สภาล่ม: เปิดรายชื่อ 9 พรรค ไร้ ส.ส. แสดงตนเป็นองค์ประชุม ฝ่ายค้านยอมรับเป็นมติพรรคร่วมฯ หวังเร่งเกมยุบสภา

พรรคเพื่อไทยมีผู้แสดงตนเป็นองค์ประชุมเพียง 2 คน

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

คำบรรยายภาพ, พรรคเพื่อไทยมีผู้แสดงตนเป็นองค์ประชุมเพียง 2 คน

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ต่างออกมากล่าวโทษกันไปมาว่าเป็นต้นเหตุให้สภาล่มซ้ำซาก โดยฝ่ายค้านยอมรับว่ามีมติร่วมกันให้งดเป็นองค์ประชุม เพื่อเร่งเกมยุบสภา

พรรคที่มีเสียงอันดับ 1 ในสภา แต่ตกที่นั่งฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทย (พท.) ชี้ว่า การที่สภาล่มเป็นสัญญาณชี้ว่ารัฐบาลไม่อาจคุมเสียงข้างมากในสภาได้ และเชื่อว่าจะเป็นตัวเร่งให้ยุบสภาเร็วขึ้น

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่, น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. และโฆษก พท. และนักการเมืองร่วมพรรคอีกหลายคน ออกมาให้ความเห็นตรงกันผ่านการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน และโพสต์/ทวีตข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมเรียกร้องให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พิจารณาตนเองว่าไม่สามารถเป็นตัวแทนของฝ่ายเสียงข้างมากตามระบอบประชาธิปไตยได้แล้ว

ส่วนท่าทีที่แตกต่างระหว่าง พท. ที่ไม่ร่วมเป็นองค์ประชุม ขณะที่พรรคก้าวไกล ( ก.ก.) อยู่เป็นองค์ประชุมนั้น นายจุลพันธ์อธิบายว่า เป้าหมายหลักของ พท. คือการยุติการสืบทอดอำนาจของ พล.อ. ประยุทธ์

"เมื่อเป็นมติจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อไทยยืนยันเดินตามมติ และไม่ขอเป็นองค์ประชุมให้ พล.อ. ประยุทธ์ ยืดอายุต่อไปอีก ส.ส. อย่างผมยอมตกงาน ให้ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ เอา พล.อ. ประยุทธ์ออกไปครับ" นายจุลพันธ์กล่าว

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พท. ลุกขึ้นอภิปราย แต่ไม่ได้แสดงตนเป็นองค์ประชุมเมื่อ 4 ก.พ.

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

คำบรรยายภาพ, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พท. ลุกขึ้นอภิปราย แต่ไม่ได้แสดงตนเป็นองค์ประชุมเมื่อ 4 ก.พ.

ส.ส.พท. รายนี้ย้ำว่า การไม่เป็นองค์ประชุม เป็นกลไกในการตรวจสอบรัฐบาล และต่อสู้ในสภาของเสียงข้างน้อย จะไปหวังลงมติชนะนั้นเป็นไปไม่ได้

"ในมุมของผม รัฐบาลกำลังเพลี่ยงพล้ำ ถ้าจะคืนอำนาจให้ประชาชน ต้องทำตอนนี้" และ "พรรคเพื่อไทยยืนยันวิธีการกดดันองค์ประชุมต่อไป จนกว่าจะมีมติเปลี่ยนแปลง" นายจุลพันธ์ระบุผ่านทวิตเตอร์ของเขา

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กของเขา โดยระบุตอนหนึ่งว่า มติพรรคร่วมฝ่ายค้านกำหนดว่าห้ามแสดงตน เพื่อทดสอบองค์ประชุมของรัฐบาล ส.ส. ก้าวไกลส่วนใหญ่ยึดตามนั้น แต่ปรากฏว่าเป็นเพื่อไทยไม่ปฏิบัติตามมติ ก้าวไกลจึงตัดสินใจว่าเราจะยืนยันจุดยืนของเราคือการแสดงตนในวาระที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน

"เรื่องคะเนกันว่าสุดท้ายประยุทธ์จะยุบสภาถ้าสภาล่มบ่อย ๆ เห็นล่มไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ก็ไม่เห็นจะยุบสักที เกมที่เล่นกันอยู่แทนที่จะทำลายประยุทธ์ กลับทำลายเครดิตสภา ทำลายความหวังประชาชน ไม่ต่างกับการเมืองเก่า ซึ่งจะส่งผลเสียต่อการเมืองและความน่าเชื่อถือต่อประชาชนระยะยาว" นายรังสิมันต์ระบุ

