ชุมนุม 15 ตุลา: แกนนำ "คณะราษฎร" นัดชุมนุมราชประสงค์ หลังนายกฯ ประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินใน กทม. พร้อมจับอานนท์กับพวก

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถ "ยึดพื้นที่" ด้านนอกทำเนียบรัฐบาลคืนจากกลุ่มผู้ชุมนุมที่เรียกตัวเองว่า "คณะราษฎร 2563" ได้สำเร็จภายในเวลาไม่ถึง 2 ชม. หลังเข้าปฏิบัติการในช่วงเวลาประมาณ 04.30 น. พร้อมจับกุมตัวแกนนำคนสำคัญอย่างน้อย 3 คน
แม้นายอานนท์ นำภา แกนนำคณะราษฎรได้ขึ้นเวทีประกาศให้ประชาชนเดินทางกลับบ้านทันที ภายหลังนายกรัฐมนตรีประกาศใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในท้องที่กรุงเทพฯ แต่ปรากฏว่าในขณะที่เขากำลังเดินไปส่งมวลชนบริเวณแยกนางเลิ้ง มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบแสดงหมายจับของศาลในคดีชุมนุมที่ข่วงท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 9 ส.ค. พร้อม ๆ กับนายประสิทธิ์ คุธาโรจน์ นักศึกษากลุ่ม "สมัชชาเสรีแห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่" ผู้จัดการชุมนุมหลักในเวทีเชียงใหม่
ในเวลาไล่เลี่ยกัน นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ก็ถูกจับกุมตัวไปจากอีกจุดหนึ่งในพื้นที่การชุมนุมด้วย ทราบภายหลังว่าทั้งหมดถูกควบคุมตัวไปยังกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 (ตชด.ภาค 1) อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
เวลาประมาณ 04.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน พร้อมโล่ กระบอง หมวกกันกระสุน เริ่มเคลื่อนพลเพื่อแสดงกำลังกดดันผู้ชุมนุมที่ปักหลักค้างคืนอยู่ด้านหน้าทำเนียบรัฐบาลให้ออกจากพื้นที่ นอกจากนี้ยังนำรถฉีดน้ำแรงดันสูงเคลื่อนเข้าประชิดแนวผู้ชุมนุม และมีการประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงแจ้งประชาชนให้ความร่วมมือด้วยการออกจากพื้นที่ โดยขอให้เดินไปตามถนนนางเลิ้ง
การเข้าปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจเกิดขึ้นภายหลัง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ลงนามในประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร มีผลตั้งแต่เวลา 04.00 น. ที่ผ่านมา พร้อมแต่งตั้ง พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้กำกับการปฏิบัติงานของหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง และ พล.ต.อ. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง

ที่มาของภาพ, Reuters

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เนื้อหาตอนหนึ่งของประกาศฉบับนี้ระบุว่า โดยที่ปรากฏว่ามีบุคคลหลายกลุ่มได้เชิญชวน ปลุกระดม และดำเนินการให้มีการชุมนุมสาธารณะโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะขึ้นในกรุงเทพฯ โดยใช้วิธีการและช่องทางต่าง ๆ ก่อให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวายและไม่สงบเรียบร้อยของประชาชน มีการกระทำที่กระทบต่อขบวนเสด็จพระราชดำเนิน มีเหตุอันควรให้เชื่อได้ว่ามีการกระทำที่มีความรุนแรงกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยในชีวิต หรือทรัพย์สินของรัฐหรือบุคคล อันมิใช่การชุมนุมโดยสงบที่ได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ทั้งยังกระทบโดยตรงต่อสัมฤทธิผลของมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อันส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศที่อยู่ในภาวะเปราะบาง กรณีจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีมาตรการเร่งด่วน เพื่อแก้ไขกรณีดังกล่าวให้ยุติได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที เพื่อให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายและรักษาความสงบเรียบร้อยและประโยชน์ส่วนรวม
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 11 แห่งพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 นายกรัฐมนตรีจึงให้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพฯ

ที่มาของภาพ, Reuters

ที่มาของภาพ, Reuters
ตร. แจงจับ 20 คนเพราะ "ทำผิดซึ่งหน้า"
เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลาไม่ถึง 2 ชม. ก็สามารถ "ยึดคืนทำเนียบฯ" ได้ทั้งหมด จากนั้น กทม. ได้เข้าทำความสะอาด และเปิดให้นายกรัฐมนตรี ข้าราชการ และสื่อมวลชนกลับเข้าไปทำงานได้ตามปกติ
พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) แถลงว่า เจ้าหน้าที่สามารถยึดคืนพื้นที่ได้ทั้งหมดแล้ว มีผู้ชุมนุมที่อยู่ในการควบคุมตัวกว่า 20 รายที่ ตชด.ภาค 1 ซึ่งจะมีการดำเนินการตามระเบียบการสืบสวนต่อไป ทั้งนี้ก่อนการเข้าจับกุม เจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนผู้ชุมนุมให้เลิกการกระทำที่ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ปรากฏชัดเจนว่ามีผู้ชุมนุมบางส่วนขัดขืน ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าหน้าที่ จึงได้ดำเนินการควบคุมตัวไว้ ซึ่งนับเป็นความผิดซึ่งหน้า
รองโฆษก ตร. ย้ำเตือนว่า เมื่อมีการประกาศเช่นนี้ จะส่งผลให้หากมีการชุมนุมหรือมั่วสุมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป หรือกระทำการใด ๆ ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด จะนับเป็นการกระทำผิดทั้งหมด ดังนั้นคำชักชวนให้ไปชุมนุมบริเวณราชประสงค์ ในช่วงเย็น ก็มีความชัดเจนอยู่แล้วว่า "เป็นความผิด ผู้ที่มาร่วมชุมนุมก็จะถือว่าเป็นที่ทำความผิดด้วย ท่านจะอ้างว่าไม่รู้กฎหมาย ไม่รู้ระเบียบ ไม่รู้คำสั่งคงไม่ได้"
จับ รุ้ง-ปนัสยา คา รร. หลังแพร่คลิปชวนชุมนุมใหญ่ราชประสงค์
ภายหลังเหตุการณ์สงบลง คณะราษฎรได้เผยแพร่แถลงการณ์ เรื่อง จุดยืนต่อการสลายการชุมนุมวันที่ 15 ต.ค. โดยอ้างถึงการจับกุมแกนนำ 4 คน เป็นการกระทาที่ไม่มีความชอบธรรม เพราะการชุมนุมเป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้ตามระบอบประชาธิปไตย นอกจากนี้ยังวิจารณ์ว่าการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นการกระทำที่ภาครัฐมีจุดมุ่งหมายบั่นทอนขบวนการประชาธิปไตย ทำเพื่อรักษาอำนาจของตนเองและพวกพ้อง หาใช่เพื่อส่วนรวม
"มีการแอบอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์ในการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งนั้นอาจตีความได้ว่าสถาบันกษัตริย์ตั้งตนเป็นปฎิปักษ์กับระบอบประชาธิปไตย คณะราษฎรขอประณามการกระทำดังกล่าวของภาครัฐ" แถลงการณ์คณะราษฎรระบุ

