ใครเป็นเจ้าของกรีนแลนด์ และทำไมจึงเป็นที่ต้องการของทรัมป์ ?

A view of the old city of Nuuk, Greenland, with coloured wooden houses surrounded by snow and ice with hte sea to the left of the image.

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, กรีนแลนด์เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 57,000 คน และเกือบครึ่งหนึ่งอาศัยอยู่ในเมืองหลวงนูอุก (ดังภาพด้านบน)

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา เรียกร้องให้ผนวกกรีนแลนด์อีกครั้ง หลังจากที่ผู้นำเดนมาร์กเรียกร้องให้เขา "ยุติการข่มขู่" เกี่ยวกับเกาะนี้

การโต้ตอบไปมานี้เกิดขึ้นหลังจากปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ ในประเทศเวเนซุเอลา โดยจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร และภริยา และนำตัวพวกเขาไปยังนครนิวยอร์ก

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า "เราต้องการกรีนแลนด์จากมุมมองด้านความมั่นคงแห่งชาติ"

ทรัมป์หยิบยกประเด็นความเป็นไปได้ที่ดินแดนกึ่งปกครองตนเองของเดนมาร์กแห่งนี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ ขึ้นมาแล้วหลายครั้ง

เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก กล่าวว่า "สหรัฐฯ ไม่มีสิทธิผนวกชาติใดใน 3 ชาติที่อยู่ภายใต้ราชอาณาจักรเดนมาร์ก"

เจนส์-เฟรเดอริก นีลเซน นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ กล่าวว่า แนวคิดเรื่องการควบคุมเกาะโดยสหรัฐฯ เป็นเพียง "เรื่องเพ้อฝัน"

ทำไมทรัมป์ถึงต้องการกรีนแลนด์?

Protesters gather outside the US consulate during a demonstration in Nuuk, Greenland, on March 15, 2025. In the foreground, a woman wearing a blue-and-black puffer jacket holds a banner reading “We are not for sale”. Behind her, another woman in a black puffer jacket and sunglasses holds a sign that reads “No means no” while several Greenland flags are visible in the crowd.

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, กลุ่มผู้ประท้วงรวมตัวกันอยู่ด้านนอกสถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองนุก เมืองหลวงของกรีนแลนด์ ในเดือน มี.ค. 2025 ภายใต้สโลแกน "กรีนแลนด์เป็นของชาวกรีนแลนด์

นับตั้งแต่กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้งในปี 2025 ทรัมป์ได้รื้อฟื้นความสนใจที่มีต่อกรีนแลนด์ขึ้นมาอีกครั้ง โดยอ้างถึงที่ตั้งทางยุทธศาสตร์และแร่ธาตุมากมายที่สำคัญต่อภาคเทคโนโลยี

เขาปฏิเสธจะตัดความเป็นไปได้ในการใช้กำลังเพื่อควบคุมเกาะแห่งนี้ ซึ่งเป็นท่าทีที่ทำให้เดนมาร์ก พันธมิตรนาโตที่มักมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสหรัฐฯ ต้องหวาดผวา

ทรัมป์กล่าวว่า "เราต้องหาทางออกกัน เราต้องการกรีนแลนด์เพื่อความมั่นคงของชาติ ไม่ใช่เพื่อแร่ธาตุ"

ทรัมป์ชี้ให้เห็นถึงการปรากฏตัวของเรือจีนและรัสเซียในน่านน้ำอาร์กติกใกล้เคียงว่าเป็นภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น

รายงานของสถาบันอาร์กติก (Arctic Institute) ระบุว่า จีนและรัสเซียได้เพิ่มขีดความสามารถทางทหารในแถบอาร์กติกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้สหรัฐฯ ต้องพัฒนาบทบาทของตนในภูมิภาคนี้ให้มากขึ้น

ในช่วงต้น ๆ ทรัมป์เคยเสนอแนวคิดที่จะซื้อกรีนแลนด์ในช่วงวาระแรกของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ทั้งเดนมาร์กและรัฐบาลกรีนแลนด์ปฏิเสธข้อเสนอนี้ในปี 2019 โดยกล่าวว่า "กรีนแลนด์ไม่ได้มีไว้สำหรับขาย"

ถึงแม้วาทกรรมดังกล่าวจะดูแปลกไปบ้าง แต่ความสนใจของสหรัฐฯ ต่อกรีนแลนด์นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่

ในปี 1867 หลังจากซื้ออะแลสกาจากรัสเซีย วิลเลียม เอช ซีเวิร์ด รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ ได้นำการเจรจาเพื่อซื้อกรีนแลนด์จากเดนมาร์ก แต่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้

ในปี 1946 สหรัฐฯ เสนอซื้อดินแดนดังกล่าวอีกครั้ง โดยเสนอจ่าย 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นมูลค่าราว 1.2 พันล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน (37,451 ล้านล้านบาท) โดยพิจารณาว่ากรีนแลนด์มีความสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ แต่รัฐบาลเดนมาร์กปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว

ทำไมกรีนแลนด์จึงสำคัญ?