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก.ก. และลูกพรรคส่วนใหญ่ แสดงตนเป็นองค์ประชุม

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

คำบรรยายภาพ, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก.ก. และลูกพรรคส่วนใหญ่ แสดงตนเป็นองค์ประชุม

ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้ความเห็นต่อเหตุสภาล่มว่า พรรคแกนหลักอย่างพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะต้องเป็นหลักเสียก่อน ดังนั้นกระบวนการดำเนินการภายในของพรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลถือว่ามีความสำคัญมาก ตนไม่ได้วิจารณ์อะไร แต่ปรารถนาจะเห็นงานในสภาและงานของรัฐบาลเดินหน้าไปด้วยความราบรื่น เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล "ตอบไม่ได้" ว่าเหตุสภาล่มบ่อย ๆ จะนำไปสู่การยุบสภาหรือไม่ แต่ยอมรับว่าเรื่องนี้ไม่ก่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อสภา

เหตุสภาล่มครั้งล่าสุด เกิดขึ้นในระหว่างการประชุมสภา เพื่อพิจารณารายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่องผลกระทบและแนวทางแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลไทยอย่างยั่งยืน ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย พิจารณาเสร็จแล้ว เมื่อ 4 ก.พ.

สำหรับคำว่า "สภาล่ม" คือเหตุการณ์ที่มี ส.ส. แสดงตนในที่ประชุมสภาไม่ครบกึ่งหนึ่งของจำนวน ส.ส. ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือที่เรียกว่าไม่ครบองค์ประชุม จึงไม่สามารถพิจารณาร่างกฎหมาย ญัตติ หรือรับรองรายงานต่าง ๆ ตามระเบียบวาระการประชุมได้ ทั้งหมดนี้เป็นเงื่อนไขบังคับที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร

ชม. แห่งความวุ่นวาย ก่อนสภาล่มครั้งที่ 16

สภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 25 ล่มเป็นครั้งที่ 16 ตามการนับของนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พท. โดยถือเป็นสภาล่มครั้งที่ 2 ในรอบสัปดาห์ และเป็นครั้งที่ 3 นับจากขึ้นปีใหม่ 2565

บีบีซีไทยขอลำดับเหตุการณ์สภาล่ม 4 ก.พ. เอาไว้ ดังนี้

14.05 น. นายชวน หลีกภัย ประธานสภา ในฐานะประธานที่ประชุม กดออดเรียกสมาชิกเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติรับทราบรายงาน หลังพบว่ามี ส.ส. อยู่ในห้องประชุมบางตา โดยใช้เวลารอกว่า 20 นาที

นายชวน หลีกภัย ทำหน้าที่ประธานการประชุม ก่อนเกิดเหตุสภาล่มครั้งที่ 2 ในรอบ 3 วัน

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

คำบรรยายภาพ, นายชวน หลีกภัย ทำหน้าที่ประธานการประชุม ก่อนเกิดเหตุสภาล่มครั้งที่ 2 ในรอบ 3 วัน

14.30 น. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พท. เสนอให้พักการประชุม 30 นาทีเพื่อรอสมาชิก แต่นายชวนให้พัก 15 นาที

ในระหว่างนี้ ยังไม่ทันได้พักการประชุม เพราะสภาตกลงกันไม่ได้ว่าจะใช้วิธีนับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อ ตามที่นายวิรัช พันธุมะผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เสนอ หรือใช้การเสียบบัตรแสดงตน ตามที่นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พท. เสนอ และเกิดการโต้เถียงกันไปมาในหมู่สมาชิกผู้ทรงเกียรติ หลังจากประธานวินิจฉัยให้นับองค์ประชุมแบบขานชื่อ ทว่านายจุลพันธ์ลุกขึ้นคัดค้าน เพราะมองว่าทำให้เสียเวลา "ถ้าเดินเกมการเมืองแบบนี้ ฝ่ายค้านไม่ยุ่งด้วย ขออยู่นอกห้องประชุม"

ด้านนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พท. ลุกขึ้นประท้วงการทำหน้าที่ของประธานว่าไม่เป็นกลาง ทำให้นายชวนสวนกลับว่าพูดอะไรต้องย้อนดูตัวเองด้วย และยืนยันว่าไม่ได้ลำเอียงในการทำหน้าที่ แต่นายพิเชษฐ์ตอบกลับว่า "ไม่เป็นไรครับท่านประธาน ท่านก็ต้องดูตัวเองด้วย ท่านอย่ามาว่าผม อย่าเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น" นายชวนจึงชี้แจงว่าต้องดำเนินการตามข้อบังคับ ไม่เช่นนั้นจะถูกตำหนิ สุดท้ายนายพิเชษฐ์ก็ยอมขอโทษประธาน

ต่อมา นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ภท. ลุกขึ้นไกล่เกลี่ย โดยกล่าวว่า ญัตติที่นายวิรัชเสนอน่าจะไม่ถูกต้อง เพราะไม่มี ส.ส. รับรอง ดังนั้นการเสนอจึงไม่ชอบ นายชวนจึงกล่าวว่า เมื่อนายศุภชัยยืนยันว่าญัตติการเสนอนับไม่ถูกต้อง คำสั่งที่ประธานสั่งไปก่อนหน้านี้ให้นับองค์ประชุมแบบขานชื่อก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ สุดท้ายจึงกลับไปใช้การนับองค์ประชุมแบบเสียบบัตรแสดงตนตามที่ ส.ส.พท. เสนอ

14.45 น. นายชวนกดออดเรียกให้สมาชิกเข้าห้องประชุมอีกครั้ง เพื่อเสียบบัตรแสดงตน แต่เมื่อประกาศผลนับองค์ประชุม ปรากฏว่ามีสมาชิกแสดงตนเพียง 195 คน ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง 237 คน ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม

14.50 น. ประธานสั่งปิดประชุมทันที

สัดส่วนการแสดงตน รัฐบาล 55.43% ฝ่ายค้าน 22.71%

ปัจจุบัน มี ส.ส. ปฏิบัติหน้าที่ได้ทั้งสิ้น 474 คน องค์ประชุมจึงต้องไม่น้อยกว่า 237 คน ทว่าในวันเกิดเหตุสภาล่มครั้งล่าสุด องค์ประชุมขาดไปถึง 42 เสียง เพราะมีผู้กดบัตรแสดงตนเพียง 195 คนเท่านั้น

องค์ประชุม

ที่มาของภาพ, วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา

บีบีซีไทยตรวจสอบผลการนับองค์ประชุมซึ่งบันทึกโดยสำนักรายงานการประชุมและชวเลข สภาผู้แทนราษฎร ก่อนนำมาคำนวณหาสัดส่วนของแต่ละพรรคว่ามี ส.ส. แสดงตนเป็นองค์ประชุมเท่าไร พบว่า มี 4 พรรคการเมืองที่ ส.ส. เข้าร่วมประชุมและแสดงตนเป็นองค์ประชุมยกพรรค ครบ 100% ได้แก่ พรรคชาติพัฒนา, พรรคครูไทยเพื่อประชาชน, พรรคไทรักธรรม และพรรคพลเมือง

ขณะที่อีก 9 พรรคการเมือง ไม่มี ส.ส. แสดงตนเป็นองค์ประชุมแม้แต่คนเดียว หรือคิดเป็น 0% ได้แก่ พรรคเพื่อชาติ, พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย, พรรคพลังปวงชนไทย, พรรคไทยศรีวิไลย์, พรรคประชาธิปไตยใหม่, พรรคประชาภิวัฒน์, พรรคพลังชาติไทย, พรรคพลังธรรมใหม่ และพรรคเพื่อชาติไทย

รัฐบาล 18 พรรค มี ส.ส. แสดงตน 148 คน จากทั้งหมด 267 คน คิดเป็น 55.43% ของ ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด

  • พรรคพลังประชารัฐ แสดงตน 54 คน ไม่แสดงตน 43 คน คิดเป็น 55.67% ของ ส.ส. ทั้งพรรค
  • กลุ่มที่ถูกขับออกจากพรรคพลังประชารัฐ แสดงตน 1 คน ไม่แสดงตน 18 คน คิดเป็น 5.26% ของ ส.ส. ทั้งกลุ่ม
  • พรรคภูมิใจไทย แสดงตน 34 คน ไม่แสดงตน 25 คน คิดเป็น 57.63% ของ ส.ส. ทั้งพรรค
  • พรรคประชาธิปัตย์ แสดงตน 35 คน ไม่แสดงตน 15 คน คิดเป็น 70% ของ ส.ส. ทั้งพรรค
  • พรรคชาติไทยพัฒนา แสดงตน 6 คน ไม่แสดงตน 6 คน คิดเป็น 50% ของ ส.ส. ทั้งพรรค
  • พรรคเศรษฐกิจใหม่ แสดงตน 4 คน ไม่แสดงตน 2 คน คิดเป็น 66.67% ของ ส.ส. ทั้งพรรค
  • พรรคพลังท้องถิ่นไท แสดงตน 4 คน ไม่แสดงตน 1 คน คิดเป็น 80% ของ ส.ส. ทั้งพรรค
  • พรรครวมพลังประชาชาติไทย แสดงตน 3 คน ไม่แสดงตน 2 คน คิดเป็น 60% ของ ส.ส. ทั้งพรรค
  • พรรคชาติพัฒนา แสดงตน 4 คน ไม่แสดงตน 0 คน คิดเป็น 100% ของ ส.ส. ทั้งพรรค
  • พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย แสดงตน 0 คน ไม่แสดงตน 2 คน คิดเป็น 0% ของ ส.ส. ทั้งพรรค
  • พรรคเสียงเดียว แสดงตน 3 พรรค ไม่แสดงตน 5 พรรค คิดเป็น 33.33% ของ ส.ส. พรรคเสียงเดียวทั้งหมด ทั้งนี้พรรคที่แสดงตน ได้แก่ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน, พรรคไทรักธรรม และพรรคพลเมืองไทย นั่นทำให้ทั้ง 3 พรรคการเมืองนี้ มีอัตราการแสดงตนเป็นองค์ประชุม 100% ส่วนพรรคที่ไม่แสดงตน ได้แก่ พรรคประชาธิปไตยใหม่, พรรคประชาภิวัฒน์, พรรคพลังชาติไทย, พรรคพลังธรรมใหม่ และพรรคเพื่อชาติไทย นั่นเท่ากับว่าทั้ง 5 พรรคการเมืองนี้ มีอัตราการแสดงตนเป็นองค์ประชุม 0%
พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย นำลูกพรรคยืนอยู่หลังห้องประชุม และไม่ได้เสียบบัตรแสดงตน ขณะประธานนับองค์ประชุม

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

คำบรรยายภาพ, พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย นำลูกพรรคยืนอยู่หลังห้องประชุม และไม่ได้เสียบบัตรแสดงตน ขณะประธานนับองค์ประชุม

ฝ่ายค้าน 7 พรรค มี ส.ส. แสดงตน 47 คน จากทั้งหมด 207 คน คิดเป็น 22.71% ของ ส.ส. พรรคฝ่ายค้านทั้งหมด

  • พรรคเพื่อไทย แสดงตน 2 คน ไม่แสดงตน 129 คน คิดเป็น 1.53% ของ ส.ส. ทั้งพรรค
  • พรรคก้าวไกล แสดงตน 43 คน ไม่แสดงตน 8 คน คิดเป็น 84.31% ของ ส.ส. ทั้งพรรค
  • พรรคเสรีรวมไทย แสดงตน 1 คน ไม่แสดงตน 9 คน คิดเป็น 10% ของ ส.ส. ทั้งพรรค
  • พรรคประชาชาติ แสดงตน 1 คน ไม่แสดงตน 6 คน คิดเป็น 14.29% ของ ส.ส. ทั้งพรรค
  • พรรคเพื่อชาติ แสดงตน 0 คน ไม่แสดงตน 6 คน คิดเป็น 0% ของ ส.ส. ทั้งพรรค
  • พรรคพลังปวงชนไทย แสดงตน 0 คน ไม่แสดงตน 1 คน คิดเป็น 0% ของ ส.ส. ทั้งพรรค
  • พรรคไทยศรีวิไลย์ แสดงตน 0 คน ไม่แสดงตน 1 คน คิดเป็น 0% ของ ส.ส. ทั้งพรรค

สำหรับ 2 ส.ส.พท. ที่แสดงตนคือ นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ และนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.

ส่วน ส.ส. กลุ่ม "กบฏ 19 มกรา" ที่ถูกขับออกจาก พปชร. และอยู่ระหว่างการยืนยันความถูกต้องของพรรคต้นสังกัดใหม่ มีผู้แสดงตนเพียง 1 คนคือ นายสมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น ซึ่งยังไม่ได้เข้าสังกัดพรรคเศรษฐไทยกิจไทยตามกลุ่มใหญ่ของ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า

ด้าน ส.ส.ภท. ที่ไม่ได้แสดงตน 25 คน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมี ส.ส. อย่างน้อย 7 คนอยู่ระหว่างการกักตัวเพราะติดเชื้อโควิด-19 จึงไม่ได้เข้าร่วมประชุมสภาตั้งแต่แรก