ประชุมสภา : มติสภาผู้แทนฯ ส่งร่างกฎหมายปลดล็อกผลิตเหล้าเบียร์ ให้ ครม. พิจารณาภายใน 60 วัน

เบียร์

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "ประชาชนเบียร์" นำเครื่องดื่มมาแจกจ่ายหน้ารัฐสภา ระหว่างจัดกิจกรรมสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต เพื่อปลดล็อกให้ประชาชนผลิตเหล้าเบียร์ได้

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ลงมติอนุมัติส่งร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีสรรพสามิต ปลดล็อกการผลิตเหล้าเบียร์ ไปให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนส่งกลับให้ที่ประชุมสภารับหลักการวาระที่ 1 ภายในเวลา 60 วัน เช่นเดียวกับร่าง พ.ร.บ. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินที่พรรคก้าวไกลเสนอ ทำให้พรรคฝ่ายค้านรุมวิจารณ์ว่าเป็นการเตะถ่วงร่างกฎหมาย

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรกลับมาเดินหน้าอีกครั้ง หลังจากเกิดเหตุ "สภาล่ม" 2 ครั้ง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยวันนี้ (9 ก.พ.) มีวาระสำคัญที่น่าจับตา คือ การพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต หรือ "ร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า" ที่เป็นการพิจารณาต่อจากการประชุมสภาผู้แทนฯ เมื่อวันที่ 2 ก.พ. แต่ได้เกิดเหตุสภาล่มไปก่อน

ที่ประชุมสภาวันนี้อนุมัติให้ ครม. นำร่างกฎหมายไปพิจารณาด้วยมติ 207 เสียง ไม่อนุมัติ 195 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง และไม่ลงคะแนน 2 เสียง ที่น่าสนใจคือ ส.ส. พรรคเศรษฐกิจไทย 14 คน ของกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ถูกขับออกจากพรรคพลังประชารัฐ ได้ยกมือลงมติสนับสนุนฝ่ายค้านที่ไม่เห็นด้วยกับการส่งร่างกฎหมายให้ ครม. พิจารณาก่อน

ก่อนลงมติ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ในการประชุมเมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมา นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส. กทม. พรรคก้าวไกล ในฐานะผู้เสนอร่าง พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิตได้ชี้แจงหลักการเหตุผลการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ และมีการอภิปรายของสมาชิก หลังจากนั้น นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เสนอต่อที่ประชุมเพื่อขอรับร่าง พ.ร.บ. ไปพิจารณาก่อนรับหลักการในวาระที่ 1

มติของสภา ทำให้ร่าง พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ต้องถูกส่งให้ ครม. พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน และทำความเห็น ก่อนที่สภาจะนำกลับมาพิจารณาอีกครั้งว่าจะรับหลักการหรือไม่

สัปดาห์ที่แล้ว ได้เกิดเหตุ "สภาล่ม" 2 ครั้ง ได้แก่วันที่ 2 ก.พ. และวันที่ 4 ก.พ. สภามีองค์ประชุมไม่ครบ ระหว่างการประชุมเพื่อพิจารณารายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่องผลกระทบและแนวทางแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลไทยอย่างยั่งยืน โดยฝ่ายค้านยอมรับว่ามีมติร่วมกันให้งดเป็นองค์ประชุม เพื่อเร่งเกมยุบสภา

ก้าวไกลตัดพ้อ ร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า "โดนอุ้ม"

พรรคก้าวไกลมองว่ามติของที่ประชุมสภาที่ส่ง ร่าง พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิตให้ ครม. พิจารณาเท่ากับร่างกฎหมายดังกล่าว "โดนอุ้ม" คือการพิจารณาต้องยืดเยื้อออกไป และกว่าจะได้กลับเข้ามาพิจารณาในสภาอีกครั้งก็อาจเป็นการประชุมสภาสมัยหน้า

