ครม. ให้เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ 26-27 ต.ค.-ศาลสั่งปิดวอยซ์ทีวีออนไลน์

ที่มาของภาพ, PAris Jitpentom/BBC Thai
รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ตัดสินใจลดอุณหภูมิทางการเมือง โดยให้เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อร่วมกันหาทางออกประเทศ ในวันที่ 26-27 ต.ค.
คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ. 2563 ในวันที่ 26-27 ต.ค. 2563 เพื่อเปิดให้มีการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามมาตรา 165 ของรัฐธรรมนูญปี 2560
การตัดสินใจของฝ่ายบริหารเกิดขึ้นหลังจาก พล.อ. ประยุทธ์ ออกมาส่งสัญญาณเมื่อวานนี้ (19 ต.ค.) ว่าจะใช้รัฐสภาหาทางออกให้กับปัญหา และในเวลาไลเลี่ยกัน นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้ทำหนังสือถึงนายกฯ แจ้งผลการหารือร่วมกับตัวแทน ครม., หัวหน้าพรรคการเมือง, คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) และวิปฝ่ายค้าน ให้เปิดอภิปรายทั่วไป โดยให้เหตุผลว่า "ชุมนุมประท้วงรัฐบาลอาจจะขยายวงกว้าง จนนำมาซึ่งความขัดแย้งในระดับชาติที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศ"
ด้าน พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ถูกผู้สื่อข่าวตั้งคำถามว่าการเปิดรัฐสภาสมัยวิสามัญ จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นหรือไม่ โดยเขาตอบว่า "ก็จะไปรู้ได้ไง"
เช่นเดียวกับการตั้งเงื่อนไขจากกลุ่มผู้ชุมนุมว่าหากรัฐบาลไม่ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในพื้นที่ กทม. ภายใน 24 ชั่วโมง จะมีบิ๊กเซอร์ไพรส์ ซึ่ง พล.อ. ประวิตรกล่าวว่า "ก็จะไปรู้หรือ"
- ชุมนุม 19 ตุลา : นายกฯย้ำ ปกป้องสถาบันกษัตริย์ เปิดสภาฯหารือ จับ-ให้ประกันผู้ชุมนุม
- ชุมนุม 18 ตุลา: "คณะราษฎร" รวมตัวเป็นวันที่ 5 นัดแฟลชม็อบที่อนุสาวรีย์ชัยฯ - แยกอโศก
- ชุมนุม 17 ตุลา: สลายการชุมนุมแยกปทุมวัน นำมาสู่ "แฟลชม็อบ" ทั่วกรุง
- ชุมนุม 16 ตุลา : ปฏิบัติการสลายพลังเยาวชนคนหนุ่มสาวหลังนายกฯถาม "ผมผิดอะไร"
- ชุมนุม 15 ตุลา: แกนนำ "คณะราษฎร" นัดชุมนุมราชประสงค์ หลังนายกฯ ประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินใน กทม. พร้อมจับอานนท์กับพวก
- ชุมนุม 14 ตุลา: ประมวลเหตุการณ์ จากปะทะ "เสื้อเหลือง" สู่ ชูสามนิ้วใส่ขบวนเสด็จฯ
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เกิดการชุมนุมในรูปแบบแฟลชม็อบของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "ราษฎร" เพื่อกดดันให้ พล.อ. ประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่ง พร้อมเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำและแนวร่วมที่ถูกตั้งข้อหาจากการร่วมชุมนุมทางการเมือง
ขณะที่อีกข้อเรียกร้องของฝ่ายผู้ชุมนุมคือ ให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แม้ฝ่ายค้านเห็นควรให้รัฐสภาลงมติรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ฉบับที่ค้างอยู่ในการเปิดสมัยวิสามัญทันที แต่รัฐบาลยังแบ่งรับแย่งสู้

ที่มาของภาพ, Thai news pix
ทำเนียบฯ เปิดเพลง "อยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี"
เจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาลได้เปิดเพลง "อยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี" ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะเปิดแถลงข่าวหลังการประชุม ครม
"ฟังเพลงแล้วรู้สึกอะไรขึ้นมาบ้างไหม" พล.อ. ประยุทธ์ เอ่ยถามผู้สื่อข่าว ก่อนกล่าวต่อว่า เราลูกหลานไทย คนไทย อยู่อย่างจงรักตายอย่างภักดี หน้าที่ของคนไทยทุกคน หน้าที่ของรัฐบาล บังคับใครไม่ได้ แต่ต้องเป็นจิตใจของพวกเราทุกคน
