ถูกขนานนามว่า “สว. สีน้ำเงิน” เป็นผู้เสนอชื่อเพื่อนร่วมกลุ่มอย่างนายมงคล สุระสัจจะ สว. กลุ่ม 1 (กลุ่มบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง) ให้ดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภา โดยมีผู้รับรองไม่น้อยกว่า 10 คน ตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2562

โดยมีผู้ท้าชิงเก้าอี้อีก 2 คนคือ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. กลุ่ม 18 (สื่อสารมวลชน ผู้สร้างสรรค์วรรณกรรม) สมาชิกกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “สว. พันธุ์ใหม่” กับ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. กลุ่ม 4 (กลุ่มการสาธารณสุข) ผู้ประกาศตัวเป็น “สว. สีขาว” ทำให้แคนดิเดตทั้งหมดคนต้องแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุม

แคนดิเดตชิงประธานวุฒิสภา

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภากำหนดให้ผู้ได้คะแนนสูงสุดและมีคะแนนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม เป็นผู้ได้รับเลือกเป็นประธานวุฒิสภา

จากนั้นเป็นการลงคะแนนลับของสมาชิก ด้วยการเขียนชื่อผู้ประสงค์จะเลือกลงบนแผ่นกระดาษ ใส่ซองที่เจ้าหน้าที่จัดให้ แล้วเรียกชื่อสมาชิกตามลำดับอักษรมาลงคะแนนเป็นรายคน ก่อนตรวจนับคะแนน

ผลปรากฏว่า นายมงคลได้รับคะแนนสนับสนุนท่วมท้นถึง 159 เสียง จึงได้เป็นประธานสภาสูงไปตามคาด

ขณะที่ น.ส.นันทนา ได้เสียงสนับสนุน 19 เสียง และ นพ.เปรมศักดิ์ ได้ 14 เสียง

นอกจากนี้ยังมีผู้งดออกเสียง 4 คน และมีบัตรเสีย 5 ใบ

ลงคะแนน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ที่ประชุมใช้เวลาราว 1 ชม. ครึ่ง ในกระบวนการเลือกประธานสภาสูง นับตั้งแต่เริ่มให้สมาชิกลงคะแนนจนถึงประธานประกาศผลคะแนน

วิสัยทัศน์แคนดิเดตชิงเก้าอี้ประธานวุฒิฯ

ก่อนลงมติเลือกประมุขสภาสูง ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภากำหนดให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุม ซึ่งปรากฏว่าต้องลงมติตัดสินกันตั้งแต่ยกนี้ว่าจะให้เวลาแสดงวิสัยทัศน์ 5 หรือ 7 นาที ซึ่งปรากฏว่าเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบให้ใช้เวลา 5 นาที

มงคล บอก "เป็นคนไม่มีเส้นสาย"

นายมงคล วัย 72 ปี กล่าวว่า นับตั้งแต่บรรจุเป็นข้าราชการกระทรวงมหาดไทยในตำแหน่งปลัดอำเภอ สำนึกว่าแผ่นดินนี้ได้ให้โอกาสเขามากมายเหลือเกิน จึงตั้งปณิธานไว้อย่างแน่วแน่ว่าจะอุทิศชีวิตตอบแทนประชาชน รักษาสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ “เป็นปณิธานที่แน่วแน่ยึดมั่นมาตลอดตั้งแต่รับราชการถึงปัจจุบัน และจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงจนกว่าชีวิตจะหาไม่”

อดีตผู้ว่าฯ บุรีรัมย์, อดีตอธิบดีกรมการปกครอง และอดีตประธานคณะทำงาน รมช.มหาดไทย (ทรงศักดิ์ ทองศรี) บอกว่า ที่ลงสมัคร สว. เพราะหวังจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ทำงานเพื่อชาติ รับใช้ประชาชน และแก้ปัญหาของคนในชาติในช่วงเวลาที่เป็นวิกฤตที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย

สว. เข้าทักทายและแสดงความยินดีกับ มงคล สุระสัจจะ หลังได้รับเลือกให้เป็นประธานวุฒิฯ คนใหม่ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, สว. เข้าทักทายและแสดงความยินดีกับ มงคล สุระสัจจะ หลังได้รับเลือกให้เป็นประธานวุฒิฯ คนใหม่ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น

เขายังพูดถึงการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ โดยต้องการให้ประเทศไทย-คุณภาพชีวิตของคนไทยไปสู่สิ่งที่ดีกว่าและดีขึ้นทุกมิติ และอยากเห็นสังคมไทย คนไทยเป็นหนึ่งเดียวกัน

“เราเห็นต่างกันได้ แต่ต้องไม่สร้างความแตกแยก เราจะเริ่มต้นจากความเป็นหนึ่งเดียวของวุฒิสภาแห่งนี้ วุฒิสภาเป็นองค์กรด้านนิติบัญญัติ เป็นองค์กรที่จะนำพาสังคมไทยเดินหน้าไปได้ด้วยสันติวิธี รวมถึงการมีรัฐธรรมนูญที่เหมาะสม สอดคล้องกับประเทศไทยและคนไทยอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นภารกิจของพวกเราทุกคนในฐานะ สว.” นายมงคลกล่าว

ข้าราชการวัยเกษียณผู้ผันตัวมาเป็นนักการเมืองเต็มขั้น ยังไล่เรียงฉากชีวิตของตัวเอง โดยเปรียบเปรยว่า มาจากก้อนดินทราย เป็นเด็กวัด เรียนอาชีวะ จึงเข้าใจความยากจนข้นแค้น ความเป็นคนไม่มีเส้นสาย และบอกด้วยว่าเขาเติบโตมาในราชการด้วยการทำงานอย่างหนัก มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ในการประสานงาน และมีเพื่อนอยู่ทุกหมู่เหล่า ดังนั้นเชื่อว่าสามารถจะเข้าใจและทำงานร่วมกับทุกคนได้

ไม่ว่าใครจะว่าวุฒิสภาชุดปัจจุบันอย่างไร แต่ในสายตานายมงคลเห็นว่า เป็นครั้งแรกที่รัฐธรรมนูญ 2560 ปฏิรูปใหญ่ทำให้เป็น “สภาของคนทุกหมู่เหล่า” แบ่งเป็น 20 อาชีพ เป็นครั้งแรกที่เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาทำหน้าที่แทนกลุ่มอาชีพของตน ประชาชนได้เข้ามาทำหน้าที่เพื่อประชาชน

หากได้รับเลือกให้เป็นประธานวุฒิสภา เขาลั่นวาจาไว้ว่า จะปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ข้อบังคับต่าง ๆ ธรรมเนียมปฏิบัติด้านนิติบัญญัติอย่างเต็มสติปัญญา เต็มความรู้ความสามารถ

“ผมพร้อมใช้ความรู้และประสบการณ์ที่มีอยู่ประสานงานกับทุกท่านให้เป็นเนื้อเดียวกันให้เร็วที่สุด และจะขอเชิญทุกคนมาช่วยงานกัน ก้าวเดินไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้วุฒิสภาแห่งนี้บรรลุผลความเป็นสภาของสามัญชน เป็นสามัญชนจากกลุ่มอาชีพต่าง ๆ เป็นสภาประนอมอำนาจเพื่อดับวิกฤตของสังคมไทย” นายมงคลกล่าวทิ้งท้าย

นันทนา "อาสาเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง"

ขณะที่ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส วัย 61 ปี เสนอฟื้นฟูภาพลักษณ์ของ สว. ยุคใหม่ให้เป็น “วุฒิสภาของประชาชน” ภายใต้แนวทาง 5 ส คือ 1. สัมพันธ์ ต้องยึดโยงกับประชาชนทุกกลุ่ม เปิดพื้นที่สภาให้ประชาชนเข้าถึงได้ และเป็นวุฒิสภาเชิงรุกจัดรายการ “สว. เข้าหาประชาชน” 2. สื่อสาร ผ่านการถ่ายทอดสดการประชุมวุฒิสภาและกรรมาธิการทุกคณะ ยึดหลัก “สว. รู้อะไร ประชาชนรู้อย่างนั้น” 3. สร้างสรรค์ ทำงานอย่างสร้างสรรค์โปร่งใสตรวจสอบได้ สภาเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของบ้านเมืองมีอำนาจเรียกเจ้าหน้าที่รัฐและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมาตอบกระทู้ถาม 4. สมดุล สร้างสมดุลให้สังคมเปิดกว้างทุกศาสนา เปิดพื้นที่ให้ความหลากหลายทางเพศ เคารพสิทธิมนุษยชน 5. สากล วุฒิสภาชุดใหม่จะต้องเป็นที่ยอมรับของนานาอาอารยะประเทศ มีกฎระเบียบข้อบังคับเป็นมาตรฐานประชาธิปไตยและเป็นแบบมาตรฐานของอาเซียน ทำให้ไทยได้ยืนอย่างสง่างามบนเวทีโลก

นันทนา

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, นันทนา นันทวโรภาส ใช้เวลา 5 นาทีเศษในการแสดงวิสัยทัศน์

ในช่วงท้าย สว. หญิง ผู้เป็นอดีตคณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง ม.เกริก ยังกล่าวเรียกร้องเพื่อน สว. ว่าการลงมติวันนี้จะเป็นการชี้ชะตาของ สว. ซึ่งเลือกได้ว่าจะเป็นตำนานสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวุฒิสภาในฐานะผู้ผลักดันการเปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัย 5 ปี เป็นสภาแห่งความหวัง ความศรัทธา จึงขออาสาเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงนี้ในบทบาทประธานวุฒิสภา

หมอเปรม ห่วง "สภาใบสั่ง สภารีโมต สภาหวยล็อก สภาบล็อกโหวต”

นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ อาสาเข้ามาทำหน้าที่ประธานวุฒิสภาเพื่อแก้ไขภาพลักษณ์และสิ่งที่ปรากฏเป็นภาพลบ หลังเสียงวิพากษ์วิจารณ์วุฒิสภาว่าไม่ตรงปก มีการครอบงำจากกลุ่มนั้นกลุ่มนี้สีนั้นสีนี้ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อ สว.

สว. ซึ่งเคยเป็น อดีต สส.ขอนแก่น พรรคไทยรักไทย เปรียบเปรยว่า ในการกลัดกระดุมเสื้อเม็ดแรก หากกลัดผิดก็จะผิดทั้งหมด ดังนั้นการกลัดกระดุมเม็ดแรกของ สว. ต้องเป็นอิสระ เป็นกลาง ไม่ถูกครอบงำไม่ว่าจากพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลหรือพรรคการเมืองฝ่ายค้าน

“หลายคนวิจารณ์เรื่องที่มา ซึ่งห้ามยาก เพราะเรามาแล้ว แต่ที่ไป 5 ปีนับจากนี้ หากเลือกที่จะเป็นกลางและเป็นอิสระก็จะได้รับความชื่นชมจากประชาชน แต่ถ้าเลือกอีกด้านหนึ่งจะถูกตราหน้าว่าเป็นสภาใบสั่ง สภารีโมต สภาหวยล็อก สภาบล็อกโหวต” นพ.เปรมศักดิ์กล่าวและ ขออย่ามองผู้สมัครคนอื่นเป็นไม้ประดับ เพราะประชาชนจับตาดูอยู่

บิ๊กเกรียง ลั่น “ปกป้องสถาบันฯ จนกว่าชีวิตจะหาไม่”

จากนั้นที่ประชุมได้เลือกรองประธานวุฒิสภาต่อ โดยนายบุญส่ง น้อยโสภณ สว. กลุ่ม 2 (กลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม) ซึ่งมีชื่อติดโผรองฯ 2 ของกลุ่ม สว. สีน้ำเงิน เสนอชื่อ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ สว. กลุ่ม 1 (กลุ่มการบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง) เป็นรองประธานวุฒิสภา คนที่ 1

โดยมีคู่แข่งอีก 3 คน ได้แก่ นายแล ดิลกวิทยรัตน์ สว. กลุ่ม 7 (กลุ่มพนักงาน หรือลูกจ้างของบุคคล ซึ่งไม่ใช่ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ) จากกลุ่ม “สว. พันธุ์ใหม่”, นายนพดล อินนา สว. กลุ่ม 8 (กลุ่มผู้ประกอบอาชีพด้านสิ่งแวดล้อม ผังเมือง อสังหาริมทรัพย์ สาธารณูปโภค พลังงาน) จากกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “สว.อิสระ”, นายปฏิมา จีระแพทย์ สว. กลุ่ม 8 (กลุ่มผู้ประกอบอาชีพด้านสิ่งแวดล้อมฯ) ซึ่งไม่เคยปรากฏชื่อในหน้าสื่อมาก่อนว่าสนใจชิงเก้าอี้

ผลปรากฏว่า ที่ประชุมวุฒิสภามีมติเลือก พล.อ.เกรียงไกร เป็นรองประธานคนที่ 1 ด้วยคะแนน 150 เสียง

ส่วนคะแนนของแคนดิเดตรายอื่น ๆ นายนพดลได้ 27 เสียง, นายแลได้ 15 เสียง, นายปฏิมาได้ 5 เสียง นอกจากนี้มีผู้งดออกเสียง 1 คน และมีบัตรเสีย 2 ใบ

บัตรลงคะแนนเลือก "แม่ทัพเกรียง" เป็นรองประธานวุฒิสภา

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, บัตรลงคะแนนเลือก "แม่ทัพเกรียง" เป็นรองประธานวุฒิสภา

ในระหว่างการนับคะแนนเลือกรองประธานคนที่ 1 ได้เกิดปัญหาขึ้น เมื่อกรรมการขานคะแนนและแสดงผลที่หน้าจอจนครบ 200 คะแนนแล้ว แต่ปรากฏว่ามีบัตรลงคะแนนที่ “งดออกเสียง” เหลืออีก 1 ใบ กลายเป็นบัตรที่ 201 อย่างไรก็ตามกรรมการได้ตรวจนับบัตรลงคะแนนทั้งหมดพบว่ามี 200 ใบพอดี ทำให้ประธานประกาศว่า “มีข้อผิดพลาด บัตรครบ แต่ขอให้อ่านคะแนนใหม่” แม้มี สว. บางส่วนเสนอให้ใช้ลัดเพื่อประหยัดเวลา เช่น ให้เจ้าหน้าที่ย้อนดูเทปช่วงขานคะแนนและบันทึกคะแนน, ให้แยกบัตรลงคะแนนเป็น 6 ตะกร้า (แคนดิเดต 4 คน, งดออกเสียง, บัตรเสีย) แล้วให้กรรมการตรวจสอบ แต่ประธานบอกว่า “ถ้าจะทำให้มันผ่าน ๆ ไปคงไม่ถูกต้อง อยากให้กรรมการดำเนินการและแก้ไขให้ถูกต้อง” จึงเริ่มขานคะแนนใหม่ เบ็ดเสร็จแล้วการขานคะแนน 2 รอบ ใช้เวลารวม 1 ชม. 30 นาที โดยคะแนนของนายแลหายไป 1 คะแนน (จากเดิม 16 คะแนน เหลือ 15 คะแนน) และมีบัตรงดออกเสียงมาเพิ่ม 1 ใบ

ก่อนการลงมติ พล.อ.เกรียงไกร วัย 61 ปี แสดงวิสัยทัศน์ไว้ 6 ข้อ โดยข้อแรกระบุว่า “ยึดมั่นความจงรักต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และธำรงไว้ซึ่งการปกครองในระบอกบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เทิดทูนและปกป้องสถาบันอันเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยจนกว่าชีวิตจะหาไม่”

สำหรับ พล.อ.เกรียงไกร เป็น สว. จาก จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งผ่านประสบการณ์การทำงานทหารมาทั้งชีวิต เคยเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ส่วนตำแหน่งล่าสุดคือ ประธานที่ปรึกษา รมว.มหาดไทย (อนุทิน ชาญวีรกูล)

อังคณา นีละไพจิตร สว. พันธุ์ใหม่ พูดคุยกับ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ ก่อนเข้าร่วมประชุมวุฒิสภานัดแรก

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ กับ อังคณา นีละไพจิตร สว. พันธุ์ใหม่ ทักทายและพูดคุยกันก่อนเข้าร่วมประชุมวุฒิสภานัดแรก

บุญส่ง ชี้ “วิสัยทัศน์เป็นเรื่องเล็ก ๆ ประวัติการทำงานสำคัญกว่า”

ต่อมาเป็นการเลือกรองประธานวุฒิสภา คนที่ 2 ที่เป็นการช่วงชิงระหว่างแคนดิเดต 4 คน โดยนายมงคล สุระสัจจะ ที่ได้รับเลือกเป็นประธานตัวจริง เป็นผู้เสนอชื่อนายบุญส่ง น้อยโสภณ สว. กลุ่ม 2 (กลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม) แกนนำกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “สว. อิสระ” แต่เดินสายขอเสียงจากสมาชิกทุกกลุ่ม รวมถึง “ขั้วใหญ่” จน สว. สีน้ำเงินหลีกทางให้ด้วยการงดส่งคนลงชิงเก้าอี้นี้ และสนับสนุนให้เขาขึ้นทำหน้าที่บนบัลลังก์