อย่างไรก็ตาม นายเท่าพิภพกล่าวว่า ผลการลงมติออกมาอย่างฉิวเฉียด และขอขอบคุณทุกเสียงในสภาที่สนับสนุนร่างกฎหมายนี้ทั้งพรรคฝ่ายค้านและรัฐบาล และหวังว่า ครม. จะเชิญเขาไปร่วมชี้แจงเกี่ยวกับร่างกฎหมายนี้ด้วย

นายเท่าพิภพกล่าวว่า หากร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่าน จะเป็นก้าวแรกของการปลดล็อกให้ประชาชนได้มีโอกาสผลิตเบียร์และสุราพื้นบ้านจากวัตถุดิบในพื้นที่ เป็นการยกระดับและสร้างรายได้ให้ประชาชน

นายเท่าพิภพ (กลาง) ผู้เสนอร่าง พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, นายเท่าพิภพ (กลาง) ผู้เสนอร่าง พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต ปลดล็อกให้ประชาชนรายย่อยผลิตเหล้าเบียร์ แถลงข่าวร่วมกับประชาชนกลุ่ม "ประชาชนเบียร์" ที่เดินทางมายื่นหนังสือสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าวที่รัฐสภา

ขณะที่ช่วงเช้าวันนี้ มีตัวแทนนักกิจกรรมกลุ่ม "ทะลุฟ้า" และ "ประชาชนเบียร์" ซึ่งประกอบด้วยประชาชน กลุ่มผู้ค้าสุรา และเจ้าของสถานประกอบการ เดินทางไปที่รัฐสภา เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้สภารับหลักการร่าง พ.ร.บ. สุราก้าวหน้า เพื่อเป็นก้าวแรกในการปลดล็อกกฎหมาย และเปิดโอกาสให้ประชาชนหรือผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงการผลิตได้

"เราคิดว่าร่าง พ.ร.บ. สุราก้าวหน้า เปิดโอกาสให้ประชาชนคนธรรมดา มีโอกาสมากขึ้นในการผลิตสุรา...ทำให้เราได้เข้าถึงการผลิตสุราได้อย่างเท่าเทียมนายทุน ทั้งผลิตเพื่อดื่มเองหรือผลิตเพื่อจำหน่าย" นายธนากร ท้วมเสงี่ยม ตัวแทนกลุ่มทะลุฟ้าและประชาชนเบียร์ กล่าว

ส.ส. ไทยเศรษฐกิจ กลุ่ม "ธรรมนัส" ลงมติหนุนฝ่ายค้าน

หลังการลงมติ นายเท่าพิภพ แม้ร่าง พ.ร.บ. สุราก้าวหน้า จะยังไม่สามารถเข้าสู่การพิจารณาในวาะแรกได้ แต่ถือว่าได้ทำให้สังคมเกิดความตื่นตัวในเรื่องความเสมอภาค ปลดล็อกกฎหมาย ที่สร้างการผูกขาดให้กับนายทุน และเปิดโอกาสให้ประชาชนหรือผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงการผลิตเหล้าและเบียร์ได้

เขายังได้ขอบคุณพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ช่วยลงมติสนับสนุนให้ร่างกฎหมายนี้จนได้เข้าสู่การพิจารณาของสภา และขอบคุณพรรครัฐบาล ที่มี ส.ส.พรรคภูมิใจไทย 6 คน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 7 คน และยังมี ส.ส.พรรคเศรฐกิจไทย 14 คน ที่ร่วมสนับสนุนร่างกฎหมายของพรรคก้าวไกล โดยร่วมโหวตไม่เห็นด้วยให้ ครม. เอาร่างกฎหมายไปพิจารณา

สำหรับ ส.ส. พรรคเศรษฐกิจไทย เป็น ส.ส.กลุ่มของ ร.อ.ธรรมนัส ที่ถูกขับออกจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ฐานทำผิดจรรยาบรรณร้ายแรงตามมติของพรรคเมื่อวันที่ 19 ม.ค. ที่ผ่านมา