จากนั้น พล.อ. ประยุทธ์ได้พูดถึงการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนว่าเป็นภาคส่วนสำคัญของสังคมไทย คือพลังสำคัญที่จะสร้างความชอบธรรม สร้างสรรค์ และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้ประเทศ ทั้งนี้ได้สั่งการและมอบแนวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทบทวนคำสั่งระงับการออกอากาศต่าง ๆ โดยขอให้พิจารณาโดยคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนเป็นสำคัญ ยกเว้นบางกรณีที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จ บิดเบือน ยุยงปลุกปั่นตลอดเวลา และที่มีความชัดเจนว่าเป็นข่าวปลอม (เฟกนิวส์) ที่จำเป็นต้องดำเนินการ โดยเฉพาะที่นำเสนอข่าวตั้งใจบิดเบือน ล้ำเส้น ก้าวล่วง ละเมิดสิทธิตามกฎหมายของผู้อื่น ก็ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจยึดหลักการตามกฎหมายและการดำเนินการเฉพาะเป็นเรื่อง ๆ ไป โดยครั้งนี้ขอให้เป็นการทำความเข้าใจ ส่วนบางอันที่จำเป็นต้องปิดคำสั่งก็ต้องปิด ซึ่งได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องยืนยันตนไม่ได้ละเมิดใครทั้งสิ้น
"หน้าที่ของผมและพวกเราทุกคน คือการช่วยการป้องกันกำจัดการกระทำที่มีเจตนาร้ายต่อประเทศ ความพยายามที่จะยุยงปลุกปั่นสร้างความวุ่นวาย ความแตกแยก สับสนอลหม่านภายในประเทศ นั่นคือสิ่งที่เราต้องไม่ยอมรับให้เกิดขึ้น จึงขอความร่วมมือจากพวกเราทุกคนและประชาชนด้วย ผมไม่ต้องการไปละเมิดสิทธิของใคร แต่ท่านจะต้องระมัดระวังการละเมิดสิทธิของผู้อื่น ขอบคุณนะครับสวัสดีครับ" พล.อ.ประยุทธ์กล่าวก่อนยุติการให้สัมภาษณ์
ปิดทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ของ "วอยซ์ทีวี"
นายภุชพงศ์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยกับสื่อมวลชนภายหลังการแถลงข่าวร่วมกับกองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) วันนี้ว่าขณะนี้ศาลอาญาได้มีคำสั่งปิดทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ของวอยซ์ทีวี รวมทั้งเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก เนื่องจากนำเสนอเนื้อหาที่เป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
ไทยพีบีเอสรายงานคำให้สัมภาษณ์ของนายภุชพงศ์ว่าเบื้องต้นจะปิดแพลตฟอร์มออนไลน์ของวอยซ์ทีวีเป็นการชั่วคราว "อาจจะ 3-4 วัน" ส่วนการนำเสนอเนื้อหาทางโทรทัศน์เป็นอยู่ในความรับชอบของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งหากพบว่าทำผิดกฎหมาย กสทช. ก็ยึดใบอนุญาตได้
ส่วนอีกสำนักข่าวและเฟซบุ๊กแฟนเพจอีก 3 แห่งที่มีชื่อปรากฏในคำสั่งหัวหน้าผู้รับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 16 ต.ค. ได้แก่เดอะรีพอร์ตเตอร์ เดอะสแตนดาร์ด และประชาไทนั้น ทางกระทรวงดิจิทัลฯ ได้เสนอศาลไปเช่นกันแต่ยังไม่มีคำสั่งมา
ทางด้านวอยซ์ทีวีโพสต์ข้อความเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ว่ายังไม่ได้รับคำสั่งศาลให้ปิดการเข้าถึงเนื้อหา และขณะนี้แพลตฟอร์มออนไลน์ของวอยซ์ทีวียังเข้าถึงได้ปกติ
ดีอีเอสส่ง กอร.ฉ. เอาผิด 58 กรณียุยงก่อความไม่สงบ
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้ตรวจสอบพบบัญชีสื่อออนไลน์มีการยุงยงก่อให้เกิดความไม่สงบ และส่งเรื่องให้ กอร.ฉ. ดำเนินคดี 58 เรื่อง ประกอบด้วย ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 และอื่น ๆ, ผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และผิดประมวลกฎหมายอาญา
นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดีอีเอส กล่าวว่า ได้ดำเนินการปิดกั้นไปบ้างแล้วบางส่วน โดยแจ้งให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือแพลตฟอร์มต่างประเทศแจ้งระงับ มีทั้งที่อาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และคำสั่งศาล
"เราดูทั้งหมดนะครับ ไม่ว่าจะเป็นผู้โพสต์ ผู้แชร์ หรือผู้รีทวีต แต่ถ้าการดำเนินการของเรา เราจะดูเฉพาะที่จำเป็นจริง ๆ ไม่ให้กระทบกับสังคมวงกว้าง" รองปลัดกระทรวงดีอีเอสกล่าว

ที่มาของภาพ, กองสารนิเทศ ตร.
นอกจากการบิดเบือนข้อมูลแล้ว พ.ต.อ. ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษก ตร. ชี้ว่า ยังมีการปลุกระดมโดยปิดบังตัวตนผ่านบัญชีทวิตเตอร์ ชักชวนให้ผู้ชุมนุมใช้วิธีการ looting คือการปล้นสะดมระหว่างสถานการณ์ที่ไม่สงบ โดยอ้างอิงสถานการณ์ในต่างประเทศ ชักชวนให้ทำลายทรัพย์สินของราชการเพื่อยกระดับการชุมนุม จึงแจ้งเตือนประชาชนว่าอย่าตกเป็นเหยื่อ ไม่เช่นนั้นหากกระทำจะเข้าข่ายความผิดตามอาญา ส่วนผู้นำเข้าข้อมูลจะต้องถูกดำเนินคดีทั้งตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท และฝ่าฝืนคำสั่งของหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท
"รุ้ง-เพนกวิน" ออกจากเรือนจำแล้ว แต่ถูกอายัดตัวกลับไป ตชด. ภาค 1
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่าเมื่อเวลา 14.15 น. นายพริษฐ์ ชิวรักษ์ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล และนายณัฐชนน ไพโรจน์ นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 3 คนที่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 15 ต.ค. จากคดีจัดการชุมนุม "ธรรมศาสตร์จะไม่ทน" เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำอำเภอธัญบุรี หลังจากศาลอุทธรณ์ให้ประกันตัว โดยใช้หลักประกันเป็นเงิน 2 แสนบาทต่อคน
อย่างไรก็ตาม นายพริษฐ์ หรือ "เพนกวิน" และ น.ส.ปนัสยา หรือ "รุ้ง" ถูกตำรวจจาก สน.ชนะสงครามอายัดตัวตามหมายจับในคดี "ชุมนุม 19 กันยา ทวงคืนอำนาจราษฎร" และถูกนำตัวไปที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 ที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
ตร. เผยจับ 2 ผู้ต้องหาสำคัญ
พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น) เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาที่สำคัญ 2 ราย
- นายปฏิวัติ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์ : เจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.ขอนแก่น ได้เข้าจับกุมที่บ้านพักใน อ.เมือง จ.ขอนแก่น ตามหมายจับศาลอาญาตามมาตรา 116 นำส่งพนักงาน สน.ชนะสงคราม ขณะนี้ควบคุมตัวที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 (ตชด.ภาค 1)
- นายขวัญ จีนา : ถูกจากกุมคดีทำลายทรัพย์สินระหว่างการชุมนุมที่แยกอุดมสุข-บางนา ถ.สุขุมวิท
นอกจากนี้ ตำรวจยังเตรียมดำเนินคดีกับนายประวิตร สมรัตน์ ผู้ชุมนุม ใน 3 ข้อหา ได้แก่ ทำให้เสียทรัพย์, ผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และร่วมชุมนุมตามมาตรา 215 วรรคหนึ่ง หลังใส่ร้ายป้ายสีเจ้าหน้าที่ในโซเชียลมีเดีย จนก่อให้เกิดความเข้าใจผิด โดยปรากฏข้อความว่า "ที่บางนามีตำรวจ ตชด. ปลอมตัวมาเป็นผู้ชุมนุมขวางหินใส่ป้อมตำรวจ"








