รัสเซียยิงขีปนาวุธโจมตีกรุงเคียฟ ทำให้พื้นที่ 80% ไม่มีน้ำใช้

ควันลอยขึ้นท่ามกลางอาคารในกรุงเคียฟ

80% ของกรุงเคียฟไม่มีน้ำใช้ หลังรัสเซียยิงขีปนาวุธโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในช่วงเช้าวันนี้ (31 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ทางการยูเครนระบุ เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทำลายขวัญกำลังใจชาวยูเครนก่อนถึงฤดูหนาวที่ต้องเผชิญกับอุณหภูมิติดลบ 20 องศาเซลเซียส

วิทาลีย์ คลิตช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ กล่าวว่า การที่รัสเซียยิงขีปนาวุธโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในช่วงเช้าวันนี้ (31 ต.ค.) ทำให้พื้นที่ 80% ของกรุงเคียฟไม่มีน้ำใช้

“บรรดาผู้เชี่ยวชาญกำลังทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อให้กลับมาส่งน้ำไปยังอะพาร์ตเมนต์ของชาวเมืองเคียฟได้” นายคลิตช์โก กล่าว

นอกจากนี้เขายังบอกด้วยว่า เหล่าวิศวกรกำลังทำงานเพื่อกู้ไฟฟ้าให้แก่บ้านเรือน 350,000 หลังในกรุงเคียฟ ซึ่งกระแสไฟฟ้าถูกตัดขาดหลังเผชิญกับการโจมตี

ส่วนในภูมิภาคคาร์คิฟทางตะวันออก อิกอร์ เทเรคอฟ นายกเทศมนตรีภูมิภาคคาร์คิฟ กล่าวว่า การโจมตีของรัสเซียได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานทำให้รถไฟใต้ดินและรถโดยสารประจำทางไฟฟ้าไม่มีพลังงานใช้

ส่วนระบบน้ำในภูมิภาคก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่เทเรคอฟกล่าวว่า คนงาน “กำลังทุกอย่างเท่าที่จะทำได้” เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยในคาร์คิฟกลับมาใช้น้ำได้เร็วที่สุด

นอกจากนี้ยังมีรายงานการยิงขีปนาวุธโจมตีในภูมิภาควินนีตเซียทางตอนกลางของยูเครน ภูมิภาคดนีโปรเปตรอฟสก์และซาปอรีเชียทางตะวันออกเฉียงใต้ และลวิฟทางตะวันตกของยูเครน มีรายงานด้วยว่าโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำดนีโปรในภูมิภาคซาปอรีเชียถูกโจมตี

Metro

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, ชาวกรุงเคียฟมานั่งหลบภัยในสถานีรถไฟใต้ดินหลังรัสเซียเปิดฉากยิงขีปนาวุธถล่มหลายเมืองในยูเครนในช่วงเช้าของ 31 ต.ค.

ขณะที่เมื่อวานนี้รัสเซียได้ยิงขีปนาวุธโจมตีในหลายพื้นที่ของยูเครน รวมทั้งกรุงเคียฟ ทำให้ไฟฟ้าดับและน้ำไม่ไหล เฉพาะในกรุงเคียฟได้เกิดระเบิดขึ้นอย่างน้อยสองครั้ง ส่วนที่เมืองคาร์คิฟทางตะวันออกเฉียงเหนือ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นบอกว่าโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นได้รับความเสียหายหลายจุด

โฆษกกองทัพอากาศยูเครน บอกว่า รัสเซียใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดโจมตีทางยุทธศาสตร์ในการก่อเหตุ ขณะที่นายแอนเดรย์ เยิร์กมัก หัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบประธานาธิบดีโวโลโดมีร์ เซเลนสกี บอกว่า “รัสเซียผู้พ่ายแพ้กำลังพยายามต่อสู้กับเป้าหมายที่สันติ”

ยิงขีปนาวุธร่อนของรัสเซียตก 44 ลูก

หลังจากรัสเซียเปิดฉากยิงขีปนาวุธโจมตียูเครนในช่วงเช้าวันนี้ กองทัพอากาศของยูเครนเปิดเผยว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนสามารถยิงขีปนาวุธร่อนของรัสเซียตกได้ 44 ลูก จาก 50 ลูก