โดยมี สว. กลุ่มอื่นเสนอผู้ท้าชิงอีก 3 คน ได้แก่ นางอังคณา นีละไพจิตร สว. กลุ่ม 17 (กลุ่มประชาสังคม องค์กรสาธารณประโยชน์) สมาชิกกลุ่ม สว. พันธุ์ใหม่, ทพ.พงษ์ศักดิ์ เกิดวงศ์บัณฑิต สว. กลุ่ม 12 (กลุ่มผู้ประกอบอุตสาหกรรม) รวมถึงนายปฏิมา จีระแพทย์ สว. กลุ่ม 8 (กลุ่มผู้ประกอบอาชีพด้านสิ่งแวดล้อมฯ) ที่แพ้โหวตในการชิงเก้าอี้รองฯ 1 โดยได้คะแนนเพียง 5 เสียงเท่านั้น แต่ผู้เสนอชื่อคนเดิม ก็ยังเสนอชื่อเขากลับมาชิงเก้าอี้รองฯ 2 อีกครั้ง ซึ่งข้อบังคับการประชุมเปิดช่องให้ทำได้

ผลปรากฏว่า ที่ประชุมวุฒิสภามีมติเลือกนายบุญส่งเป็นรองประธานคนที่ 2 ด้วยคะแนน 167 เสียง

ส่วนคะแนนของแคนดิเดตรายอื่น ๆ นางอังคณาได้ 18 เสียง, ทพ.พงษ์ศักดิ์ได้ 8 เสียง, นายปฏิมาได้ 4 เสียง นอกจากนี้มีผู้งดออกเสียง 2 คน จากผู้ลงคะแนนทั้งหมด 199 คน โดยประธานบอกว่ามีสมาชิก 1 คนกลับบ้านไปก่อน

ก่อนการลงมติ นายบุญส่ง สว. จาก จ.ระยอง วัย 75 ปี กล่าวต่อที่ประชุมว่า “วิสัยทัศน์เป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่ประวัติการทำงานและการศึกษาสำคัญกว่า” จากนั้นเขาได้บรรยายสรุปประวัติการทำงานของตัวเองที่เริ่มจากการเป็นทหารอากาศ โอนไปอัยการ ไปเป็นผู้พิพากษาศาล ตุลาการ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และล่าสุดคือเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ กกต. และที่ปรึกษารองประธานวุฒิสภา คนที่ 2 (ศุภชัย สมเจริญ)

เขาย้ำว่า ด้วยประวัติการทำงานที่ผ่านมา เชื่อว่าจะทำให้เขาทำหน้าที่ได้ดี นำพาองค์กรวุฒิสภาให้ได้รับความศรัทธาเชื่อมั่นจากประชาชน

บุญส่ง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, บุญส่ง น้อยโสภณ บอกว่า "วิสัยทัศน์แต่งได้ ทำได้หรือเปล่าก็ไม่ทราบ ดังนั้นประวัติการศึกษาและการทำงานสำคัญ”

สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ เลขาธิการวุฒิสภาจะทำหนังสือแจ้งนายกรัฐมนตรี เพื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูลฯ ให้ทรงแต่งตั้งประธานและรองประธานวุฒิสภาต่อไป โดยมีการคาดการณ์ว่าการประชุมวุฒิสภานัดต่อไปจะเกิดขึ้นได้ในวันที่ 30 ก.ค.

พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี สว. อาวุโสสูงสุด ขึ้นบัลลังก์เพื่อเป็นประธานชั่วคราว

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี สว. อาวุโสสูงสุด ขึ้นบัลลังก์เพื่อเป็นประธานชั่วคราว เตือนเพื่อนสมาชิกว่าไม่ควรทำบัตรเสีย
สว. พร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีเหลืองเข้าประชุมนัดแรก

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, สว. พร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีเหลืองเข้าประชุมนัดแรก
หมอเกศ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, เกศกมล เปลี่ยนสมัย สว. ที่มีคะแนนสูงที่สุดของประเทศ ในระหว่างลงคะแนนเลือกประธานวุฒิสภา
สว.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, การลงคะแนนเลือกประธานและรองประธานวุฒิสภาใช้การลงคะแนนลับ ด้วยการเขียนชื่อผู้ประสงค์จะเลือกลงบนแผ่นกระดาษ ใส่ซองที่เจ้าหน้าที่จัดให้ แล้วเรียกชื่อสมาชิกตามลำดับหมายเลขสมาชิกมาลงคะแนนเป็นรายคน