ร.10 : "ดินแดนแห่งการประนีประนอม" พระราชดำรัสล่าสุดท่ามกลางข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
เมื่อหนึ่งในข้อเรียกร้องในการชุมนุมของกลุ่ม "คณะราษฎร 2563" ซึ่งนำโดยนิสิตนักศึกษาคือการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้นสิ่งที่หลายฝ่ายเฝ้าจับตาดูอยู่เงียบ ๆ ก็คือปฏิกิริยาจากสถาบันกษัตริย์
การชุมนุมของ "คณะราษฎร 2563" เริ่มขึ้นตั้งแต่ 14 ต.ค. และมีการรวมตัว-เคลื่อนไหวลากยาวมาจนถึงขณะนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ประทับอยู่ในประเทศไทยและทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทบไม่เว้นวันทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ทั้งการเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ถวายผ้าพระกฐิน การพระราชทานปริญญาบัตร และการพระราชพิธีต่าง ๆ
ผู้สื่อข่าวทั้งจากสื่อไทยและสื่อต่างประเทศบอกกับบีบีซีไทยตรงกันว่า ตั้งแต่เดือน ต.ค. เจ้าหน้าที่ได้ผ่อนคลายความเข้มงวดในการบันทึกภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ ด้วยการอนุญาตให้ช่างภาพเข้าไปใกล้ชิดพระองค์ได้มากขึ้น
ข้อสังเกตของผู้สื่อข่าวมีขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่มีการเผยแพร่ภาพนิ่งและคลิปที่บันทึกจากโทรศัพท์มือถือของพสกนิกรที่เดินทางไปรับเสด็จฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนที่ประชาชนจะสามารถบันทึกภาพหรือพระสุรเสียงของในหลวง พระราชินี หรือพระบรมวงศานุวงศ์ได้ใกล้ชิดเช่นนั้น
สำหรับบรรดานักวิเคราะห์ที่ติดตามสถานการณ์ในไทย พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งที่เป็นทางการที่ได้รับการเผยแพร่ในช่วงข่าวพระราชสำนัก และสิ่งที่พระองค์ตรัสกับประชาชนที่มาเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จและถูกนำมาเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย อาจนับได้ว่าเป็นปฏิกิริยาจากสถาบันฯ ที่น่าสนใจยิ่ง ในขณะที่การชุนนุมประท้วงเรียกร้องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ดำเนินอยู่
บีบีซีไทยรวบรวมพระราชกรณีกิจและพระราชดำรัสบางประการที่มีการเผยแพร่ นับตั้งแต่การชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม "คณะราษฎร 2563" เมื่อ 14 ต.ค.
15 ต.ค. "บ้านเมืองต้องการคนรักชาติ ต้องการคนรักสถาบัน"
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้แกนนำคณะผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยซึ่งเป็นอดีตสมาชิกคอมมิวนิสต์ใน อ.นาแก จ.นครพนม เข้าเฝ้าฯ
พระองค์ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยถึงความรักชาติและรักสถาบัน ตอนหนึ่งว่า
"...ทุกอย่างที่ท่านทำมาเนี่ยก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี และก็พูดกันตรง ๆ ว่าท่านก็ได้ทำประโยชน์กับประเทศชาติ ตอนนี้ก็คงจะเข้าใจว่าบ้านเมืองต้องการคนรักชาติ ต้องการคนรักสถาบัน แล้วก็ประสบการณ์ใด ๆ ที่ทำมา หรืองานที่ผ่านมาเอามาใช้ประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองได้ แล้วก็สามารถที่จะสอนเด็ก ๆ รุ่นใหม่ถึงประสบการณ์ที่ตนเองได้มีมา เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง"

ที่มาของภาพ, สำนักพระราชวัง
23 ต.ค. "กล้ามาก เก่งมาก ขอบใจ"
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันปิยมหาราช ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง
หลังเสร็จพระราชพิธีได้ทรงพระดำเนินเยี่ยมพสกนิกรที่มารอเฝ้าฯ รับเสด็จอย่างใกล้ชิด ซึ่งมีประชาชนบันทึกภาพและนำมาเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย คลิปที่ถูกพูดถึงมากที่สุด เป็นคลิปวิดีโอความยาว 08.03 นาที เผยแพร่ผ่านบัญชีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า Thitiwat Tanagaroon ตั้งค่าเป็นสาธารณะ พร้อมคำบรรยายว่า "ผมจะเป็นลมครับ พระองค์ท่านจำผมได้"

ที่มาของภาพ, Reuters
ชายคนดังกล่าวเป็นผู้ที่ยืนถือพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ไว้เหนือหัว ซึ่งเมื่อสมเด็จพระราชินีตรัสว่า "เราจำได้ ขอบคุณมาก ๆ" พระเจ้าอยู่หัวทรงถามย้ำว่า "ใช่ไหม คนนี้" แล้วจึงตรัสว่า "กล้ามาก กล้ามาก เก่งมาก เก่งมาก ขอบใจ"
นอกจากนี้ นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ ผู้นัดหมายมวลชนเสื้อเหลืองให้ร่วมแสดงพลังปกป้องสถาบันฯ เมื่อ 14 ต.ค. ได้เผยแพร่คลิปที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวใช้พระหัตถ์ตบที่ไหล่ของเขาเบา ๆ โดยนายสุวิทย์เขียนคำบรรยายว่าพระองค์ตรัสว่า "ขอบใจมาก"
27 ต.ค. "เราต้องไปด้วยกันด้วยความรัก"
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดหนองป่าพง อ. วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี หลังจากนั้นทรงพระดำเนินเยี่ยมราษฎรที่เฝ้าฯ รับเสด็จ ซึ่งต่อมาได้มีผู้เผยแพร่คลิปในหลวงตรัสกับประชาชนคนหนึ่งว่า "เราต้องไปด้วยกัน ด้วยความรักและสนิทสนม ช่วยกันต่อสู้เพื่อประเทศชาติ"
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์
30 ต.ค. "ปริญญาบัตรที่บัณฑิตได้รับในวันนี้เป็นสิ่งที่มีความหมายและมีความสำคัญมาก"
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาประจำปีการศึกษา 2561 ที่หอประชุมใหญ่ มธ. ท่าพระจันทร์
ตอนหนึ่งของพระบรมราโชวาทที่พระราชทานแก่บัณฑิตมีความว่า
"ปริญญาบัตรที่บัณฑิตได้รับในวันนี้ เป็นสิ่งที่มีความหมายและมีความสำคัญมาก เพราะเป็นเครื่องรับรองวิทยฐานะของแต่ละคนว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในวิชาการสาขาต่าง ๆ ตามที่ได้อุตสาหะศึกษาเล่าเรียนมา บัณฑิตทุกคนจึงมีหน้าที่และความรับผิดชอบที่จะต้องนำความรู้ความสามารถที่มีอยู่ไปใช้สร้างสรรค์ความสำเร็จแก่ตนเองให้สมบูรณ์ ทั้งในด้านอาชีพการงาน ในด้านเกียรติคุณความดี และในด้านการทำประโยชน์เกื้อกูลแก่ส่วนรวมและประเทศชาติ ถ้าทุกคนจะได้ตระหนักในหน้าที่และความรับผิดชอบดังนี้ แล้วมุ่งมั่นทำให้จริง ให้สำเร็จครบถ้วนตามที่กล่าว แต่ละคนก็จะได้รับการยอมรับยกย่องว่าเป็นผู้ประพฤติตนปฏิบัติงานสมกับวิทยฐานะอย่างแท้จริง"
1 พ.ย. "ไทยเป็นดินแดนแห่งการประนีประนอม"
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูฝน เป็นเครื่องทรงฤดูหนาวถวาย พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง ต่อจากนั้นทรงพระดำเนิน พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เพื่อทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จ ทรงโบกพระหัตถ์ แย้มพระสรวลและมีพระราชปฏิสันถารกับราษฎรอย่างใกล้ชิด

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ขณะนั้นผู้สื่อข่าวต่างชาติจาก Channel 4 ของอังกฤษที่ยืนอยู่กับกลุ่มราษฎรได้แนะนำตัวและทูลถามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่าคนเหล่านี้จงรักภักดีต่อพระองค์ ทว่าพระองค์จะมีพระราชดำรัสอย่างไรต่อผู้ชุมนุมที่ออกมาบนท้องถนนเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันฯ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสกลับว่า "ข้าพเจ้าไม่มีความคิดเห็น" และ "เรารักพวกเขาเฉกเช่นเดียวกัน" โดยตรัสประโยคนี้ซ้ำ 3 ครั้ง
จากนั้นผู้สื่อข่าวทูลถามต่อว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการประนีประนอมกันเกิดขึ้น ทรงตรัสว่า "ประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งการประนีประนอม" จากนั้นจึงทรงพระดำเนินต่อไป
วันเดียวกันนี้ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่ม "ไทยภักดี" โพสต์ภาพขณะเฝ้าฯ รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยระบุว่า พระองค์ตรัสกับเขาว่า "ต้องช่วยกันเอาความจริงออกมา"
ขณะที่นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ ซึ่งไปเฝ้าฯ รับเสด็จด้วย ได้เผยแพร่คลิปที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสกับเขานานราว 30 วินาที ซึ่งนายสุวิทย์โพสต์เฟซบุ๊กว่า
"นอกจากข้อความขอบคุณแล้ว ยังทรงกำชับฝากฝัง ให้ช่วยทำงานให้ลุล่วงสำเร็จ ข้อความหนึ่งในพระราชกระแสรับสั่งคือ ทรงห่วงใยพสกนิกรของพระองค์ทุกหมู่เหล่า ทรงปราถนาให้คนไทยอยู่ร่วมกันอย่างรู้รักสามัคคี นี่คือข้อความบางตอน ที่พุทธะอิสระจักสามารถเปิดเผยได้"

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ นักแสดงซึ่งประกาศตัวเป็นผู้ปกป้องสถาบันและเชิญชวนประชาชนสวมเสื้อสีเหลืองและเสื้อสีชมพูมาเฝ้าฯ รับเสด็จในวันนี้ โดยเขาเป็นอีกคนหนึ่งที่ได้เข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด บิณฑ์ได้ให้สัมภาษณ์อมรินทร์ทีวีหลังจากเฝ้าฯ รับเสด็จว่าเขาได้ "ใกล้ชิด (พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว) จนกระทั่งน้ำตาไหล ไม่เคยใกล้ชิดมากขนาดนี้มาก่อนในชีวิต ได้กราบแทบพระบาทพระองค์ท่าน ได้จับไว้ประมาณเกือบ 10 วินาที...เงยหน้าขึ้นมา พระเสโทท่านก็ไหลใส่กระหม่อมผมด้วย แล้วท่านก็ตรัสรับสั่งว่า ขอบใจมากที่สามัคคี ขอบใจมากที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เราต้องสามัคคีและไปด้วยกัน"