กองทัพอากาศยูเครนระบุในโพสต์ทางเทเลแกรมว่า “เวลา 07.00 น. (11.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย) ของวันที่ 31 ต.ค. รัสเซียได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของยูเครนด้วยขีปนาวุธหลายระลอก”

กองทัพอากาศยูเครนระบุว่า กองกำลังป้องกันทางอากาศของกองบัญชาการปฏิบัติส่วนกลางยิงสกัดได้ 18 ลูก กองบัญชาการปฏิบัติการส่วนใต้ 12 ลูก กองบัญชาการปฏิบัติการส่วนตะวันออก 9 ลูก และกองบัญชาการปฏิบัติการส่วนตะวันตกสกัดได้อีก 5 ลูก

การโจมตีล่าสุดนี้เป็นอีกครั้งที่รัสเซียตั้งใจทำลายโครงสร้างพื้นฐานของยูเครนและบริเวณที่ไม่ใช่แนวรบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทางการยูเครนชี้ว่า เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ของรัสเซียที่ต้องการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นและทำลายขวัญคนยูเครนที่กำลังจะต้องเผชิญความหนาวในฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง ซึ่งอุณหภูมิอาจลดต่ำลงได้ถึงลบ 20 องศาเซลเซียส

map

ที่มาของภาพ, Ukraine's Digitalisation Ministry

คำบรรยายภาพ, เกือบทุกภูมิภาคของยูเครนเป็นสีแดงแสดงให้เห็นว่าถูกโจมตีทางอากาศเมื่อเช้า 31 ต.ค.

ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี บอกว่า รัสเซียใช้โดรนกามิกาเซที่ทำในอิหร่านโจมตียูเครน ทำลายโครงสร้างพื้นฐานไปแล้วหนึ่งในสาม ทำให้คนในหลายเมืองไม่มีไฟฟ้าใช้ ขณะที่นายดมิโทร คูเลบา รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครน บอกว่า แทนที่จะไปรบกันในสนามรบ รัสเซียกลับมาทำร้ายพลเรือน โดยคนยูเครนไม่น้อยเห็นตรงกันว่า “รัสเซียทำแบบนี้ได้ก็เพราะยังคงมีขีปนาวุธอยู่ในมือและต้องการเข่นฆ่าคนยูเครน”

ยูเครนระบุว่า จำเป็นต้องได้รับการเสริมขีดความสามารถในการป้องกันภัยทางอากาศเพื่อปกป้องเมืองต่าง ๆ จากสิ่งที่ยูเครนเรียกว่า “การก่อการร้าย” ของรัสเซีย โดยเยอรมนี ได้ส่งอุปกรณ์ไปให้แล้ว ขณะที่สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรได้ประกาศว่า จะส่งอุปกรณ์ไปให้ยูเครนเช่นกัน

เส้นสีเทา

รัฐบาลรัสเซียหวังทำลายขวัญกำลังใจชาวยูเครนจนต้องวิงวอนขอสันติภาพ

บทวิเคราะห์โดยแฟรงก์ การ์ดเนอร์ ผู้สื่อข่าวสายความมั่นคง บีบีซี นิวส์

รัสเซียต้องการสั่งสอนยูเครนที่ใช้โดรนโจมตีเป้าหมายทางทหารในไครเมียเมื่อวันเสาร์ (29 ต.ค.) และเป็นการเตือนในทำนองที่ว่า “โจมตีเราในไครเมียหรือ ? นี่คือผลพวงที่จะได้รับ”

แต่นี่คือรูปแบบที่ชัดเจนที่ปรากฏขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์นี้ในสงครามนี้ ยิ่งกองทัพรัสเซียล้มเหลวในสมรภูมิรบมากเท่าใด ผู้บัญชาการทหารของรัสเซียก็ยิ่งโจมตีสร้างความเดือนร้อนให้พลเรือนของยูเครนมากขึ้น

ขณะที่ฤดูหนาวกำลังจะมาถึง รัฐบาลรัสเซียกำลังหวังว่า จะทำลายขวัญกำลังใจของชาวยูเครนจนต้องวิงวอนให้รัฐบาลยูเครนยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงสันติภาพอย่างที่รัสเซียต้องการ

