รังสิมันต์ โรม : “ถ้าผู้แทนราษฎรไม่สามารถพูดหรือถามแทนประชาชนได้ ใครจะหาคำตอบให้แก่สังคม”

รังสิมันต์

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคก้าวไกล

ตลอดทั้งวัน แฮชแท็ก #saveโรม ขึ้นเป็นเทรนด์ยอดนิยมในทวิตเตอร์ไทย ด้วยยอดทวีตและรีทวีต 9.7 แสนครั้ง ณ เวลา 19.00 น. ส่วน นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ง่วนอยู่ในวงประชุมอย่างน้อย 4 วงที่อาคารรัฐสภาย่านเกียกกาย

เขาใช้เวลาอย่างน้อย 9 ชม. เพื่อเข้าร่วมประชุมพรรค, ประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 สภาผู้แทนราษฎร และประชุมคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี หรือหมู่อาร์ม เสมียนงบประมาณ สังกัดศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์ กรมสรรพาวุธทหารบก ออกมาเปิดโปงการทุจริตเบี้ยเลี้ยงทหารของผู้บังคับบัญชาในหน่วยงาน และประชุมคณะทำงานเพื่อเตรียมแผนงานในสัปดาห์หน้า โดยมีผู้คนแวะมา "ส่งข่าว-ถามข่าว" เขาอยู่เป็นระยะ ๆ ทางช่องทางติดต่อสื่อสาร

"ท่าทางจะมีคนเป็นล้านที่เป็นห่วงว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวผม" รังสิมันต์ โรม กล่าวกับบีบีซีไทยและขอบคุณทุกคนที่ร่วมให้กำลังใจแก่เขา

เขาบอกว่า "รับทราบพร้อมกับคนไทยทั้งประเทศ" และ "รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตกข่าว" หลังเห็นคำเตือนให้ระวังเรื่องความปลอดภัยที่ปรากฏในทวิตเตอร์ ก่อนกลายแฮชแท็ก #saveโรม ในเวลาต่อมา โดยที่เจ้าตัวยืนยันว่ายังปลอดภัยดีอยู่

แต่ถึงกระนั้นครอบครัวของ ส.ส.วัย 28 ปีก็ทั้ง "กังวล" และ "เป็นห่วง" เมื่อเห็นคนนับล้านต่างพูดเป็นเสียงเดียวในเรื่องของเขา จึงมีคำกำชับมาว่าให้ระวังตัว อย่าไปไหนมาไหนคนเดียว

"ผมไม่ได้เป็น ส.ส. ที่มีพื้นฐานร่ำรวยอะไร ถ้ามี รปภ. ก็คงอุ่นใจ แต่ก็คงต้องใช้งบประมาณ เราคงไม่ทำอย่างนั้น ก็คงต้องใช้วิธีให้ทีมงานเป็นเพื่อนไปไหนมาไหนด้วย" เขากล่าว

วงประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาฯ ซึ่งโรมเป็นโฆษก หารือกรณีหมู่อาร์ม

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคก้าวไกล

คำบรรยายภาพ, วงประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาฯ ซึ่งโรมเป็นโฆษก หารือกรณีหมู่อาร์ม

รังสิมันต์ วิเคราะห์ว่า กระแสที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นผลจากการทำหน้าที่ตั้งกระทู้ถามสดในสภาเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้หลายคนกังวลว่าอาจเกิดอันตรายขึ้นกับเขา ด้านหนึ่ง แสดงให้เห็น solidarity (ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว) ไม่ใช่แค่ต่อตัวผม แต่รวมไปถึงสิ่งที่ผมและพรรคก้าวไกลพยายามผลักดัน เขาจำเป็นต้องยืนยันอำนาจหน้าที่ของ ส.ส. ที่สามารถตั้งคำถามต่อรัฐมนตรีได้ แม้เป็นเรื่องอ่อนไหวก็ตามที

"มีคนมาให้กำลังใจ บอกว่าพูดดีมากเลย รัฐมนตรีไปไม่ถูกเลย แต่ก็บอกว่าให้ดูแลตัวเองด้วยนะ ตอนนั้นผมก็แปลกใจว่าเกิดอะไรในประเทศนี้ ทำไมคนถึงตื่นตระหนกกับสิ่งที่ผมตั้งคำถาม แสดงว่าประเทศนี้ตกอยู่ในความกลัว พอเป็นแบบนี้ก็ทำให้การทำหน้าที่ ส.ส. หลายคนอาจต้องเซ็นเซอร์ตัวเองหรือไม่ ถ้าผู้แทนราษฎรไม่สามารถพูดหรือถามแทนประชาชนได้ ใครจะหาคำตอบให้แก่สังคม" รังสิมันต์ ระบุ

คำบรรยายวิดีโอ, รังสิมันต์ โรม เกิดที่ จ.ภูเก็ต แต่มีทะเบียนบ้านติดต่อกันเกิน 5 ปีที่ จ. ปทุมธานี ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าเขาจะลง ส.ส. แบ่งเขตหรือบัญชีรายชื่อ

รังสิมันต์ เป็น 1 ใน 2 ส.ส. เจ้าของกระทู้ถามสดรัฐบาล กรณีนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ถูก "อุ้มหาย" ระหว่างพำนักอยู่ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ตั้งแต่ 4 มิ.ย. โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ เป็นผู้ตอบกระทู้กลางสภาเมื่อ 10 มิ.ย.

คำถามบางส่วนที่เกิดขึ้นจาก ส.ส. รังสิมันต์ คือเหตุใดจึงมีชื่อนายวันเฉลิมปรากฏใน "ผังหมิ่นสถาบัน" ทั้งที่ไม่ได้ถูกแจ้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และรัฐบาลได้ตรวจสอบข้อมูลที่ปรากฏในเพจต่าง ๆ เช่น เพจแอนดรูว์ แมคเกรเกอร์ มาร์แชล และเพจ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ซึ่งอ้างถึงบุคคลที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของนายวันเฉลิมหรือไม่

นายดอนกล่าวตอบตอนหนึ่งว่า "อะไรก็ตามที่ท่านได้ยิน เราก็คุยกันเหมือนกัน คนที่ท่านเอ่ยถึง เช่น แอนดูรว์ หรือใครก็ตามที่ท่านเอ่ยชื่อมาคือ 'ตัวปัญหา' นั่นเอง และหลายเรื่องที่ท่านทราบมาล้วนแต่เป็นเฟคนิวส์"

ผ่านไป 1 สัปดาห์ รังสิมันต์ ไม่แน่ใจว่าเนื้อหาส่วนไหนของการทำหน้าที่ในวันดังกล่าวที่ทำให้เกิด "ข่าวว่าอาจถูกปองร้าย" แม้ยังไม่มีข้อเท็จจริงและหลักฐาน แต่เขาชี้แจงว่าเจตนาในการตั้งกระทู้กรณี "อุ้มวันเฉลิม" คือ "ไม่ควรมีใครสมควรตายจากการใช้เสรีภาพในการแสดงออก แน่นอนว่าคนที่ถูกอุ้มฆ่าคือคนที่อยู่ตรงข้ามกับรัฐ"

ป้ายตามหาคนหาย

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, แผ่นป้ายระบุข้อความ "ตามหาคนหาย MISSING" พร้อมรูปภาพของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ถูกนำมาติดไว้ริม ถ.พหลโยธิน ย่านอารีย์ ช่วงสายวันนี้ (8 มิ.ย.) นอกจากประกาศตามหานายวันเฉลิมแล้ว ยังมีภาพและชื่อของบุคคลที่ถูกบังคับให้สูญหายในรอบหลายปีที่ผ่านมาอีกหลายคน

ส่วนการเอ่ยชื่อบุคคลภายนอกที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จัดให้เป็น "บุคคลต้องห้ามทางอินเทอร์เน็ต" กลางสภานั้น รังสิมันต์ บอกว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเอ่ยชื่อนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล กลางสภา เพราะในคราวอภิปรายเรื่องผู้ได้รับผลกระทบจากการรัฐประหาร เขาก็เคยเอ่ยชื่อหลายบุคคล

"สำหรับผม การเอ่ยชื่อคือให้เกียรติคนเหล่านี้ แต่ครั้งนี้เป็นการเอ่ยชื่อต่อหน้าผู้มีอำนาจ หรือตั้งคำถามกับผู้มีอำนาจ ก็อาจจะถือว่ามากกว่าทุกครั้ง" เขาบอก

อย่างไรก็ตามด้วยเอกสิทธิ์คุ้มกันในสภาไม่รองรับกรณีพาดพิงบุคคลที่ 3 ทำให้โรมระบุว่าไม่สามารถให้ข้อมูลแบบเฉพาะเจาะจงตามที่ปรากฏในโลกออนไลน์ เขาจึงทำได้เพียงการ "ชี้เป้า" โดยหวังให้เจ้าหน้าที่รัฐไปตรวจสอบว่าที่มีแหล่งข่าวพูดมาเป็นเรื่องจริงหรือไม่

ส่วนที่มีข้อมูลในโลกออนไลน์ว่านักกิจกรรมอย่างน้อย 3 คนอยู่ในสถานะไม่ต่างจากรังสิมันต์ นั้น เจ้าตัวบอกว่ายังไม่ได้พูดคุยกับคนที่ตกเป็นข่าว แต่เคยพูดไว้แล้วว่าถ้ากรณีนายวันเฉลิมไม่จบในแบบที่คืนความยุติธรรมให้แก่ครอบครัวได้ นายวันเฉลิมจะไม่ใช่คนสุดท้าย ไม่มีอะไรการันตีได้ว่าจะไม่มีคนอื่นเลียนแบบพฤติกรรม

"ถ้าเราอยากสร้างสังคมที่ปลอดภัย ต้องทำให้ความยุติธรรมเกิดกับครอบครัววันเฉลิมให้ได้ นี่คือทางออกสังคมไทย ต้องสร้างระบบกฎหมายที่คุ้มครองทุกคน" รังสิมันต์ กล่าวทิ้งท้าย

รังสิมันต์

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคก้าวไกล