เปิดเนื้อหาร่าง พ.ร.บ. สุราก้าวหน้า ของพรรคก้าวไกล

ร่าง พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่สภากำลังพิจารณา วันนี้ (9 ก.พ.) นายเท่าพิภพเสนอเข้าสภาเป็นครั้งแรกเมื่อเดือน พ.ค. 2563 มีเนื้อหา 7 มาตรา มีสาระสำคัญเพื่อแก้ไขเนื้อหาใน มาตรา 153 ของ พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ดังนี้

  • เปลี่ยนข้อความในมาตรา 153 จากเดิม เขียนว่า "ผู้ใดประสงค์จะผลิตสุราหรือมีเครื่องกลั่นสำหรับผลิตสุราไว้ในครอบครองให้ยื่นคำขออนุญาตกตต่ออธิบดี...." เป็น "ผู้ใดจะประสงค์ผลิตสุราเพื่อการค้า ให้ยื่นคำขออนุญาตต่ออธิบดี..."
  • ต้องไม่กำหนดคุณสมบัติของผู้ขอ เกี่ยวกับขนาดกำลังการผลิต กำลังแรงม้าเครื่องจักร จำนวน พนักกงาน หรือประเภทบุคคลผู้มีสิทธิขออนุญาต
  • กรณีผู้ขออนุญาตเป็นบริษัทซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยต้องไม่กำหนดจำนวนทุนเข้าจดทะเบียนขั้นต่ำ ยกเว้นการกำหนดสัดส่วนผู้ถือหุ้นสัญชาติไทย
  • ตัดบทบัญญัติตามกฎหมายเดิมในมาตรา 153 ที่ระบุว่า โทษของผู้ผลิตสุรา ผู้ซื้อ หรือผู้มีไว้ในครอบครองเดิม ออกไป แต่ยังมีกำหนดโทษตาม มาตรา 192 อยู่ โดยบทวิเคราะห์สรุปสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. นี้ ระบุว่า เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมทำให้การผลิตสุราสามารถกระทำได้โดยทั่วไป
  • ใบอนุญาตขอผลิตสุราเพื่อการค้า มีอายุ 3 ปี เหมือนกฎหมายฉบับเดิม

สำหรับ พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต ปี 2560 ระบุไว้ว่า ผู้ใดซื้อหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งสุราที่ผลิตโดยฝ่าฝืนมาตรา153 วรรคหนึ่ง ปรับไม่เกิน 10,000 บาท แต่ถ้าสุรานั้นมีปริมาณไม่ต่ำกว่า 1 ลิตร ปรับไม่เกิน 2,000 บาท และผู้ผลิตสุราเพื่อขาย โดยไม่มีใบอนุญาต โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เดิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

คราฟท์เบียร์

ที่มาของภาพ, BBC thai

กฎหมายผลิตสุราเดิมว่าอย่างไร

ตามกฎกระทรวงอนุญาตการผลิตสุรา พ.ศ. 2560 ซึ่งบังคับใช้ในปัจจุบัน ระบุเกี่ยวกับการผลิตสุราและเบียร์ไว้ดังนี้

เบียร์

  • ต้องเป็นบริษัทซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยและมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำว่า 10 ล้านบาท และมีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ของจํานวนหุ้นทั้งหมด
  • โรงอุตสาหกรรมที่ผลิตเพื่อขาย ณ สถานที่ผลิต ขนาดกำลังการผลิต ไม่ต่ำกว่า 1 แสนลิตรต่อปี และไม่เกิน 1 ล้านลิตรต่อปี
  • โรงอุตสาหกรรมผลิตเบียร์ ต้องขนาดกําลังการผลิตไม่ต่ํากว่า 10 ล้านลิตรต่อปี

สุรา

  • โรงอุตสาหกรรมที่ใช้ผลิตสุรากลั่นชนิดสุราพิเศษ ประเภทวิสกี้ บรั่นดี และยิน ต้องมี ขนาดกําลังการผลิตคิดเทียบเป็นน้ำสุราที่มีแรงแอลกอฮอล์ 28 ดีกรีไม่ต่ํากว่า 30,000 ลิตรต่อวัน
  • โรงอุตสาหกรรมที่ใช้ผลิตสุรากลั่นชนิดเอทานอล ต้องใช้เทคโนโลยีการผลิตและมีเครื่องจักรที่สามารถผลิตสุรากลั่นชนิดเอทานอลให้มีแรงแอลกอฮอล์ได้สูงถึง 99.5 ดีกรี

ร่าง พ.ร.บ. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เจอชะตาเดียวกัน

นอกจาก ร่าง พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตแล้ว ที่ประชุมสภายังได้พิจารณาร่างกฎหมายแก้ไข พ.ร.บ. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พร้อมคณะเป็นผู้เสนอ

นายรังสิมันต์ชี้แจงหลักการร่างกฎหมายฉบับนี้ว่าเสนอขึ้นเพื่อแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งให้อำนาจนายกฯ ออกข้อกำหนดต่าง ๆ ที่มีผลต่อการจำกัดเสรีภาพของประชาชนเกินสมควรแก่เหตุ และไม่ถูกตรวจสอบถ่วงดุลโดยสภาผู้แทนราษฎรและองค์กรตุลาการ

นายรังสิมันต์กล่าวว่าสาระสำคัญของร่างกฎหมายมีเช่น กำหนดให้มีมาตรการตรวจสอบการออกข้อกำหนดภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน และให้มีการจำกัดระยะเวลาในการควบคุมตัวบุคคลที่เหมาะสมเพื่อพิทักษ์สิทธิของประชาชน

จากนั้น ส.ส.ได้ลุกขึ้นอภิปรายซึ่งส่วนใหญ่เป็น ส.ส.ฝ่ายค้านที่สนับสนุนหลักการของร่างกฎหมายดังกล่าว ส่วนนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขอให้ที่ประชุมมีมติส่งร่างกฎหมายให้รัฐบาลไปพิจารณาก่อนที่สภาฯ จะลงมติรับหลักการ โดยให้เหตุผลว่า เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้นำร่างกฎหมายที่ ส.ส.เสนอไปสู่ผู้ที่ควรรู้ให้พิจารณาก่อน ทำให้ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านบางคนอภิปรายว่ารัฐบาลกำลังเตะถ่วงร่างกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ผลการลงมติปรากฏว่าเสียงข้างมากเห็นด้วยให้ส่งร่าง พ.ร.บ. ไปให้ ครม. พิจารณา และส่งคืนสภาฯ ภายในเวลา 60 วัน

มติสภาฯ ตีตก ร่าง พ.ร.บ. แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา - ร่าง พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ

ในการประชุมสภา ยังมีการพิจารณาเรื่องด่วน คือ การลงมติ ร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่...) พ.ศ... และ ร่าง พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ (ฉบับที่...) พ.ศ.... ทั้ง 2 ฉบับ เสนอโดย นายวิรัช พันธุมะผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยและคณะ ซึ่งเขาเสนอตั้งแต่เมื่อครั้งเป็น ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ก่อนถูกยุบพรรค

มติ ครม. มีความเห็นว่าไม่ควรรับหลักการของ ร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ส่วนร่าง พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ ความเห็นของสำนักงานกฤษฎีกา ระบุว่า ไม่มีความจำเป็นต้องเสนอ เพราะเนื้อหาไม่ชัดเจนและไม่สอดคล้องกับหลักการอนุญาโตตุลาการตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545

ผลการลงมติ ส.ส. เสียงข้างมาก ลงมติไม่รับหลักการของร่าง พ.ร.บ. ทั้ง 2 ฉบับ