ชุมนุม 14 ตุลา: ส่ง "ไผ่ ดาวดิน" เข้าเรือนจำ หลังศาลไม่ให้ประกันตัว

ที่มาของภาพ, ศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน
นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ "ไผ่ ดาวดิน" นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและแกนนำกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "คณะราษฎรอีสาน" ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ หลังจากศาลอาญา ไม่อนุญาตให้ประกันตัว
ขณะที่ผู้ชุมนุมอีก 20 คนที่ถูกจับกุมพร้อมกันนั้น ในจำนวนนี้ 19 คน ศาลแขวงดุสิตยังไม่มีคำสั่งว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่หลังจากใช้เวลาพิจารณาคำร้องของฝากขัง มานานกว่า 3 ชั่วโมง ส่วนอีก 1 คนซึ่งเป็นเยาวชนอายุ 17 ปีนั้น ศาลเยาวชนและครอบครัวอนุญาตให้ประกันตัวโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ และมีเงื่อนไขห้ามทำความผิดซ้ำ
นายจตุภัทร์และกลุ่มผู้ชุมนุมรวม 21 คน ถูกจับกุมระหว่างเตรียมตั้งเวทีและปักหลักชุมนุมบริเวณหน้าร้านแมคโดนัลด์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนินกลาง เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. วานนี้ (13 ต.ค.) ทั้งหมดถูกนำตัวไปที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และถูกควบคุมตัวที่นั่นตลอดคืน
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนซึ่งจัดทีมทนายให้ความช่วยเหลือผู้ ระบุว่าเมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. วันนี้ (14 ต.ค.) พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ได้แจ้งข้อหาสมาชิกคณะราษฎรอีสาน 20 คน ส่วนเยาวชนอายุ 17 ปี ได้ส่งตัวไปสอบสวนการจับกุมที่ศาลเยาวชนและครอบครัว
ข้อกล่าวหาที่พนักงานสอบสวนแจ้งแก่ผู้ต้องหาทั้ง 20 คน มี 10 ข้อหาด้วยกัน ได้แก่
1. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โทษจำคุกไม่ 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. ฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุมกันในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ มาตรา 34 (6) กระทำการหรือดำเนินการใด ๆ ซึ่งอาจก่อสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคแพร่ระบาดออกไป ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ โทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท
4. ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 385 ร่วมกันกีดขวางทางสาธารณะจนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร โดยวางหรือทอดทิ้งสิ่งของ หรือโดยกระทำด้วยประการอื่นใด โทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
5. พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 114 ร่วมกันวาง ตั้ง ยื่น หรือแขวนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือกระทำด้วยประการใด ๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร โทษปรับไม่เกิน 500 บาท
6. พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ มาตรา 19 ร่วมกันตั้ง วาง หรือกองวัตถุใดๆ บนถนน โทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท
7. พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ มาตรา 12 ร่วมกันขูด กระเทาะ ขีด เขียน พ่นสี หรือทำให้ปรากฏด้วยประการใดๆ ซึ่งข้อความ ภาพ หรือรูปรอยใดๆ บนถนน โทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
8. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 ร่วมกันใช้กำลังทำร้ายผู้อื่น โดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
9. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ร่วมกันทําให้เสียทรัพย์ โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท
10. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368 ไม่ปฏิบัติตามคําสั่งเจ้าพนักงาน โทษจำคุกไม่เกิน 10 วัน ปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
"ไผ่ ดาวดิน" โดนข้อหาเพิ่มอีก 2 ข้อหา ในฐานะแกนนำ
ในส่วนนายจตุภัทร์ในฐานะแกนนำ ได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มอีก 2 ข้อหารวมเป็น 12 ข้อหา โดยข้อหาที่เพิ่มมาได้แก่ ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 วรรคท้าย ซึ่งระบุว่าเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิดมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะ โดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อเจ้าพนักงาน ตามพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ และข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต
นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนจาก สน. ชนะสงคราม ยังได้เดินทางมาที่ ตชด. ภาค 1 เพื่อแจ้งข้อกล่าวเพิ่มกับนายจตุภัทร์กรณีการชุมนุมเมื่อ 19-20 ก.ย. ด้วย
ด้านนายจตุภัทร์ให้สัมภาษณ์กับศูนย์ทนายความฯ ว่าเขาและพวกพยายามยึดหลักสันติวิธี แต่กลับถูกกระทำโดยความรุนแรง
"อยากฝากถึงพี่น้องทุกคน ฝากถึงเจ้าหน้าที่ด้วย ถึงคนสั่งการด้วย ว่าความรุนแรงมันไม่ได้เป็นการแก้ปัญหา คุณต้องฟังประชาชน แล้วก็เอาข้อเสนอไปแก้ปัญหา บอกทุกคนว่าออกมาสู้เถอะครับ พวกเราก็ทำเต็มที่ ทำได้แค่นี้"
หลังจากพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหานักกิจกรรมทั้ง 20 คนแล้ว ผู้ต้องหาทั้งหมดได้ยื่นขอประกันตัวในชั้นสอบสวนโดยมีสมาชิกผู้แทนราษฏร (ส.ส.) จากพรรคก้าวไกลจำนวน 3 คน เข้าใช้ตำแหน่งเป็นประกัน
แต่พนักงานสอบสวนแจ้งว่าไม่สามารถให้ประกันตัวนายจตุภัทร์ได้ ผู้ต้องหาทั้งหมดจึงเลือกที่จะไม่ขอยื่นประกันตัวในชั้นสอบสวนด้วยกันทั้งหมด ทำให้พนักงานสอบสวนนำตัวผู้ต้องหา 19 คนไปขออำนาจฝากขังที่ศาลแขวงดุสิต ส่วนนายจตุภัทร์ถูกนำตัวขออำนาจฝากขังที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก
ขณะนี้ศาลอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยทนายความของผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องคัดค้านการฝากขังแล้ว
สรุปเหตุการณ์จับกุม "ไผ่และเพื่อน"
การจับกุมนายจตุภัทร์และเพื่อนนักกิจกรรมของเขาเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ของวันที่ 13 ต.ค. หรือไม่ถึง 24 ชั่วโมงก่อนนัดหมายชุมนุมใหญ่ของ "คณะราษฎร 2563" ในวันที่ 14 ต.ค.
นายจตุภัทร์ได้นำมวลชนกลุ่มหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า "คณะราษฎรอีสาน" เข้ามาเตรียมตั้งเต็นปักหลักค้างคืนบริเวณบาทวิถี ข้างร้านแม็คโดนัลด์ พร้อมเคลื่อนรถเครื่องเสียงขนาดเล็กเข้าสู่ ถ.ราชดำเนินกลาง
สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้น เมื่อ พล.ต.ต. เมธี รักพันธุ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 (ผบก.น. 6) เข้าเจรจากับผู้ชุมนุมเพื่อขอคืนพื้นผิวจราจร และขอให้ผู้ชุมนุมโยกย้ายตัวเองและอุปกรณ์ต่าง ๆ ไปอยู่บนบาทวิถี เพื่อเปิดทางให้ขบวนเสด็จฯ ผ่านไปได้
ฝ่ายตำรวจและแกนนำจัดการชุมนุมได้โต้เถียงกันไปมาผ่านเครื่องขยายเสียง ขณะเดียวกันได้เกิดภาพการประลองกำลังของ 2 ฝ่าย โดยผู้ชุมนุมได้คล้องแขนกันเพื่อสร้างแนว "โล่มนุษย์" สกัดกั้นไม่ให้ตำรวจเข้าใกล้รถเครื่องเสียงของตน ส่วนตำรวจก็วางแนวยึดตรึงพื้นที่ ป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุมรุกลงสู่พื้นผิวจราจรมากขึ้น
แต่แล้วก็ได้เกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อมีการสาดสีน้ำเงินจากแนวผู้ชุมนุมเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ

ที่มาของภาพ, Reuters
ต่อมาเวลา 15.45 น. ตำรวจได้เข้าควบคุมตัวนายจตุภัทร์, นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ ศิลปินวง The Bottom Blues และประชาชนอีกนับสิบคนขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหา ซึ่งต่อมาทราบว่าทั้งหมดถูกนำตัวไปที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
หลังจากสถานการณ์สงบลง นายชัชพงษ์ แกดำ ได้ขึ้นกล่าวบนรถเครื่องขยายเสียงว่า "ฝ่ายที่เริ่มต้นใช้ความรุนแรงก่อนคือตำรวจ" พร้อมเรียกร้องให้ "ปล่อยเพื่อนเรา"
จากนั้นนายชัชพงษ์ได้ประกาศเชิญชวนให้ประชาชนไปรวมตัวกันที่หอศิลป์กรุงเทพฯ ก่อนเคลื่อนพลต่อไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เช่นเดียวกับนายอานนท์ นำภาและนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ที่โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กเรียกรวมพลที่หน้าหอศิลป์กรุงเทพฯ
ขณะที่ผู้ชุมนุมเตรียมจะเคลื่อนขบวนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปหอศิลป์กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือไม่ให้เคลื่อนขบวนเนื่องจากใกล้เวลาขบวนเสด็จฯ ผ่านแล้ว โดยเวลา 17.15 น. ตำรวจได้แจ้งให้ประชาชนทุกคนอยู่บนบาทวิถี ถอดหมวก ถอดแว่นดำ แต่สวมใส่หน้ากากอนามัยได้ งดใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพขณะขบวนเสด็จผ่าน ขณะที่นายอรรถพล บัวพัฒน์ แกนนำกลุ่ม "ขอนแก่นพอกันที" ได้ประกาศทันทีว่า "เราจะยืนขึ้นแล้วชู 3 นิ้ว เพราะเพื่อนเราถูกจับ"

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
เวลาประมาณ 19.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยได้เดินทางมาสมทบกับมวลชนที่มารวมตัวกันตั้งแต่ 18.00 น. ที่หน้าประตูสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เขตปทุมวัน โดยตำรวจได้วางแนวรั้วเหล็กกั้นประตู และจัดกำลังเจ้าหน้าที่รักษาพื้นที่โดยรอบ ขณะที่ประชาชนจากเวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยได้ตามสมทบในอีกครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น
ประชาชนรวมตัวกดดันเจ้าหน้าที่ให้ปล่อยตัวผู้ชุมนุมทั้ง 21 คนบริเวณด้านหน้า ตร. จนถึงเวลาประมาณ 21.00 น. จึงได้สลายตัว โดยแกนนำได้นัดหมายให้ประชาชนมาร่วมชุมนุมใหญ่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในวันที่ 14 ต.ค.










