ทรัมป์อ้างสหรัฐฯ จำเป็นจะต้องครอบครอง "กรีนแลนด์" เพื่อสกัดการยึดครองของรัสเซีย-จีน

ที่มาของภาพ, Reuters
- Author, ซาราห์ สมิธ
- Role, บรรณาธิการข่าวประจำภูมิภาคอเมริกาเหนือ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯ จำเป็นจะต้อง "ครอบครอง" กรีนแลนด์เพื่อป้องกันไม่ให้รัสเซียและจีนเข้ามาครอบครอง
"ประเทศต่าง ๆ จำเป็นจะต้องมีสิทธิในการครอบครอง และคุณก็ปกป้องสิทธิ์นั้น คุณไม่ได้ปกป้องสัญญาเช่า และเราจะต้องปกป้องกรีนแลนด์" ทรัมป์บอกกับนักข่าวเมื่อวันศุกร์ หลังจากถูกถามโดยบีบีซี
ทรัมป์กล่าวเสริมว่า สหรัฐฯ จะครอบครองกรีนแลนด์ไม่ว่าจะด้วย "วิธีการง่าย" หรือ "วิธีการยาก" ขณะที่ทำเนียบขาวเปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพิจารณาที่จะซื้อดินแดนกึ่งปกครองตนเองนี้กับเดนมาร์ก ซึ่งเป็นประเทศสมาชิกนาโต แต่พวกเขาก็จะไม่ตัดทางเลือกของการผนวกมันโดยใช้กำลัง
อย่างไรก็ตาม เดนมาร์กและกรีนแลนด์ระบุว่า ดินแดนของพวกเขาไม่ได้มีไว้ขาย โดยทางการเดนมาร์กระบุว่า การปฏิบัติการทางการทหารจะถือเป็นจุดจบของพันธมิตรด้านการป้องกันข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก
แม้จะเป็นดินแดนที่มีผู้คนอาศัยอยู่อย่างเบาบางมากที่สุด แต่ตำแหน่งของกรีนแลนด์ที่ตั้งอยู่ระหว่างอเมริกาเหนือและแถบอาร์กติกทำให้มันเป็นสถานที่ตั้งที่ดีของระบบแจ้งเตือนล่วงหน้ากรณีที่มีการโจมตีจากขีปนาวุธ และเพื่อติดตามเรือต่าง ๆ ในภูมิภาค
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่ากรีนแลนด์มีความสำคัญต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ พร้อมกล่าวอ้างอย่างไม่มีหลักฐานว่าที่นั่น "มีเรือรัสเซียและจีนอยู่เต็มพื้นที่ไปหมด"
สหรัฐฯ มีกองกำลังทหารกว่า 100 นายประจำการถาวรอยู่ที่ฐานอวกาศพิทุฟฟิก (Pituffik base) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นฐานทัพที่ดำเนินการโดยสหรัฐฯ มาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองแล้ว
ภายใต้ข้อตกลงที่มีอยู่แล้วกับเดนมาร์ก สหรัฐฯ มีอำนาจในการส่งทหารเข้าไปยังกรีนแลนด์ได้จำนวนมากเท่าที่ต้องการ
แต่ในการเปิดเผยกับนักข่าวที่กรุงวอชิงตัน ทรัมป์ระบุว่า ข้อตกลงซึ่งมีลักษณะเป็นสัญญาเช่านั้น ยังไม่ดีพอ
"ประเทศไม่สามารถทำข้อตกลงเก้าปี หรือแม้แต่ข้อตกลง 100 ปีได้" เขากล่าวพร้อมกับเสริมว่าพวกเขาจำเป็นจะต้องมีสิทธิ์ในการครอบครองเกาะกรีนแลนด์
"ผมรักประชาชนชาวจีน ผมรักประชาชนชาวรัสเซีย" ทรัมป์กล่าว "แต่ผมไม่ต้องการให้พวกเขาเป็นเพื่อนบ้านอยู่ในกรีนแลนด์ มันจะไม่เกิดขึ้น"
"และยังไงก็ตาม นาโตต้องเข้าใจเรื่องนี้" ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวเสริม
พันธมิตรนาโตของเดนมาร์ก ทั้งประเทศใหญ่ในยุโรปต่าง ๆ รวมถึงแคนาดา ร่วมกันแสดงการสนับสนุนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาโดยออกแถลงการณ์ยืนยันว่า "มีเพียงเดนมาร์กและกรีนแลนด์เท่านั้นที่สามารถตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของพวกเขาได้"
พวกเขาเน้นย้ำว่าพวกเขาก็มีความสนใจเรื่องความมั่นคงในแถบอาร์กติกมากพอ ๆ กับสหรัฐฯ ซึ่งสิ่งนี้จะต้องบรรลุด้วยกลุ่มพันธมิตร ซึ่งรวมถึงสหรัฐฯ "ด้วยกันทั้งหมด"
พวกเขายังเรียกร้องให้มีการ "ยึดมั่นในหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ ทั้งในเรื่องของความเป็นอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และพรมแดนที่ไม่อาจละเมิดได้"
ความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของดินแดนแห่งนี้ผุดขึ้นมาอีกครั้งหลังทรัมป์ใช้กำลังทางการทหารในเวเนซุเอลาเมื่อวันเสาร์ที่แล้วเพื่อจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร
ก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยยื่นข้อเสนอจะซื้อเกาะกรีนแลนด์ในปี 2019 ในระหว่างการเป็นประธานาธิบดีสมัยแรก ก่อนจะถูกตอบกลับว่ากรีนแลนด์ไม่ได้มีไว้ขาย
มาร์โค รูบิโอ รมว.ต่างประเทศของสหรัฐฯ มีกำหนดที่จะหารือกับเดนมาร์กในสัปดาห์หน้า
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีความสนใจที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติของกรีนแลนด์ ซึ่งรวมถึงแร่หายาก ยูเรเนียม และเหล็ก ซึ่งสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นหลังน้ำแข็งที่ปกคลุมละลายจากภาวะโลกร้อน และนักวิทยาศาสตร์ก็เชื่อว่าที่นั่นยังอาจมีน้ำมันและก๊าซสำรองอยู่เป็นจำนวนมาก
ในแถลงการณ์ร่วมเมื่อคืนวันศุกร์ ผู้นำพรรคการเมืองต่าง ๆ ในกรีนแลนด์ ซึ่งรวมถึงฝ่ายค้าน เน้นย้ำข้อเรียกร้องของพวกเขาที่ขอให้ "สหรัฐฯ ยุติความไม่เคารพต่อประเทศของเรา"
"พวกเราไม่ต้องการจะเป็นชาวอเมริกัน เราก็ไม่ได้ต้องการจะเป็นชาวเดนมาร์ก เราต้องการเป็นชาวกรีนแลนด์" พวกเขาระบุ "อนาคตของกรีนแลนด์ต้องถูกตัดสินโดยชาวกรีนแลนด์"










