ร. 10 : ส.ส.พรรคกรีนส์เผยทำไมต้องถามเรื่องกษัตริย์ไทยในสภาเยอรมนี

Thai activists demonstrate in front of a villa where Thai King Maha Vajiralongkorn often resides in Tutzing, Germany, September 25, 2020

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ภาพมุมหนึ่งของบ้านหลังใหญ่แห่งหนึ่งในเยอรมนี ที่ผู้ประท้วงชาวไทยในต่างแดนเชื่อว่าเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ฟริตยอฟ ชมิดต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคกรีนส์ เผยจะเดินหน้ากดดันรัฐบาลเยอรมนี และสหภาพยุโรป (อียู) ให้ระงับการเปิดการเจรจาข้อตกลงเขตการเสรีระหว่างอียูกับไทย เนื่องจากเห็นว่า รัฐบาลไทยปัจจุบันที่แปรสภาพมาจากคณะรัฐประหารยังดำเนินการที่ขัดขวางกระบวนการเดินหน้าสู่ประชาธิปไตย

นายชมิดต์ ผู้ตั้งกระทู้ในสภาต่อนายไฮโก มาส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ถามถึงการเสด็จพำนักในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และการกดดันให้สหภาพยุโรประงับการเปิดการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีกับไทย กล่าวกับ บีบีซีไทย ว่าเขาไม่พอใจคำตอบของ นายมาส และจะเดินหน้าผลักดันต่อไป

"ผมไม่พอใจในคำตอบที่ได้ เพราะ ผมอยากให้รัฐมนตรีพูดว่าจะสนับสนุนการระงับการเจรจาการค้าไว้ก่อน ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สหภาพยุโรปควรทำอย่างยิ่งหากต้องการยืนหยัดในค่านิยมประชาธิปไตย"นายชมิดต์กล่าวในการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จากเยอรมนี

สหภาพยุโรป ระงับการติดต่อในทุกระดับกับทางการไทยหลังเกิดการรัฐประหารเมื่อปี พ.ศ. 2557 แต่ได้กลับมาเปิดการเจรจาอีกครั้งหลังการเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว ซึ่ง พล.อ. ประยุทธ์ ได้กลับมาบริหารประเทศในฐานะนายกรัฐมนตรีพลเรือน

สภา

ที่มาของภาพ, https://www.frithjof-schmidt.de

คำบรรยายภาพ, ฟริตยอฟ ชมิดต์ ส.ส.พรรคกรีนส์ แห่ง สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

นายชมิดต์ ส.ส. และอดีตบรรณาธิการหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ วัย 68 ปี ได้ถามนายมาสในรัฐสภาเมื่อ 7 ต.ค. ว่าเยอรมนีได้เตรียมจะหารือกับสหภาพยุโรปถึงการระงับการเจรจาการค้าเสรีกับไทยอีกรอบหรือไม่ "ตราบที่รัฐบาลทหารยังคงสกัดกั้นวิถีสู่ประชาธิปไตยในประเทศไทย"

นายมาสตอบเรื่องนี้ว่า การระงับการเจรจาเป็น "ตัวเลือกหนึ่ง" ที่จะเพิ่มแรงกดดัน แต่ควรต้องหารือเรื่องนี้กับรัฐบาลไทยเสียก่อน

เจ้าไทย

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, นายไฮโก มาส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงในสภาฯ

นายชมิดต์ ซึ่งเป็นนักการเมืองมากประสบการณ์ ที่ดำรงตำแหน่งในรัฐสภาของเยอรมนี และเคยเป็น ส.ส. รัฐสภายุโรป มารวมถึง 16 ปี กล่าวกับบีบีซีไทยว่า เขายังไม่พอใจคำตอบจากรัฐบาล และจะเพิ่มความกดดันไปที่กระทรวงการต่างประเทศ และไปที่สหภาพยุโรปให้ระงับการเจรจาการค้าเสรี โดยเรียกร้องไปที่คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป ซึ่งในปัจจุบันเยอรมนีเป็นประธาน และรัฐสภาของยุโรปด้วย

"สหภาพยุโรป ควรให้การสนับสนุนกระบวนการสร้างประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นจริง โดยเพิ่มการกดดันไปที่รากเหง้าของปัญหา ด้วยวิธีนี้" อดีต ส.ส. ของรัฐสภายุโรป ปี 2547-2552 ประกาศ

ไทยได้เคยเข้าสู่การเจรจาการค้าเสรีกับอียู เมื่อปี 2556 เจรจากันไปแล้ว 4 รอบ แต่หยุดชะงักลงเมื่อปี 2557 หลังการรัฐประหาร และล่าสุดเมื่อต.ค.2562 คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปได้มีข้อมติที่จะเดินหน้าเตรียมความพร้อมสู่การฟื้นเจรจาการค้าเสรีกับไทย

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ แถลงเมื่อ 9 ต.ค. ศกนี้ว่า มีแผนเตรียมการฟื้นการเจรจาการค้าเสรีไทย-อียู โดยได้มอบสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนาศึกษาประโยชน์และผลกระทบ ซึ่งคาดว่าจะเสร็จและเผยแพร่ปลายเดือนนี้ พร้อมเปิดรับฟังความเห็นภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เรื่องความพร้อมและท่าทีการเจรจาของไทย ตั้งเป้าเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเดือน ธ.ค.นี้

สภา

ที่มาของภาพ, https://www.frithjof-schmidt.de

2px presentational grey line

ความตกลงการค้าเสรี ไทย-อียู สำคัญต่อไทยอย่างไร

ข้อมูลของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จากการสัมมนา"ไทยพร้อมหรือยังที่จะฟื้นการเจรจา FTA ไทย-EU?" เมื่อ 22 ก.ย. ที่ผ่านมาระบุว่า

  • ความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับอียู 27 ประเทศ (ไม่นับสหราชอาณาจักร) จะลดภาษีนำเข้าสินค้าทุกรายการทั้ง 2 ฝ่าย
  • จะช่วยให้เศรษฐกิจของไทยขยายตัวได้ถึง 1.28% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 2.05 แสนล้านบาท
  • การส่งออกจากไทยไปอียูจะสูงขึ้น 2.83% หรือ 2.16 แสนล้านบาท และการนำเข้าจากอียูสูงขึ้น 2.81% หรือ 2.09 แสนล้านบาท
  • สินค้าส่งออกของไทยมีโอกาสขยายตัว เช่น ยานยนต์และชิ้นส่วน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เสื้อผ้าและสิ่งทอ ผลิตภัณฑ์อาหาร เคมีภัณฑ์ ยาง และพลาสติก
  • ข้อห่วงใยเรื่องการยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงยาและการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ เป็นประเด็นที่ไทยต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบเพื่อแก้ไขข้อห่วงกังวลและเตรียมการเจรจาอย่างรัดกุมต่อไป
  • ปี 2562 การค้าไทย-อียู มีมูลค่า 38,227.93 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็น 7.92% ของการค้าไทยกับโลก
  • ไทยส่งออกของไปอียู 19,735.86 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าสำคัญ อาทิ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์ยาง
  • ไทยนำเข้าจากอียู 18,492.07 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าสำคัญ อาทิ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม และส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์
  • ม.ค. - มิ.ย. 2563 มีมูลค่าการค้ารวมอยู่ที่ 16,233.49 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยไทยส่งออก 8,506.39 ล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้า 7,727.10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
2px presentational grey line
คอมพิวเตอร์

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ คือ หนึ่งในสินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปอียู

นายชมิดต์ ซึ่งเป็น ส.ส. ของรัฐสภาเยอรมนีมาตั้งแต่ปี 2552 บอกว่า การที่อียูกลับมาเจรจาการค้าเสรีกับไทย ก็เพราะ เห็นสัญญาณกลับสู่เส้นทางประชาธิปไตยในเบื้องต้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป กลับไม่เป็นเช่นนั้น

"แม้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่กองทัพยังส่งคนของตัวเองเข้าไปนั่งในรัฐสภา กระบวนการเลือกตั้งที่ผ่านมา ก็ไม่ได้บริสุทธิ์ ยุติธรรม พรรคฝ่ายค้านถูกจำกัดการหาเสียง และแม้ประสบความสำเร็จอย่างมากในการเลือกตั้ง พรรคอนาคตใหม่ก็ต้องถูกยุบ ผมคิดว่า คณะผู้ปกครองที่มาจากการยึดอำนาจยังไม่ดำเนินการพาประเทศไปในแนวทางประชาธิปไตย... ผมต้องการสนับสนุนการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยในประเทศไทย"

เนื้อหาส่วนหนึ่งของคำถามต่อ รมว. ต่างประเทศ ที่ปรากฏบนเว็บไซต์ของนายชมิดต์ ระบุว่า

"การชุมนุมใหญ่เกิดขึ้นในประเทศไทยมาหลายครั้งแล้วในรอบหลายเดือน ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาวที่ออกมาตามท้องถนนเพื่อเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ ประชาธิปไตย และการสิ้นสุดลงของการปกครองโดยกองทัพ พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์กำลังถูกตั้งคำถาม แม้ก่อนหน้านี้การวิพากษ์วิจารณ์พระมหากษัตริย์หรือสถาบันกษัตริย์เป็นเรื่องต้องห้ามในประเทศ บรรดาผู้ปกครองของไทยกำลังปราบปรามผู้ประท้วง ในขณะที่...ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในโรงแรมหรูในแคว้นบาวาเรีย"

"พฤติกรรมที่แปลกประหลาด"

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา นายชมิดต์ถาม รมว. ตปท. ในสภาด้วยว่า "เหตุใดรัฐบาลเยอรมนีจึงยอมอดทนต่อพฤติกรรมที่แปลกประหลาดมากเช่นนี้ ซึ่งในความเห็นของผมเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ที่ประมุขของประเทศอื่นดำเนินงานการเมืองบนแผ่นดินเยอรมนี"

"เราอธิบายไว้ชัดเจนว่าการดำเนินการทางการเมืองที่เกี่ยวกับประเทศไทยไม่ควรมาจากดินแดนของเยอรมนี" คือ คำตอบที่นายมาสให้ และเสริมว่า "หากมีแขกของประเทศเราเข้ามาดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับประเทศของพวกเขา เราจะดำเนินการคัดค้านอย่างแน่นอน"

นายชมิดต์ บอกกับ บีบีซีไทย ว่าเหตุที่เขาต้องถาม รมว. ต่างประเทศ เช่นนั้น เพราะเขาเข้าใจว่า กฎระเบียบเรื่องวีซ่าของเยอรมนีระบุไว้ประมุขต่างประเทศสามารถพำนักอยู่ในเยอรมนีได้ในฐานะบุคคลธรรมดา แต่ไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินของประเทศตนจากเยอรมนีได้

"พระองค์ต้องปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศเรา ประมุขของประเทศอื่นไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินจากเยอรมนีได้ และไม่ต้องสงสัยว่าพระองค์เป็นประมุขของประเทศ"

สภา

ที่มาของภาพ, Frithjof Schmidt

ปฏิเสธ "ถูกล็อบบี้"

ส่วนข้อกล่าวหาที่ว่า เขาถูกกลุ่มการเมืองจากประเทศไทยล็อบบี้ให้เคลื่อนไหวในเรื่องนี้ นายชมิดต์ ซึ่งเคยเดินทางมาประเทศไทยในฐานะคณะกรรมาธิการอาเซียนของรัฐสภายุโรป กล่าวว่า เขาได้พบกับชุมชนไทยในเยอรมนีเพื่อพูดคุยในเรื่องนี้ แต่การเคลื่อนไหวของเขาทำในฐานะนักการเมืองเยอรมันในบริบทการเมืองของยุโรปที่สนใจในกระบวนการสร้างประชาธิปไตยในอาเซียน

"ผมนั่งอยู่ในกรรมาธิการต่างประเทศของรัฐสภาเยอรมนี เคยเป็น ส.ส. ของรัฐสภายุโรป ที่อยู่ในคณะกรรมมาธิการทีไปเยือนหลายประเทศในอาเซียน และผมสนใจในประเทศไทยเป็นพิเศษ"

ธงอียู

ที่มาของภาพ, Getty Images