โรงเรียน “ใต้ดิน” ใน กทม. ต่อความหวังให้เด็กปากีสถานคริสเตียนผู้รอลี้ภัย

    • Author, นันท์ชนก วงษ์สมุทร์
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

สี่ปีกับการรอคอยการได้รับสถานะผู้ลี้ภัยของชาวปากีสถานคริสเตียนที่หนีภัยศาสนามาไทย ทำให้ศูนย์การเรียนรู้ "ใต้ดิน" เป็นที่เดียวที่จะทำให้เด็กในครอบครัวเหล่านี้ค้นพบความหวัง ความรู้ และได้ "ความเป็นเด็ก" กลับคืนมา ขณะรอคำตัดสินการถูกส่งตัวไปยังประเทศที่สาม

ซันนี่* วัย 15 ปี จำตอนที่เขาเล่นคริกเกตครั้งสุดท้ายเมื่อ 4 ปีที่แล้วได้ดี มันเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปากีสถาน ประเทศบ้านเกิด เขาและเพื่อนๆ เล่นกันสนุกทุกวันหลังเวลาเลิกเรียน ที่สนามของโรงเรียน

การจากบ้านเกิดของตัวเองในตอนนั้นกับสมาชิกในครอบครัวอีก 5 คน ทำให้เขารู้สึกโหยหาอดีตในวัยเด็ก แต่แล้วความฝันของเขาได้เป็นจริงเมื่อสามเดือนที่ผ่านมา เขาได้เล่นกีฬาชนิดนี้อีกครั้ง พร้อมกับเพื่อนร่วมห้องเรียนอีก 15 คน

ปากีสถาน โรงเรียน ผู้ลี้ภัย ไทย PAKISTAN refugee school thailand

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, บรรยากาศภายในห้องแห่งหนึ่งซึ่งถูกใช้เป็นสถานเรียนรู้ที่ชื่อว่า The Lions of Judah

"มันเป็นความรู้สึกที่ดี และเป็นความทรงจำที่ดีมาก...เป็นเวลา 4 ปีแล้วที่ผมไม่ได้ออกไปไหนเลย" เด็กหนุ่ม กล่าวกับบีบีซีไทยเป็นภาษาอังกฤษ ที่ศูนย์การเรียนรู้ที่ตั้งอยู่ภายในห้องพักของอพาร์ทเม้นท์ในกรุงเทพฯ

สถานที่แห่งนี้เป็นที่ให้ความรู้แก่นักเรียนชาวคริสเตียนปากีสถานทั้งหมด 16 คน อายุตั้งแต่ 4 ปี ถึง 20 ปีต้นๆ ที่ครอบครัวต่างหนีภัยศาสนาจากปากีสถาน

สำหรับครอบครัวเหล่านี้ การให้ลูกๆ เข้าเรียนในศูนย์การเรียนรู้ เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่พ่อแม่จะสามารถมอบให้กับลูกๆ ได้ ท่ามกลางการอาศัยอยู่ในเมืองไทยอย่างผิดกฎหมาย แม้ว่าจะขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนการสอนหลายชนิด

ไปไหนไม่ได้

ปากีสถาน โรงเรียน ผู้ลี้ภัย ไทย PAKISTAN refugee school thailand

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, ประตูทางเข้าศูนย์การเรียนรู้ที่ชื่อว่า The Lions of Judah

ศูนย์การเรียนรู้ที่ชื่อ The Lions of Judah เคยตั้งอยู่ในอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งย่านชานกรุง ในห้องพักของจาคอบ* ชาวคริสเตียนปากีสถานที่เป็นครูและผู้ร่วมก่อตั้งศูนย์ฯ แต่ก็ต้องถูกย้ายมาที่แห่งใหม่เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา หลังจากครอบครัวของเด็กนักเรียนจำเป็นต้องย้ายออกจากอพาร์ทเม้นท์เดิมเมื่อเจ้าของเตือนว่าอยู่ที่นั่นแล้วจะไม่ปลอดภัย

อพาร์ทเม้นท์ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของศูนย์การเรียนรู้ถึง 2 แห่ง และมีครอบครัวชาวปากีสถานพักอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

ด้วยค่าเช่า 5,000 บาทต่อเดือน ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่เล่าให้ฟังว่า รู้สึกปลอดภัยในระดับหนึ่งแม้ว่าตัวเองจะอยู่ในสถานะผู้ที่เข้าเมืองแบบผิดกฎหมายก็ตาม เนื่องจากเจ้าของอพาร์ทเม้นท์เข้าใจสถานการณ์ชีวิตของคริสเตียนปากีสถาน

ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่ The Lions of Judah มีนักเรียนเพิ่มมา 4 คน โดยมีนักเรียนที่มีทักษะความรู้ภาษาอังกฤษในระดับมัธยมศึกษา จนถึงเด็ก 9 ขวบที่พิการทางสมอง

ในบรรดานักเรียนทั้งหมด 16 คน มีเพียง 3 คนที่ได้รับสถานะผู้ลี้ภัยจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR โดยอีก 13 คนได้รับการปฏิเสธคำขอ แม้ว่าจะมีการยื่นอุทธรณ์แล้วก็ตาม

ปากีสถาน โรงเรียน ผู้ลี้ภัย ไทย PAKISTAN refugee school thailand

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, เอเวอเรท มิลเลอร์ กำลังสอนหนังสือให้กับเด็กผู้ลี้ภัยชาวปากีสถาน

เอเวอเรท และ ลอรี่ มิลเลอร์ สองสามีภรรยาชาวอเมริกัน ที่มักจะไปเยี่ยมเยียนสถานกักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอยู่เป็นประจำ ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ปกครองหลายคนเกี่ยวกับปัญหาที่พวกเขาประสบ และด้วยประสบการณ์ในการสอนลูก 3 คนในระบบ "โฮมสคูล" ซึ่งเป็นการจัดการศึกษาโดยครอบครัวที่บ้าน ในช่วงที่อยู่ที่รัฐแอละแบมา สหรัฐอเมริกา ทำให้ครอบครัวมิลเลอร์เข้าไปช่วยเหลือครอบครัวของจาคอบก่อตั้ง The Lions of Judah เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว โดยความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งของลอรี่ คือ การที่นักเรียนทั้งหมดสามารถเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษได้ภายในเวลา 6 เดือน จากที่แต่ก่อนบางคนไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้เลย

ลอรี่กล่าวว่า แม้ว่าศูนย์ฯ ดังกล่าวจะไม่ได้มาตรฐานเทียบเท่าการศึกษาภาคบังคับ แต่ยังดีกว่าไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยเป็นเวลา 4 ปี และหากว่าในที่สุดเด็กๆ ได้ย้ายไปอยู่ประเทศอื่น พวกเขาจะสามารถปรับตัวในโรงเรียนได้ดีกว่า

"อย่างน้อยก็ให้ความหวังกับพวกเขา เพื่อที่ว่าจะได้ไม่จมอยู่ในความซึมเศร้าอันมืดมน" เธอกล่าว

ให้ความหวัง

ปากีสถาน โรงเรียน ผู้ลี้ภัย ไทย PAKISTAN refugee school thailand

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

บนกระดานไวท์บอร์ด จาคอบบรรจงเขียนข้อความในบทหนึ่งของคัมภีร์ไบเบิล ที่บอกให้มีความอดทนในขณะที่เผชิญกับภัยประหัตประหาร

"สถานการณ์ตอนนี้ไม่ดีสำหรับเรา แต่เรายังอดทนและสวดมนต์ขอพรจากพระเจ้า" จาคอบกล่าว

ข้อความจากคัมภีร์ บทเพลงทางศาสนาคริสต์ และศิลปะ ล้วนแล้วแต่มุ่งให้กำลังใจเด็กๆ ในยามที่ต้องรอคอยความหวัง