จนถึงขณะนี้ เรื่องนี้ยังไม่น่าที่จะเกิดขึ้น อาวุธของรัสเซียยังคงสามารถสร้างความเดือดร้อนและความเสียหายให้แก่พลเรือนได้มากมายมหาศาล

ขณะที่รัฐบาลรัสเซียก็หวังเช่นกันว่า เมื่อสงครามนี้จะยืดเยื้อต่อไป การสนับสนุนยูเครนจากชาติตะวันตกก็จะเริ่มอ่อนกำลังลง

เป้าหมายของรัสเซียคือการหยุดยั้งการส่งอาวุธจากชาติตะวันตกที่ช่วยให้ยูเครนป้องกันตัวเอง และพยายามต้านทานการบุกของรัสเซีย

เส้นสีเทา

เหตุการณ์โจมตีระลอกล่าสุดนี้เกิดขึ้นหลังจากรัสเซียกล่าวหายูเครนว่าใช้โดรนโจมตีกองเรือรบของรัสเซียในทะเลดำ ในดินแดนไครเมียที่รัสเซียผนวกไปเป็นของตน

กระทรวงกลาโหมของรัสเซียระบุว่า เมื่อวันเสาร์ (29 ต.ค.) เรือรบของรัสเซียในเมืองเซวาสโตโปล ได้รับความเสียหายจากการถูกโจมตีด้วยโดรน โดยกระทรวงกลาโหมรัสเซียกล่าวหาว่า ผู้เชี่ยวชาญของอังกฤษได้ฝึกฝนนักบินโดรนของยูเครนให้โจมตีเรือรบของรัสเซีย แต่รัสเซียไม่ได้นำเสนอหลักฐานใด ๆ มาสนับสนุน

เรือในทะเล

ที่มาของภาพ, Reuters

ขณะที่ฝ่ายยูเครนยังไม่ได้ออกมาแสดงท่าทีใด ๆ ในเรื่องนี้ แต่กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรบอกว่า รัสเซีย “เผยแพร่ข้อกล่าวอ้างผิด ๆ ในระดับมหากาพย์”

ตุรกีเดินหน้าทำตามข้อตกลงธัญพืช

ประธานาธิบดีทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี กล่าวว่า ตุรกีจะพยายามทำตามข้อตกลงส่งออกธัญพืชทางทะเลดำต่อไป แม้ว่ารัสเซียประกาศว่า จะถอนตัวจากข้อตกลงนี้

รัสเซียระบุว่า กำลังจะถอนตัวจากตกลงนี้ “ไม่มีกำหนดระยะเวลา” หลังจากที่กล่าวหายูเครนว่า ใช้โดรนโจมตีกองเรือทะเลดำในเมืองเซวาสโตโปลของไครเมีย

ยูเครนไม่ยอมรับการโจมตีดังกล่าว และประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เรียกท่าทีของรัสเซียว่า “พอจะคาดเดาได้”

ประธานาธิบดีทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี

ที่มาของภาพ, Reuters

ประธานาธิบดีแอร์โดอัน กล่าวว่า “เราจะเดินหน้าความพยายามในการรับใช้มนุษยชาติของเราต่อไปอย่างแน่วแน่” แม้ว่า รัสเซีย “จะมีท่าทีลังเลใจ”

ตุรกีได้ช่วยเป็นตัวกลางในการบรรลุข้อตกลงนี้ ซึ่งได้อนุญาตให้ยูเครนกลับมาส่งธัญพืชทางเรือในทะเลดำได้ หลังจากถูกปิดกั้นมาตั้งแต่รัสเซียเริ่มบุกโจมตี

“ความพยายามของเราในการส่งข้าวสาลีไปยังประเทศต่าง ๆ ที่เผชิญกับการคุกคามของความอดอยากหิวโหยมีความชัดแจ้ง ด้วยกลไกการร่วมมือกันที่เราตั้งขึ้นในอิสตันบูล เราได้มีส่วนช่วยบรรเทาวิกฤตอาหารโลกลง” นายแอร์โดอัน กล่าว