ชาวรัสเซียเหมือนอยู่ในโลกมืดแม้มีอินเทอร์เน็ต ถูกปิดหูปิดตาเรื่องยูเครน

Graphic shows images of mass burials in the Ukraine city of Bucha and people waving at Russian troops in Crimea

ในหลายประเทศทั่วโลก การค้นหาข้อมูลตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ถือเป็นประตูเปิดสู่ดินแดนภายนอกที่เต็มไปด้วยข่าวสารหลากหลายจากโลกกว้าง แต่สำหรับรัสเซียแล้ว การค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตกลับเป็นส่วนหนึ่งของระบบที่กักขังผู้คนให้ติดอยู่แต่ในโลกของ "ความเป็นจริงทางเลือก"

หลังเกิดเหตุการณ์ที่รัสเซียโจมตีเมืองเครเมนชุกของยูเครนด้วยขีปนาวุธ เมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตไปถึง 20 ราย เลฟ เกอร์เชนซอน อดีตผู้จัดการของบริษัทยานเดกซ์ (Yandex) ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีของรัสเซียได้ลองค้นหารายละเอียดเพิ่มเติมของข่าวดังกล่าวด้วยเสิร์ชเอนจิน แต่ก็ต้องตกใจเมื่อได้เห็นผลการค้นหาที่ปรากฏ

"แหล่งข้อมูลที่แสดงอยู่เป็นอันดับต้น ๆ ของผลการค้นหา ดูแปลกประหลาดน่าสงสัยและไม่มีความชัดเจน มีเว็บเพจหนึ่งเป็นเพียงบล็อกที่เขียนโดยบุคคลนิรนาม อ้างว่าข่าวที่มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีนั้นเป็นข่าวปลอม"

อันที่จริงแล้ว รัฐบาลรัสเซียพยายามควบคุมสื่อภายในประเทศไว้ในกำมืออย่างเข้มงวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสื่อโทรทัศน์ ซึ่งจะต้องนำเสนอข่าวการทำสงครามรุกรานยูเครนให้มีภาพลักษณ์อันชอบธรรม เสมือนว่าเป็นการดำเนินภารกิจปลดปล่อยประชาชน รวมทั้งต้องคอยปฏิเสธรายงานข่าวเรื่องความโหดร้ายต่าง ๆ ของกองทัพรัสเซียด้วย

แม้ว่าระบบอินเทอร์เน็ตภายในรัสเซียจะเป็นแหล่งใหญ่ของ "ข้อมูลข่าวสารทางเลือก" ซึ่งมักตรงข้ามกับข่าวสารกระแสหลักของโลกมานาน แต่หลังจากเริ่มทำสงครามรุกรานยูเครนเมื่อเดือน ก.พ. ของปีนี้ รัฐบาลรัสเซียได้เปิดฉากปราบปรามสื่อที่มีความเป็นอิสระทางออนไลน์อย่างหนัก

องค์กรพิทักษ์สิทธิสื่อดิจิทัล Roskomsvoboda รายงานว่า ในช่วงหกเดือนแรกของสงครามมีเว็บไซต์ที่ถูกปิดกั้นการเข้าถึงในรัสเซียเกือบ 7,000 เว็บไซต์ ซึ่งรวมถึงเว็บไซต์ของสื่อเสรีรายใหญ่และกลุ่มพิทักษ์สิทธิมนุษยชนด้วย

การทดลองของบีบีซี

ทีมงานบีบีซี มอนิเทอริง (BBC Monitoring) ต้องการหาคำตอบว่าชาวรัสเซียจะได้เห็นข้อมูลข่าวสารแบบใด เมื่อพวกเขาค้นหาข้อมูลล่าสุดทางอินเทอร์เน็ตในขณะนี้

ทีมงานของเราใช้โปรแกรมเครือข่ายส่วนตัวแบบเสมือน (Virtual Private Network - VPN) ซึ่งจะทำให้ดูเหมือนว่าเรากำลังค้นหาข้อมูลด้วยเสิร์ชเอนจินจากภายในประเทศรัสเซีย

ระหว่างเดือนมิ.ย.-ต.ค.ที่ผ่านมา เราลองใช้คำสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสงครามในยูเครนค้นหาข้อมูลหลายสิบครั้ง โดยอาศัยเสิร์ชเอนจินยานเด็กซ์และกูเกิล ซึ่งต่างก็ได้รับความนิยมอย่างสูงเป็นอันดับแรก ๆ ในรัสเซีย

ยานเดกซ์นั้นเป็นเสิร์ชเอนจินที่ภาคเอกชนของรัสเซียพัฒนาขึ้นมาเอง โดยทางบริษัทพยายามจะนำเสนอภาพลักษณ์ที่เป็นอิสระจากการควบคุมของรัฐมาโดยตลอด ยานเดกซ์อ้างว่าการค้นหาข้อมูลออนไลน์ที่เกิดขึ้นภายในประเทศทั้งหมดทำผ่านเสิร์ชเอนจินของตนถึง 60% ในขณะที่กูเกิลครองส่วนแบ่งการค้นหาข้อมูลออนไลน์ในรัสเซียราว 35%

ทว่าหลังจากสงครามรุกรานยูเครนเริ่มต้นขึ้น ยานเดกซ์กลับถูกวิจารณ์ว่ามีท่าทีฝักใฝ่สนับสนุนรัฐบาลรัสเซียอย่างมาก เห็นได้จากเนื้อหาของเว็บไซต์ภายในสังกัด อย่างเช่นเว็บไซต์รวบรวมสารพัดข่าวสารยานเดกซ์นิวส์ ซึ่งเพิ่งถูกขายให้กับ VK แพลตฟอร์มเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่มีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาล เมื่อช่วงเดือนก.ย.ที่ผ่านมา

แม้ยานเดกซ์อ้างว่ายังคงมีความเป็นอิสระในการบริหารเสิร์ชเอนจินหลักของตนอยู่ แต่ผลการทดลองค้นหาข้อมูลออนไลน์ของทีมงานบีบีซี มอนิเทอริง กลับชี้ว่ามีการสร้าง "ความเป็นจริงทางเลือก" ที่ควบคุมด้วยโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลรัสเซียเกี่ยวกับสงครามในยูเครน

ไร้เรื่องราวความโหดร้ายของรัสเซีย

หัวข้อหนึ่งที่ทีมงานบีบีซี มอนิเทอริง ใช้ทดลองค้นหาข้อมูล ได้แก่เรื่องราวโศกนาฏกรรมที่เมืองบูชา (Bucha) ซึ่งมีเหตุสังหารหมู่พลเรือนหลายร้อยคน ก่อนรัสเซียจะถอนทหารออกจากพื้นที่ไปเมื่อต้นเดือน เม.ย.ของปีนี้

เหตุสลดดังกล่าวสร้างความตกตะลึงไปทั่วโลก แต่ดูเหมือนว่าชาวรัสเซียจำนวนไม่น้อยกลับเชื่อถือการรายงานข่าวตามแบบฉบับสื่อของรัฐมากกว่า ซึ่งสื่อแนวนี้พากันรายงานว่า เหตุสังหารพลเรือนผู้บริสุทธิ์เป็นฝีมือการจัดฉากของยูเครนเพื่อใส่ร้ายป้ายสีรัสเซีย

เมื่อลองใช้คำว่า Bucha ค้นหาข้อมูลผ่านยานเดกซ์ โดยพิมพ์คำสำคัญเป็นภาษารัสเซียขณะที่ใช้โปรแกรม VPN อำพรางให้ดูเสมือนว่าทำการค้นหาจากภายในประเทศรัสเซียด้วย เราพบว่าผลการค้นหาในลำดับต้น ๆ ส่วนใหญ่เสนอข้อมูลที่ดูเหมือนว่าไม่เคยมีการสังหารหมู่เกิดขึ้น

3 ใน 9 รายการของผลการค้นหาลำดับแรกสุด เป็นเพียงโพสต์ข้อความในเว็บบล็อกของผู้เขียนนิรนาม ซึ่งพยายามปฏิเสธว่ากองทัพรัสเซียไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำโหดร้ายป่าเถื่อนใด ๆ ต่อพลเรือนยูเครน ส่วนผลการค้นหาที่เหลืออีก 6 รายการ ล้วนเป็นรายงานข่าวที่ปราศจากแหล่งที่มาของข้อมูลที่มีความเป็นอิสระ

A graphic comparing Yandex search results carried out as if in Russia with Google search results carried out as if in the UK on the Ukrainian town of Bucha
คำบรรยายภาพ, ผลการค้นหาคำว่า "เมืองบูชา" ด้วยยานเดกซ์ (สีม่วง) และกูเกิล (สีส้ม) โดยยานเดกซ์แสดงเนื้อหา ที่ปฏิเสธข่าวความโหดร้ายของกองทัพรัสเซียมากกว่า

นอกจากนี้ยังมีข่าวการค้นพบหลุมศพของพลเรือนที่ถูกสังหารหมู่ในเมืองลีมาน (Lyman) หลังกองทัพยูเครนเข้ายึดเมืองคืนมาได้เมื่อช่วงเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา โดยข่าวนี้เป็นหลักฐานชิ้นหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่า ยานเดกซ์มีนโยบายเสนอข่าวเอนเอียงเข้าข้างรัฐบาลรัสเซียอย่างชัดเจน เนื่องจากผลการค้นหาข่าวข้างต้น 10 รายการแรก ล้วนมีเนื้อหากล่าวโทษ "พวกนาซี" ในยูเครนว่าเป็นตัวการก่อเหตุที่แท้จริง

หลังทดลองเปลี่ยนใช้คำว่า "ยูเครน" ค้นหาข้อมูลดูบ้าง ผลปรากฏว่าเนื้อหาที่พบเป็นลำดับแรก ๆ ส่วนใหญ่เป็นโฆษณาชวนเชื่อที่สนับสนุนรัฐบาลรัสเซียทั้งสิ้น โดยผลการค้นหา 4 ใน 9 ลำดับแรก มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับสื่อของรัฐและไม่มีรายงานจากสื่ออิสระปรากฏอยู่เลย เว้นแต่ว่าเนื้อหาจากสื่ออิสระนั้นจะมาจากเว็บไซต์ยูทิวบ์หรือเป็นลิงก์ที่เชื่อมโยงกับวิกิพีเดีย จึงจะมีปรากฏในผลการค้นหาของยานเดกซ์ได้บ้างประปราย

A screenshot shows a pro-Kremlin blog post denying the involvement of Russian soldiers in the Bucha killings

ที่มาของภาพ, LiveJournal

คำบรรยายภาพ, ตัวอย่างของโพสต์ในเว็บบล็อกที่มักปรากฏในผลการค้นหาลำดับต้น ๆ ของยานเดกซ์ ซึ่งระบุว่า การสังหารพลเรือนในเมืองบูชาเป็นข่าวเท็จ

ยานเดกซ์ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า ผลการค้นหาผ่านเสิร์ชเอนจินของตนแสดงเนื้อหาที่ปรากฏอยู่ในโลกอินเทอร์เน็ตตามจริง เว้นแต่บางเว็บไซต์อาจถูกหน่วยงานควบคุมสื่อของรัฐปิดกั้นเอาไว้ ยานเดกซ์ยังเน้นย้ำว่าไม่มีการใช้พนักงานเข้าแทรกแซง เพื่อจัดลำดับผลการค้นหาตามใจชอบแต่อย่างใด

เมื่อเราทดลองเปลี่ยนมาค้นหาข้อมูลผ่านกูเกิล เสิร์ชเอนจินที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับสองในรัสเซีย โดยยังคงพิมพ์คำสำคัญเป็นภาษารัสเซียและใช้โปรแกรม VPN อำพรางตัวว่าเป็นผู้ใช้งานจากภายในประเทศรัสเซียเช่นเดิม ผลปรากฏว่ารายการเว็บเพจที่ถูกแสดงขึ้นมาให้เห็นเป็นลำดับแรก ๆ ยังคงเป็นของสื่อที่ยืนอยู่ข้างเดียวกับรัฐบาลรัสเซีย แต่มีเนื้อหาของสื่ออิสระและสื่อตะวันตกปรากฏอยู่บ้างในลำดับรองลงมา

A graphic comparing Yandex search results (left) with Google search results (right) on Lyman
คำบรรยายภาพ, เมื่อเปรียบเทียบผลการค้นหาภาพข่าวหลุมศพหมู่ที่เมืองลีมาน ผลการค้นหาด้วยยานเดกซ์ (ซ้าย) แสดงเนื้อหาที่ชี้ว่าการขุดศพขึ้นมาตรวจสอบเป็นการลบหลู่ดูหมิ่น

ผลการค้นหาโดยกูเกิลที่แสดงรายงานข่าวของสื่ออิสระจะปรากฏมากขึ้น หากตั้งค่าโปรแกรม VPN ให้แสดงตัวเป็นผู้ใช้งานจากสหราชอาณาจักร แม้ว่าจะยังพิมพ์คำสำคัญด้วยภาษารัสเซียก็ตาม

กูเกิลให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า "ผลการค้นหาของเราแสดงเนื้อหาที่ปรากฏในเว็บไซต์ที่เข้าถึงได้ทั่วไปตามความเป็นจริง อัลกอริทึมของเราผ่านการฝึกฝนให้เลือกดึงเฉพาะข้อมูลข่าวสารคุณภาพสูงจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อให้มาปรากฏในผลการค้นหาลำดับแรก ๆ ซึ่งผู้ใช้เสิร์ชเอนจินจะเห็นได้อย่างชัดเจน"

ขจัดผลการค้นหาที่ไม่พึงปรารถนา

ผู้เชี่ยวชาญหลายรายอธิบายกับบีบีซีว่า สาเหตุที่ทำให้ผลการค้นหาข้อมูลออนไลน์ด้วยยานเดกซ์แตกต่างจากของกูเกิลมาก ไม่น่าจะเกิดจากการแทรกแซงหรือการบังคับควบคุมที่เป็นระบบหลักภายในองค์กรของยานเดกซ์เอง เพราะการทำเช่นนี้จะทำให้การทำงานซับซ้อนยุ่งยากเกินไป

แต่มีความเป็นไปได้มากว่า ลำดับรายการซึ่งแสดงผลการค้นหาข้อมูลถูกบิดเบือนด้วยฝีมือของรัฐบาลรัสเซียเอง เนื่องจากการปราบปรามสื่ออิสระทางออนไลน์อย่างหนัก ทำให้เว็บไซต์จำนวนหลายพันถูกปิดกั้น จนข้อมูลข่าวสารจากแหล่งที่มาเหล่านี้ไม่สามารถจะปรากฏในเสิร์ชเอนจินของยานเดกซ์ได้

A graphic comparing Yandex search results (left) with Google search results (right) on "Ukraine"
คำบรรยายภาพ, ผลการค้นหาคำว่า "ยูเครน" ในยานเดกซ์ (ซ้าย) เต็มไปด้วยเนื้อหาจากสื่อที่สนับสนุนรัฐบาลรัสเซีย ขณะที่ผลการค้นหาของกูเกิล (ขวา) มีเพียงรายงานข่าวของสื่อตะวันตก

อเล็กซี เซอร์คีร์โค อดีตนักพัฒนาเสิร์ชเอนจินของยานเดกซ์บอกกับบีบีซีว่า "พวกเจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถลบล้าง ขจัดผลการค้นหาที่ไม่พึงปรารถนาออกไปได้ทั้งหมด"

ด้านกุยโด อัมโปลินี และมิคายโล ออร์ลอฟ จากบริษัทวางแผนการตลาด GA Agency มองว่าการที่รัฐบาลรัสเซียทุ่มเงินมหาศาลสร้างเนื้อหาออนไลน์ขึ้นมาเองในปริมาณมาก ก็เพื่อให้แน่ใจว่ามีแต่สิ่งที่สอดคล้องกับโลกทัศน์ของตนเองออกเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งการกระทำเช่นนี้สามารถส่งผลบิดเบือนการค้นหาของเสิร์ชเอนจิน ทำให้ข้อมูลข่าวสารของฝ่ายรัฐบาลรัสเซียถูกจัดอยู่ในลำดับผลการค้นหาที่สูงกว่า ในขณะที่รายงานข่าวของสื่ออิสระจะถูกกดให้อยู่ในรายการลำดับต่ำลงมา

สร้างเว็บทราฟฟิกปลอม

อัมโปลินีและออร์ลอฟยังแสดงความเห็นว่า การใช้โปรแกรม VPN เข้าช่วย เพื่อให้ชาวรัสเซียเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่มีความเป็นอิสระจากโลกภายนอกได้นั้น ไม่น่าจะช่วยแก้ปัญหาที่มีอยู่มากนัก เนื่องจากข้อมูลข่าวสารที่ผลิตโดยรัฐบาลรัสเซียมีการออกแบบมาอย่างระมัดระวังรอบคอบ จนสามารถทำให้อัลกอริทึมของเสิร์ชเอนจินเลือกจัดอันดับการแสดงผลของมันไว้ในลำดับต้นเสมอ

นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ว่า รัฐบาลรัสเซียพยายามสร้างเว็บทราฟฟิกปลอม (artificial web traffic) ให้กับเนื้อหาของตนเอง เช่นการใส่ลิงก์ปลอมของเนื้อหาไว้ในเว็บไซต์ภายนอกเป็นจำนวนมาก วิธีนี้จัดเป็นเทคนิคเพิ่มตัวเลขผู้เข้าใช้งานเว็บไซต์ให้ดูสูงเกินความเป็นจริง ซึ่งจะส่งผลต่อการจัดลำดับผลการค้นหาในเสิร์ชเอนจินด้วยเช่นกัน

Rescuers try to extinguish a fire in a residential building damaged after a Russian missile strike in the city of Zaporizhzhia on 9 October 2022

ที่มาของภาพ, MARYNA MOISEYENKO

คำบรรยายภาพ, พลเรือนยูเครนจำนวนมากเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของรัสเซีย

ยิ่งไปกว่านั้น สภาพการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์อาจสะท้อนถึงความเป็นจริงที่ว่า ชาวรัสเซียส่วนใหญ่มักเลือกเสพเนื้อหาและข้อมูลข่าวสารจากสื่อฝ่ายรัฐบาลมากกว่าสื่ออิสระ ซึ่งเรื่องนี้นายนิก บอยล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเสิร์ชเอนจินจากบริษัท The Audit Lab บอกว่า ยานเดกซ์ต่างจากกูเกิลตรงที่นำพฤติกรรมการเข้าชมเว็บไซต์ อย่างเช่นจำนวนครั้งในการเข้าชมมาร่วมพิจารณาจัดลำดับผลการค้นหาด้วย

ทีมนักวิเคราะห์ของ GA Agency เชื่อว่า ชาวรัสเซียส่วนใหญ่มีพฤติกรรมเลือกกดคลิกเข้าชมเนื้อหาที่แสดงถึงภาพลักษณ์เชิงบวกของกองทัพ ซึ่งก็มักจะปรากฏอยู่ตามเว็บไซต์ที่สนับสนุนรัฐบาล

ด้านเลฟ เกอร์เชนซอน แสดงความเห็นเพิ่มเติมว่า "ไม่ว่าการควบคุมเสิร์ชเอนจินของรัฐบาลรัสเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับยานเดกซ์จะประสบความสำเร็จถึงระดับไหนแล้วก็ตาม แต่ที่แน่ ๆ ขณะนี้ชาวรัสเซียที่ตั้งคำถามกับรายงานข่าวจากภาครัฐ จะไม่สามารถค้นหาข้อมูลจากฝ่ายตรงข้ามหรือโลกภายนอกได้เลย พวกเขาจะพบแต่ข้อมูลและความเห็นที่สอดคล้องกับฝ่ายรัฐบาลเท่านั้น"

"หากคุณค้นหาข่าวการโจมตีที่เครเมนชุกด้วยยานเดกซ์ โดยหวังว่าจะได้เห็นภาพและข้อมูลทางเลือกจากแหล่งข่าวอื่น ๆ นอกเหนือไปจากสื่อของรัฐ สิ่งที่คุณจะได้กลับคืนมาคือข้อมูลข่าวสารท่วมท้นที่คอยตอกย้ำว่า ใช่แล้ว เรื่องนี้เป็นข่าวปลอมอย่างที่รัฐบาลบอกจริง ๆ จะว่าไปก็เหมือนกับถูกต่อยซ้ำเป็นครั้งที่สองนั่นแหละ" เกอร์เชนซอนกล่าว