US Vice President JD Vance tours the US military’s Pituffik Space Base in Greenland on 28 March 2025. He is wearing jeans and an olive-green long puffer jacket, with a snowy field and mountains visible behind him.

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เยี่ยมชมฐานทัพในเดือน มี.ค. และเรียกร้องให้ชาวกรีนแลนด์ "ทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ"

สหรัฐฯ มีความสนใจเชิงยุทธศาสตร์ในกรีนแลนด์มาอย่างยาวนาน

หลังจากนาซีเยอรมนีเข้ายึดครองแผ่นดินใหญ่ของเดนมาร์กในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐฯ ได้เคลื่อนกำลังเข้าสู่กรีนแลนด์ โดยจัดตั้งสถานีทหารและสถานีวิทยุทั่วเกาะ

หลังสงคราม กองกำลังสหรัฐฯ ยังคงอยู่ ฐานอวกาศปิตูฟฟิก (เดิมชื่อฐานทัพอากาศทูเล) ดำเนินการโดยสหรัฐฯ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ข้อตกลงด้านการป้องกันประเทศกับเดนมาร์กในปี 1951 มอบบทบาทสำคัญให้แก่สหรัฐฯ ในการป้องกันกรีนแลนด์ รวมถึงสิทธิในการสร้างและบำรุงรักษาฐานทัพ

"หากรัสเซียส่งขีปนาวุธไปยังสหรัฐฯ เส้นทางที่สั้นที่สุดสำหรับอาวุธนิวเคลียร์จะต้องผ่านขั้วโลกเหนือและกรีนแลนด์" มาร์ค จาคอบเซน รองศาสตราจารย์จากวิทยาลัยป้องกันประเทศแห่งราชอาณาจักรเดนมาร์ก กล่าวในการสัมภาษณ์กับบีบีซีเมื่อเดือน ม.ค.

"นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมฐานอวกาศปิตูฟฟิกจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันสหรัฐฯ" เขากล่าวเสริม

รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ เคยเยี่ยมชมฐานทัพแห่งนี้ในเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา พร้อมกับเรียกร้องให้ชาวกรีนแลนด์ "ทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ"

กรีนแลนด์ได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นจากทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงยูเรเนียม เหล็ก และแร่ธาตุหายาก ซึ่งเป็นกลุ่มโลหะ 17 ชนิดที่จำเป็นต่อเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันหลายอย่าง เช่น สมาร์ทโฟนและจอโทรทัศน์ เชื่อกันว่าเกาะแห่งนี้มีทรัพยากรแร่หายาก หรือแรร์เอิร์ธ ที่ยังไม่ได้พัฒนามากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

นอกจากนี้ ในพื้นที่อื่น ๆ ยังมีแหล่งแร่ทับทิมและไพลิน รวมถึงทองคำ แพลทินัม สังกะสี และตะกั่ว ตลอดจนทรัพยากรน้ำมันและก๊าซที่มีศักยภาพ

กรีนแลนด์ควบคุมทรัพยากรธรรมชาติของตนเองภายใต้ระบบการปกครองตนเอง แต่กิจกรรมการทำเหมืองยังคงมีจำกัด ปัจจุบันมีเหมืองที่ดำเนินการอยู่เพียงไม่กี่แห่งบนเกาะ แม้ว่าจะมีการออกใบอนุญาตสำรวจหลายสิบฉบับแล้ว เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ กำลังมองหาแหล่งแร่ที่มีศักยภาพในเชิงพาณิชย์

การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรเหล่านี้เป็นเรื่องที่ท้าทายทางเทคนิคและมีต้นทุนสูง เนื่องจากขนาดที่กว้างใหญ่ สภาพอากาศที่รุนแรง และการปกคลุมด้วยน้ำแข็งอย่างกว้างขวางของกรีนแลนด์ อย่างไรก็ตาม แหล่งแร่บางแห่งอาจเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เนื่องจากภาวะโลกร้อนทำให้ธารน้ำแข็งละลายในบางส่วนของเกาะ

สหรัฐฯ ได้เปิดสถานกงสุลในเมืองนุก เมืองหลวงของกรีนแลนด์อีกครั้งในปี 2020 ซึ่งเป็นช่วงวาระแรกของประธานาธิบดีทรัมป์ หลังจากปิดไปในปี 1953 หลายประเทศในยุโรป รวมถึงแคนาดา ก็มีสถานกงสุลกิตติมศักดิ์อยู่ที่นั่นเช่นกัน

กรีนแลนด์อยู่ที่ไหนและเป็นของใคร?

A map showing Greenland’s location relative to Canada, the United States, and Denmark, with Nuuk highlighted as the capital of Greenland. An inset globe marks Greenland’s position in the Arctic region

กรีนแลนด์ เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ไม่ใช่ทวีป ตั้งอยู่ในแถบอาร์กติก โดยเป็นดินแดนกึ่งปกครองตนเองภายใต้ราชอาณาจักรเดนมาร์ก ถึงแม้กรีนแลนด์จะควบคุมนโยบายส่วนใหญ่ภายในประเทศ แต่การป้องกันประเทศและกิจการต่างประเทศยังคงอยู่ในมือของเดนมาร์ก

กรีนแลนด์ยังเป็นดินแดนที่มีประชากรหนาแน่นน้อยสุดในโลก โดยมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 57,000 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวอินูอิต ซึ่งเป็นชนพื้นเมือง

พื้นที่ของเกาะประมาณ 80% ปกคลุมด้วยน้ำแข็ง หมายความว่าผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ รอบเมืองหลวงนุก

เศรษฐกิจส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับการประมง ซึ่งคิดเป็นประมาณ 90% ของการส่งออก ในขณะที่เงินอุดหนุนจากเดนมาร์กคิดเป็นประมาณ 1 ใน 5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของกรีนแลนด์

กรีนแลนด์กลายเป็นส่วนหนึ่งของเดนมาร์กได้อย่างไร ?

กรีนแลนด์อยู่ภายใต้การปกครองของเดนมาร์ก ซึ่งอยู่ห่างออกไปเกือบ 3,000 กิโลเมตร เป็นเวลาราว 300 ปี

เกาะนี้มีชนพื้นเมืองเข้ามาตั้งถิ่นฐานเป็นครั้งแรก โดยอพยพมาจากบริเวณที่ปัจจุบันคือทางตอนเหนือของแคนาดา ก่อนที่ชาวยุโรปจะเข้ามาเสียอีก

ประวัติศาสตร์ของกรีนแลนด์ที่บันทึกไว้โดยชาวยุโรปนั้นย้อนไปถึงปี ค.ศ. 985 เมื่อชาวนอร์สจากไอซ์แลนด์ได้ก่อตั้งชุมชนบนเกาะ ในศตวรรษที่ 13 ประชากรชาวนอร์สได้ให้คำสัตย์ปฏิญาณต่อกษัตริย์แห่งนอร์เวย์ ทำให้กรีนแลนด์กลายเป็นดินแดนห่างไกลของนอร์เวย์ที่มีการควบคุมดูแลอย่างจำกัด

ด้วยการรวมราชวงศ์ กรีนแลนด์จึงตกอยู่ภายใต้การควบคุมทางกฎหมายของเดนมาร์กในปี 1380 แม้ว่าเดนมาร์กจะไม่ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานอย่างถาวรเป็นเวลาหลายศตวรรษ และประมาณปี 1450 การตั้งถิ่นฐานของชาวนอร์สในยุคแรกก็หายไป เดนมาร์กกลับมามีอำนาจอีกครั้งในปี 1721 เมื่อมิชชันนารี ฮันส์ เอเกเด นำคณะสำรวจไปยังเกาะ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการปกครองโดยเดนมาร์กอย่างต่อเนื่อง

กรีนแลนด์ถูกปกครองในฐานะอาณานิคมจนถึงปี 1953 เมื่อถูกผนวกเข้ากับราชอาณาจักรเดนมาร์กอย่างเป็นทางการ และชาวกรีนแลนด์ได้กลายเป็นพลเมืองเดนมาร์ก

การลงประชามติในปี 1979 ทำให้กรีนแลนด์ได้รับสิทธิในการปกครองตนเอง โดยควบคุมนโยบายภายในประเทศส่วนใหญ่ ในขณะที่เดนมาร์กยังคงรับผิดชอบด้านการป้องกันประเทศและกิจการต่างประเทศ

ในปี 2009 พระราชบัญญัติการปกครองตนเองได้มอบอำนาจปกครองตนเองอย่างกว้างขวางแก่กรีนแลนด์ รวมถึงสิทธิในการจัดการลงประชามติเพื่อแยกเอกราชด้วย

เจฟฟ์ แลนดรี ทูตพิเศษของทรัมป์คือใคร ?

U.S. President Donald Trump in a black suit and Louisiana Governor Jeff Landry in a blue suit smile as they stand at a podium.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, โดนัลด์ ทรัมป์ กับ เจฟฟ์ แลนดรี ถ่ายภาพร่วมกันเมื่อ มี.ค. 2025

เมื่อเดือนที่แล้ว โดนัลด์ ทรัมป์ ได้จุดชนวนความขัดแย้งกับเดนมาร์ก หลังจากแต่งตั้ง เจฟฟ์ แลนดรี ผู้ว่าการรัฐลุยเซียนา เป็นทูตพิเศษประจำกรีนแลนด์ ทั้งนี้เขาเป็นทหารผ่านศึก อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจ เขาเคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ และอัยการสูงสุดของรัฐลุยเซียนา ก่อนได้รับเลือกเป็นผู้ว่าการรัฐในปี 2023

เขากล่าวว่า บทบาทใหม่ในฐานะทูตพิเศษจะไม่ส่งผลกระทบต่อหน้าที่ของเขาในฐานะผู้ว่าการรัฐ และเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ทำหน้าที่ใน "ตำแหน่งอาสาสมัครเพื่อให้กรีนแลนด์เป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ"

แลนดรีเคยแสดงความคิดเห็นอย่างหนักแน่นเกี่ยวกับกรีนแลนด์มาก่อน ในเดือน ม.ค. เขาเขียนในบัญชีเอ็กซ์ (X) ของเขาว่า "ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พูดถูกอย่างแน่นอน! เราต้องแน่ใจว่ากรีนแลนด์เข้าร่วมกับสหรัฐฯ ดีสำหรับพวกเขา ดีสำหรับเรา! มาทำให้สำเร็จกันเถอะ!"

ทูตพิเศษเป็นการแต่งตั้งอย่างไม่เป็นทางการ และแตกต่างจากนักการทูตอย่างเป็นทางการ ไม่จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากประเทศเจ้าภาพ

ปฏิกิริยาต่อเรื่องนี้เป็นอย่างไรบ้าง ?

Jens-Frederik Nielsen, Greenland’s Prime Minister, wears a navy blue suit and a light blue shirt as he speaks to the press from behind a microphone. The Greenlandic and Danish flags are visible behind him.

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, นายกรัฐมนตรีของกรีนแลนด์กล่าวว่า เกาะแห่งนี้ต้อง "ตัดสินอนาคตของตนเอง" และ "ต้องเคารพบูรณภาพแห่งดินแดน" ของกรีนแลนด์

หลังจากการแต่งตั้งเจฟฟ์ แลนดรี เป็นทูตพิเศษของทรัมป์เมื่อเดือนที่แล้ว นายกรัฐมนตรีเจนส์-เฟรเดอริก นีลเซน แห่งกรีนแลนด์ กล่าวว่า ดินแดนแห่งนี้ยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับสหรัฐฯ และประเทศอื่น ๆ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน

"เราตัดสินอนาคตของเราเอง" เขากล่าวและ "กรีนแลนด์เป็นของชาวกรีนแลนด์ และต้องเคารพในบูรณภาพแห่งดินแดน"

นายกรัฐมนตรีเมตเต เฟรเดอริกเซน ของเดนมาร์ก กล่าวว่า "การพูดถึงความจำเป็นที่สหรัฐฯ จะต้องเข้ายึดครองกรีนแลนด์นั้นไม่มีเหตุผลเลย"

เฟรเดอริกเซนกล่าวด้วยว่า ด้วยเหตุนี้กรีนแลนด์เป็นสมาชิกนาโตและได้รับความคุ้มครองจากการรับประกันความมั่นคงของพันธมิตร และกล่าวว่าข้อตกลงด้านการป้องกันประเทศที่อนุญาตให้สหรัฐฯ เข้าถึงเกาะนั้นมีอยู่แล้ว

สหภาพยุโรปกล่าวว่าจะยังคงปกป้องและยึดมั่นใน "หลักการของอธิปไตยแห่งชาติ บูรณภาพแห่งดินแดน และความไม่สามารถละเมิดได้ของพรมแดน" อนิตตา ฮิปเปอร์ โฆษกด้านนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป กล่าวกับผู้สื่อข่าว