มวยเด็ก : ยูนิเซฟหนุนรัฐบาลไทยเร่งออกกฎหมายเพื่อ "ปกป้องประโยชน์สูงสุดของเด็ก"

สมศักดิ์ ดีรุจิเจริญ ผู้ฝึกสอนมวยไทย ชมคลิปวิดีโอการชกครั้งสุดท้ายของน้องอนุชา ทาสะโก นักมวยเด็กวัย 13 ปี ระหว่างร่วมงานศพของน้องอนุชาที่วัดใน จ.สมุทรปราการ

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, สมศักดิ์ ดีรุจิเจริญ ผู้ฝึกสอนมวยไทย ชมคลิปวิดีโอการชกครั้งสุดท้ายของน้องอนุชา ทาสะโก นักมวยเด็กวัย 13 ปี ระหว่างร่วมงานศพของน้องอนุชาที่วัดใน จ.สมุทรปราการ
    • Author, วัชชิรานนท์ ทองเทพ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือองค์การยูนิเซฟเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจกำหนดนโยบายให้ออกกฎหมายที่จะช่วยปกป้องประโยชน์สูงสุดของเด็ก หลังการเสียชีวิตของนักมวยเด็ก

"เราต้องมองว่าพวกเขาเป็นเด็ก มากกว่าจะเป็นนักมวย" องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่ทูตสันถวไมตรีขององค์กร แถลงทางทวิตเตอร์ในวันที่ 14 พ.ย.

"องค์การยูนิเซฟขอแสดงความเสียใจต่อความสูญเสียของครอบครัวของน้องอนุชา และขอเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจกำหนดนโยบายให้ออกกฎหมายที่จะช่วยปกป้องประโยชน์สูงสุดของเด็ก"

ข้าม X โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด X โพสต์

แม้ว่าคนในวงการมวยและผู้ยกร่างพระราชบัญญัติมวยฉบับใหม่เห็นต่างกันในเรื่องการกำหนดอายุขั้นต่ำของนักมวยเด็ก แต่ดูเหมือนว่าการเสียชีวิตของ เพชรมงคล ป. พีณภัทร หรือ ด.ช.อนุชา ทาสะโก อายุ 13 ปี เมื่อวันที่ 11 พ.ย. จากสาเหตุเลือดคั่งในสมอง หลังขึ้นชกบนสังเวียนใน จ.สมุทรปราการ ทำให้ทั้งสองฝ่ายเริ่มเห็นตรงกันว่า ระบบมวยไทยในปัจจุบัน ยังมีช่องโหว่ ที่จะกลายเป็นสิ่งบั่นทอนทั้งวงการในอนาคต รวมทั้งความปลอดภัยของเด็ก

ขณะเดียวกันผู้เชี่ยวชาญในวงการมวยและสังคมต่างก็ตั้งคำถามต่อเหตุเศร้าสลดนี้ว่า เหมาะสมหรือไม่ที่ให้เด็กเข้าชกมวยซึ่งเป็นกีฬาที่ต้องปะทะกัน มีอุปกรณ์ป้องกันเพื่อความปลอดภัยมากน้อยเพียงใด รวมทั้งได้รับการประเมินสถานการณ์ทันท่วงทีหรือไม่

เด็กอายุระหว่าง 5-18 ปี เข้าร่วมโรงเรียนมวยไทยในกรุงเทพ พ่อแม่จำนวนมากสนับสนุนให้ลูก ๆ เรียนมวยไทยตั้งแต่อายุยังน้อย

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เด็กอายุระหว่าง 5-18 ปี เข้าร่วมโรงเรียนมวยไทยในกรุงเทพ พ่อแม่จำนวนมากสนับสนุนให้ลูก ๆ เรียนมวยไทยตั้งแต่อายุยังน้อย

ปริยากร รัตนสุบรรณ โปรโมเตอร์หญิง และกรรมการผู้จัดการ บริษัท วันทรงชัย จำกัด บอกกับบีบีซีไทยว่า "หากมองในภาพรวมระบบของมวยไทย ยังมีช่องโหว่ตรงที่ว่า ให้เด็กขึ้นชก โดยไม่ได้มีการเข้มงวดมากนัก ทั้งในเรื่อง กฎกติกา การกำหนดระยะพักฟื้น การขออนุญาตในการแข่งขัน เป็นการขึ้นทะเบียนนักมวย"

ขณะที่ "ขาวผ่อง สิทธิชูชัย" หรือ ทวี อัมพรมหา เลขาธิการสมาคมมวยไทยนายขนมต้ม บอกกับบีบีซีไทยว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นสิ่งที่วงการมวยต้องตื่นตัว โดยเฉพาะเรื่องของการตัดสิน การใช้องค์ความรู้ด้านวิทยาศาตร์การกีฬาและอุปกรณ์ป้องกันอย่างเหมาะสม

อดีตนักชกเหรียญเงินโอลิมปิก พ.ศ. 2527 กล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า เขาไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายใหม่ที่ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ชกมวยอาชีพ เพราะ "99% ของนักมวยไทยและนักมวยโอลิมปิกเริ่มชกตั้งแต่อายุยังน้อย"

ทวี ในวัย 59 ปี กล่าวอีกว่า เขาเริ่มชกมวยตั้งแต่อายุ 12 ปี ชกมาแล้วกว่า 200 ครั้ง

"คำถามก็คือ เรามีมาตรการด้านความปลอดภัยพอไหม เราต้องให้ความสำคัญยิ่งกับมาตรการเหล่านี้ โดยเฉพาะแพทย์สนาม" เลขาธิการสมาคมมวยไทยนายขนมต้มกล่าว และย้ำว่า สมาคมของเขาคัดค้านร่างแก้ไข พ.ร.บ.กีฬามวยใหม่ พ.ศ.2561 ว่าด้วยการห้ามเด็กต่ำกว่า 12 ปี ทำการแข่งขันมวยไทย

เพชรมงคล ป. พีณภัทร หรือ ด.ช.อนุชา ทาสะโก เสียชีวิตหลังจากขึ้นชกบนเวทีมวยชั่วคราวโรงเรียนวัดคลองมอญ ต.บ้านคลองสวน อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นการแข่งขันชกมวยการกุศลโครงการต้านภัยยาเสพติดครั้งที่ 1 ชิงถ้วยรางวัลของ พล.อ ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-11 พ.ย. ที่ผ่านมา

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

คำบรรยายภาพ, เพชรมงคล ป. พีณภัทร หรือ ด.ช.อนุชา ทาสะโก เสียชีวิตหลังจากขึ้นชกบนเวทีมวยชั่วคราวโรงเรียนวัดคลองมอญ ต.บ้านคลองสวน อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นการแข่งขันชกมวยการกุศลโครงการต้านภัยยาเสพติดครั้งที่ 1 ชิงถ้วยรางวัลของ พล.อ ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-11 พ.ย. ที่ผ่านมา

เว็บไซต์ข่าวสด รายงานว่าประวัติการชกของนักมวยเด็กรายนี้ขึ้นชกมาตั้งแต่อายุ 8 ปี และตลอด 5 ปีที่ชกมวยจนอายุ 13 ปี มีสถิติการขึ้นชกในสังเวียนมวยเด็กมากกว่า 170 ครั้ง เฉลี่ยชกปีละ 34 ครั้ง หรือ 11 วันต่อ 1 ไฟต์ ซึ่งไม่เป็นไปตามพ.ร.บ.กีฬามวย 2542 ที่ระบุว่า นักมวยที่แข่งขันครบ 5 ยก จะต้องพัก 21 วันก่อนการชกในครั้งต่อไป นักมวยที่ชนะ 3 ยก จะต้องพัก 14 วันก่อนการชกในครั้งต่อไป นักมวยที่แพ้น็อก ต้องพักก่อนการชกครั้งต่อไป 30 วัน และนักมวยที่แพ้จากการน็อกเอาต์โดยได้รับการกระทบกระเทือนที่ศีรษะ 2 ครั้งจะต้องพัก 90 วัน และจะต้องได้รับการรับรองจากแพทย์สำหรับการชกครั้งต่อไปด้วย

ข่าวสด อ้างคำให้สัมภาษณ์ของ ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ โปรโมเตอร์ค่ายเพชรยินดี ที่ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า เป็นความผิดพลาดของผู้ปกครองและความผิดพลาด ของการบังคับใช้กฏหมายหรือไม่

"เรามีกฎหมายก็จริง แต่คนบังคับใช้กฎหมายไม่มีอำนาจเพียงพอจะดูแลควบคุมได้ทั่วทั้งประเทศ ควบคุมได้แค่กรุงเทพฯ ในเวทีมาตรฐานอย่าง ลุมพินี หรือ ราชดำเนินเท่านั้น และพอไปเวทีต่างจังหวัด แต่ละจังหวัดก็จะมี เจ้าหน้า กกท. เพียงจังหวัดละ 1 คน ของสำนักงานกีฬามวย ซึ่งไม่เพียงพออยู่แล้วที่คน 1 คนจะดูแล 1 จังหวัด เขาก็ไม่ไปขออนุญาตอะไร เขาก็จัดชกกันไป นั่นคือปัญหา"

"หากมองในภาพรวมระบบของมวยไทย ยังมีช่องโหว่ตรงที่ว่า ให้เด็กขึ้นชก โดยไม่ได้มีการเข้มงวดมากนัก ทั้งในเรื่อง กฎกติกา การกำหนดระยะพักฟื้น การขออนุญาตในการแข่งขัน เป็นการขึ้นทะเบียนนักมวย" ปริยากร กล่าว

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, "หากมองในภาพรวมระบบของมวยไทย ยังมีช่องโหว่ตรงที่ว่า ให้เด็กขึ้นชก โดยไม่ได้มีการเข้มงวดมากนัก ทั้งในเรื่อง กฎกติกา การกำหนดระยะพักฟื้น การขออนุญาตในการแข่งขัน เป็นการขึ้นทะเบียนนักมวย" ปริยากร กล่าว

อย่างไรก็ตาม ร.ศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และผอ.สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล บอกว่า เพื่อเป็นการปกป้องนักมวยเด็ก เขาจึงเสนอและเรียกร้องให้การกีฬาแห่งประเทศไทย แก้ไข พ.ร.บ. กีฬามวย พ.ศ. 2542 ห้ามเด็กอายุน้อยกว่า 15 ปี ชกมวยไทยอาชีพ สูงกว่าข้อเสนอของรัฐบาลที่ให้เริ่มที่อายุ 12 ปี

ร.ศ.นพ. อดิศักดิ์ คือ หนึ่งในผู้ศึกษาวิจัยผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อนักมวยเด็ก และพบว่า กีฬาปะทะแบบมวยมีผลต่อความเสียหายของสมองเด็ก ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ดังนั้น เขาจึงรวบรวมรายชื่อประชาชนผ่านเว็บไซต์ Change.org เพื่อขอให้มีการแก้ไข พ.ร.บ. มวย ดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในการพิจารณาในชั้นของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ขณะนี้มียอดรายชื่อผู้ร่วมทั้งหมดราว 2,000 กว่ารายชื่อจากเป้าหมาย 2,500 รายชื่อ โดยตอนหนึ่งในการเสนอเรื่องนี้ ระบุว่า ปัจจุบันมีนักมวยเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีมากกว่าหนึ่งแสนคน ซึ่งต้องเดินสายขึ้นชกอย่างไม่เป็นทางการ ทั้งชกเดิมพัน ชกชิงเงินรางวัลตามเวทีงานวัด งานเทศกาลต่าง ๆ โดยอายุน้อยสุดที่พบคือ 4 ขวบ นักมวยเด็กเหล่านี้จะได้รับความกระทบกระเทือนจากการโดนชกที่ศีรษะอย่างน้อย 20 หมัดต่อไฟต์ ซึ่งสูงสุดที่เคยนับได้คือ 40 ครั้ง ต่อ 1 ยก หรือ ประมาณ 2 นาที (มวยเด็กชก 3 ยก ยกละประมาณ 2 นาที ) โดยที่ไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน

ทว่าเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูล & ข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง (TCIJ) อ้างผลการสำรวจของสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนตาม พ.ร.บ.กีฬามวย พ.ศ. 2542 จากข้อมูล ณ วันที่ 6 มี.ค. 2560 พบว่าในแต่ละปีมีนักมวยเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ขึ้นทะเบียนเป็นนักมวยจำนวนมาก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี โดยระหว่างปี 2553-2560 มีนักมวยไทยเด็กขึ้นทะเบียนไว้กว่า 10,373 คน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ไม่ห่างจากนักมวยผู้ใหญ่ที่มีอายุเกิน 15 ปี ที่ขึ้นทะเบียนไว้ 17,508 คน

TCIJ อ้างผลการวิจัย Child Watch Project โดยสถาบันรามจิตติ พบว่ามีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ชกมวยไทยบนเวทีอาชีพตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น สถานศึกษาและสถานที่ราชการจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กที่มีถิ่นฐานอยู่ในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณเกือบ 8,000 คน ซึ่งการขึ้นชกแต่ละครั้งเด็กจะได้รับเงิน 50-600 บาท และต้องหักให้ค่ายมวยครึ่งหนึ่ง โดยสาเหตุหลักที่เด็กตัดสินใจชกมวย เนื่องจากต้องการหาเงินส่งเสียเลี้ยงดูพ่อแม่และครอบครัว รวมทั้งเป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษา