พลังประชารัฐ : กลุ่ม "4 กุมาร" ลาออกจากสมาชิก พปชร. แต่ยังไม่ทิ้งเก้าอี้ รมต. ไม่คิดตั้งพรรคใหม่

แถลงข่าว

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, จากซ้าย นายสุวิทย์ เมษินทรีย์, นายอุตตม สาวนายน, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล แถลงข่าวลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุเตรียมปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เท่าที่จำเป็น หลังนักการเมืองที่ถูกเรียกว่ากลุ่ม "สี่กุมาร" ประกาศยุติบทบาททางการเมืองในนามพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งพวกเขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง โดยให้เหตุผลว่าทำภารกิจส่ง พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ สมัย 2 สำเร็จแล้ว

นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดแถลงข่าวที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว เมื่อเวลา 12.15 น. ของวันนี้ (9 ก.ค.) โดยระบุว่า ภารกิจของพวกเขาทั้ง 4 คนถือว่าลุล่วงไปแล้ว ประกอบกับวันนี้ พปชร. มีคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ที่พร้อมจะนำพาพรรคเดินหน้าต่อไปได้ จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมที่พวกเขาจะหยุดภารกิจทางการด้านการเมืองในนาม พปชร. แต่ยังทำงานในฐานะฝ่ายบริหารตามภารกิจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมาจากนายกฯ คือจะยังทำหน้าที่ในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป และยังไม่ได้คิดถึงอนาคตทางการเมือง

ส่วนการลาออกจากการเป็นสมาชิก พปชร. จะส่งผลให้พวกเขาต้องหลุดจากตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่นั้น เพราะพวกเขาเข้ามาในสัดส่วนของพรรค นายอุตตมกล่าวว่า คงไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาจะมาพูดจาตรงนี้ได้ เพราะไม่ได้อยู่ในขอบเขตอำนาจ การปรับเปลี่ยน ครม.เป็นอำนาจของนายกฯ

แถลงข่าว

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, สองใน "สี่กุมาร" ยิ้มแย้มระหว่างแถลงยุติบทบาทในพรรคพลังประชารัฐ

กลุ่มสี่กุมารคือ 4 นักการเมืองคนสนิทของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และยังเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาล "ประยุทธ์ 1" ก่อนที่ 3 จาก 4 คน จะหวนกลับมาร่วมวง ครม. อีกครั้งในรัฐบาล "ประยุทธ์ 2" ซึ่งก่อนเปิดแถลงข่าวในวันนี้ พวกเขาก็ได้แจ้งให้นายสมคิดรับทราบ โดยรองนายกฯ ระบุว่าเคารพการตัดสินใจของทุกคน

นายอุตตมกับพวกเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง พปชร. เมื่อปี 2561 เพื่อทำภารกิจสำคัญคือการสนับสนุนหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นนายกรัฐมนตรีในสมัยที่ 2 ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไป โดยเป็นผู้ "แห่ขบวนขันหมาก" ไปยังตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อ 1 ก.พ. 2562 เพื่อขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบรับเทียบเชิญมาเป็น "นายกฯ ในบัญชีของพรรค"

นายสนธิรัตน์กล่าวว่า พวกเขาทั้ง 4 ไม่ใช่นักการเมือง วันที่เดินเข้ามาร่วมตั้ง พปชร. เพราะทราบดีว่าเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของบ้านเมือง และเชื่อมั่นว่า พล.อ.ประยุทธ์ คือบุคคลที่มีความเหมาะสมที่สุดที่จะเป็นผู้นำประเทศในช่วงรอยต่อ และพวกเขาได้ทำหน้าที่จนบรรลุความตั้งใจแล้ว

"มาบัดนี้หน้าที่การเมืองย่อมมีความเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดา.. เราไม่มีความยึดติดทางการเมืองว่าต้องเป็นตลอดไป หรือพยายามอยู่ให้ได้มากที่สุด นั่นไม่ใช่บทบาทเรา เราตั้งใจทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายและจะทำให้ดีที่สุด ส่วนบทบาทที่ได้รับจะสิ้นสุดเมื่อไร พวกเราไม่ได้ยึดติด" นายสนธิรัตน์กล่าว

นายสนธิรัตนย้ำคำเดิมว่า "ไม่ถอดใจ" ในการทำงาน เพราะมาทำเพื่อบ้านเมืองไม่ได้เป็นเรื่องของคนใดคนหนึ่ง ตราบที่มีหน้าที่ก็จะทำอย่างเต็มที่

"เรื่องอนาคตยังไม่ทราบ หากมีอะไรที่เป็นประโยชน์กับบ้านเมือง อาจไม่ใช่พรรค การทำงานเพื่อบ้านเมืองไม่จำเป็นต้องเป็นพรรคเสมอไป และขอให้ขีดเส้นใต้ไว้เลยว่าไม่คิดจะตั้งพรรค" นายสนธิรัตน์กล่าว

เปิดตัวพรรคพลังประชารัฐ

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, จากซ้าย ณัฏฐพล, สนธิรัตน์, อุตตม, สุวิทย์, กอบศักดิ์ ในวันเปิดตัวพรรคพลังประชารัฐ เมือเดือนกันยายน 2561

กลุ่มสี่กุมารยังเป็นคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดแรกของ พปชร. โดยนายอุตตมดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค, นายสนธิรัตน์เป็นเลขาธิการพรรค, นายสุวิทย์เป็นรองหัวหน้าพรรค และนายกอบศักดิ์เป็นโฆษกพรรค ก่อนถูก "ยึดอำนาจ" เมื่อเดือน มิ.ย. 2563 เมื่อ กก.บห. จำนวน 18 จากทั้งหมด 34 คนได้พร้อมใจกันลาออกจากตำแหน่ง ส่งผลให้นายอุตตมกับพวกต้องพ้นจากสถานภาพผู้บริหารพรรคไปโดยปริยาย

ภารกิจสุดท้ายที่นายอุตตมทำในนามรักษาการหัวหน้า พปชร. คือการเรียกประชุมใหญ่สามัญพรรคเมื่อ 27 มิ.ย. เพื่อประกอบพิธีกรรมเลือก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ และนายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท แกนนำกลุ่ม "สามมิตร" เป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ โดยไม่ปรากฏว่าสมาชิกกลุ่ม 4 กุมารเข้าไปมีตำแหน่งใด ๆ ใน กก.บห.พปชร. ชุดใหม่

ประชุมกรรมาธิการ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, นายอุตตม สาวนายน เพิ่งได้รับเลือกให้เป็นประธาน กมธ.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2564 ในการประชุม กมธ. นัดแรกเมื่อ 8 ก.ค.

ความเปลี่ยนแปลงภายใน พปชร. เกิดขึ้นในวาระครบขวบปีของรัฐบาล "ประยุทธ์ 2" ท่ามกลางแรงกดดันจากแกนนำกลุ่มการเมืองภายในพรรคให้นายกฯ พิจารณาปรับ ครม. ทั้งนี้เหตุที่กลุ่มสี่กุมารตกเป็นเป้าโจมตี เพราะนายสนธิรัตน์ได้ครอบครองเก้าอี้ รมว. พลังงาน อันเป็นที่หมายมั่นปั้นมือของแกนนำกลุ่มสามมิตรตั้งแต่ในคราวจัดโผ ครม. "ประยุทธ์ 2/1" จนถูกนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. กลุ่มสามมิตร กล่าวหาว่าเป็น "ภัยต่อความมั่นคงของพรรค" อีกทั้งพวกยังไม่มี ส.ส. ในสังกัดแม้แต่รายเดียว แต่กลับได้ยึดกุมเก้าอี้รัฐมนตรีถึง 3 ตำแหน่ง

ประยุทธ์ขู่ "คนที่วิ่งอาจจะไม่ได้ตำแหน่ง"

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม ระบุว่า เคารพการตัดสินใจของทั้ง 4 คน ซึ่งเป็นเรื่องภายในพรรค โดยขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในระบบการบริหารราชการแผ่นดิน และเชื่อมั่นในตัวนายกฯ ซึ่งจะนำพาประเทศชาติให้ผ่านช่วงเวลานี้ให้ได้

ส่วนการปรับ ครม. เป็นเรื่องที่พรรคร่วมรัฐบาลต้องมีการพูดคุยกันอีกครั้ง ส่วนตัว ยังไม่มีคำตอบให้ว่าใครจะเข้า หรือใครจะออก โดยขอให้ใจเย็น ๆ พร้อมปฏิเสธว่าไม่เคยพูดว่าการปรับ ครม. จะเกิดขึ้นในช่วงเดือน ก.ย. แต่ยืนยันว่าจะมีการพิจารณาตั้งแต่นี้เป็นต้นไป แต่จะเป็นเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น

ในการปรับ ครม. "ประยุทธ์ 2/2" ผู้นำรัฐบาลระบุว่า "จะปรับเท่าที่จำเป็น ใครที่ทำงานดีอยู่แล้วก็ทำต่อไป เพราะทุกคนทำงานดีหมด เพียงแต่กลไกทางการเมืองวิธีทางการเมืองเป็นอีกเรื่องหนึ่ง" และพร้อมทบทวนว่ารัฐมนตรีคนนอกที่อยู่ในโควต้ากลางของนายกฯ ควรจะคืนตำแหน่งให้พรรคการเมืองหรือไม่ ซึ่งต้องมาพูดคุยกันใหม่

ส่วนกรณีที่กลุ่มการเมืองภายใน พปชร. พยายามขย่มไปยังรองนายกฯ สมคิดนั้น พล.อ.ประยุทธ์เห็นว่า ที่ผ่านมามีการขย่มกันทั้ง 2 ฝ่าย บางครั้งเป็นการพูดกันไปเรื่อย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าใครถูกใครผิด แต่ก็ตัดสินด้วยตัวเอง พร้อมดักคอด้วยว่า "หากมีการวิ่งเต้นกันมาก คนที่วิ่งอาจจะไม่ได้ตำแหน่งก็ได้"

สิระไล่พ้น ครม. อ้างเป็น "สมบัติพรรค"

ด้านนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. กลุ่มสามมิตร พปชร. ได้กล่าวอวยพรให้ทั้ง 4 คนโชคดี แต่มิวายเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่งใน ครม. ด้วย เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมา นักการเมืองกลุ่มสี่กุมารได้รับประโยชน์จากพรรคไปมากพอแล้ว วันนี้ตัดสินใจเดินออกจากพรรคไป ก็ควร "คืนสมบัติที่เป็นของพรรค" กลับมาด้วย ซึ่งน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการจากลากันอย่างสง่างาม และเหมือนกับคำพูดที่ที่ว่าไม่ยึดติดกับตำแหน่งทางการเมือง

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. กลุ่มสามมิตร พปชร.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. กลุ่มสามมิตร พปชร.

"ทั้ง 3 ท่าน วันนี้ยังนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีในส่วนโควตาของ พปชร. เมื่อลาออกจากพรรคแล้วก็ควรคืนตำแหน่งนี้กลับมาให้เป็นสมบัติของพรรค ไม่ใช่ยังกั๊กตำแหน่งอยู่เช่นนี้ เพราะถือว่าพวกท่านไม่มีสิทธิแล้ว และคนที่จะดำรงตำแหน่งแทนท่านก็ควรจะเป็นสมาชิกของ พปชร. ท่านอื่น ๆ" นายสิระกล่าว