ร. 10: เซลฟี ป้ายไฟ ขอลายพระหัตถ์ ธรรมเนียมที่เปลี่ยนไปของการเฝ้ารับเสด็จฯ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีทรงทักทายประชาชนที่มารอรับเสด็จ

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีทรงทักทายประชาชนที่มารอรับเสด็จในการเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดโครงการรถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) ส่วนต่อขยายเมื่อวันที่ 14 พ.ย.

"ทรงพระเจริญ"

เสียงพสกนิกรที่ต่างใส่เสื้อสีเหลืองดังขึ้นระงม ลั่นลานบริเวณหน้าห้างเดอะมอลล์บางแค เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ความเหนื่อยล้าของการเฝ้ารอตั้งแต่เช้าจรดเย็นหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อได้เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระดำเนินมาทักทายผู้ที่มาเฝ้ารับเสด็จฯ

ทั้งสองพระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดโครงการรถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) ส่วนต่อขยาย ณ สถานีรถไฟฟ้าสนามไชย-สถานีรถไฟฟ้าหลักสอง โดยมีการประกาศเชิญชวนประชาชนมาเฝ้าทูลละอองทุลีพระบาทรับเสด็จในเวลา 17.00 น.

นับเป็นการเสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธีและทรงพบปะประชาชนในกรุงเทพมหานครเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 2 สัปดาห์ หลังจากที่ทรงพระราชทานพระวโรกาสให้พสนิกรได้เข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิดบริเวณหน้าพระบรมมหาราชวังเมื่อวันที่ 1 พ.ย. ซึ่งการเฝ้ารับเสด็จครั้งนั้นเกิดสีสันขึ้นหลากหลาย ทั้งการส่งเสียงให้กำลังใจที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน รวมถึงอุปกรณ์ประกอบการรับเสด็จต่าง ๆ ซึ่งแตกต่าง ไปจากธรรมเนียมปฏิบัติเดิมในอดีต ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยและมาตรการควบคุมโรค

คำบรรยายวิดีโอ, หัวอกคนรักเจ้า “ผมไปเรียกร้องในสิทธิของผม แต่กลับโดนคุกคาม”

"วิถีใหม่" ของการรับเสด็จฯ

แม้หมายกำหนดการระบุว่าในหลวงและพระราชินีจะเสด็จฯ มาในช่วงเย็นของวันที่ 14 พ.ย. ซึ่งตรงกับวันเสาร์ แต่ประชาชนก็เริ่มทยอยเดินทางมาจับจองพื้นที่ตั้งแต่ยังไม่เที่ยง โดยมีเจ้าหน้าที่นำเสื่อมาปูไว้บริการ บางคนใช้ช่วงเวลาระหว่างรอจัดแจงรับประทานอาหารซึ่งบางคนเตรียมาเอง บางคนได้รับแจกจากเจ้าหน้าที่

และหากใครที่เคยมีโอกาสเข้าเฝ้ารับเสด็จในช่วงที่ผ่านมา ก็จะทราบว่าต้องเผื่อเวลาให้กับขั้นตอนการคัดกรอง

ครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้แบ่งจุดคัดกรองเป็นสองช่องทาง คือ บริเวณหน้าศูนย์การค้าและใต้บันไดทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้าสถานีหลักสอง เพื่ออำนวยความสะดวก เราจึงได้เห็นบรรยากาศประชาชนที่รอเข้าแถวพร้อมถือบัตรประชาชนในมือ เดินเรียงผ่านเครื่องสแกนตรวจจับโลหะ และผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิเพื่อรับสติกเกอร์สีเขียว ก่อนที่จะต้องแสดงบัตรประชาชนต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อเก็บข้อมูลผ่านเครื่องอ่านบัตร จากนั้นจะได้สติ๊กเกอร์สีส้มหรือสีน้ำเงินซึ่งมีหมายเลขกำกับ เป็นอันเสร็จสิ้นสามารถเข้าสู่พื้นที่ได้

ไม่เพียงประชาชนทั่วไป สื่อมวลชนที่มาเฝ้ารายงานข่าวก็เข้าจับจองพื้นที่เช่นกัน โดยการเสด็จพระราชดำเนินครั้งก่อน สื่อมวลชนต่างประเทศได้สัมภาษณ์ในหลวงเป็นครั้งแรก

อย่างไรก็ตาม ก่อนเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้ กรมประชาสัมพันธ์ได้ขอความร่วมมือกับสื่อมวลชนไว้ล่วงหน้าว่าไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ และพระบรมวงศานุวงศ์

6 ชม.ก่อนเสด็จ

ประชาชนดังขึ้นเริ่มหนาแน่นขึ้นตามเวลา เสียงพูดคุยดังผสมปนเปกับเสียงเพลงเทิดพระเกียรติที่เปิดสลับกับเพลงลูกทุ่งตามสมัยนิยมที่เปิดขับกล่อมอย่างต่อเนื่อง หลายคนฆ่าเวลาด้วยการทำความรู้จักคนที่นั่งข้าง ๆ ที่อาจจะเพิ่งเคยเจอะเจอกันครั้งแรก

"เรารักในหลวง ทั้งชีวิตอยู่ด้วยในหลวง ดูแบงก์แล้วคิดทุกวัน ถ้าไม่มีท่านจะเอาอะไรกิน" หญิงสูงวัยในย่านบางแคเล่าความรู้สึกให้คนข้าง ๆ ฟัง

เธอชักชวนเพื่อนสนิทมาเฝ้ารับเสด็จในวันนี้ แม้บ้านพักอยู่ไม่ไกล แต่ก็ตั้งใจเดินทางมาตั้งแต่ 8 โมงเช้า เพื่อจะได้มีเวลารับประทานอาหารให้พร้อมเสียก่อน เพราะจากประสบการณ์การเฝ้ารับเสด็จฯ มาหลายครั้งทำให้รู้ว่าต้องจัดการเรื่องอาหารการกินให้เรียบร้อยก่อน

ส่วนสตรีสูงวัยอีกคนบอกกับหญิงสาววัยลูกข้าง ๆ ว่า เธออายุ 65 ปี ตั้งใจที่จะมาหลังทราบข่าวผ่านกลุ่มสนทนาในแอปพลิเคชันไลน์ เธอออกเดินทางมาจากบ้านจาก จ.ชลบุรี ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง โดยเดินทางมาตัวคนเดียวด้วยรถโดยสารสาธารณะ ทั้งรถตู้ รถไฟฟ้าบีทีเอสและเอ็มอาร์ที เล่าอย่างปลื้มใจว่าได้รับความช่วยเหลือมาตลอดทาง ซึ่งและยังเล่าอย่างภูมิใจว่าเมื่อครั้งในหลวง ร.9 เสด็จฯ เยี่ยมพสกนิกร เธอก็พาลูกหลานไปนอนจองที่ข้ามวันข้ามคืนมาแล้ว

ในหลวงและพระราชินีเสด็จพระราชดำเนินมาถึงสถานีรถไฟฟ้าหลักสอง

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, ในหลวงและพระราชินีเสด็จพระราชดำเนินมาถึงสถานีรถไฟฟ้าหลักสอง

โดยตลอดเวลาการรอนั้น เจ้าหน้าที่สวมเสื้อสีเหลืองสวมหมวกสีม่วงนำน้ำดื่ม แอมโมเนียมาบริการ อีกทั้งเจ้าหน้าที่เขตบางแคยังได้นำอาหารมากแจกจ่ายให้กับประชาชนอีกด้วย

"เมื่อก่อนเข้าไม่ถึง มีเชือกกั้นตลอด เดี๋ยวนี้ใกล้มากก็ดีใจ"

ส่วนหญิงชาวใต้วัยกลางคน ที่นั่งห่างออกไปไม่ไกล เล่าว่า เธอเข้ามาทำงานในเมืองหลวงมานานกว่า 15 ปี สมัยอยู่ต่างจังหวัดไม่โอกาสเช่นนี้ เมื่อเข้ามาทำงานกรุงเทพฯ จึงไปเฝ้ารับเสด็จฯ บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

เธอเล่าถึงความตื่นเต้นที่มี แม้จะเฝ้ารับเสด็จฯ มาหลายครั้งแล้ว ตั้งแต่ครั้งพระองค์ยังเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช จึงได้เห็นการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการรับเสด็จฯ ที่ชัดเจนว่าไม่เข้มงวดเช่นที่ผ่านมา

เช่นเดียวกับกลุ่มหญิงวัยกลางคนชาวศาลายา จ.นครปฐม ที่ช่วยยืนยันด้วยอีกเสียงถึงการเปลี่ยนแปลงนี้

"ก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรแบบนี้ หลังมีม็อบนี่แหละ ตอนเป็นฟ้าชายก็ไม่ได้สัมผัส ตอนนี้นี่แหละท่านเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับประชาชนได้ดีมาก"

ด้วยความปิติยินดีเช่นนี้ วันนี้เธอจึงชักชวนเพื่อนอีกคนหนึ่งทำช่อดอกไม้จากใบเตยหอมโดยคาดหวังจะได้ถวายพระองค์ท่าน

"ถ้าบุญเรามี บุญเราถึงนะ จะถวายถึงมือท่าน แต่ถ้าไม่ก็เก็บไปถวายพระต่อ"

บรรดาพ่อค้าแม่ค้า ก็เป็นคนอีกกลุ่มหนึ่งที่จะขาดไปไม่ได้ แต่ละคนต่างมาจับจองพื้นที่ตั้งแต่เช้า โดยหวังให้กิจกรรมเช่นนี้สร้างรายได้ในยามที่เศรษฐกิจย่ำแย่

แม่ค้าจาก จ.นครปฐม เป็นคนหนึ่งที่ตั้งใจเดินทางมาเพื่อหวังฟื้นตัวจากเศรษฐกิจซบเซา โดยเลือกที่จะเดินเร่ขายพัด และแผ่นปูรองนั่ง ซึ่งเป็นของใช้จำเป็น

"พี่ไปหมดทุกที่ทุกม็อบ รับเสด็จไป ปลดแอกไป เสื้อเหลือง เสื้อแดงไปหมด ต้องพลิกวิกฤตเป็นโอกาส"

เธอเล่าว่า กิจกรรมเช่นนี้สามารถสร้างกำไรให้บรรดาแม่ค้าได้ แต่ก็เป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ดังนั้นเธอจึงไปขายสินค้าในกิจกรรมชุมนุมต่าง ๆ มาตลอด

นอกจากการเดินทางมาเป็นกลุ่มเล็ก ๆ แล้ว ยังมีกลุ่มประชาชนที่ชักชวนกันมาเป็นกลุ่มก้อน โดยเฉพาะประชาชนในเขตพื้นที่ใกล้เคียงกรุงเทพมหานคร

พสกนิกรถือรูป ร.10

ที่มาของภาพ, EPA

ซักซ้อมเปล่งเสียง "ทรงพระเจริญ"

เวลาประมาณ 15.15 น. เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเดินแจ้งข้อกำหนดกับประชาชนว่าใครก็ตามที่นำดอกไม้มาถวาย ขอให้นำมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความปลอดภัยก่อน โดยหากเป็นดอกกุหลาบก็ขอความร่วมมือเด็ดหนามออกทั้งหมด

เช่นเดียวกับการถ่ายภาพ ขอให้งดการถ่ายเซลฟี และหากจะถ่ายภาพให้ขอประทานอนุญาตจากพระองค์เสียก่อน

เวลาต่อมา มีการซักซ้อมการเปล่งเสียง "ทรงพระเจริญ" เกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ ประชาชนก็ร่วมส่งเสียงตอบรับ พร้อมโบกธงชาติและธงสัญลักษณ์ประจำ ร.10 ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยังแนะนำข้อปฏิบัติอื่น ๆ เช่น การเก็บร่ม ถอดหมวกในช่วงเข้ารับเสด็จฯ การสัมผัสพระหัตถ์ การไม่ควรดึงพระบาทหรือเช็ดรองพระบาทเพราะอาจทำให้พระองค์เกิดอันตรายได้

ยิ่งใกล้กำหนดการรับเสด็จ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

เวลา 16.10 น. ทหารองครักษ์แต่งชุดเครื่องแบบและอาวุธเต็มยศ และตัวแทนนักเรียนที่สวมชุดพิธีการเริ่มตั้งแถวเตรียมรับเสด็จตามแนวถนน เจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งก็จัดระเบียบประชาชนตามเส้นทางเสด็จฯ

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น เครื่องขยายเสียงขนาดเล็กยังคงดังขึ้นต่อเนื่อง พร้อมด้วยเสียงใส ๆ ของเจ้าหน้าที่ผู้หญิง เล่าเรื่องราวความประทับใจในการถวายงานรับใช้ในหลวง รวมถึงถ่ายทอดพระราชดำรัสต่าง ๆ ของในหลวงที่ห่วงใยประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จ และย้ำกับเจ้าหน้าที่ให้ดูแลอย่างเต็มที่

ในหลวงและพระราชินีประทับรถไฟฟ้าจากสถานีสนามไชยมายังสถานีหลักสอง

ที่มาของภาพ, POOL

คำบรรยายภาพ, ในหลวงและพระราชินีประทับรถไฟฟ้าจากสถานีสนามไชยมายังสถานีหลักสอง

สำหรับประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จนั้น มีจำนวนไม่น้อยที่ตั้งใจนำพระบรมฉายาลักษณ์มาให้พระองค์ลงพระนามเช่นที่เคยเห็นมา เจ้าหน้าที่จึงขอความร่วมมือว่า จะเป็นการดีกว่าที่จะให้พระองค์สัมผัสศีรษะ เนื่องจากพระองค์ไม่สามารถลงพระนามให้ได้ทั้งหมดในเวลาจำกัด

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่มีการแจกกระดาษที่มีคิวอาร์โค้ดกลุ่มไลน์ "เรารักสถาบัน" เพื่อให้ประชาชนเข้าร่วมอีกด้วย

ผ่านไปสักครู่บรรยากาศกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ นักแสดงชื่อดัง มาถึงบริเวณนี้เพื่อร่วมรับเสด็จฯ ประชาชนส่งเสียงกรี๊ด และเรียกชื่อ พร้อมทั้งขอถ่ายรูปกันคึกคักจนเจ้าหน้าที่ต้องขอความร่วมมือให้งดการถ่ายรูปเพื่อความเป็นระเบียบ

เวลา 16.55 น. ก่อนกำหนดการเสด็จเพียงไม่นาน เจ้าหน้าที่แจ้งเปลี่ยนจุดรอการรับเสด็จจากเดิมหน้าลานศูนย์การค้า เป็นบริเวณริมถนนตามแนวเส้นทางเสด็จฯแทน ประกาศนี้สร้างความโกลาหลไม่น้อย ด้วยประชาชนที่มารอรับเสด็จจำนวนมากเป็นผู้สูงอายุที่เดินลำบาก โดยเฉพาะหลังจากที่ต้องนั่งคอยมาเป็นเวลานาน ต้องย้ายที่ที่ตัวเองคิดว่าเป็นทำเลที่ดีที่สุดแล้ว

เวลาที่รอคอย

เวลา 17.35 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินีเสด็จฯ ถึงสถานีรถไฟฟ้าสนามไชย โดยมีพสกนิกรจำนวนหนึ่งที่ไปรอรับเสด็จในจุดดังกล่าว หลังทรงประกอบพิธีเปิดและทอดพระเนตรนิทรรศการภายในสถานี ทั้งสองพระองค์ก็ประทับตู้โดยสารแรกของขบวนรถไฟฟ้าใต้ดินหมายเลข 44 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จได้ร่วมขบวนรถไฟฟ้าไปยังสถานีหลักสองด้วย

ขณะที่ในหลวงและพระราชินีประทับรถไฟฟ้าจากสถานีสนามไชยมายังสถานีหลักสอง บรรยากาศหน้าศูนย์การค้าเริ่มคึกคัก เจ้าหน้าที่เดินกันขวักไขว่ เข้าประจำตำแหน่ง

แล้วเวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึงเมื่อในหลวงและพระราชินีเสด็จฯ มาถึงในเวลาประมาณ 19.00 น. และทรงพระดำเนินเยี่ยมพสกนิกร สลับกับทรงหยุดมีพระราชปฏิสันถารกับประชาชนอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางเสียง "ทรงพระเจริญ" ที่ดังขึ้นเป็นระยะ ๆ

สมเด็จพระราชินีแย้มพระสรวลและโบกพระหัตถ์ให้ประชาชนอยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกับในหลวงที่พระราชทานลายพระหัตถ์บนรูปถ่ายให้ประชาชนบางส่วน บางจังหวะมีการหยุดถ่ายรูปร่วมกับประชาขน

"ในหลวงสู้ ๆ" ยังเป็นอีกหนึ่งวลียอดนิยมที่ได้ยินในการรับเสด็จฯ ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เช่นเดียวกับคำที่คุ้นชินอย่าง "เรารักในหลวง" ที่ดังสลับกันอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเวลาเสด็จฯ

นอกจากมีการชูพระบรมฉายาลักษณ์แล้ว ยังมีประชาชนบางส่วนถือป้ายไฟหลากหลายสี ให้กำลังใจมีข้อความว่า "เรารักในหลวง" "เรารักราชินี"

ในหลวงและพระราชินีเสด็จทรงพระดำเนินผ่านเครื่องตรวจบัตรโดยสารรถไฟฟ้า

ที่มาของภาพ, POOL

การผ่อนปรนในเรื่องระเบียบการเฝ้ารับเสด็จฯ ทำให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างใกล้ชิดโดยไม่ได้มีเขตแนวกั้น สามารถใช้โทรศัพท์บันทึกภาพได้ จึงมีประชาชนจำนวนมากพยายามกรูเข้าไปให้ได้ใกล้ชิดที่สุด สำหรับโอกาสสำคัญครั้งหนึ่งของชีวิต

ความโกลาหลจึงเกิดขึ้นประปราย เมื่อบรรดาผู้สูงอายุรวมถึงเด็ก ๆ ไม่อาจมองเห็นได้โดยสะดวกตะโกนบอกให้คนด้านหน้านั่งลง หรือบอกให้ระวังล้มเกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ สลับกับเสียงชื่นชมอย่าง "ราชินีตัวจริงสวยมาก" "ได้ถ่ายรูปใกล้เลย" จากประชาชนที่ได้เห็นทั้งสองพระองค์ชัด ๆ

อย่างไรก็ตามขบวนเสด็จดำเนินไปอย่างช้า ๆ เนื่องจากทั้งสองพระองค์ทรงแวะทักทายประชาชนตลอดสองข้างทาง ทำให้ทั้งสองพระองค์ต้องใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมง กับระยะทางเสด็จพระราชดำเนินเพียงไม่เกิน 300 เมตร

ก่อนที่เวลา 19.30 น. ขบวนรถพระที่นั่งเคลื่อนจะออกไป ทิ้งไว้เพียงรอยยิ้ม และความปลื้มปิติของประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จฯ