กปปส.: ก้าวต่อไป 4 อดีตแกนนำ สร้าง “พรรคขวาใหม่” กับภารกิจ “หนุนลุงตู่”

ศาลอาญาพิพากษาจำคุกแกนนำ กปปส. รวม 26 คน เป็นเวลาตั้งแต่ 4 เดือน ถึง 9 ปี 24 เดือน และไม่อนุญาตให้ประกันตัว 8 แกนนำ ส่งผลให้พวกเขาถูกส่งตัวไปคุมขังภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เป็นเวลา 2 คืน ก่อนได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ศาลอาญาพิพากษาจำคุกแกนนำ กปปส. รวม 26 คน เป็นเวลาตั้งแต่ 4 เดือน ถึง 9 ปี 24 เดือน และไม่อนุญาตให้ประกันตัว 8 แกนนำ ส่งผลให้พวกเขาถูกส่งตัวไปคุมขังภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เป็นเวลา 2 คืน ก่อนได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี
    • Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

พรรคการเมืองทั้งเก่าและใหม่เคลื่อนไหวอย่างคึกคักในปี 2565 ที่เชื่อกันว่าการเมืองจะร้อนแรง โดยปรากฏชื่อของอดีตแกนนำ กปปส. ในหลายดีลทางการเมือง ท่ามกลางข้อวิเคราะห์ที่ว่าจะเป็นพรรค "ขวาใหม่" ที่มาต่อกรกับกระแส "ซ้ายใหม่" ที่ขยายตัวในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเมื่อ 8 ธ.ค. 2564 ให้สมาชิกภาพการเป็น ส.ส. ของ 5 อดีตแกนนำคณะบุคคลที่เรียกตัวเองว่า "คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" (กปปส.) ต้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ หลังต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาลใน "คดีกบฏ" เมื่อ 24 ก.พ. ปีเดียวกัน

ผลที่ตามมาทางการเมืองคือ นักการเมืองทั้ง 5 กลายเป็น "อิสรชน" ไม่มีพันธะผูกพันกับพรรคต้นสังกัดเก่า กลายเป็นจุดเริ่มต้นให้พวกเขาได้เปิดดีลใหม่ทางการเมือง

อย่างไรก็ตามในกรณีนายชุมพล จุลใส อดีต ส.ส. ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอิสสระ สมชัย อดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อ ปชป. และนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีต รมว.ศึกษาธิการ และอดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ต้องคำพิพากษาศาลอาญาให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปีด้วย จึงไม่สามารถเปิดหน้าทำกิจกรรมกับพรรคการเมืองใดได้

ศาล

ที่มาของภาพ, ศาลรัฐธรรมนญ/YOUTUBE

คำบรรยายภาพ, ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยเมื่อ 8 ธ.ค. 2564 ระบุตอนหนึ่งว่า บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญต้องการให้ ส.ส. "ปราศจากเหตุมัวหมองในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อส่วนรวม ไม่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียแก่เกียรติและศักดิ์ศรีของสภา" สั่งให้ทั้ง 5 คนพ้นจากตำแหน่ง ส.ส.

บีบีซีไทยสนทนากับ 4 อดีตแกนนำ กปปส. สำรวจอนาคตทางการเมืองของพวกเขา หลังปรากฏชื่อโยงใยอยู่ในอย่างน้อย 4 พรรคการเมือง

"คนละพรรค แต่พวกเดียวกัน"

"ผมพูดตรง ๆ ว่าผมต้องการให้พี่มาช่วยพรรคไทยภักดี ผมเชื่อฝีมือพี่" นพ. วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี เอ่ยปากชักชวนนายถาวร เสนเนียม อดีต รมช.คมนาคม และอดีต ส.ส. สงขลา ปชป. ให้ย้ายค่ายมาร่วมงานกับพรรคการเมืองน้องใหม่ หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองการจดจัดตั้งพรรคเมื่อ 4 พ.ย. 2564

ย้อนกลับไปเมื่อ พ.ย. 2561 นายถาวร อดีตเลขาธิการ ปชป. คือผู้สนับสนุนหลักของ นพ. วรงค์ ในศึกชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรค ปชป. คนที่ 8 แม้ท้ายที่สุดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะยังรักษาเก้าอี้ผู้นำพรรคสีฟ้าเอาไว้ได้ ด้วยผลการหยั่งเสียง 6.7 หมื่นคะแนน แต่ ส.ส. เหนืออย่างหมอวรงค์ก็ทำคะแนนตามหลังมาเพียงหมื่นแต้มเท่านั้น

ถึงขณะนี้นายถาวรยังไม่ตอบรับเทียบเชิญอย่างเป็นทางการ เพราะอยู่ระหว่างการเคลียร์สถานะความเป็นสมาชิกพรรคกับต้นสังกัดเก่า โดยเขากล่าวว่า "ขออีก 1-2 เดือน จะมีคำตอบชัดเจน"

ข้อบังคับ ปชป. ข้อ 9 (7) เรื่องสมาชิกพรรคเขียนล้อกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 กำหนดให้สมาชิกพรรคต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามคือ "ถูกคุมขังอยู่โดยหมายขังของศาล" ทำให้อดีตแกนนำ กปปส. รายนี้ขาดจากการเป็นสมาชิกพรรคไปโดยปริยาย ทว่าเพื่อให้เกิดความชัดเจนรอบคอบ อดีตนักกฎหมายอย่างนายถาวรเตรียมคัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญยื่นต่อนายทะเบียนพรรค ปชป. เพื่อให้ตัดชื่อของเขาออก และแจ้ง กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองต่อไป ก่อนเปิดตัวว่าไปอยู่พรรคไหน

"นโยบายใครก็เขียนสวยหรู แต่ผู้บริหารมีอุดมการณ์อย่างไร พรรคนั้นมีอุดมการณ์อย่างไร เรือบางลำก็มีโจรนั่งอยู่เต็ม บางลำก็มีเจ้าคุณ มีชี มีเด็กวัดบ้าง... เรือที่ผมจะลง ต้องมีอุดมการณ์ตรงกัน" นายถาวรกล่าว

ถาวร เสนเนียม ชูมือ นพ. วรงค์ เดชกิจวิกรม

ที่มาของภาพ, BBC Thai

คำบรรยายภาพ, ถาวร เสนเนียม (ซ้าย) ชูมือ นพ. วรงค์ เดชกิจวิกรม ก่อนเปิดตัวเป็นแคนดิเดตหัวหน้า ปชป. อย่างเป็นทางการที่ จ.พิษณุโลก 27 ก.ย. 2561

ตลอดเวลาที่สนทนากับบีบีซีไทย อดีต ส.ส. สงขลา 7 สมัย ไม่ได้เอ่ยชื่อพรรคการเมืองที่เขาเตรียมเข้าไปสังกัดออกมา แต่บอกใบ้คุณสมบัติ-จุดชี้ขาดในการตัดสินใจเอาไว้ว่า มีผลงานจับคนทุจริตเข้าคุก มีประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดินตามสมควร และมีจุดยืนปกป้องสถาบันฯ

ล่าสุดคณะทำงานคนสนิทของนายถาวรอย่างนายทินกร ปลอดภัย ได้เปิดตัวเป็น ผอ. เลือกตั้งซ่อม ส.ส. กทม. เขต 9 ของพรรคไทยภักดี เรียบร้อยแล้ว

นายถาวรยังระมัดระวังการตอบคำถามเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองอื่น ๆ ที่ปรากฏชื่ออดีตแกนนำ กปปส. อยู่เบื้องหน้า-เบื้องหลัง โดยเฉพาะพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ซึ่งเคยประกาศตัวเป็น "พรรคพสกนิกร" มาก่อน

"วิธีคิดและขับเคลื่อนพรรคอาจแตกต่างกัน แม้วัตถุประสงค์เดียวกัน" และ "อย่าไปคิดแทนคนอื่น คนละพรรค แต่พวกเดียวกัน เป็นเพื่อนพ้องน้องพี่"

อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าในทางการเมืองไม่มีใครยอมใคร อย่างพรรคเพื่อไทย (พท.) ก็ตัดคะแนนกันเองกับพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ไม่ต่างจากอีกขั้วที่ "โหวตเตอร์อยู่ในอ่างเดียวกัน"

จับตาพรรค "ขวาใหม่" ของกลุ่ม "สามทหารเสือ กปปส."

หาก ปชป. คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ 9 นักการเมืองกลายเป็น "เพื่อนร่วมพรรค" ก่อนตัดสินใจถอดสูท-ทิ้งสภา-ลงสู่ท้องถนนเต็มตัวในนาม กปปส. เมื่อปี 2556-2557 ซึ่งปิดเกมด้วยการเข้ายึดอำนาจโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อ 22 พ.ค. 2557

ต่อมาเมื่อมีการเลือกตั้งทั่วไปหลังผ่านรัฐประหารครั้งนั้น มีทั้งคนที่ยังอยู่ใต้ชายคา ปชป. ดังเดิม และคนที่เดินออกไปร่วมก่อตั้งพรรคการเมืองใหม่ จึงปรากฏชื่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นผู้ก่อตั้ง รปช. และ "สามทหารเสือ กปปส." ประกอบด้วย นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และนายสกลธี ภัททิยกุล ร่วมก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส. ตรัง ปชป. ย้อนทบทวนที่มาที่ไปของการแตกกระจายกำลังในหมู่ 9 อดีตแกนนำ กปปส. ซึ่งเขาชี้ว่า "พอจบ กปปส. บริบทการเมืองก็เปลี่ยนไปเพราะการต่อสู้ของ กปปส." และปัจจุบัน เมื่อศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ 5 อดีตแกนนำ กปปส. พ้นสมาชิกภาพของ ส.ส. พวกเขาก็กลายเป็นอิสรชน สามารถตัดสินใจเลือกแนวทางตัวเองได้

"ยืนยันว่าทั้งหมดไม่ได้คุยกัน เหตุการณ์ที่ผ่านมา ทำให้แต่ละคนงอกงามทางความคิด และเลือกเดินตามแนวทางที่ตัวเองกำหนด" นายสาทิตย์กล่าว

สุเทพ เทือกสุบรรณ (ตรงกลาง) กับสาทิตย์ วงศ์หนองเตย (ขวา)

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

คำบรรยายภาพ, สุเทพ เทือกสุบรรณ (คนกลาง) กับสาทิตย์ วงศ์หนองเตย (ขวา) ในช่วงโค้งสุดท้ายของการชุมนุม กปปส. วันที่ 12 พ.ค. 2557

หนึ่งในข้อวิเคราะห์ของอดีตแกนนำ กปปส. เจ้าของสมญา "ผู้ใหญ่บ้าน" เคียงคู่กับ "ลุงกำนัน" คือ กลุ่มสามทหารเสือ กปปส. อาจรู้สึกว่าใน พปชร. แบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม แล้วพวกเขาถูกกันออกไปต่างหาก จึงคิดว่า พปชร. ไม่ใช่คำตอบ แล้ว "ลุงตู่" (พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม) ควรอยู่ใน พปชร. ต่อไปหรือหลังเกิดปรากฏการณ์ "ล้มลุงตู่" จึงอยากไปทำพรรคการเมืองอีกแนวทางหนึ่ง

"พูดง่าย ๆ คือเป็น 'ขวาใหม่' ที่สนับสนุนลุงตู่ เพราะกระแส 'ซ้ายใหม่' รุนแรงมาก เดิมเราอาจเคยได้ยินกันว่าพรรคกล้าจะเป็นขวาใหม่ แต่ตอนนี้ก็ไม่ชัดเจนว่าจะเป็นอย่างที่เคยได้ยินมาก่อนหน้านี้หรือไม่" นายสาทิตย์กล่าว

ปฏิเสธไม่ได้ว่าแนวคิดเชิด-ชู พล.อ. ประยุทธ์ เป็นนายกฯ สมัยที่ 3 มีความสุ่มเสี่ยงทั้งทางกฎหมาย เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดให้มีวาระดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 8 ปี โดยฝ่ายค้านตีความว่าจะครบ 8 ปีในเดือน ส.ค. นี้ ขณะที่ฝ่ายกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรเห็นว่าเป็นปี 2570

