ร.10: ทูตไทยในแคนเบอร์รา ระบุ "ผิดหวัง" กับรายงานข่าวเกี่ยวกับกษัตริย์ไทยทางโทรทัศน์ออสเตรเลีย

ที่มาของภาพ, Thanyaporn Buathong/BBC Thai
ทูตไทยในกรุงกรุงแคนเบอร์ราระบุ "คนไทยในออสเตรเลียจำนวนมากไม่พอใจ" ต่อสารคดีข่าวโทรทัศน์เกี่ยวกับพระจริยวัตรของในหลวงรัชกาลที่ 10 ที่นำเสนอทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 ของออสเตรเลียเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
น.ส. บุษฎี สันติพิทักษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ตอบคำถามบีบีซีไทยทางแอปสนทนา "ไลน์" ว่า สารคดีข่าวความยาว 16 นาทีทางรายการ ซิกตี้ มินิทส์ (60 Minutes) ที่ออกอากาศเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 8 พ.ย. ทางเครือข่ายสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 ของออสเตรเลีย สร้างความไม่พอใจให้คนไทยในออสเตรเลียจำนวนมาก
"สถานเอกอัครราชทูตฯ ก็ไม่ได้นิ่งเฉย โดยได้ติดต่อทางรายการไป ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของสถาบันหลักของชาติและข้อมูลอื่น ๆ เพื่อให้เขามีข้อมูลที่ถูกต้องก่อน แต่ก็น่าผิดหวังกับรายงานที่ออกมาในที่สุด"

ที่มาของภาพ, เฟซบุ๊ก สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา
สารคดีข่าวตอนนี้มีชื่อว่า "The King and Thai" หรือแปลว่า "กษัตริย์และคนไทย" ซึ่งตั้งขึ้นมาล้อไปกับละครเวทีชื่อก้องโลก "The King and I" พร้อมชื่อรองของเรื่องว่า "เจาะลึกในพระราชจริยวัตรของกษัตริย์ไทย..."
รายการดังกล่าวถูกนำมาโฆษณาตั้งแต่คืนวันเสาร์ และเมื่อหลังออกอากาศทางช่อง 9 แล้ว ได้ถูกนำมาเผยแพร่ทางเฟซบุ๊กและยูทิวบ์ช่อง 60 Minutes Australia โดยทางช่องยูทิวบ์นั้น ผู้บริหารช่องได้ตั้งค่าไว้ไม่ให้ผู้ชมทั่วไปแสดงความเห็น และไม่ให้ผู้ใช้ในประเทศไทยดูได้ อีกทั้งยังเผยแพร่เป็นข้อความเนื้อข่าวออกทางเว็บไซต์ของรายการ 60 Minutes Australia ด้วย
เนื้อหารายการเป็นอย่างไร
รายการเล่าถึงพระราชประวัติของพระองค์ สุนัขทรงเลี้ยง การเสด็จประทับในเยอรมนี บทสัมภาษณ์ชาวบ้านในแคว้นบาวาเรีย รายงานถึงการประท้วงของเยาวชนในไทยที่เรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ พร้อมเปิดเผยเนื้อหาโทรเลขโต้ตอบระหว่างสถานทูตออสเตรเลียในกรุงเทพฯ กับรัฐบาลในกรุงแคนเบอร์รา ถึงการเสด็จมาทรงศึกษาชั้นมัธยมปลายในนครซิดนีย์ และหลักสูตรนักเรียนนายร้อย ณ วิทยาลัยวิชาการทหารดันทรูน กรุงแคนเบอร์รา และสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้อง 3 คน คือ นายแอนดรูว์ แม็คเกรเกอร์ มาร์แชล ผู้สื่อข่าวอิสระชาวสก็อต และนักวิจารณ์ราชวงศ์ไทย, นายแกรี สโตน ผู้ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ถวายคำแนะนำให้องค์มกุฎราชกุมารของไทย เมื่อคราวเสด็จมาทรงศึกษาในออสเตรเลีย และ น.ส. ณัฏฐา มหัทธนา นักกิจกรรมการเมือง

ที่มาของภาพ, 60 Minutes Australia
ทางด้าน น.ส.ณัฏฐาหรือ "โบว์" ได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กหลังให้สัมภาษณ์รายการดังกล่าว ระบุว่าสื่อออสเตรเลียมาขอสัมภาษณ์ในฐานะประชาชนที่เคยต่อต้านรัฐบาลทหารและเรียกร้องการเลือกตั้งในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
เธอบอกเหตุผลที่ต้องออกมาโพสต์ข้อความนี้เพราะทางรายการมีการออกโฆษณาเป็นสปอตสั้น ๆ และมีคนโพสต์โจมตีเรื่องการล้มเจ้าและการชุมนุมของคณะราษฎร"ขอให้เข้าใจว่าข้อความในการสัมภาษณ์เป็นความเห็นส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับกลุ่มบุคคลหรือองค์กรใด ๆ ทั้งสิ้น โบว์ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของคณะราษฎร ทางกลุ่มจึงไม่ควรถูกดึงมาโจมตีในทางใด ๆ ด้วย" เธอระบุ "ส่วนเรื่องการล้มเจ้า น่าจะเป็นจินตนาการ ใครที่ติดตามกันใกล้ชิดมานานคงทราบดีว่า โบว์ให้ความเห็นบนข้อเท็จจริงอย่างเป็นธรรม ไร้การบิดเบือน และให้เกียรติทุกคนตามสมควรตลอดมา"
คนไทยถกเถียงคึกคัก
ตั้งแต่ก่อนออกอากาศ สมาชิกคนหนึ่งของเพจเฟซบุ๊ก "ข่าวคนไทยในออสเตรเลีย Thais in Australia" เข้าไปโพสต์ทางเพจว่า
"#คนไทยทุกคนและผู้มีหน้าที่รับผิดชอบปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์พร้อมผู้รักและหวังดีประเทศไทย #โปรดอ่าน
คืนนี้ (วันเสาร์ที่ 7 พฤจิกายน 2020/2563) ได้ดูการโฆษณารายการ 60 Minutes ทางสถานีทีวีช่อง 9 ของออสเตรเลีย แล้วมีความไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่งค่ะ เพราะรายการโฆษณาให้คนดูเรื่องของในหลวงของไทยและเหตุการณ์ที่เกิดเกี่ยวข้องกับการเมืองไทยในปัจจุบัน เพียงแค่จากตัวอย่างที่รายการทีวีช่องนี้เอามาให้ดู มีภาพและคลิปที่ไม่เหมาะสมและเข้าใจว่าเป็นภาพและคลิปทำปลอมจำนวนมากที่ทำขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายป้ายสีราชวงศ์และสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย พร้อมเนื้อหาของรายการ มีคำพูดดูหมิ่นดูถูกสถาบันและในหลวงของไทย ซึ่งเป็นการทำร้ายความรู้สึกและจิตใจคนไทยไม่ว่าจะอยู่ที่ใดทั่วโลกอย่างไร้จรรยาบรรณและไร้ศีลธรรม
รายการอุบาทว์นี้ จะนำมาออกอากาศในทีวีช่อง 9 ออสเตรเลีย ในเวลา 20.30 น. (2 ทุ่มครึ่ง) ของเวลาในนครเพิร์ธ รัฐออสเตรเลียตะวันตก (ตรงกับเวลาในเมืองไทย 19.30น) ในวันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน 2020/2563 อย่างแน่นอน เพราะมีการโฆษณาหลายครั้งเพื่อปั่นกระแสให้ผู้คนเข้ามาสนใจดู และเพื่อผลประโยชน์ของสถานีทีวีช่องนี้และรายการนี้
ดิฉัน #ไม่แน่ใจว่าจะทนดูรายการนี้ไปได้มากน้อยแค่ไหน #ในฐานะคนไทยที่จงรักภักดีต่อสถาบันฯ ใจหนึ่งไม่อยากดูเพราะไม่สนับสนุนรายการและทีวีช่องดังกล่าว แต่อีกใจหนึ่งคิดว่าควรดูเพื่อจะได้รับรู้ว่าคนพวกนี้จะทำร้ายประเทศไทยทำไม เพื่ออะไร และแค่ไหน แต่ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรที่จะให้ผู้เกี่ยวข้องในประเทศไทยได้เห็นและทำอะไรสักอย่างกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในคืนวันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน 2020/2563 นี้"

ที่มาของภาพ, Ratchaphon Riansiri/BBC Thai
โพสต์นี้ เรียกปฏิกริยากับคนไทยอีกหลายคนให้ช่วยกันรวบรวมรายชื่อคนไทยที่ไม่พอใจ ไปร้องเรียนที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ในกรุงแคนเบอร์รา หญิงคนหนึ่งถึงกับบอกว่า "ฟ้องร้องให้เอาให้หนัก เอาให้ปิดสถานีไปเลยค่ะ"
ส่วนหญิงอีกคนหนึ่งโพสต์ว่า
"ทุกคนต้องเคยมีอาการนี้พี่เข้าใจ ทุกคน ต่างก็เคยเป็นรอยัลลิสท์ เป็นตั้งแต่เด็กจนโต ได้รับการปลูกฝังมาตลอด โตขึ้นก็เริ่มสงสัย งานหนักแต่ทำไมประเทศยังไม่พัฒนา พอมาอยู่ต่างประเทศ เห็นเป็นรูปธรรม นี่คือเจริญของจริง มิใช่ทรงพระเจริญ ยุคสมัยเปลี่ยน ต้องทำใจ ปรับตัว ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ถ้าประเทศเราดี พี่ก็คงไม่ต้องมาออสหรอก คงมีเงิน แวะมาเที่ยว เที่ยวเสร็จกลับบ้าน แต่ความจริงมันไม่ใช่"

ที่มาของภาพ, Pool
อีกความเห็นหนึ่งที่เห็นชอบกับรายการข่าวนี้ โพสต์ว่า
"#ขออนุญาตที่จะแสดงความคิดเห็นนะคะ. ขอโทษนะคะ ไม่มีรายการไหนเอาคลิปหรือวิดีโอปลอมไปลงให้ช่องตัวเองเสียหายหรอกค่ะเพราะมันมีการฟ้องร้องกันได้. แล้วอีกอย่างถ้าคิดว่าดูแล้วไม่สบายหรือทำให้เสียความรู้สึกก็อย่าไปดูมันจะดีกว่าค่ะเพราะยิ่งทนดูมันก็จะยิ่งกระทบจิตใจตัวของคุณเองค่ะ. แล้วจะบอกให้นะคะไม่มีไม่มีประเทศไหนพยายามใส่ร้ายป้ายสีให้ประเทศตัวเองดูดีแล้วให้ประเทศอื่นดูแย่ (ยกเว้นประเทศที่มีความขัดแย้งกันอยู่แล้ว) เพราะเค้าก็ไม่ได้ผลประโยชน์อะไรจากการกระทำอย่างนั้นค่ะ. ไม่ได้เข้าข้างฝ่ายไหนแต่อยากให้คิดสักนิดนึงค่ะ ขอบคุณค่ะ"

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai












