พลังประชารัฐ : ไพบูลย์ นิติตะวัน แจงเหตุขับ 21 ส.ส. พ้นพรรค เพราะเสนอปรับโครงสร้างพรรค

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พปชร.
ที่ประชุมพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีมติให้ขับ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และเลขาธิการพรรค พร้อมพวกรวม 21 คน พ้นจากพรรค ด้วยเหตุผลทำให้เกิดความเสียหายต่อพรรคจากการเสนอปรับโครงสร้างพรรค ขณะที่นายกฯ ยืนยันยังไม่คิดปรับ ครม. หรือยุบสภา
พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับ พปชร. แต่เชื่อว่าเป็นความต้องการทำให้สถานการณ์ปกติให้มากที่สุด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับประชาชนที่ต้องมองว่าใครเป็นอย่างไร ดังนั้นขอให้ติดตามพฤติกรรมของแต่ละคนด้วย
"ผมไม่ได้กล่าวว่าใครดีไม่ดี แต่พฤติกรรมจะเป็นตัวกำหนด และให้ประชาชนคัดกรองในการเลือกตั้งครั้งต่อไป" นายกรัฐมนตรีกล่าวและว่า ไม่ได้คิดจะดำเนินการในเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือยุบสภา เพราะขณะนี้กฎหมายยังไม่เรียบร้อย จึงอย่าเอาทุกอย่างมาตีทั้งหมด
- ก้าวต่อไป 4 อดีตแกนนำ สร้าง "พรรคขวาใหม่" กับภารกิจ "หนุนลุงตู่"
- พลังประชารัฐ ร้าว แต่ยังไม่แตก ทางแยกของ ประยุทธ์-ประวิตร ในภาวะ "มังกรสองหัว"
- ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรัฐมนตรีที่ถูกปลดกับอนาคตที่ "อาจจะไปสร้างบ้านใหม่"
- ธรรมนัส พรหมเผ่า เตรียมทำพรรคใหม่ หลังถูกปลดพ้นรัฐมนตรีพร้อมนฤมล ภิญโญสินวัฒน์
- คำชี้แจงจากปากประยุทธ์-ธรรมนัส ท่ามกลางข่าวลือเขย่าเก้าอี้นายกฯ
"ส่งความรัก ความปรารถนาดีให้กัน เคารพซึ่งกันและกัน" พล.อ. ประยุทธ์ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ถามว่า พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้า พปชร. ได้ส่งสัญญาณอะไรมาหรือไม่
พล.อ. ประวิตรไม่ร่วมลงมติขับ 21 ส.ส.
การประชุมและลงมติสำคัญของพรรคแกนนำรัฐบาลเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (19 ม.ค.) ภายในมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ที่มี พล.อ. ประวิตร เป็นประธานมูลนิธิ โดยมีกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) 17 คน และ ส.ส. 61 คน เข้าร่วม
นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้า พปชร. เปิดเผยว่า ที่ประชุมร่วม กก.บห. และ ส.ส. มีมติเห็นชอบให้สมาชิกพรรค 21 คนที่เป็นกลุ่มของ ร.อ. ธรรมนัส พ้นจากความเป็นสมาชิกพรรค ด้วยคะแนน 63 เสียง จากผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด 78 คน
ข้อบังคับ พปชร. ข้อที่ 54 (5) กำหนดให้ใช้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของที่ประชุมร่วม กก.บห. และ ส.ส. ของพรรค ในการลงมติให้ ส.ส. พ้นจากความเป็นสมาชิกพรรค
รองหัวหน้า พปชร. กล่าวว่า พล.อ. ประวิตรเป็นผู้เสนอเรื่องนี้ให้ที่ประชุมพิจารณา แต่ไม่ได้ร่วมลงมติด้วย
แจงเหตุขับ เพราะเสนอปรับโครงสร้างพรรค
ในระหว่างการเปิดแถลงข่าวที่รัฐสภาช่วงสายวันนี้ (20 ม.ค.) นายไพบูลย์ชี้แจงเหตุผลในการขับเลขาธิการ พปชร. พ้นพรรคตัวเองว่า เป็นเพราะ ร.อ. ธรรมนัสได้เรียกร้องให้ปรับโครงสร้างพรรคใหม่ขนานใหญ่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางพรรคไม่สามารถดำเนินการให้ได้ ร.อ. ธรรมนัสจึงบอกว่าจะเคลื่อนไหวด้วยมาตรการต่าง ๆ ซึ่งไม่เป็นประโยชน์
