เลือกตั้งนครปฐม : ธนาธรยอมรับความพ่ายแพ้ ประกาศ “ล้มเพื่อลุก”

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จังหวัดนครปฐม เตรียมส่งผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) นครปฐม เขต 5 อย่างไม่เป็นทางการให้ กกต. กลาง วันนี้ (24 ต.ค.) ผลปรากฏว่า นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ผู้สมัครจากพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ชนะคู่แข่งขันจากพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่เดิม โดยมีคะแนนทิ้งห่างเกือบหมื่นคะแนน
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้า อนค. ที่เดินทางไปติดตามผลการนับคะแนนที่ จ. นครปฐม ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวเป็นครั้งแรก หลังต้องสูญเสียที่นั่งในสภาให้กับพรรคร่วมรัฐบาล โดยระบุว่าสถานการณ์และกาลเวลาเหมือนไฟ อนค. ตั้งขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับเผด็จการและอำนาจที่ไม่เป็นธรรม เมื่อสถานการณ์และเวลาผ่านไป ไฟเหล่านี้จะเอาสนิมออกจากตนเอง ส่วนตัวเชื่อว่าคะแนนเสียงกว่า 28,000 คะแนนที่พรรคได้รับใน จ. นครปฐม และ ส.ส.อนค. 70 คนเป็น "เหล็กเนื้อดี" ดังนั้นมีแต่ความภูมิใจที่ประชาชน 28,000 เสียงอยู่ข้าง อนค. ไม่มีความกังวลใด ๆ
"เราเล็กเพื่อใหญ่ ล้มเพื่อลุก เราขอยืนยันเดินหน้าทำงานภายใต้ร่มอนาคตใหม่" นายธนาธรกล่าว
ก่อนหน้านี้ แกนนำ อนค. หลายคนระบุว่า ผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. นครปฐม จะเป็น "โดมิโน่" ที่อาจเปลี่ยนแปลง "รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ" และใช้แคมเปญรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งซ่อมว่า "ทนลุงไม่ไหว กาอนาคตใหม่" ทว่าเมื่อชัยชนะไม่เป็นของฝ่ายค้านอย่าง อนค. นายธนาธรจึงตีความว่าเป็นเพราะพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ทำงานได้อย่างเต็มที่ ซึ่งขอแสดงความยินดีด้วย และไม่ได้เป็นเพราะกระแสนิยมในตัว พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ดีขึ้น "ผมคิดว่าถ้าใครไปเดินตลาด เดินสำรวจประชาชน คำถามนี้ตอบได้ไม่ยากเลย"
หัวหน้า อนค. ยอมรับว่า "ผิดหวัง" ต่อผลการเลือกตั้งซ่อมที่ออกมา แต่ "ยังไม่เห็นว่าจะเป็นขาลงตรงไหน" ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปบทเรียนเพราะเพิ่งผ่านมา 1 วัน ขอรอดูข้อวิเคราะห์ของคณะทำงานรณรงค์เลือกตั้งของพรรคก่อน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ส่วนภาพความขัดแย้งภายในพรรคที่สมาชิกออกมาวิจารณ์หัวหน้าและเลขาธิการพรรคว่าเป็น "เผด็จการ" รวมถึงการโหวตสวนมติพรรคของ ส.ส. บางส่วนนั้น นายธนาธรบอกว่าจะมีการตรวจสอบเรื่องนี้ แต่ไม่ได้ตอบคำถามว่ามี "เหล็กเป็นสนิม" ภายใน อนค. กี่คน แต่เขายอมรับว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วของ อนค. ทำให้ไม่สามารถกรองคนที่มีความคิดความฝันอุดมการณ์เหมือนกันได้ทั้งหมดให้เข้ามาร่วมทำงาน ดังนั้นเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์
"ต่อให้พวกเราจะถูกซื้อทั้งหมด ผมเชื่อว่าเขาซื้อปิยบุตร ซื้อธนาธรไม่ได้ ต่อให้ถูกซื้อไปจนเหลือ 2 คน เราก็จะลุกขึ้นมาแล้วเดินหน้าต่อ ลุกขึ้นมาเพื่อทำงานการเมืองต่อไปเพื่อให้ได้สังคมอย่างที่เราใฝ่ฝัน" หัวหน้า อนค. กล่าว

ที่มาของภาพ, Thai news Pix
ความปราชัยในสนามสามพราน ส่งผลให้ที่นั่งในสภาของ อนค. เหลือ 80 เสียง ขณะที่ "รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ" มีเสียงเพิ่มขึ้นเป็น 253 ต่อ 243 เสียง จาก ส.ส. ทั้งหมดที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 498 ราย โดยมีพรรคที่อ้างตัวเป็นฝ่ายค้านอิสระอีก 2 เสียง อย่างไรก็ตามนายธนาธรได้เรียกร้องให้นักกฎหมายมหาชนพิจารณารัฐธรรมนูญ มาตรา 91 เนื่องจาก กกต. ระบุว่าการเลือกตั้งซ่อม จ. นครปฐม ไม่มีผลให้ต้องคำนวณคะแนน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อใหม่ จึงต้องยึดคะแนนเดิมในการเลือกตั้ง 24 มี.ค. 2562 ซึ่ง อนค. มี ส.ส. พึงมีได้ 81 คน แต่ขณะนี้มี ส.ส. 80 คน ขณะที่บางพรรคมี ส.ส. เกินกว่าจำนวน ส.ส. พึงมีได้
ที่มา : บีบีซีไทยตรวจสอบคะแนนผู้สมัครรายเขตจากสำนักงาน กกต. ที่เผยแพร่เมื่อ 28 มี.ค. 2562 เทียบเคียงกับผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ เมื่อ 23 ต.ค. 2562
กกต. แจงผลเลือกตั้งซ่อมไม่กระทบยอดปาร์ตี้ลิสต์
การเลือกตั้งซ่อม ส.ส. นครปฐม เขต 5 (อ. สามพราน ยกเว้น ต.ตลาดจินดา, ต.คลองจินดา และ ต.บางช้าง) เมื่อ 23 ต.ค. 2562เป็นผลจากการที่นางจุมพิตา จันทรขจร ส.ส. อนค. ลาออกจากตำแหน่งเมื่อ 10 ก.ย. 2562 เนื่องจากมีปัญหาด้านสุขภาพ จนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ต่อมา กกต. ได้ประกาศจัดการเลือกตั้งซ่อมในวันที่ 23 ต.ค. 2562 ซึ่งตรงกับวันพุธ โดย กกต. ให้เหตุผลว่าเป็น "วันหยุดที่ กกต. สามารถจัดการเลือกตั้งได้ภายใน 45 วันนับแต่วันที่ตำแหน่งว่างลงตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด"

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. กล่าวยืนยันว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีผลต่อการคำนวณ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อใหม่ เพราะเป็นการเลือกตั้งทดแทนตำแหน่งที่ว่างลงจากการลาออก ไม่ใช่การทุจริต จึงไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลง ส.ส.
สำหรับผลการนับคะแนนที่ กกต.จว. นครปฐม เตรียมรายงานต่อ กกต. กลาง นอกเหนือจากคะแนนที่ผู้สมัครทั้ง 7 คนได้รับ ยังพบว่ามีประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 91,043 คน หรือคิดเป็น 63.43 จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 143,542 คน โดยมีบัตรเสีย 1.78% และบัตรไม่เลือกผู้สมัครรายใด 2.19%
ชทพ. ประกาศชัยชนะหลังคะแนนนำ อนค. หมื่นแต้ม
หลังปิดหีบเลือกตั้งเวลา 17.00 น. แกนนำจาก 2 พรรคการเมืองและบรรดากองเชียร์ต่างลุ้นผลการนับคะแนนใน 193 หน่วยเลือกตั้ง เนื่องจาก ชทพ. และ อนค. ขับเคี่ยวกันอย่างหนัก ผลัดกันแพ้-ชนะในเขตต่าง ๆ กระทั่งเวลาผ่านไป 3 ชั่วโมงเศษ ทราบผลการนับคะแนนเกินกว่า 80% ทั้ง 2 พรรคได้เปิดแถลงข่าวขอบคุณประชาชนที่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยเฉพาะผู้ที่ลงคะแนนเลือกพรรคของพวกเขา
เวลา 20.45 น. น.ส. กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้า ชทพ. และนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ร่วมแถลงประกาศชัยชนะในศึกเลือกตั้งซ่อม พร้อมเปิดเผยว่ามีคะแนนนำคู่แข่งขันจาก อนค. 10,000 คะแนน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
"อาจารย์ปิยบุตร (แสงกนกกุล เลขาธิการ อนค.) โทรมาหาหัวหน้าพรรคผมแล้ว มาแสดงความยินดี ก็หวังว่าจะได้ไปทำงานร่วมกันในสภา ไม่ว่าอยู่ซีกไหน เวลาไหน เราก็ทำตัวให้เป็นประโยชน์กับประเทศชาติได้ทั้งนั้น" นายเผดิมชัยกล่าว
ผู้สมัคร ส.ส. "ตระกูลสะสมทรัพย์" ซึ่งถูกเรียกขานว่า "บ้านใหญ่นครปฐม" กล่าวต่อไปว่า ไม่รู้ว่าครั้งที่แล้วคะแนนของตนหายไปไหนเยอะมาก "มาครั้งนี้พี่น้องให้มากเหลือเกินจนผมไม่กล้าทรยศเขา ก็จะตอบแทนด้วยการทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยตั้งใจเต็มที่" และ "การเมืองขึ้นอยู่กับว่าเมื่อไรเวลาไหน วิธีดีที่สุดคือความสามัคคี"
ขณะที่ น.ส. กัญจนา กล่าวขอบคุณ "ตระกูลสะสมทรัพย์" ที่ระดมพลมาช่วยหาเสียงจนนายเผดิมชัยสามารถกลับมาได้ ส่วนการกำหนดให้วันเลือกตั้งเป็นวันพุธ ถือเป็นสิ่งที่ กกต. กำหนดมา

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคชาติไทยพัฒนา
อนาคตใหม่ชี้เลือกตั้งวันพุธ ทำคะแนนเสียงแรงงาน-นักศึกษาหาย
ก่อนหน้านี้เวลา 20.09 น. นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการ อนค. แถลงว่า จากการตรวจสอบผลการนับคะแนนเบื้องต้นเป็นที่คาดหมายได้ว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยกว่าครั้งก่อน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการจัดการเลือกตั้งในวันพุธ ไม่ใช่วันอาทิตย์ ทำให้ "ผลการเลือกตั้งไม่เป็นที่น่าพอใจสำหรับพรรค" โดยคาดว่าฐานคะแนนเสียงของ อนค. คือ ผู้ใช้แรงงานและนักศึกษาน่าจะขาดหายไป
"คิดว่ารู้ผลแล้ว และผลออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจ... แต่เราได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว" นายปิยบุตรกล่าว
เขายอมรับว่า คะแนนที่ได้รับในครั้งนี้ห่างจากผลการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 24 มี.ค. มาก แต่ยืนยันว่าพรรคอนาคตใหม่จะเดินหน้าต่อสู้ต่อไป "ไม่มีคำว่าท้อถอยท้อแท้ เดินหน้าต่อไป ภารกิจของอนาคตใหม่ยังไม่สิ้นสุด เราจะเดินหน้าต่อสู้เพื่อระบอบประชาธิปไตยต่อไป"

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ปชป. ยกธงขาวตั้งแต่นับคะแนนได้แค่ครึ่งทาง
ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โดยนายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรค ประกาศ "ยกธงขาว" ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เศษ หลังพบว่าผู้สมัครของพรรคหมดโอกาสกำชัยชนะในศึกเลือกตั้งซ่อม เนื่องจากมีคะแนนตามหลังคู่แข่งขันอยู่มาก
ศึกเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการชิงกันของ 2 ขั้วการเมือง จาก 7 พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยมี 3 คนเป็นผู้สมัครหน้าเดิม และอีก 4 คนเป็นผู้สมัครหน้าใหม่

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ที่น่าสนใจคือ 2 พรรคร่วมรัฐบาลลงชิงเก้าอี้ และ "ตัดคะแนนกันเอง" คือ ปชป. แม้สามารถเจรจาให้พรรคแกนนำรัฐบาลอย่างพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) งดส่งผู้สมัครได้สำเร็จ โดยให้เหตุผลว่าผู้สมัครของ ปชป. ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 2 ในการเลือกตั้งทั่วไป จึงน่าจะมีโอกาสล้มแชมป์เก่าอย่าง อนค. ได้มากกว่า ทว่า ชทพ. ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเช่นกันและยึดครองพื้นที่มายาวนาน ได้ส่งผู้สมัครหน้าเดิมแข่งขัน แม้มีคะแนนตามมาเป็นอันดับ 4 ก็ตาม ก่อนสามารถทวงคืนพื้นที่ดั้งเดิมซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของตระกูลสะสมทรัพย์กลับคืนมาได้สำเร็จ หลังถูกผู้สมัครหน้าใหม่จากพรรคการเมืองน้องใหม่ "ล้มยักษ์" ไปในการเลือกตั้งเมื่อ 24 มี.ค. ที่ผ่านมา