ที่มาของภาพ, ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
น.ส. ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง หนึ่งในแกนนำคณะราษฎร ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอผ่านแฟนเพจกลุ่ม "แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม" เรียกร้องให้ประชาชนออกมาร่วมชุมนุมที่แยกราชประสงค์ ในเวลา 16.00 น. แต่หลังจากนั้นไม่นาน เธอได้ก็ถูกควบคุมตัวคาโรงแรมที่พักย่าน ถ.ข้าวสาร พร้อมกับนายณัฐชนน ไพโรจน์ อีกหนึ่งแกนนำผู้ชุมนุม
เวลาประมาณ 08.10 น. เจ้าหน้าที่จากกองบังคับการสืบสวนเข้าแสดงหมายจับ ทั้งคู่ ซึ่งเป็นการตั้งข้อกล่าวหาจากการจัดชุมนุม "ธรรมศาสตร์จะไม่ทน"ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 10 ส.ค.
ลำดับเหตุการณ์ "ยึดทำเนียบคืน"
- 01.00 น. นายอานนท์, นายพริษฐ์ และนายภาณุพงศ์ ขึ้นเวทีใหญ่ ประกาซ "พักการชุมนุม" โดยให้ประชาชนเตรียมเดินทางกลับบ้านในช่วงเช้า 06.00 น. และนัดหมายให้เข้าร่วมการชุมนุมรอบใหม่ที่สี่แยกราชประสงค์ เวลา 16.00 น. โดยระบุว่าถ้านายกฯ ไม่ลาออก จะไม่กลับบ้าน นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยกับสื่อมวลชนถึงรูปแบบการชุมนุมรอบใหม่ว่า "จะย้ายสถานที่ไปเรื่อย ๆ เป็นดาวกระจายไม่อยู่กับที่"
- 04.00 น. นายกฯ ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่กรุงเทพฯ
- 04.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนตีโอบรอบพื้นที่การชุมนุม ทำให้การ์ดอาสาของฝ่าย "คณะราษฎร" ต้องลากแผงเหล็กของตำรวจถอยร่นไป ก่อนตั้งหลักใหม่ด้วยการนำถังขยะและรั้วหนามหีบเพลงมาสกัดกั้นไม่ให้เจ้าหน้าที่เดินหน้าต่อ
- 04.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจประกาศให้ยุติการชุมนุมทันทีตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และแจ้งผู้ชุมนุมให้เดินออกนอกพื้นที่ไปตาม ถ.นางเลิ้ง
- เวลาไล่เลี่ยกัน นายอานนท์ นำภา ประกาศให้ประชาชนกลับบ้านทันที ก่อนที่เขาจะถูกควบคุมตัวไปจากบริเวณแยกนางเลิ้ง ระหว่างเดินไปส่งมวลชน ทั้งนี้ในระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าแสดงหมายจับ เขาขอโทร. ติดต่อพี่ชาย แต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงยอมขึ้นรถไปโดยสงบ
- -06.00 น. ตร. ชี้แจงว่า เป็นการใช้กฎหมายเพื่อให้ผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ ซึ่งมีการให้เวลาพอสมควร และเจ้าหน้าที่ได้จะดำเนินการตามหลักสากล
- 07.15 น. แกนนำคณะราษฎรที่เหลือออกแถลงการณ์ยืนยันเดินหน้าจัดการชุมนุมที่ราชประสงค์ต่อไป เวลา 16.00 น.

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
เปิดข้อกำหนด "ห้ามชุมนุม-ห้ามสื่อเสนอข่าวกระทบความมั่นคงรัฐ"
การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ของรัฐบาล เป็นการประกาศ "ภาวะฉุกเฉินซ้อนฉุกเฉิน" เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยอยู่ภายใต้กฎหมายพิเศษฉบับนี้ตั้งแต่ 24 มี.ค. เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)
อย่างไรก็ตามภายใต้การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความมุ่งหมายยุติการชุมนุมของ "คณะราษฎร" มีการออกข้อกำหนด 4 ข้อ สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้
- ห้ามชุมนุมหรือมั่วสุมตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย
- ห้ามเสนอข่าว จำหน่าย หรือทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใด รวมตลอดทั้งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์บรรดาที่มี "ข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนในทั่วราชอาณาจักร"
- ห้ามใช้เส้นทางคมนาคม/ยานพาหนะ หรือให้ใช้เส้นทางคมนาคม/ยานพาหนะโดยมีเงื่อนไข
- ห้ามใช้ เข้าไป หรืออยู่ในอาคารหรือสถานที่ใด ๆ และให้ออกจากอาคาร หรือสถานที่ใด ๆ
ขณะที่ประกาศตามความมาตรา 11 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ได้ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ไว้อีก 4 ข้อหลัก ได้แก่ มีอำนาจจับกุมและควบคุมตัว, ออกคำสั่งเรียกให้บุคคลมารายงานตัว, ยึดอุปกรณ์สื่อสารหรืออุปกรณ์ส่งข้อมูลอิเล็คทรอนิกส์ และออกคำสั่งตรวจค้น รื้อ ถอน นอกจากนี้ยังให้อำนาจหัวหน้าผู้รับผิดชอบมีอำนาจสั่งห้ามบุคคลทำหรือไม่กระทำการใด ๆ เพื่อการรักษาความมั่นคง