"ท่าน (ร.อ. ธรรมนัส) ไม่ได้บอกว่าถ้าไม่ได้ ก็แล้วไป ท่านบอก ถ้าไม่ได้ ท่านไม่ยอม เมื่อไม่ยอมก็จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคง ความเป็นเอกภาพ และเสถียรภาพของพรรคที่เราต้องรักษาไว้" นายไพบูลย์ ผู้เป็นมือกฎหมายของ พปชร. กล่าว

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
นายไพบูลย์ไม่ได้ขยายความว่าคำขู่เคลื่อนไหวด้วยมาตรการต่าง ๆ ของ ร.อ. ธรรมนัสคืออะไร แต่ปฏิเสธว่าไม่มีการพูดถึง "การขู่ไม่โหวตให้" หรือไม่เป็นองค์ประชุมในสภาให้แก่รัฐบาล ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหา "สภาล่ม"
เขาแสดงความเชื่อมั่นว่า มติที่ออกมาจะช่วยแก้ไขภาพลักษณ์ พปชร. ที่ถูกมองว่ามีปัญหาความขัดแย้งของแกนนำระดับสูง ซึ่งจะไม่เกิดปัญหาขึ้นอีก จะมีแต่ความเป็นเอกภาพ และจะไม่มี ส.ส.พปชร. ไหลตามอดีตเลขาธิการพรรคไปเพิ่มเติม
ส่วนในอนาคตจะยังทำงานร่วมกันได้หรือไม่นั้น นายไพบูลย์ตอบว่า "ในพรรคไม่ได้ ในสภาได้" เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า พรรคจะเชื่อใจ ร.อ. ธรรมนัสได้อย่างไร นายไพบูลย์บอกว่า "ผมไม่ทราบ"
ไม่ทราบ-ไม่พูด ข่าวต่อรองเก้าอี้ ครม.
อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์การเมืองส่วนหนึ่งมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็น "ชัยชนะ" ของฝ่าย ร.อ. ธรรมนัส ที่ยังรักษาสถานภาพความเป็น ส.ส. เอาไว้ได้ อีกทั้งยังมีอำนาจต่อรองสูงขึ้นกว่าเดิมจากจำนวนผู้แทนฯ 21 ชีวิตที่กำไว้ในมือ เพียงแต่ต้องหาพรรคสังกัดใหม่ภายใน 30 วัน ตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ
ร.อ. ธรรมนัส ถูก "ปลดฟ้าผ่า" พ้นจากเก้าอี้ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เมื่อ 8 ก.ย. 2564 พร้อมกับนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงานในขณะนั้น หลังปรากฏกระแสข่าวว่าเขาอยู่เบื้องหลังความเคลื่อนไหวในขบวนการโหวตล้ม พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กลางสภา ในระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านช่วงปลายเดือน ส.ค. 2564
ผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภายกให้ "แผนกบฏการเมืองล้มนายกรัฐมนตรี" เป็นเหตุการณ์เด่นแห่งปี 2564 โดยให้เหตุผลว่า "ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ลูกพรรคเดินเกมล็อบบี้ ส.ส. ในพรรคของตัวเอง เพื่อโค่นล้มนายกรัฐมนตรี"

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
ผ่านมา 4 เดือน พล.อ. ประยุทธ์ยังไม่ได้แต่งตั้งรัฐมนตรีเข้าไปเติมเต็มฝ่ายบริหารแต่อย่างใด โดยเหลือรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่อยู่ 34 คน จากโควต้าเต็ม 36 คน
การเดินเกมของกลุ่ม 21 ส.ส. จึงถูกวิเคราะห์ว่ามีเป้าหมายเพื่อต่อรองขอให้มีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) "ประยุทธ์ 2/5" และจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีให้ทางกลุ่มอย่างน้อย 1 ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ (รมว.) ตามการรายงานของสื่อมวลชนแทบทุกสำนัก ถึงขั้นมีการปล่อยชื่อกระทรวงที่คาดหวังจะเข้าไปรั้งเก้าอี้ออกมาแล้ว
อย่างไรก็ตามนายไพบูลย์งดตอบทุกคำถามเกี่ยวกับกระแสข่าวการต่อรองขอเก้าอี้ ครม. ของฝ่าย ร.อ. ธรรมนัส โดยเพียงบอกว่า "ไม่ทราบ" "ไม่พูด" และ " เรื่องดังกล่าว (ปรับ ครม.) ไม่สำคัญเท่าปรับเปลี่ยนโครงสร้าง"
ส่วนจำนวน ส.ส. ที่หายไป 21 เสียง จะส่งผลกระทบต่อเก้าอี้รัฐมนตรีอย่างไรนั้น ก็เป็นอีกคำถามหนึ่งที่นายไพบูลย์ "ไม่มีความเห็น" แต่เขาบอกว่าพรรคยังเหลือ ส.ส. ร่วม 100 คน "พรรคร้อยคนนะครับ แปลว่ามีเอกภาพ เสถียรภาพ มีความมั่นคง"และย้ำว่า พปชร. จะเป็นสถาบันอย่างแท้จริง
สรุปแล้วการขับพ้นพรรคถือเป็นความต้องการของ ร.อ. ธรรมนัสหรือไม่ นายไพบูลย์ไม่ปฏิเสธเรื่องนี้เสียทีเดียว โดยกล่าวว่า คงเป็นความรู้สึกที่สอดรับกันไปเป็นส่วนใหญ่ว่าถึงเวลาต้องแก้ปัญหาความขัดแย้งที่ฝังรากลึกจนกระทั่งเกินเยียวยาแล้ว
เขายังระบุด้วยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นภายใน พปชร. ไม่เกี่ยวอะไรกับ พล.อ. ประยุทธ์ เพราะไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค และเห็นว่า "นายกฯ มีความมั่นคงอยู่แล้ว" และ "ยังไม่เห็นเหตุผลว่าจะยุบสภาทำไม"

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
ขณะที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และ กก.บห.พปชร. กลุ่ม "สามมิตร" ให้ความเห็นว่ารัฐบาลน่าจะเข้มแข็งขึ้น เพราะบริหารจัดการกับบุคคลที่แยกออกไปแล้ว จัดระเบียบเรียบร้อยดี ก็คงจะแข็งแกร่งขึ้น
"อาจจะทำให้ 1 ปี 2 เดือนที่เหลือ น้ำนิ่งกว่าเดิมก็ได้ อย่ามองในทางที่เลวร้าย" แกนนำ พปชร. รายนี้กล่าว
ส่วนการยกคณะออกไปของ 21 ส.ส. เป็นการต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวยอมรับว่า ก็คงเป็นเกมการเมืองอย่างหนึ่ง แต่ถ้าจะพูดเน้นในทางนั้น ก็คงดูไม่ดี
ปัญหาการเมืองภายใน พปชร. ได้ส่งผลต่อการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกหลังปีใหม่ 2565 โดยนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานสภา ต้องชิงปิดการประชุมในเวลา 17.42 น. ของวันที่ 19 ม.ค. หลังกดออดเรียกสมาชิกที่อยู่บริเวณด้านนอกเพื่อแสดงตน ซึ่งปรากฎว่ามี ส.ส. ในห้องประชุมเพียง 227 คน จากทั้งหมด 473 คน ซึ่งไม่ครบองค์ประชุมที่ 237 เสียง
สำหรับสาเหตุที่ผู้แทนราษฎรอยู่ในห้องประชุมแบบโหรงเหรง ในระหว่างการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา รวม 5 ฉบับ เป็นเพราะมีการเชิญ ส.ส.พปชร. ไปประชุมที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ เวลา 17.00 น. แม้นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พปชร. ในฐานะประธานกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) จะส่งข้อความแจ้ง ส.ส. ของพรรคทุกคนให้ "อยู่ร่วมประชุมจนปิดการประชุม" และ "ขอให้กลับเข้าสภา เดี๋ยวจะมีการลงมติ" แต่ก็ไม่เป็นผล
"พล.อ. ประยุทธ์ต้องคุยภาษาเดียวกับ ร.อ. ธรรมนัส"
ดร. บุญเกียรติ การะเวกพันธุ์ แห่งคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวกับบีบีซีไทยว่า การขับ ร.อ. ธรรมนัส และพวกรวม 21 คน ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่เป็นชัยชนะของกลุ่มของเขาที่จะมีอิสระในการเคลื่อนไหว และมีอำนาจต่อรองทางการเมืองมากขึ้น
"จากเดิมที่เป็นแค่มุ้งหนึ่งในหลายมุ้งในพรรคพลังประชารัฐ ที่มุ้งอื่นอาจไม่พอใจ แต่ตอนนี้จะกลายเป็นพรรคการเมืองพรรคหนึ่งที่มีอำนาจต่อรองมาก" ดร. บุญเกียรติ

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
ขณะเดียวกันสื่อไทยหลายแห่งรายงานวันนี้ว่า ส.ส. จากพรรคเล็กรวม 9 คน จะไปร่วมงานการเมืองกับกลุ่มของ ร.อ. ธรรมนัส ประกอบด้วย พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 คน พรรคพลังชาติไทย พรรคประชาภิวัฒน์ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน พรรคพลเมืองไทย พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคไทยรักธรรม และพรรคเพื่อชาติไทย พรรคละ 1 คน
ดร. บุญเกียรติกล่าวว่า ถ้าข่าวนี้เป็นจริงจะทำให้กลุ่มของ ร.อ. ธรรมนัส มี ส.ส. ในมือถึง 30 คน เป็นพลังการเมืองที่มีอำนาจต่อรองสูงมาก สามารถเขย่าเสถียรภาพรัฐบาลได้ หากเทียบกับพรรคร่วมรัฐบาล เช่น พรรคชาติไทยพัฒนาที่มี 12 เสียง และได้ตำแหน่ง 1 รัฐมนตรีว่าการ และ 1 รัฐมนตรีช่วยว่าการ
ดร. บุญเกียรติวิเคราะห์เสถียรภาพของรัฐบาลประยุทธ์ในขณะนี้ว่าขึ้นอยู่กับการเจรจาต่อรองระหว่าง พล.อ. ประยุทธ์ กับ ร.อ. ธรรมนัส
"แม้อำนาจการยุบสภาอยู่ในมือ พล.อ. ประยุทธ์ แต่จำนวน ส.ส. ที่ ร.อ. ธรรมนัสมี ก็สั่นคลอนเสถียรภาพรัฐบาลได้ หากรัฐบาลจะอยู่รอดให้ครบเทอม พล.อ. ประยุทธ์ ก็ต้องคุยภาษาเดียวกับ ร.อ. ธรรมนัส"

กลุ่ม 21 ส.ส.
สำหรับรายชื่อกลุ่ม 21 ส.ส. ประกอบด้วย ส.ส.แบบแบ่งเขต 17 คน และ 4 ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยมี 3 คนที่เป็น กก.บห.พปชร. ด้วย
- ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และเลขาธิการพรรค
- นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ
- นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรค
- นายยุทธนา โพธสุธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ
- พล.ต.ต. ยงยุทธ เทพจำนงค์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
- นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร และรองเลขาธิการพรรค
- นายจีรเดช ศรีวิลาส ส.ส.พะเยา
- นายปัญญา จีนาคำ ส.ส.แม่ฮ่องสอน
- นายวัฒนา สิทธิวัง ส.ส.ลำปาง
- นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก
- นายภาคภูมิ บุญประมุข ส.ส.ตาก
- นายพรชัย อินทร์สุข ส.ส.พิจิตร
- นายวัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น
- นายสมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น
- นายเกษม ศุภรานนท์ ส.ส.นครราชสีมา
- นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม ส.ส.นครราชสีมา
- นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา
- นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานี
- นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์
- นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ส.ส.ชลบุรี
- น.ส. จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรสาคร










