ชุมนุม 14 ตุลา: ประมวลเหตุการณ์ จากปะทะ "เสื้อเหลือง" สู่ ชูสามนิ้วใส่ขบวนเสด็จฯ

ขบวนเสด็จ

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ขบวนเสด็จฯ เคลื่อนที่ผ่านกลุ่มผู้ชุมนุม ช่วงเย็นวันที่ 14 ต.ค.

ผู้ชุมนุมในนาม "คณะราษฎร" ชูสามนิ้วและตะโกนโห่ร้องขณะที่ขบวนเสด็จพระราชดำเนินเคลื่อนที่ผ่านบริเวณทำเนียบรัฐบาล ช่วงเย็นวันนี้ (14 ต.ค.)

ภาพจากสำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนัก รวมทั้งคลิปที่มีผู้โพสต์ในโซเชียลมีเดียปรากฏสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกร รัศมีโชติประทับอยู่ในรถยนต์พระที่นั่ง ขณะขบวนเสด็จเคลื่อนผ่านบริเวณหน้าทำเนีบรัฐบาล ซึ่งตามหมายกำหนดการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ แทนพระองค์ไปถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดราชโอรสวรารามและวัดอรุณราชวรารามในเวลา 17.50 น.

อีกภาพหนึ่งของสำนักข่าวรอยเตอร์เป็นภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประทับอยู่ในรถยนต์พระที่นั่งกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี แต่คำบรรยายภาพไม่ได้ระบุว่าเสด็จพระราชดำเนินไปที่ใด เวลาใด ไม่ใช่ตามที่บีบีซีไทยรายงานก่อนหน้านี้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประทับอยู่ในรถยนต์พระที่นั่งที่เคลื่อนผ่านกลุ่มผู้ชุมนุม

เหตุการณ์ขบวนเสด็จฯ เคลื่อนผ่านผู้ชุมนุมเกิดขึ้นขณะที่ผู้ชุมนุมกลุ่มคณะราษฎรส่วนใหญ่ รวมทั้งรถปราศรัยของแกนนำเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณแยกนางเลิ้ง โดยผู้ชุมนุมขอให้เจ้าหน้าที่เปิดทางเพื่อเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาลได้ อย่างไรก็ตามมีผู้ชุมนุมบางส่วนได้มารวมตัวกันบริเวณด้านนอกทำเนียบรัฐบาลอยู่ก่อนแล้ว

รถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนที่ผ่านกลุ่มผู้ชุมนุมช้า ๆ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจถวายการอารักขา ตั้งแถวเปิดเส้นทางและวิ่งเหยาะ ๆ ประกบรถยนต์พระที่นั่งขณะที่ขบวนเสด็จฯ เคลื่อนผ่านกลุ่มผู้ชุมนุม

ขบวนเสด็จ

ที่มาของภาพ, Getty Images

กลุ่มประชาชนด้านหลังแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ พากันชูสามนิ้วและตะโกนถ้อยคำเรียกร้องให้ปล่อยผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมไป บางคนตะโกนว่า "ชาติ ศาสนา ประชาชน" ขณะที่ขบวนเสด็จเคลื่อนผ่าน

นอกจากกลุ่มผู้ชุมนุมคณะราษฎรที่เรียกร้องการปฏิรูปสถาบันแล้ว ยังมีประชาชนกลุ่มเสื้อเหลืองที่ระบุว่าเป็นผู้ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์มาตั้งแถวเพื่อรับเสด็จฯ ด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศเผยแพร่ภาพข่าวขณะที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงทอดพระเนตรจากรถยนต์พระที่นั่ง โดยเข้าใจว่าทอดพระเนตรมายังกลุ่มผู้ชุมนุม และมีบางจังหวะที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีทรงโบกพระหัตถ์

การชุมนุมของ "คณะราษฎร" รอบนี้ถูกจับตามองเป็นพิเศษเพราะเกิดขึ้นในวัน-เวลา-สถานที่ใกล้เคียงกับการประกอบพระราชกรณียกิจ ก่อนหน้านี้แกนนำผู้ชุมนุมประกาศว่าจะไม่ขัดขวางขบวนเสด็จ และจะยืนอย่างสงบโดยชู 3 นิ้ว

ขบวนเสด็จ

ที่มาของภาพ, Getty Images

ขบวนเสด็จ

ที่มาของภาพ, Getty Images

ขบวนเสด็จ

ที่มาของภาพ, Getty Images

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, สำนักข่าวรอยเตอร์เผยแพร่ภาพสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โดยเขียนบรรยายภาพว่า "สมเด็จพระราชินีสุทิดาประทับรถยนต์พระที่นั่งไปยังพระบรมมหาราชวัง" วันนี้ (14 ต.ค.) โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นรถยนต์พระที่นั่งที่เคลื่อนผ่านกลุ่มผู้ชุมนุม
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, สำนักข่าวรอยเตอร์เผยแพร่ภาพสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โดยเขียนบรรยายภาพว่า "สมเด็จพระราชินีสุทิดาประทับรถยนต์พระที่นั่งไปยังพระบรมมหาราชวัง" วันนี้ (14 ต.ค.)

เกิดอะไรขึ้นบ้างในวันแรกของการชุมนุม "คณะราษฎร"

ปรากฏการณ์ "ขบวนเสด็จฯ ผ่านม็อบ" เป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในวันแรกของการชุมนุมของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "คณะราษฎร" ซึ่งแกนนำได้เลื่อนเวลานัดหมายจาก 14.00 น. เป็น 08.00 น. หลังจากเกิดเหตุตำรวจสลายการชุมนุมของกลุ่ม "คณะราษฎรอีสาน" ที่นำโดยนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ "ไผ่ ดาวดิน" ที่เริ่มตั้งเวทีและกางเต็นท์บริเวณหน้าร้านแมคโดนัลด์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 13 ต.ค.

ตำรวจได้จับกุมนายจตุภัทร์และผู้ชุมนุมไปรวมทั้งหมด 21 คน โดยนำไปควบคุมตัวไว้ที่กองบังคับการตำรวจชายแดนภาค 1 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ก่อนจะแจ้งข้อหาและนำตัวไปขออำนาจศาลฝากขังวันนี้ (14 ต.ค.)

บีบีซีไทยสรุปความเคลื่อนไหวสำคัญ ๆ ของการชุมนุมวันแรกไว้ดังนี้

ปะทะมวลชน "เสื้อเหลือง"

นายอานนท์ นำภา หนึ่งในแกนนำการชุมนุม ขึ้นปราศรัยเป็นคนแรกเมื่อเวลา 08.37 น. โดยกล่าวว่าวันนี้มีการจัดตั้งมวลชนเพื่ออ้างว่ามารับเสด็จฯ แต่มีจุดมุ่งหมายที่จะยั่วยุให้เกิดการปะทะกันระหว่างมวลชนสองกลุ่ม จึงขอให้ผู้ชุมนุมรวมตัวโดยสงบไม่สร้างเงื่อนไขความรุนแรง ไม่ปะทะและใช้สันติวิธี

เขาย้ำว่าผู้ชุมนุมจะไม่ขัดขวางขบวนเสด็จฯ และหากขบวนเสด็จฯ ผ่านบริเวณนี้ ผู้ชุมนุมจะเสนอข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อ ด้วยการชูสามนิ้วเหนือหัว

ข้อเรียกร้อง 3 ข้อของ "คณะราษฎร" คือ

1. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และองคาพยพ ลาออก

2. รัฐสภาต้องเปิดประชุมวิสามัญทันทีเพื่อรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และ

3. ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญตามระบอบประชาธิปไตย

"เรามาต่อสู้ด้วยความเคารพต่อพี่น้องประชาชนทุกคน เคารพต่อสถาบันฯ ด้วย เรามาเรียกร้องเพื่อปฏิรูปให้บ้านเมืองดีขึ้น" และ "เราจะชุมนุมยืดเยื้อ ยืดเยื้อจนกว่าจะประยุทธ์ (จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี) จะออกไป"

ไม่นานหลังจากการปราศรัยของนายอานนท์ ได้มีกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจสวมเสื้อโปโลสีเหลืองหลายสิบนายตบเท้าเข้ามาในพื้นที่ และประจำการอยู่บนบนบาทวิถี ถ.ราชดำเนินกลาง อีกด้านหนึ่งของอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยตำรวจได้แจ้งกับผู้สื่อข่าวว่า "มารอรับเสด็จฯ"

นอกจากบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแล้ว กลุ่มคนเสื้อเหลืองที่ระบุว่าต้องการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ นำโดยนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ และ นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ ผู้ก่อตั้งองค์กรเก็บขยะแผ่นดิน ยังได้รวมตัวกันบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า, หน้ากระทรวงศึกษาธิการ, และลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์

ช่วงก่อนเที่ยง มวลชนทั้งของกลุ่มคณะราษฎรและกลุ่มเสื้อเหลืองมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และเริ่มมีการโต้เถียงกันไปมา บางครั้งกลุ่มเสื้อเหลืองได้รวมกลุ่มกันเข้ามาใกล้ที่ชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร ทำให้ผู้ชุมนุมเกิดการโต้เถียงกันเป็นระยะ ๆ จนนำไปสู่การกระทบกระทั่งและขว้างปาขวดน้ำใส่กันเป็นระยะ ๆ ในช่วงเวลาประมาณ 13.00-14.00 น. มีรายงานว่าผู้ชุมนุมกลุ่มคณะราษฎรได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 คน

คำบรรยายวิดีโอ, 14 ตุลา : สรุปเหตุการณ์ชุมนุม 14 ต.ค. 63

ยึดอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยก่อนเคลื่อนไปทำเนียบรัฐบาล

เวลาประมาณ 14.00 น. แกนนำกลุ่มคณะราษฎรได้ประกาศให้ผู้ชุมนุมช่วยกันเคลื่อนย้ายกระถางไม้ประดับออกจากลานรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จากนั้นนายภาณุพงษ์ จาดนอก จึงได้นำประชาชนกลุ่มหนึ่งเข้าไปยึดพื้นที่รอบอนุสาวรีย์เป็นที่ชุมนุมพร้อมกับประกาศ "ยึดอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็นของประชาชน"

อีกครึ่งชั่วโมงต่อมา นายอานนท์ ได้ประกาศให้มวลชนเคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล โดยเคลื่อนขบวนไปบน ถ.ราชดำเนินกลาง แล้วเบี่ยงเข้า ถ.นครสวรรค์ ตามคำขอร้องของเจ้าหน้าที่ตำรวจเนื่องจาก ถ.ราชดำเนินนอกนั้น ตำรวจได้วางแนวกั้นด้วยแบร์ริเออร์ รถประจำทางและลวดหนามเป็นระยะ ๆ

ระหว่างทางผู้ชุมนุมได้ถูกสกัดกั้นโดยเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนเป็นระยะ ๆ ทำให้ผู้ชุมนุมตะโกน "เปิดทาง ๆ" และผลักดันกับเจ้าหน้าที่เป็นบางครั้ง

ขบวนเสด็จฯ ผ่านกลุ่มผู้ชุมนุม

ขณะที่ผู้ชุมนุมถูกสกัดอยู่ที่แยกนางเลิ้งและแกนนำอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อขอให้เปิดทางไปทำเนียบรัฐบาลอยู่นั้นเอง ผู้ชุมนุมกลุ่มหนึ่งได้ไปรวมตัวบริเวณ ถ.พิษณุโลก ด้านหน้าทำเนียบรัฐบาลแล้ว ซึ่งในเวลาประมาณ 17.00 น. ได้มีขบวนเสด็จฯ ผ่านมา ผู้ชุมนุมกลุ่มคณะราษฎรจึงได้ชูสัญลักษณ์ 3 นิ้วพร้อมกับส่งเสียงโห่และเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมไป ขณะที่กลุ่มคนเสื้อเหลืองพยายามกีดกันไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้าใกล้ขบวนเสด็จฯ จนหวิดจะเกิดการปะทะกันหลายครั้ง

"เรายึดทำเนียบรัฐบาลเป็นทำเนียบประชาชนสำเร็จแล้ว"

ใกล้ 19.00 น. รถปราศรัยของแกนนำกลุ่มคณะราษฎรได้เคลื่อนที่มาถึงบริเวณแยกมิสกวัน จากนั้นแกนนำคนหนึ่งได้ประกาศว่า "เรายึดทำเนียบรัฐบาลเป็นทำเนียบประชาชนสำเร็จแล้ว"

ขณะที่นายอานนท์ นำภา บอกกับมวลชนว่าพวกเขาเดินทางถึงเส้นชัยแล้ว และขอให้ผู้ชุมนุมนั่งลง

แกนนำประกาศว่าขณะนี้มีผู้เข้าร่วมการชุมนุมมากกว่าสองแสนคน และได้มีการตั้งเวทีอยู่ 4 จุด ได้แก่ เวทีปราศรัยหลักอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล อีก 3 เวทีย่อยอยู่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ แยกมิสกวัน และแยกนางเลิ้ง

จากนั้นแกนนำได้ผลัดกันขึ้นเวทีปราศรัยในช่วงค่ำไปจนถึงดึก

นายอานนท์ขึ้นปราศรัยอีกครั้งเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ได้ย้ำข้อเสนอ 3 ข้อของกลุ่มคณะราษฎรว่าเป็นการรวมข้อเสนอของกลุ่มประชาชนปลดแอกและแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ซึ่งหาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออกไปตามข้อเรียกร้องข้อแรกทางกลุ่มผู้ชุมนุมยินดีพูดคุยกับรัฐบาล

ส่วนอีก 2 ข้อเรียกร้อง คือ การเปิดสภาสมัยวิสามัญเพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนและข้อเสนอปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ผู้ชุมนุมเห็นควรให้เป็นไปตามครรลองของรัฐธรรมนูญ

นายอานนท์ยังประกาศให้ผู้ชุมนุมปักหลักพักค้างที่บริเวณทำเนียบรัฐบาลเพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้ามาสลายชุมนุม

"ถ้ามีการสลายชุมนุมประเทศไทยจะไม่เหมือนเดิม" นายอานนท์กล่าวบนเวทีปราศรัย