ครอบครัวมิลเลอร์ได้ขอทุนจากองค์กรศาสนาคริสต์ที่ชื่อ Baptist Global Response (BGR) เพื่อซื้อแท็บเล็ตจำนวน 10 เครื่องให้ศูนย์ฯ ใช้ในการเรียนการสอน โดยศึกษาจากหลักสูตรโฮมสคูลที่ใช้ระบบจากอเมริกา

ก่อนหน้านี้เพียงสองเดือน นักเรียนทั้งหมดต้องนั่งเรียนหนังสือกับพื้น แต่หลังจากได้ทุนมาเพิ่ม ก็มีการซื้อโต๊ะกับเก้าอี้ รวมถึงหนังสือและของเล่นเพื่อการเรียนรู้ เพื่อใช้ประกอบการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ดนตรี ศิลปะ และศาสนาคริสต์

ปากีสถาน โรงเรียน ผู้ลี้ภัย ไทย PAKISTAN refugee school thailand

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, แท็บเล็ต เป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ประกอบการเรียนการสอน

นอกจากการช่วยเหลือที่ศูนย์ฯ แล้ว สามีภรรยามิลเลอร์ยังช่วยผู้ปกครองที่ไม่ได้ส่งลูกเข้าเรียนที่ศูนย์ฯ ให้มีทักษะในการสอนลูกแบบโฮมสคูล โดยแวะไปเยี่ยมชาวปากีสถาน 5 ครอบครัวที่อาศัยอยู่ห่างจากศูนย์ฯ อยู่เป็นระยะ

ในเดือนหน้า มิลเลอร์วางแผนที่จะก่อตั้งศูนย์ฯ อีกแห่งเพื่อเด็กชาวศรีลังกา 18 คน

จากบ้านเกิดมาเป็นครู

จาคอบ วัย 25 เป็นหนึ่งในคริสเตียนปากีสถานที่อพยพมาอยู่เมืองไทยระลอกใหญ่ในปี 2557 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นแรงกระเพื่อมต่อเนื่องจากการโจมตีครั้งใหญ่ในปี 2556 ที่ Joseph Colony ซึ่งเป็นชุมชนชาวคริสเตียนที่เมืองละฮอร์ ทำให้บ้านเรือนหลายหลังถูกเผา

ขณะนั้น จาคอบเป็นนักศึกษาแพทย์ ครอบครัวของเขาอาศัยอยู่ในชุมชนชาวคริสเตียนในเมืองการาจี โดยในบริเวณใกล้เคียงกันนั้นมีชุมชนมุสลิมอาศัยอยู่ ห่างกันเพียงถนนเล็กๆ คั่นกลาง

ปากีสถาน โรงเรียน ผู้ลี้ภัย ไทย PAKISTAN refugee school thailand

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, ตารางแสดงตัวเลข เพื่อใช้อ่านออกเสียงในแบบภาษาไทย

วันหนึ่งในปี 2556 ชาวมุสลิมจากชุมชนใกล้เคียงได้มาเขียนสโลแกนบนฝาผนังโบสถ์ในชุมชนของจาคอบ โดยมีใจความอาทิเช่น "ตาลิบันจงเจริญ" รวมถึงคำพูดสนับสนุนให้สังหารผู้ที่ไม่ยอมรับศาสนาอิสลาม

ผู้คนในชุมชนของจาคอบประท้วงต่อการกระทำดังกล่าว ทำให้เกิดการยิงตอบโต้ขึ้น และชาวคริสเตียนได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก เมื่อชุมชนเขาถูกโจมตีครั้งที่สอง จาคอบต้องย้ายไปอยู่ที่เมืองไฮเดอราบัด ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองการาจีประมาณ 140 กิโลเมตร ซึ่งครอบครัวก็ยังรู้สึกไม่ปลอดภัยและย้ายมาไทยในที่สุด

แม้จะจาคอบจะบอกว่างานสอนทำให้เขารู้สึกกดดันเพราะเป็นความรับผิดชอบอย่างสูง แต่เขาคิดว่านี่เป็นงานที่พระเจ้าได้มอบหมายให้เขาเพื่อช่วยเหลือชุมชน

ก่อนหน้านี้สถานทูตปากีสถานประจำประเทศไทยปฏิเสธว่าความรุนแรงระหว่างศาสนาในปากีสถานมีอยู่จริง โดยอาเมียร์ นาวีด ที่ปรึกษาประจำสถานทูต กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ที่ปากีสถานไม่มีการทำร้ายชาวคริสเตียน และผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์มีสิทธิเท่าเทียมกันกับมุสลิม

ถูกปฏิเสธ

ปากีสถาน โรงเรียน ผู้ลี้ภัย ไทย PAKISTAN refugee school thailand

ที่มาของภาพ, NANCHANOK WONGSAMUTH/BBC THAI

ถัดไปเพียงสองห้องถัดจาก The Lions of Judah เป็นที่ตั้งของศูนย์ฯ อีกแห่งหนึ่ง ที่มีนักเรียน 15 คน อายุตั้งแต่ 4-16 ปี ส่วนใหญ่หนีภัยศาสนามาจากเมืองละฮอร์และการาจี

รูท* ซึ่งเป็นครูที่นี่มาเป็นเวลา 1 ปี กล่าวว่า นักเรียนของเธอมีจำนวนน้อยลงเรื่อยๆ เนื่องจากมีหลายคนที่เดินทางกลับไปปากีสถานกับครอบครัวหลังจากถูกปฏิเสธคำขอเป็นผู้ลี้ภัย โดยปีที่แล้วมีนักเรียนประมาณ 25 คน

เธอเองก็ถูกปฏิเสธคำขอเป็นผู้ลี้ภัย และได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ปีที่แล้ว และยังรอผลลัพธ์ของการอุทธรณ์อยู่

ปากีสถาน โรงเรียน ผู้ลี้ภัย ไทย PAKISTAN refugee school thailand

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, การทำแบบทดสอบเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องปฏิบัติประจำ ภายหลังการเรียนในแต่ละวัน

รูทอ้างว่าครอบครัวของเธอที่อาศัยอยู่ในเมืองละฮอร์ ถูกขู่ฆ่าโดย "มุสลิมหัวรุนแรง" จึงต้องหนีมาอยู่ที่ไทยพร้อมกับสมาชิกในครอบครัวอีก 5 คน ซึ่งสาเหตุที่เลือกประเทศไทย เนื่องจากน้องชายของพ่อมาอยู่ที่นี่ก่อน จึงคิดว่าน่าจะเป็นประเทศที่ปลอดภัย แต่นั่นทำให้เธอต้องละทิ้งอาชีพการเป็นพยาบาลที่เธอเริ่มทำมาเป็นเวลา 3 ปีที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในปากีสถาน

"เราไม่สามารถกลับประเทศของเราได้ ถ้ากลับไป เราตาย" หญิงวัย 28 ปี กล่าวกับบีบีซีไทย "พวกเขามักจะคิดว่าคนที่ไม่ใช่มุสลิม ไม่มีสิทธิ์ที่จะมีชีวิต"

ท่ามกลางความหวาดกลัว

ศูนย์ฯ ดังกล่าวมีครู 2 คนที่ทำหน้าที่สอนวิชาวิทยาศาสตร์ ศาสนา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาอูรดู โดยจะแบ่งกันสอนระหว่างเด็กเล็กกับเด็กโต

การเรียนการสอนนั้นเริ่มตั้งแต่ 9 โมง มีการสวดมนต์และร้องเพลงเป็นภาษาอังกฤษ และมีการทดสอบความรู้สัปดาห์ละครั้ง รูทกล่าวว่า เธอพยายามจะสอนภาษาอังกฤษเพื่อให้เด็กๆ สามารถที่จะใช้ชีวิตได้เมื่อไปยังประเทศที่สามที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก

นอกจากนั้น ครูยังทำหน้าที่ให้กำลังใจนักเรียน ที่ต้องอยู่ท่ามกลางความหวาดระแวงว่าจะมีเจ้าหน้าที่มาจับกุมตัวหรือไม่

รูทกล่าวว่า ความเครียดของเด็กๆ นับวันยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ด้วยความที่ครูกับนักเรียนตกอยู่ภายใต้สถานการณ์เดียวกัน ครูจึงเข้าใจความรู้สึกของพวกเขาได้ดี และสามารถปลอบประโลมพวกเขาได้

ปากีสถาน โรงเรียน ผู้ลี้ภัย ไทย PAKISTAN refugee school thailand

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

"เวลามีคนมาเคาะประตูห้องตอนเช้า พวกเราจะรู้สึกกลัว คิดว่าอาจจะเป็นตำรวจหรือเจ้าหน้าที่จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง" รูทกล่าว "นักเรียนก็รู้สึกกลัวเหมือนกัน โดยเฉพาะคนที่เล็กที่สุด มีอาการซึมเศร้าและหวาดกลัวอยู่ตลอดเวลา มันส่งผลกระทบในทางที่ไม่ดีมากเลย สำหรับเด็กๆ"

รูทยังให้ความรู้แก่เด็กนักเรียนในเรื่องการป้องกันตัว โดยเฉพาะนักเรียนหญิงที่อาศัยอยู่ท่ามกลางคนแปลกหน้า เธอก็จะสอนถึงความเหมาะสมหากมีคนมาจับต้องตรงส่วนต่างๆ ของร่างกาย

วิลสัน ชาวดรี ผู้อำนวยการ British Pakistani Christian Association หรือ BPCA ซึ่งเป็นสมาคมที่ตั้งอยู่ในประเทศอังกฤษที่ช่วยเหลือคริสเตียนปากีสถาน กล่าวว่า BPCA ช่วยสนับสนุนศูนย์การเรียนรู้ 2 แห่งในกรุงเทพฯ โดยเปิดมาเป็นเวลาประมาณ 2 ปีครึ่ง และกำลังจะเปิดแห่งที่ 3 ในเร็วๆ นี้

ชาวดรีกล่าวว่า องค์กรของเขาได้รับเงินสนับสนุนจากคริสเตียนทั่วโลก และมีเซฟเฮาส์กระจัดกระจายอยู่ที่ปากีสถานเป็นจำนวน 4 แห่ง โดยแต่ละแห่งสามารถรองรับคนได้ 6 คน

เป้าในการจับกุม

ปากีสถาน โรงเรียน ผู้ลี้ภัย ไทย PAKISTAN refugee school thailand

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, สภาพภายในศูนย์การเรียนรู้

นาร์กิส อิกบาล ใส่ชุดพื้นเมืองปากีสถาน ยืนเกาะลูกกรงช่องแรกที่อยู่ข้างๆ ที่ตรวจของฝาก ภายในบริเวณสถานกักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เธอยิ้มเมื่อเจอสามีที่มาเยี่ยมเธอทุกวันพร้อมกับอาหารและของใช้ต่างๆ

บีบีซีไทยได้พูดคุยกับนาร์กิสที่สถานกักกัน โดยใช้วิธีการตะโกนคุยกันท่ามกลางเสียงตะโกนของบรรดาผู้ที่มาเยี่ยมเยียนรายอื่นๆ นับหลายสิบรายที่ประสานเสียงกันดังสนั่น โดยยืนเรียงกันอยู่ด้านหลังลูกกรงที่มีทั้งหมด 21 ช่อง แต่ละช่องยาว 1 เมตร โดยผู้ที่ถูกกักกันและผู้มาเยี่ยม อยู่ห่างกันเป็นระยะ 1 เมตร

นาร์กิสเล่าว่า เธอถูกกักขังอยู่ที่นี่เป็นเวลา 2 ปี 5 เดือน โดยเธอถูกจับกุมตัวที่ศูนย์การเรียนรู้ที่เธอเคยสอนอยู่ที่คอนโดแห่งหนึ่งย่านประชาอุทิศ ซึ่งขณะนั้นมีนักเรียนทั้งหมด 67 คน โดยบางส่วนได้หลบหนีไปในระหว่างการจับกุม และบางส่วนได้รับการปล่อยตัวหลังจากที่ UNHCR เจรจาให้มีการปล่อยตัวบางส่วน

ศูนย์ฯ ของ BPCA เองเคยถูกตำรวจบุกทลายเมื่อปี 2558 ในอพาร์ทเม้นท์ย่านสุทธิสาร โดยครั้งนั้นมีการจับกุมคนไป 12 คน โดยที่เหลือได้ย้ายไปพักที่อื่น

ปากีสถาน โรงเรียน ผู้ลี้ภัย ไทย PAKISTAN refugee school thailand

ที่มาของภาพ, NANCHANOK WONGSAMUTH/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, บรรยากาศภายในศูนย์การเรียนรู้ใต้ดินแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร สำหรับเด็กผู้ลี้ภัยชาวปากีสถาน

ข้อมูลจากเครือข่ายสิทธิผู้ลี้ภัยและคนไร้รัฐ ระบุว่า ขณะนี้มีเด็กที่ติดอยู่ในสถานกักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มากกว่า 40 คน ซึ่งแทบทั้งหมดถูกจับไปพร้อมผู้ปกครอง และในเด็กกลุ่มนี้ เป็นเด็กที่อยู่ในกระบวนการขอสถานะผู้ลี้ภัยของ UNHCR อยู่ประมาณ 20 คน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 มกราคม มีการจับกุมเด็กเพิ่มเติมอีก 9 คนในบริเวณซอยอ่อนนุช 58

ฮานนา แมคโดนัลด์ เจ้าหน้าที่ประสานงานองค์กร UNHCR ประจำประเทศไทย กล่าวกับบีบีซีไทยว่า UNHCR ไม่เห็นด้วยกับการกักขังผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่ลี้ภัย โดยเฉพาะเด็กและกลุ่มที่อ่อนไหว แต่ก็ชื่นชมรัฐบาลไทยที่พยายามเดินหน้ายุติการกักขังเด็ก

ทั้งนี้ รัฐบาลไทยอยู่ในระหว่างการสร้างกลไกภายในประเทศที่จะคัดกรอง ปกป้องคุ้มครอง และให้สิทธิกับคนต่างด้าวผิดกฎหมายและผู้ลี้ภัยระหว่างที่อยู่เมืองไทย ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อเดือนมกราคมปีที่แล้ว โดยหนึ่งในมาตรการดังกล่าวคือการยุติการกักขังเด็ก

บีบีซีไทย พยายามติดต่อ โฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อคำชี้แจงในเรื่องนี้ แต่ไม่สามารถติดต่อได้

ปากีสถาน โรงเรียน ผู้ลี้ภัย ไทย PAKISTAN refugee school thailand

ที่มาของภาพ, NANCHANOK WONGSAMUTH/BBC THAI

ด้านบุษฎี สันติพิทักษ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า แม้ไทยไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย ค.ศ. 1951 แต่ไทยยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมแก่บุคคลเหล่านี้มาโดยตลอด ทั้งนี้ รัฐบาลไทยอยู่ระหว่างพิจารณาเรื่องการเป็นภาคีอนุสัญญาฯ ดังกล่าว

"ประเทศไทยจำเป็นต้องดูความสมดุลระหว่างการบังคับใช้กฎหมายเพื่อป้องกันผล กระทบเชิงลบจากการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานที่ไม่ปกติกับการรักษาหลักการด้านมนุษยธรรมที่ไทยยึดถือมาโดยตลอด โดยเฉพาะในช่วงหลังที่มีผู้โยกย้ายถิ่นฐานทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมายจำนวนมากมายื่นขอแสวงหาที่พักพิงกับ UNHCR ที่กรุงเทพฯ โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งมาจากปากีสถาน" เธอกล่าวกับบีบีซีไทย

นาร์กิสกล่าวว่า เธอไม่สบาย และกินอะไรไม่ค่อยได้เนื่องจากเจ็บปาก และเท้าบวม แต่มีนัดกับแพทย์วันที่ 14 กุมภาพันธ์

"ตายที่เมืองไทย ดีกว่ากลับไปปากีสถาน" เธอกล่าวกับบีบีซีไทย

*ชื่อมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อความปลอดภัยของแหล่งข่าว