สติกเกอร์ "กล้ามาก เก่งมาก ขอบใจ" ถูกไลน์ปฏิเสธ เหตุไม่เป็นไปตามข้อกำหนดด้านศีลธรรม

ผลงานภาพวาดล้อเลียนบนเพจ "หัวนุ่ม"

ที่มาของภาพ, Softheadartist

คำบรรยายภาพ, ผลงานภาพวาดตัวการ์ตูน "หัวนุ่ม" ของวศินพร้อมคำว่า "กล้ามาก" "เก่งมาก" และ "ขอบใจ" ที่เขาเผยแพร่บนเพจเฟซบุ๊กก่อนจะปรับปรุงเป็นสติกเกอร์ไลน์ ซึ่งไม่ผ่านการพิจารณาจากไลน์

สติกเกอร์ "กล้ามาก เก่งมาก ขอบใจ" ไม่ได้รับอนุมัติให้วางขายบนแอปพลิเคชันไลน์ เนื่องจากไลน์ระบุว่าเป็น "สติกเกอร์ที่ให้ร้ายหรือสร้างความไม่พอใจเกี่ยวกับศาสนา วัฒนธรรม เชื้อชาติ สัญชาติ"

นายวศิน ปฐมหยก เจ้าของเพจ "หัวนุ่ม" และครีเอเตอร์ผู้ผลิตสติกเกอร์ชุด "หัวนุ่ม V3" ที่เป็นประเด็นดังกล่าว โพสต์ข้อความลงบนเพจวานนี้ (29 ต.ค.) ว่า "เราอยู่ในประเทศที่คำว่า กล้ามาก เก่งมาก ขอบใจ ไม่ผ่านการอนุมัติจากไลน์อะครับ" พร้อมแนบรูปภาพสติกเกอร์ 5 ลาย อันประกอบด้วยภาพที่มีข้อความ "กล้ามาก" 2 ภาพ "เก่งมาก" "ขอบใจ" และ "จ้วบจ้าบ"

นอกจากนี้เขายังแนบข้อความจากทีมพิจารณาสติกเกอร์ของไลน์ที่ระบุว่าสติกเกอร์ชุดดังกล่าวถูกปฏิเสธเนื่องจากละเมิดข้อกำหนดด้านศีลธรรม ข้อ 3.12 คือ "สติกเกอร์ที่ให้ร้ายหรือสร้างความไม่พอใจเกี่ยวกับศาสนา วัฒนธรรม เชื้อชาติ สัญชาติ"

ผลการพิจารณาจากไลน์พร้อมเหตุผลประกอบที่ส่งถึงวศิน ผู้สร้างสรรค์สติกเกอร์

ที่มาของภาพ, Facebook/หัวนุ่ม

คำบรรยายภาพ, ผลการพิจารณาจากไลน์พร้อมเหตุผลประกอบที่ส่งถึงวศิน ผู้สร้างสรรค์สติกเกอร์

เมื่อวันที่ 23 ต.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงขอบใจชายที่ชูพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง ร.9 ไว้เหนือหัวระหว่างการชุมนุมของกลุ่ม "ราษฎร" โดยตรัสกับชายคนดังกล่าวที่มาเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จฯ ว่า "กล้ามาก ๆ เก่งมาก ขอบใจ"

ต่อมาผู้ชุมนุมที่เรียกร้องประชาธิปไตยและการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ได้นำวลีดังกล่าวมาใช้อย่างกว้างขวางในที่ชุมนุม

แค่คำว่า "ขอบใจ"

นายวศินกล่าวกับบีบีซีไทยว่า เขาวาดภาพประกอบและสติกเกอร์โดยใช้ตัวละครหลักเป็น "หัวนุ่ม" มานานแล้ว โดยเน้นเป็นแนวล้อเลียนประเด็นทางสังคม การเมือง การใช้ชีวิตทั่วไป

"แต่สุดท้ายการใช้ชีวิตทั่วไปก็วกกลับมาที่เรื่องการเมืองอยู่ดี" เขากล่าว

ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา วศินวาดสติกเกอร์ลงขายในไลน์มาแล้วมากกว่า 10 ชุด ซึ่งก็พบปัญหาข้อความไม่ผ่านการอนุมัติบ้าง แต่ก็ยังเป็นคำที่เขาเข้าใจและพอรับได้ถึงสาเหตุที่ต้องแก้ไข และสำหรับบางชุดที่เกี่ยวข้องกับการเมืองและปัญหาในสังคม ที่มีข้อความอย่าง "เสรีภาพการแสดงออก" ก็เคยได้รับการอนุมัติให้วางขายได้

วศินมองว่าคำว่า "กล้ามาก" "เก่งมาก" "ขอบใจ" เป็นคำทั่วไปซึ่ง "ไม่น่าจะไม่ผ่านได้เลย" เพราะเป็นคำทั่วไปที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่คำเฉพาะที่ระบุชื่อเฉพาะเจาะจงและไม่ใช่คำที่สร้างความเกลียดชังใด ๆ ทั้งสิ้น

เขาสรุปว่าการที่ทีมพิจารณาสติกเกอร์ไม่อนุมัติเกิดจากการยกบริบทมาเทียบเคียงเอาเอง

"ถ้าอย่างนั้น อีกหนึ่งปีส่งไปก็คงผ่านใช่ไหมครับ" เขาตั้งคำถาม

วศินแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า "องค์กรใหญ่ ๆ ควรจะช่วยกันปรับเพดานเสรีภาพในการพูดให้สูงมากขึ้น มันก็แค่คำว่า 'ขอบใจ' อะครับ"

เปิดคู่มือการพิจารณาสติกเกอร์ของ "ไลน์"

บีบีซีไทยติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กรของไลน์ ประเทศไทย เพื่อขอคำอธิบายเกี่ยวกับผลการพิจารณาสติกเกอร์ไลน์ชุด "หัวนุ่ม V3" ของวศิน รวมทั้งส่งคำถามไปทางช่องทางการติดต่อบนเว็บไซต์ แต่ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับ

อย่างไรก็ตาม จากคู่มือการพิจารณาสติกเกอร์ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ทางการของแอปพลิเคชัน "ไลน์" ระบุว่า "ครีเอเตอร์ (ผู้จัดทำและผู้จำหน่ายสติกเกอร์) จะสร้างสรรค์และจำหน่ายได้เฉพาะสติกเกอร์ที่ได้รับการพิจารณาจาก LINE แล้วว่ามีความเหมาะสมเท่านั้น"

คู่มือฉบับนี้ยังระบุถึงข้อกำหนดด้านต่าง ๆ เช่น ข้อกำหนดเกี่ยวกับรูป ข้อความในชื่อและคำอธิบาย และข้อกำหนดเกี่ยวกับศีลธรรมที่อาจส่งผลให้สติกเกอร์บางชุดถูกพิจารณาว่าไม่เหมาะสม ทำให้ถูกปฏิเสธหรือให้หยุดจำหน่าย

สำหรับข้อกำหนดเกี่ยวกับศีลธรรมมีทั้งหมด 23 ข้อ ดังนี้

  • สติกเกอร์ที่ส่งเสริมหรือสนับสนุนอาชญากรรม
  • สติกเกอร์ที่แสดงถึงการใช้กำลัง การใช้ความรุนแรงต่อเยาวชน ภาพลามกเยาวชน
  • สติกเกอร์ที่มีรูปโป๊เปลือย
  • สติกเกอร์ที่ส่งเสริมให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินพอดีหรือใช้ยาเสพติด รวมถึงสติกเกอร์ที่สนับสนุนการดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่ของเยาวชน
  • สติกเกอร์ที่ส่งเสริมให้ขับขี่รถยนต์ขณะเมาสุรา
  • สติกเกอร์ที่ส่งเสริมให้สร้างเลียนแบบอาวุธหรืออื่นๆ อย่างผิดกฏหมาย หรืออาจส่งเสริมให้ใช้สิ่งเหล่านั้น
  • สติกเกอร์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟิชชิ่งหรือสแปม
  • สติกเกอร์ที่มีภาพการทำร้ายหรือฆาตกรรม การถูกยิง ถูกแทง การทรมาน หรืออื่น ๆ
  • สติกเกอร์ที่อาจให้ร้าย หมิ่นประมาท โจมตี ต่อบุคคล องค์กร ประเทศ กลุ่ม ฯลฯ ที่ระบุเฉพาะ
  • สติกเกอร์ที่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของบุคคลที่สามหรือครีเอเตอร์ หรือมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นการเปิดเผยข้อมูล
  • สติกเกอร์ที่ไม่สุภาพหรืออาจก่อให้เกิดความไม่พอใจ
  • สติกเกอร์ที่ให้ร้ายหรือสร้างความไม่พอใจเกี่ยวกับศาสนา วัฒนธรรม เชื้อชาติ สัญชาติ
  • สติกเกอร์ที่ชักชวนให้เข้าสู่ศาสนาหรือมีเนื้อหาเกี่ยวกับศาสนาอย่างชัดเจน
  • สติกเกอร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเลือกตั้งและการเมือง
  • สติกเกอร์ที่ออกแบบให้ผู้ใช้สับสนหรือเกิดความเกลียดชัง
  • สติกเกอร์ที่มีการแสดงออกทางเพศ
  • สติกเกอร์ที่มีเนื้อหาส่งเสริมหรือเกี่ยวข้องกับการพนัน
  • สติกเกอร์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมข้อมูลของผู้ใช้ เช่น รหัสผ่าน ข้อมูลส่วนตัว และอื่น ๆ
  • สติกเกอร์ที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการสร้างเยาวชนที่มีคุณภาพ เช่น สติกเกอร์เกี่ยวกับการพนัน
  • สติกเกอร์ที่ชักชวนหรือส่งเสริมการฆ่าตัวตาย การทำร้ายตัวเอง การใช้สารเสพติด
  • สติกเกอร์ที่ชักชวนหรือส่งเสริมการรังแกผู้อื่น
  • สติกเกอร์ที่ส่งเสริมการแบ่งแยกหรือมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นเช่นนั้น
  • สติกเกอร์ที่มีเนื้อหาต่อต้านสังคมหรือสร้างความไม่พอใจให้แก่บุคคลอื่น

สติกเกอร์ "ค่านิยม 12 ประการ"

ก่อนหน้านี้สังคมออนไลน์เคยมีการถกเถียงถึงประเด็นเรื่องสติกเกอร์ไลน์กับการเมืองมาแล้วครั้งหนึ่ง คือ ในสมัยรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ร่วมมือกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ชื่อในขณะนั้น) ผลิตสติกเกอร์ไลน์ "ค่านิยม 12 ประการ" ตามนโยบาย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ด้วยงบจัดซื้อจัดจ้าง 7.1 ล้านบาท เป็นสติกเกอร์ภาพเคลื่อนไหว 16 แบบ ที่เปิดให้ดาวน์โหลดฟรีช่วง 30 ธ.ค. 2557 ถึง 28 ม.ค. 2558 และสามารถใช้งานได้ 90 วัน

ทั้งนี้ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์มีการตั้งคำถามว่า หากเงื่อนไขหนึ่งที่ทำให้สติกเกอร์ไลน์ไม่ผ่านการพิจารณาคือ "สติกเกอร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเลือกตั้งและการเมือง" ตามที่คู่มือการพิจารณาสติกเกอร์ของไลน์ระบุแล้ว เหตุใดสติกเกอร์ค่านิยม 12 ประการจึงผ่านการพิจารณาทั้งที่มีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลแนะนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดขึ้น

สติกเกอร์ไลน์ "ค่านิยม 12 ประการ" ในยุครัฐบาลคสช.

ที่มาของภาพ, droidsans.com

คำบรรยายภาพ, สติกเกอร์ไลน์ "ค่านิยม 12 ประการ" ในยุครัฐบาลคสช.
สติกเกอร์ไลน์ "ค่านิยม 12 ประการ" ในยุครัฐบาลคสช.

ที่มาของภาพ, droidsans.com

คำบรรยายภาพ, สติกเกอร์ไลน์ "ค่านิยม 12 ประการ" ในยุครัฐบาลคสช.