ร. 10 : แหล่งข่าวรัฐบาลเยอรมนียืนยันบีบีซีไทย “เสด็จเป็นการส่วนพระองค์เยือนเยอรมนีสม่ำเสมอ”

ที่มาของภาพ, สำนักพระราชวัง
แหล่งข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศในกรุงเบอร์ลินเปิดเผยกับบีบีซีไทย เมื่อ 13 พ.ย. ว่า"กระทรวงการต่างประเทศรับรู้มาตลอดว่าพระมหากษัตริย์ของไทยเสด็จเป็นการส่วนพระองค์เยือนเยอรมนีสม่ำเสมอ ในขณะนี้พระองค์มิได้ประทับอยู่ในเยอรมนี"
"โดยทั่วไป รัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีคาดหวัง และสันนิษฐานว่าพระมหากษัตริย์ของไทย ในขณะที่ทรงประทับในเยอรมนี จะไม่ทรงตัดสินพระราชหฤทัยใดใด ที่จะฝ่าฝืนกรอบของกฎหมายในเยอรมนี กฎหมายระหว่างประเทศ หรือ หลักสิทธิมนุษยชนที่เห็นพ้องในระดับสากล" แหล่งข่าวดังกล่าวระบุผ่านทางอีเมล

ที่มาของภาพ, BBC Thai
ก่อนหน้านี้ เมื่อ 11 พ.ย. สำนักข่าวดีพีเอของเยอรมนีรายงานว่ากระทรวงการต่างประเทศของเยอรมนีได้ตอบคำถามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จากพรรคกรีนส์ เป็นลายลักษณ์อักษรผ่านทางสภาฯ ว่า ทางกระทรวงคาดว่า พระมหากษัตริย์ของไทยไม่ได้ทรงตัดสินพระราชหฤทัยที่ "เป็นการแทรกแซงระบบกฎหมายของเยอรมนี กฎหมายระหว่างประเทศ หรือ หลักสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการรับรองระหว่างประเทศ" ขณะทรงประทับอยู่บนแผ่นดินเยอรมนี
ในการตอบเป็นลายลักษณ์อักษร นายมิเกล แบร์เกอร์ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า "จากข้อมูลที่ได้มาจากรัฐบาลไทย การประทับของพระมหากษัตริย์ไทยในเยอรมนีเป็นเรื่องส่วนพระองค์"
แต่นางมาร์กาเรเทอ เบาเซอ ส.ส. จากพรรคกรีนส์ ผู้ยื่นกระทู้ถามผ่านสภาฯ กล่าวว่า ไม่น่าเป็นไปได้
ประมุขของรัฐ ซึ่งใช้เวลาประทับในเยอรมนีครั้งหนึ่งนานหลายเดือน "แน่นอนว่า ต้องมีการออกพระราชบัญชาที่ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ในประเทศของพระองค์" ดีพีเอ อ้างคำพูดของนางเบาเซอทั้งในรายงานข่าวภาษาเยอรมันและอังกฤษ
สื่อเยอรมนีแห่งนี้รายงานว่า เมื่อเดือนที่แล้ว ในการเดินขบวนไปสถานทูตเยอรมนีในกรุงเทพฯ ผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยได้เรียกร้องให้รัฐบาลเยอรมนีสอบสวนว่า พระมหากษัตริย์ไทยทรงมีพระราชบัญชาใด ๆ จากเยอรมนีหรือไม่

ที่มาของภาพ, สำนักพระราชวัง
"วีซ่าส่วนพระองค์"
ในอีเมลที่ส่งถึงบีบีซีไทยเมื่อ 13 พ.ย. นางเบาเซอกล่าวว่า กษัตริย์ไทยทรงถือวีซ่าประเภทส่วนพระองค์ ไม่ใช่การเสด็จเยือนอย่างเป็นทางการ
"ถ้าพิสูจน์ได้ว่าพระองค์ทรงบริหารราชการแผ่นดิน วีซ่าประเภทส่วนพระองค์ควรถูกยกเลิก หลังจากนั้น พระองค์จะสามารถสมัครขอวีซ่าใหม่ได้ ซึ่งควรระบุไว้ให้ชัดเจนว่าพระองค์จะไม่ทรงบริหารราชการขณะประทับในเยอรมนี"
บีบีซีไทย สอบถามไปที่รัฐบาลของเยอรมนีถึงชนิดของวีซ่าที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมี ได้รับคำตอบว่า "กระทรวงการต่างประเทศไม่ขอให้ความเห็นต่อคำถามที่เกี่ยวกับชนิดของวีซ่าของบุคคล"

ที่มาของภาพ, BBC Thai
มาร์กาเรเทอ เบาเซอ คือใคร ทำไมต้องเคลื่อนไหวเรื่องไทย
มาร์กาเรเทอ เบาเซอ ส.ส.หญิงจากเขตเลือกตั้งนครมิวนิก วัย 61 ปี คลุกคลีอยู่ในแวดวงการเมืองสังกัดพรรคกรีนส์มากว่า 30 ปี เริ่มจากเป็นสมาชิกสภารัฐบาวาเรียตั้วแต่ปี 1986 ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระดับชาติในปี 2017 เป็นสมาชิกของกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรด้านสิทธิมนุษยชนและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และเป็นโฆษกด้านสิทธิมนุษยชนของพรรคกรีนส์
นางเบาเซอ บอกกับบีบีซีไทยว่า เธอให้การสนับสนุนขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยในไทย หลังเฝ้าติดตาการเคลื่อนไหวทางการเมืองมาหลายปี ได้ติดต่อโดยตรงกับผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายในพื้นที่ ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เยาวชนไทยได้ออกไปเดินขบวนตามท้องถนน เรียกร้องให้เปิดการถกเถียงทางสังคมในเรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
"ในความเห็นของดิฉันแล้ว รัฐบาลจะมีความเข้มแข็งและความชอบธรรมแค่ไหนขึ้นกับความสามารถในการรับมือกับฝ่ายต่อต้านและเสียงวิจารณ์ การถกเถียงในเรื่องที่เป็นข้อขัดแย้งต้องมีได้ เสรีภาพในการแสดงความเห็นและเสรีภาพในการชุมนุมเป็นสิทธิที่ชอบธรรมด้วยกฎหมายในระดับสากล ซึ่งประเทศไทยและประเทศอื่นพึงให้การรับรอง" ส.ส. หญิง กล่าว เธอเป็นหนึ่งใน 67 ที่นั่งของพรรคกรีนส์ในสภาผู้แทนราษฎรรวมที่มีเก้าอี้รวม 709 ที่นั่ง

ที่มาของภาพ, Margarete Bause
"เอกสิทธิ์ที่พระองค์ทรงได้รับ"
อีกแง่มุมหนึ่งที่ทำให้ ส.ส.หญิงผู้นี้ สนใจในพระจริยวัตรของพระมหากษัตริย์ไทย คือ เธอเป็นผู้แทนราษฎรจากเขตเลือกตั้งมิวนิก นครซึ่งเป็นที่ตั้งของพระราชวังที่ประทับและโรงแรมที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่าคณะผู้ติดตามของพระองค์เข้าพักในช่วงล็อกดาวน์ จากการระบาดของโรคโควิด-19
"ดิฉันรำคาญใจเป็นที่สุดที่เห็นอภิสิทธิ์ที่พระองค์ทรงได้รับระหว่างภาวะโรคระบาด ในขณะที่โรงแรมต้องปิดตัวลงในช่วงการระบาด พระองค์และข้าราชบริพารได้รับการยกเว้นให้พักในโรงแรมชั้นเยี่ยมทางตอนบนของรัฐบาวาเรีย"
ไมเคิล ฟิชเชอร์ ผู้สื่อข่าวของดีพีเอรายงานจากกรุงเบอร์ลินว่า เมื่อ 11 พ.ย. ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครอบครองวิลลาแถบเทือกเขาบาวาเรียนแอลป์ส (Bavarian Alps) ขณะที่ในช่วงก่อนหน้าของปีนี้ ระหว่างล็อกดาวน์ซึ่งสืบเนื่องมาจากการระบาดของโควิด-19 พระองค์ทรงประทับอยู่ที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งใน การ์มิช-พาร์เทินเคียร์เชิน (เมืองชนบททางใต้ของรัฐบาวาเรีย ติดกับพรมแดนประเทศออสเตรีย ถือเป็นแหล่งเล่นสกีที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง) แม้ว่าจะมีกฎห้ามพักค้างคืน

ที่มาของภาพ, EPA
ต.ค. - พ.ย. ลำดับท่าทีรัฐบาลเยอรมนีต่อการเสด็จประทับของกษัตริย์ไทย
7 ต.ค. -- นายไฮโก มาส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศตอบกระทู้ของ ส.ส. พรรคกรีนส์ในสภาผู้แทนฯ ว่า "เราอธิบายไว้ชัดเจนว่าการดำเนินการทางการเมืองที่เกี่ยวกับประเทศไทยไม่ควรมาจากดินแดนของเยอรมนี...หากมีแขกของประเทศเราเข้ามาดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับประเทศของพวกเขา เราจะดำเนินการคัดค้านอย่างแน่นอน"
"เราอธิบายไว้ชัดเจนว่าการดำเนินการทางการเมืองที่เกี่ยวกับประเทศไทยไม่ควรมาจากดินแดนของเยอรมนี เราได้รับรายงานว่าเกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดขึ้นหลายครั้งที่นี่ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลกลางเยอรมนีไม่เห็นด้วย และนี่แตกต่างจากกรณีที่เรามีเกี่ยวกับนายนาวาลนี (นายอเล็กเซ นาวาลนี แกนนำฝ่ายค้านรัสเซีย) หากมีแขกของประเทศเราเข้ามาดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับประเทศของพวกเขา เราจะดำเนินการคัดค้านอย่างแน่นนอน"
"ผมคิดว่านี่เป็นตัวเลือกหนึ่งที่เราจะหารือกับสหภาพยุโรป แต่ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องคุยเรื่องนี้กับฝ่ายไทยอีกครั้ง ซึ่งมีความเป็นไปได้ในเรื่องนี้ เพราะไทยมีผลประโยชน์จากข้อตกลงการค้าที่เหมาะสม และผมเชื่อว่าเราอาจใช้ข้อเรียกร้องของเราเป็นเครื่องต่อรองได้ แต่ผมไม่ตัด (ตัวเลือกการหารือกับอียู) หากรัฐบาลทหารยังคงพฤติกรรมแบบเดิม เราต้องรอดูเรื่องนี้ต่อไป และเราอาจต้องใช้มาตรการนั้น"
9 ต.ค.ไฟแนนเชียลไทมส์ (FT) อ้างคำแถลงของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี ว่าได้แจ้งเอกอัครราชทูตไทยในข้อกังวลเรื่องการทรงงานในต่างแดนของในหลวง ร. 10 หลายครั้งแล้ว
FT อ้างถ้อยแถลงของ น.ส.มาเรีย อเดบาห์ร โฆษกของกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี ที่ระบุเมื่อวันที่ 9 ต.ค. รัฐบาลเยอรมนีได้เน้นย้ำหลายครั้งกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงเบอร์ลินว่า "การบริหารราชการแผ่นดินของชาติอื่นไม่ควรเกิดขึ้นบนแผ่นดินเยอรมนี" และ "เราได้แสดงจุดยืนเรื่องนี้ชัดเจนมาก"

ที่มาของภาพ, Reuters
26 ต.ค. วันที่ผู้ชุมนุมในไทยเดินขบวนไปยื่นจดหมายที่สถานทูตเยอรมนีในกรุงเทพฯ นายไฮโก มาส แถลงต่อผู้สื่อข่าวว่า "รัฐบาลเยอรมนีกำลังเฝ้าดูพระจริยาวัตรของกษัตริย์ไทยในแคว้นบาวาเรีย เยอรมนีอย่างต่อเนื่อง และ "จะเกิดผลสืบเนื่องทันที หากเราประเมินแล้วว่ามีการกระทำใด ๆ ที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย" และบอกอีกว่า รัฐบาลเยอรมนีแถลงไปหลายครั้งแล้วว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ที่จะให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติภารกิจทางการเมืองขณะพำนักอยู่บนดินแดนเยอรมนี
29 ต.คสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากสภาผู้แทนราษฎรเยอรมนีว่า ผู้แทนรัฐบาลเยอรมนีได้กล่าวบรรยายสรุปในประเด็นที่เกี่ยวกับกษัตริย์ไทยให้ที่ประชุมคณะกรรมาธิการการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎรฟังว่า รัฐบาลเชื่อว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงได้รับอนุญาตให้ตัดสินพระทัยเป็นครั้งคราว ตราบใดที่พระองค์ไม่ได้ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจอย่างต่อเนื่องในแผ่นดินเยอรมนี
เมื่อถามถึงพระราชสถานะของพระมหากษัตริย์ไทย ผู้แทนรัฐบาลเยอรมนีชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ ว่า พระองค์ทรงถือวีซ่าที่อนุญาตให้ทรงประทับอยู่ในเยอรมนีได้นานหลายปีในฐานะบุคคลทั่วไป และทรงได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันทางการทูตในฐานะประมุขของรัฐ
"เป็นที่ชัดเจนว่าหลายคนมองว่าสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำนั้นเป็นปัญหา แต่ทางรัฐบาลระบุว่านี่ยังไม่ถือว่าเป็นการทรงปฏิบัติภารกิจด้านการเมืองอย่างต่อเนื่อง" แหล่งข่าวกล่าวเพิ่มเติม

ที่มาของภาพ, สำนักพระราชวัง
11 พ.ย. สำนักข่าวดีพีเอของเยอรมนี รายงานว่า นายมิเกล แบร์เกอร์ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศตอบกระทู้ของ ส.ส. พรรคกรีนส์เป็นลายลักษณ์อักษรว่า "จากข้อมูลที่ได้มาจากรัฐบาลไทย การประทับของพระมหากษัตริย์ไทยในเยอรมนีเป็นเรื่องส่วนพระองค์" ทางกระทรวงคาดว่า พระมหากษัตริย์ของไทยไม่ได้ทรงตัดสินพระราชหฤทัยที่ "เป็นการแทรกแซงระบบกฎหมายของเยอรมนี กฎหมายระหว่างประเทศ หรือ หลักสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการรับรองระหว่างประเทศ" ขณะทรงประทับอยู่บนแผ่นดินเยอรมนี
13 พ.ย. แหล่งข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า "กระทรวงการต่างประเทศรับรู้มาตลอดว่าพระมหากษัตริย์ของไทยเสด็จเป็นการส่วนพระองค์เยือนเยอรมนีสม่ำเสมอ ในขณะนี้พระองค์มิได้ประทับอยู่ในเยอรมนี"
"โดยทั่วไป รัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีคาดหวัง และสันนิษฐานว่าพระมหากษัตริย์ของไทย ในขณะที่ทรงประทับในเยอรมนี จะไม่ทรงตัดสินพระราชหฤทัยใดใดที่จะฝ่าฝืนกรอบของกฎหมายในเยอรมนี กฎหมายระหว่างประเทศ หรือ หลักสิทธิมนุษยชนที่เห็นพ้องในระดับสากล"