ท่ามกลางความไม่ชัดเจนทางกฎหมาย เหตุใดสามทหารเสือ กปปส. ถึงยังคิดไปต่อกับ พล.อ. ประยุทธ์

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายสาทิตย์ให้ความเห็นว่า ผู้นำการเมืองที่ต่อสู้กับระบอบทักษิณได้ดีที่สุดคือ พล.อ. ประยุทธ์ ซึ่งดำรงสถานะผู้นำอีกขั้วหนึ่งชัดเจนหลังการยึดอำนาจ แต่สไตล์ของ พล.อ. ประยุทธ์คือไม่เป็นหัวหน้าพรรค ไม่เป็นสมาชิกพรรค แต่เป็นบุคคลที่พรรคให้การสนับสนุน ต่อมาเมื่อมีความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ภายใต้ชื่อ "โทนี่ วู้ดซัม" ในแอปพลิเคชันคลับเฮาส์ และการเปิดตัว น.ส. แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง เป็นประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พท. ก็อาจทำให้กลุ่มที่ต่อสู้กันมาคิดว่าต้องทำอะไร เพราะถ้า พท. กลับมา แล้วเกิดไปเกี่ยวก้อยกับพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ที่มุ่งรื้อโครงสร้างหลักของประเทศ ก็จะสร้างความขัดแย้งครั้งใหญ่

อุ๊งอิ๊ง

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคเพื่อไทย

คำบรรยายภาพ, น.ส. แพทองธาร ชินวัตร หรือ "อุ๊งอิ๊ง" บุตรสาวอดีตนายกฯ เปิดตัวร่วมกิจกรรมการเมืองกับ พท. เมื่อ 28 ต.ค. 2564 ที่ จ.ขอนแก่น โดยกล่าวกับสื่อตอนหนึ่งว่า "อิ๊งก็แยกไม่ออกกับภาพของคุณพ่อ ลูกคุณพ่ออยู่แล้ว เป็นความภาคภูมิใจ ขอทำหน้าที่ที่ปรึกษาให้ดีที่สุด"

ส่วนคำว่า "ขวาใหม่" นายสาทิตย์ขยายความว่า ที่ผ่านมา มีกลุ่มสุดโต่งเคลื่อนไหวเรื่องสถาบันสูงสุด และศาล ซึ่งจากการได้พูดคุยกับคนกลาง ๆ หลายคนรู้สึกกังวลกับความคิดแบบขุดรากถอนโคนของพรรคก้าวไกล/คณะก้าวหน้า ที่สะท้อนผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เช่น ให้ประธานศาลสูงมาจากการเลือกตั้ง และหลายคนก็จับตาดู พท. ที่ยังเห็นเงาของนายทักษิณ จึงเชื่อว่าคนกลาง ๆ จะเทมาขวามากขึ้น

"กลุ่มขวาสุดโต่งเป็นส่วนน้อย แต่ขวาค่อนมากลางจะเยอะ ทุกครั้งที่มีการปะทะทางความคิด ขวากลางจะเป็นกลุ่มคนข้างใหญ่" เขาวิเคราะห์

นายสาทิตย์ยังให้คำจำกัดความ พล.อ. ประยุทธ์ว่าเป็น "ขวากลาง" เพราะถูก พปชร. ถ่วงกลับมา ซึ่งเวลาเขาพูดถึงเฉดขวา เขาพิจารณาจากแนวคิดและปฏิกิริยาที่แสดงออกต่อฝ่ายตรงข้าม "ถ้าชนเปรี้ยงปร้าง จะเป็นขวาสุดโต่ง แต่ถ้าประนีประนอมมากกว่า ดีกรีก็อ่อนลงมา ถ้าพูดถึงบางองค์กรที่ขวาสุดโต่ง จะห้ามเปลี่ยน ห้ามแตะ แต่ถ้าขวากลาง ไม่ใช่ห้ามแตะ แต่พูดได้ภายใต้กรอบของกฎหมาย"

"หนองน้ำเล็ก ๆ" ที่พรรคร่วมฯ แย่งปลากัน

ในขณะที่นักการเมืองรุ่นเก๋าทยอยไหลออกจาก ปชป. ด้วยเงื่อนไข-ปัจจัยแตกต่างกัน ชายที่เป็นผู้แทนราษฎร จ.ตรัง มา 7 สมัย พ่วงดีกรีอดีตรัฐมนตรี ยังเลือกอยู่บ้านหลังเดิม โดยให้เหตุผลว่าหลังพิจารณาโครงสร้างการเมือง ไม่มีพรรคไหนมีความเป็นประชาธิปไตยในพรรคเท่า ปชป. แม้รู้สึกว่า "ตัวตนหายไป แกนนำยอมอยู่ใต้รัฐบาลมากเกินไป แต่คิดว่ายังพอพูดจาปรับเปลี่ยนกันได้"

นายสาทิตย์เป็นหนึ่งในบุคคลที่เรียกร้องให้ ปชป. ทบทวนและสำรวจจุดยืนและแนวคิดพรรคท่ามกลางบริบทที่เปลี่ยนไป เพราะหากยังทำงานการเมืองแบบเดิม ก็จะทำให้คนที่คิดก้าวหน้าเลือกที่จะไม่อยู่กับพรรค

ปชป.

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคประชาธิปัตย์

คำบรรยายภาพ, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้า ปชป. กล่าวในที่ประชุมใหญ่ ปชป. เมื่อ 18 ธ.ค. 2564 ว่า "พรรคประชาธิปัตย์มาถูกทางแล้ว" หลังทำตาม 3 เงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาลได้ครบทุกข้อแล้ว หนึ่งในนั้นคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เขายังระบุด้วยว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ที่กลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ "พูดได้ไม่เต็มปากคำว่าเป็นผลงานของพรรค" เพราะแม้มีการแก้ไข แต่ก็ไม่ได้แก้สาระสำคัญ เช่น ส.ว. ยังร่วมโหวตเลือกนายกฯ ได้ หรือเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน รัฐสภาก็ไม่ได้โหวตให้

ในทัศนะของนายสาทิตย์ การกลับไปใช้ระบบเลือกตั้งแบบรัฐธรรมนูญปี 2540 เอื้อต่อพรรคใหญ่ที่กินพื้นที่เยอะ ซึ่งถ้านำมาสัมพันธ์กับบริบทการเมืองจะเห็นว่าเป็นเรื่องประหลาดมากที่ 2 พรรคร่วมรัฐบาลมาแย่งพื้นที่ ปชป. ที่ภาคใต้ แต่ปล่อยให้ พท. เติบโตในภาคเหนือและภาคอีสานบน

"เหมือนพรรคร่วมฯ มาแบ่งปลาในหนองน้ำเล็ก ๆ แต่ปล่อยให้เพื่อไทยอยู่ในหนองใหญ่ ผมเคยเตือนพรรคร่วมฯ ไปหลายครั้งว่าต้องปรับมุมมองใหม่ ไม่อย่างนั้นเราจะรบชนะในศึกเล็ก แต่แพ้สงครามใหญ่ ถ้าคุณจะทำสงครามใหญ่ ต้องดีไฟน์ (นิยาม) ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน"

นายสาทิตย์ยังเป็น ผอ. เลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 1 จ.ชุมพร ของพรรค ซึ่งปรากฏว่า พปชร. ได้กลับมติพรรคจากเดิมไม่ส่งผู้สมัคร เป็นส่งผู้สมัคร ส.ส. เพื่อชิงฐานเดิมของ ปชป.

พุทธิพงษ์ขอพัก-ไม่ได้อยู่ในกระบวนการทำพรรคใหม่

ขณะที่อดีตแกนนำ กปปส. อีก 2 คน แจ้งกับบีบีซีไทยว่าอยู่ในช่วง "พักงานการเมืองชั่วคราว" และยังไม่ตัดสินใจว่าจะไปลงหลักปักฐานกับพรรคการเมืองไหน

"เฉพาะช่วงนี้ ให้พวกพี่ ๆ เขาทำไปก่อน ถามว่าคุยกันไหม คุย แต่สถานการณ์แบบนี้ ไม่ต้องรีบ" นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต รมว.ดีอีเอส และอดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อ พปชร. กล่าว

เหตุที่ บี-พุทธิพงษ์ ไม่รีบตัดสินใจ เพราะประเมินว่าในเวลาอย่างน้อย 2-3 เดือนนี้ไม่น่ามีอะไรเปลี่ยนแปลง การเมืองตอนนี้ไม่มีความชัดเจน ไม่ว่าจะมองไปในสภา หรือมองไปที่พรรคการเมืองก็ล้วนมีปัญหาภายในรุมเร้าของแต่ละพรรค จึงขอใช้จังหวะนี้พูดคุยกับผู้คนในแวดวงต่าง ๆ หลังกรำงานการเมืองมา 20 ปี

"วันนี้ได้กลับมาเป็นประชาชนเต็มตัว ไม่ได้เป็น ส.ส. และไม่ได้โดนตัดสิทธิการเมือง ก็เป็นเวลาที่เราจะได้ทบทวน ดูให้รอบคอบ วางจังหวะ และปรับวิธี เพราะการเมืองเปลี่ยนไปจากเดิมมาก" นายพุทธิพงษ์ระบุ

สามทหารเสือ กปปส.

ที่มาของภาพ, Wasawat lukharang/bbc thai

คำบรรยายภาพ, สามทหารเสือ กปปส. พุทธิพงษ์-สกลธี-ณัฏฐพล ร่วมงานวันเปิดพรรค พปชร. เมื่อ 29 ก.ย. 2561

ก่อนหน้านี้ อีกสองทหารเสือ กปปส. คือ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และนายสกลธี ภัททิยกุล ได้เข้าพบนายกฯ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อ 22 ธ.ค. 2564 โดยแจ้งต่อผู้สื่อข่าวว่าเป็นการเข้าสวัสดีปีใหม่ แต่สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นคือ นายสกลธี รองผู้ว่าราชการ กทม. ได้ทำหนังสือลาออกจาก พปชร. มีผลตั้งแต่ 23 ธ.ค. และเปิดเผยผ่านสื่อมวลชนว่าสนใจจะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ หลังจากนางทยา ทีปสุวรรณ ภรรยาของนายณัฏฐพล ที่เตรียมเสนอตัวเป็นผู้ว่าฯ หญิง ถูกศาลอาญาสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี พร้อมกับสามี

ขณะเดียวกันยังมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่าบ้านใหม่ของ "ตั้น-จั้ม" คือพรรคไทยสร้างสรรค์ ซึ่ง กกต. รับจดจัดตั้งพรรคไปเมื่อ 25 ต.ค. 2564 ร้อนถึง พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้า พปชร. ต้องออกมาตอบคำถามสื่อ โดยปฏิเสธว่าเป็นข่าวปล่อย

"พล.อ. ประยุทธ์ มีอยู่พรรคเดียว นายกฯ จะไปตั้งพรรคอะไร ไม่ไปหรอก" และ "ไม่มี มีพรรคเดียวก็จะเอาตัวไม่รอดแล้ว" หัวหน้า พปชร. กล่าวเมื่อ 19 พ.ย. 2564

ทั้งชื่อพรรคใหม่ ทั้งข้อวิเคราะห์เรื่องการสร้างพรรค "ขวาใหม่" เป็นสิ่งที่นายพุทธิพงษ์ไม่ขอยืนยัน ด้วยเหตุผลที่ว่า "ผมไม่ได้อยู่ในกระบวนการทำพรรคของเขา ไม่รู้นโยบาย"

หากถามว่าความแตกต่างของแต่ละพรรคที่มีแกนนำ กปปส. เป็นส่วนประกอบคืออะไร

คำตอบของนายพุทธิพงษ์คือ ไม่มีอะไรแตกต่าง ไม่มีใครคิดไม่ดีต่อบ้านเมือง พร้อมยืนยันว่าส่วนตัวไม่ได้พูดคุย หรือนัดแนะไว้ก่อนเรื่องเผด็จการหรือการปฏิวัติ

"ที่เขาบอกกันว่าทำไปเพื่อปูทางให้ยึดอำนาจ ผมอยู่ตรงนั้น ผมก็มาเหมือนม็อบอื่น ๆ มาต่อสู้ในสิ่งที่เราเห็นว่ามันไม่ใช่ แต่หลังจากวันนั้น เมื่อมันจบแล้วก็เป็นเรื่องของแต่ละคน ตอน คสช. มา เราก็หยุด พอมีโอกาสเขาชวนไปช่วยทำพรรค ผมก็ไปร่วมซึ่งยืนยันว่าไม่ใช่การสืบทอดอำนาจ เราก็ทำพรรคเพื่อลงเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ทุกคนก็มีอิสระไปทำพรรคอื่น ไม่ได้นัดแนะกันว่าต้องแยกกันเดิน เราเป็นอิสระต่อกันตั้งแต่ กปปส. หยุดหน้าที่ตัวเอง แต่เรารู้ว่าใน 9 คนนี้ไม่มีเจตนาไม่ดีต่อส่วนรวม และทุกคนก็เดินไปสู่การเลือกตั้ง" นายพุทธิพงษ์กล่าว

ภารกิจของ กปปส. จบไปแล้ว

นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ อดีต ส.ส. กทม. ปชป. และอดีตโฆษก กปปส. เป็นอีกคนที่กล่าวยืนยันว่า แต่ละพรรคการเมืองที่มีอดีตแกนนำ กปปส. สังกัด "ไม่ได้โยงใยเป็นขบวนการ" ไม่ว่าในการเลือกตั้ง 2562 หรือการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะภารกิจของ กปปส. จบไปแล้ว

"การชุมนุม เป็นหนังภาคเดียวที่จบแล้ว ไม่มีภารกิจต่อเนื่อง จบก็คือจบ ไม่มีภาคหนึ่ง สอง สาม คิดว่าทุกคนควรไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ และมีสิทธิเดินตามทางตัวเอง ไม่ควรมาอ้างเอาสิ่งที่เคยต่อสู้กันมา วันนี้ควรมาคิดถึงอนาคตประเทศ ให้ประเทศเดินต่อไปได้" นายเอกนัฏกล่าว

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์

ที่มาของภาพ, Hataikarn Treesuwan

คำบรรยายภาพ, นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ซึ่งเป็นทั้งคนร่วมบ้าน ร่วมพรรค ร่วมถนนของนายสุเทพ

ในขณะที่อดีตแกนนำ กปปส. บางส่วนชี้ให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวของสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า "ระบอบทักษิณ" ทั้งในโลกออนไลน์และออนกราวด์ นายเอกนัฏเห็นว่าการชุมนุมมีหลายชั้น ไม่ควรเอาขบวนการชุมนุมมาอ้าง ไม่ควรพูดเรื่อง กปปส. แต่พูดถึงและขับเคลื่อนบางประเด็นที่เกิดขึ้นในช่วงชุมนุมได้ เช่น ข้อเรียกร้องให้ปฏิรูปราชการ กระจายอำนาจ แก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน

"ถ้าชูเป็นประเด็นไม่ผิด แต่ถ้าเอาขบวนการมา มันจะงง เพราะเราไปพูดแทนมวลมหาประชาชนไม่ได้"

ขิง-เอกนัฏ เป็นบุตรชายบุญธรรมของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ทว่าในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด เขาลงสมัคร ส.ส. กทม. ในนาม ปชป. ไม่ได้ย้ายค่ายตามนายสุเทพไปสังกัด รปช. แต่อย่างใด

ปัจจุบัน เขายังเป็นสมาชิก ปชป. แต่ไม่ได้ร่วมกิจกรรมการเมืองในนามพรรคมานานแล้ว และใช้เวลาช่วงไม่ได้เข้าสภาทำงานด้านการศึกษาและวิทยาศาสตร์ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการ (บอร์ด) ต่าง ๆ อาทิ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ, สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (จิสดา)

ส่วนอนาคตทางการเมืองของคนหนุ่มวัย 35 ปี ยังไม่แน่ชัดว่าจะลงเอยกับพรรคไหน

"อะไรที่เกี่ยวกับการเมือง ผมขอเบรกสักช่วง ตอนนี้ใช้ความรู้เก่าที่เรียนมามาทำงานบอร์ดต่าง ๆ แต่เรื่องความผูกพันมันมีอยู่แล้ว ไม่ว่ากับพี่ตั้น (นายณัฏฐพล) หรือ ท่านตุ๋ย (นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ) แต่ทิศทางการเมือง ยังไม่ได้ตัดสินใจ"

น้องคนเล็กในกลุ่ม 9 อดีตแกนนำ กปปส. ย้ำว่า อยากให้ทุกคนมองไปข้างหน้าว่าจะใช้ประโยชน์จากโอกาสที่เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตได้อย่างไร เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า ไม่ควรพูดเรื่องเก่า ๆ หรือจมอยู่กับความขัดแย้งในอดีต

line

เช็คชื่อ 9 อดีตแกนนำ กปปส. ใครหนุนอุดมการณ์พรรคไหน

สิ้นคำพิพากษาของศาลอาญาที่สั่งจำคุกแกนนำและแนวร่วม กปปส. เป็นเวลาตั้งแต่ 4 เดือน ถึง 9 ปี 24 เดือน พวกเขามีเวลายื่นอุทธรณ์คดีจนถึง 23 ม.ค. นี้

แต่สำหรับ กปปส. 7 คนที่ไปร่วม "ปิดคูหาเลือกตั้ง" ศาลอาญาได้สั่งเพิกถอนสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปีด้วย นอกจากแกนนำ 3 คนคือนายณัฏฐพล, นายชุมพล และนายอิสสระ ยังมีของนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ, ร.ต. แซมดิน เลิศบุศย์, นายสำราญ รอดเพชร และนางทยา ทีปสุวรรณ

บีบีซีไทยตรวจสอบข้อมูลล่าสุดของอดีต 9 ส.ส. ปชป. ที่ลาออกพร้อมนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เมื่อ 12 พ.ย. 2556 เพื่อต่อสู้บนท้องถนนอย่างเต็มตัว ว่าสนับสนุนอุดมการณ์ของพรรคการเมืองไหน

  • พรรครวมพลังประชาชาติไทย: นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ปรึกษาและผู้ร่วมก่อตั้งพรรค
  • พรรคประชาธิปัตย์: 1. นายสาทิตย์ วงค์หนองเตย ส.ส. ตรัง 2. นายอิสสระ สมชัย อดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อ (ถูกตัดสิทธิการเมือง แต่บุตรสาวเป็น ส.ส. ปชป.) 3. นายวิทยา แก้วภราดัย อดีต ส.ส. นครศรีธรรมราช และ 4. นายชุมพล จุลใส อดีต ส.ส. ชุมพร (ถูกตัดสิทธิการเมือง เดิมมีดีลให้ย้ายไป พปชร. แต่คาดว่าเจ้าตัวจะคิดใหม่หลัง พปชร. ส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมแข่งในพื้นที่เดิมของเขา)
  • พรรคไทยภักดี: นายถาวร เสนเนียม อดีต รมช.คมนาคม และอดีต ส.ส. สงขลา (คาดว่าจะตอบรับคำเชิญของหัวหน้าพรรค)
  • พรรคไทยสร้างสรรค์: นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีต รมว.ศึกษาธิการ และอดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อ (ถูกตัดสิทธิการเมือง แต่พร้อมสนับสนุนพรรคการเมืองใหม่ร่วมกับนายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการ กทม.)
  • ยังไม่ตัดสินใจ: 1. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต รมว.ดีอีเอส และอดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อ พปชร. 2. นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ อดีต ส.ส. กทม. ปชป. (ปัจจุบันเป็นสมาชิก ปชป. แต่ไม่ได้ร่วมกิจกรรมการเมืองกับพรรค)