ร. 10 : นักข่าวซีเอ็นเอ็นถามโฆษกกระทรวงการต่างประเทศเรื่องการทรงงานราชการในเยอรมนี

นายธานีตอบคำถามเพียงสั้น ๆ ว่า "ผมไม่มีข้อมูลเรื่องนี้"

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, นายธานีตอบคำถามเพียงสั้น ๆ ว่า "ผมไม่มีข้อมูลเรื่องนี้"

กระทรวงการต่างประเทศบรรยายสรุปสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองให้ทูตและผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศฟัง และเปิดแถลงข่าวหลังจากนั้น

หนึ่งในคำถามมาจากผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็นที่ถามนายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ถึงเรื่องการพำนักอยู่ในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกมาอภิปรายรัฐสภาเยอรมนีเมื่อเร็ว ๆ นี้

นายธานีตอบว่า ในห้องบรรยายสรุปสถานการณ์ต่อทูตและคณะผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศไม่มีการพูดถึงประเด็นนี้ และเขาไม่มีข้อมูลที่จะตอบคำถามนี้

การบรรยายสรุปและการแถลงข่าวซึ่งมีผู้สื่อข่าวไทยและต่างประเทศเข้าร่วม เกิดขึ้นขณะที่การชุมนุมของเยาวชนและนักศึกษา ดำเนินมาเป็นวันที่ 7 นับตั้งแต่เริ่มชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค. เพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีต้องลาออก เปิดทางให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ยกเลิกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินและปล่อยตัวผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมทันที

ผู้ร่วมการชี้แจงสถานการณ์ต่อคณะทูตและผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศประกอบด้วยนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำวจแห่งชาติ นายธานี ทองภักดี ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และนายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ใช้เวลาประมาณ 50 นาทีเพื่อชี้แจงต่อคณะทูตและผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศรวม 84 คน จากทั่วภูมิภาค เช่น ยุโรป อินเดีย รัสเซียและเยอรมนี มีผู้แทนองค์การระหว่างประเทศอีก 6 องค์การประกอบด้วย คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก องค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก องค์การแรงงานระหว่างประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน

กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญบรรดาทูตและผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศเพื่อชี้แจงสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขื้น

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญบรรดาทูตและผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศเพื่อชี้แจงสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขื้น

อย่างไรก็ตาม กต. ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังการชี้แจงต่อคณะทูต แต่สรุปสาระสำคัญของการชี้แจงว่าประกอบด้วยการอธิบายถึงสถานการณ์การชุมนุมที่เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีพัฒนาการมากขึ้นอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งการชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค. มีการเผชิญหน้ากันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมและประชาชนฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุม อีกทั้งยังมีผลกระทบต่อขบวนเสด็จ จนทำให้รัฐบาลภายในการนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงเมื่อวันที่ 15 ต.ค.

นายธานี โฆษก กต. ระบุอีกว่าผู้แทนจาก ตร. ได้ชี้แจงว่ามีการดูแลความเรียบร้อยและป้องกันการกระทบกระทั่งทั้งภายในกลุ่มผู้ชุมนุมกันเองและกลุ่มผู้ที่เห็นต่าง รวมทั้งเฝ้าระวัง สิ่งที่ผิดกฎหมายและสิ่งที่ต้องห้ามในที่ชุมนุม เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย และตามสิทธิเสรีภาพของสื่อ พร้อมยืนยันว่า การดำเนินการมาตรการต่าง ๆ ของตำรวจเป็นไปตามกฎหมายไทยและหลักสากล จากระดับเบาไปหาหนัก และปฏิบัติตามพันธกรณีกับต่างประเทศอย่างครบถ้วน

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงนำพสกนิกรในขบวนจักรยาน "ไบค์ฟอร์มัม" เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2558

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, ในหลวง ร.10 ทรงนำพสกนิกรในขบวนจักรยาน "ไบค์ฟอร์มัม" เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2558

นอกจากนี้ ทางโฆษกรัฐบาลได้ชี้แจงถึงท่าทีของรัฐบาลที่พร้อมยอมรับฟังความคิดเห็นจากผู้ชุมนุม อย่างเช่น การตัดสินใจของคณะรัฐมนตรีในวันนี้ที่อนุมัติการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญในวันที่ 26-27 ต.ค. เพื่อรับฟังข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ

"ไม่มีข้อมูล"

ในช่วงถามตอบ ผู้สื่อข่าวต่างประเทศจากสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นของสหรัฐฯ และแชนนัลโฟร์ของอังกฤษ ขอให้โฆษก กต. ให้ความกระจ่างเกี่ยวกับเรื่องการพำนักในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้เป็นประเด็นที่สมาชิกรัฐสภาเยอรมันหยิบยกขึ้นมาพูดในที่ประชุมสภา

นายธานีตอบคำถามเพียงสั้น ๆ ว่า "ไม่มีการพูดถึงประเด็นนี้ในการบรรยายสรุป (ต่อทูตและผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ) และผมไม่มีข้อมูลที่จะตอบในประเด็นนี้"

น.ส.มาเรีย อเดบาห์ร โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี และนายไฮโก มาส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นายไฮโก มาส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี และน.ส.มาเรีย อเดบาห์ร โฆษกกระทรวงฯ

ที่มาของเรื่องดังกล่าวมาจากการรายงานข่าวของไฟแนนเชียลไทมส์ (FT) อ้างคำแถลงของของ น.ส.มาเรีย อเดบาห์ร โฆษกของกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี ที่ระบุเมื่อวันที่ 9 ต.ค. รัฐบาลเยอรมนีได้เน้นย้ำหลายครั้งกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงเบอร์ลินว่า "การบริหารราชการแผ่นดินของชาติอื่นไม่ควรเกิดขึ้นบนแผ่นดินเยอรมนี" และ "เราได้แสดงจุดยืนเรื่องนี้ชัดเจนมาก"

นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ

ผู้สื่อข่าว FT รายงานว่า รัฐบาลเยอรมนีภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ได้เตือนประเทศไทยว่ากษัตริย์ของไทยควรหยุดทรงงานราชการบนแผ่นดินเยอรมนี โดยสื่อดังกล่าววิเคราะห์ว่ากรณีเช่นนี้ถือเป็นการเข้าไปก้าวก่ายกิจการของต่างชาติที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก และเกิดขึ้นในช่วงที่กลุ่มนักศึกษาและประชาชนได้ลุกฮือขึ้นชุมนุมเรียกร้องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

กต.ยืนยัน สถาบันฯ อยู่เหนือการเมือง

ระหว่างการแถลงข่าว ผู้สื่อข่าวต่างประเทศยังได้สอบถามเกี่ยวกับข้อเรียกร้องเรื่อง "การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์" และการเมืองของกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งนายธานีกล่าวว่าสถาบันกษัตริย์อยู่เหนือการเมือง แต่ในส่วนการพิจารณาข้อเรียกร้องต่าง ๆ จากกลุ่มนักศึกษา คิดว่าจะมีการหยิบยกไปพูดคุยกันในการเปิดประชุมสมัยวิสามัญ (extraordinary session)

ปฏิเสธส่งหนังสือไปยังสถานทูตห้ามร่วมสังเกตการณ์ผู้ชุมนุม

ก่อนหน้านี้แหล่งข่าวจากสถานทูตแห่งหนึ่งจากประเทศในยุโรปบอกกับบีบีซีไทยว่า ได้รับการแจ้งด้วยวาจาและทางอีเมลจากกระทรวงการต่างประเทศของไทยให้งดแสดงความเห็นและหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมหรือสังเกตการณ์การชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มนักเรียนนักศึกษาและประชาชน ซึ่งผู้สื่อข่าวบีบีซีไทยส่งอีเมลไปยังสถานทูตหลายแห่งเพื่อขอสัมภาษณ์ในประเด็นนี้แต่ยังไม่ได้คำตอบ

ประชาชนรวมตัวชูสัญลักษณ์ 3 นิ้วระหว่างร้องเพลงชาติ

ที่มาของภาพ, PAris Jitpentom/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, ประชาชนรวมตัวชูสัญลักษณ์ 3 นิ้วระหว่างร้องเพลงชาติ บริเวณลานหน้าศูนย์การค้าสยาม พารากอน ซึ่งเขื่อมกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม

สำหรับประเด็นนี้ นายธานีตอบว่า ไม่ได้แจ้งให้หลีกเลี่ยงให้สังเกตการณ์ มีเพียงกรมพิธีการทูตที่แจ้งเตือนเกี่ยวกับเรื่องอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น ในแง่ของความปลอดภัยเท่านั้น

"ที่จริงเขา (เจ้าหน้าที่สถานทูต) สามารถไปได้ครับ แต่เขาควรจะแจ้งกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งมีสถานทูตบางแห่ง และหน่วยงานต่างประเทศบางแห่งก็ได้แจ้ง เช่น สถานทูตแคนาดาและฮิวแมนไรท์วอทช์" นายธานีกล่าว