ผู้ลี้ภัยโรฮิงญาในบังกลาเทศเรียกร้องขอสัญชาติเมียนมา ก่อนกลับรัฐยะไข่

ที่มาของภาพ, Reuters
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผู้นำชาวโรฮิงญาเปิดเผยร่างข้อเรียกร้องต่อทางการเมียนมา ก่อนที่กระบวนการส่งตัวผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาตามค่ายผู้ลี้ภัยต่าง ๆ ในบังกลาเทศกลับเข้าเมียนมาจะเริ่มขึ้นในสัปดาห์หน้า
รอยเตอร์รายงานว่า ผู้อาวุโสชาวโรฮิงญาจำนวน 6 คน ซึ่งเป็นตัวแทนของ 40 หมู่บ้านในรัฐยะไข่ของเมียนมา ได้เปิดเผยข้อเรียกร้องต่าง ๆ ต่อผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ที่ค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลอง ซึ่งเป็นที่อาศัยอยู่ของผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาส่วนใหญ่จากทั้งหมด 655,000 คน
ต้องให้สัญชาติถึงจะยอมกลับ
ข้อเรียกร้อง ซึ่งเขียนด้วยลายมือเป็นภาษาพม่าและยังเป็นเพียงร่าง ระบุว่า จะไม่มีชาวมุสลิมโรฮิงญาคนใดกลับเข้าไปในเมียนมาซึ่งประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ถ้าข้อเรียกร้องต่าง ๆ ไม่ได้รับการตอบสนอง โดยพวกเขาเรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมา ประกาศให้สัญชาติแก่ชาวโรฮิงญา และรวมชาวโรฮิงญาไว้ในบัญชีรายชื่อกลุ่มชาติพันธุ์ที่ได้รับการยอมรับว่ามีอยู่ในเมียนมา
นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้คืนที่ดินที่พวกเขาเคยถือครอง ให้สร้างบ้าน มัสยิด และโรงเรียนขึ้นมาใหม่ด้วย
รอยเตอร์รายงานด้วยว่า พวกเขาต้องการให้กองทัพเมียนมารับผิดชอบต่อการถูกกล่าวหาว่าสังหาร ปล้นสดมภ์ และข่มขืนชาวโรฮิงญา และขอให้ปล่อยตัว "ชาวโรฮิงญาผู้บริสุทธิ์" ที่ถูกจับระหว่างปฏิบัติการปราบปรามกลุ่มกบฏ
นอกจากนี้พวกเขายังต้องการให้ทางการเมียนมายุติการขึ้นบัญชี "ผู้ก่อการร้าย" ด้วยการนำรูปถ่ายของพวกเขาไปตีพิมพ์ในสื่อของทางการและโพสต์ทางเพจเฟซบุ๊กของรัฐบาล

ที่มาของภาพ, AFP
ทางการเมียนมาระบุเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ทหารได้สังหาร "ผู้ก่อการร้าย" มุสลิมที่ถูกจับกุม 10 คน ระหว่างการโจมตีของกลุ่มกบฏในช่วงต้นเดือนกันยายนปีที่แล้ว หลังจากที่ชาวบ้านที่นับถือศาสนาพุทธหลายคนใช้กำลังบังคับให้ชายเหล่านี้ลงไปอยู่ในหลุมที่พวกเขาขุดไว้ ถือเป็นการยอมรับผิดของกองทัพเมียนมาที่มักจะไม่ค่อยเกิดขึ้น จากปฏิบัติการในรัฐยะไข่ทางตะวันตกของประเทศ

ที่มาของภาพ, Reuters
กองทัพกู้ชาติโรฮิงญา (Rohingya Salvation Army--ARSA) หรือ อาสา ระบุในแถลงการณ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ชาวโรฮิงญา 10 ที่พบในหลุมฝังศพหมู่เป็น "พลเรือนที่บริสุทธิ์" และไม่ได้เป็นสมาชิกของทางกลุ่ม
ประท้วงแผนส่งตัวกลับเมียนมา
ด้านสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาหลายร้อยคน ได้ประท้วงในบังกลาเทศในวันศุกร์ (19 ม.ค.) เพื่อต่อต้านแผนการส่งตัวพวกเขากลับเข้าเมียนมา หลังจากพวกเขาเผชิญกับการปราบปรามของกองทัพจนต้องลี้ภัยเข้าบังกลาเทศเมื่อปีที่แล้ว
การประท้วงเกิดขึ้นก่อนหน้าที่ยางฮี ลี ผู้ตรวจการพิเศษสหประชาชาติจะเดินทางเยือนค่ายผู้ลี้ภัยทางตะวันออกเฉียงใต้ของบังกลาเทศ
ทั้งนี้ แผนการส่งตัวผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญากลับเข้าเมียนมา ตามที่ทางการของทั้งสองประเทศเห็นชอบร่วมกันจะเริ่มขึ้นในวันอังคารที่จะถึงนี้ และจะใช้เวลาทั้งหมดราว 2 ปี
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาที่เพิ่งมาถึงว่า ขณะนี้ยังคงมีชาวโรฮิงญาอพยพข้ามพรมแดนเข้ามาในบังกลาเทศอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการเตรียมการส่งผู้ลี้ภัยกลับเมียนเกิดขึ้น โดยนับตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมามีชาวโรฮิงญากว่า 100 คนข้ามแม่น้ำนาฟเข้ามาในบังกลาเทศ และอีกจำนวนมากยังรอข้ามฝั่งแม่น้ำมาเช่นกัน
ชาวพุทธในรัฐยะไข่ไม่ยอมรับโรฮิงญากลับ

ที่มาของภาพ, AFP
ส่วนสถานการณ์ในรัฐยะไข่ ยังคงเกิดความไม่สงบขึ้น โดยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ตำรวจเมียนมายิงใส่ผู้ประท้วงชาวพุทธทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 คน
ความรุนแรงระลอกล่าสุดในรัฐยะไข่เกิดขึ้นหลังจากที่ชาวพุทธในรัฐยะไข่กว่า 4,000 คน ไปรวมตัวกันในเมืองมรัคอู (Mrauk U) เมื่อวันอังคารที่ 17 ม.ค. เพื่อประท้วงที่ถูกห้ามไม่ให้จัดงานรำลึกประจำปีการล่มสลายของอาณาจักรอาระกันโบราณ
ฝูงชนจำนวนมากได้ไปรวมตัวกันที่ที่ทำการของรัฐบาลเพื่อประท้วง แต่ถูกตำรวจเปิดฉากยิงใส่ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายคน โดยผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล
เมืองมรัคอู เป็นเมืองหลวงประวัติศาสตร์ของอาณาจักรอาระกันโบราณ และทุกปีชาวเมืองในรัฐยะไข่จะจัดงานรำลึกถึงชัยชนะของกองทัพเมียนมาที่มีต่ออาณาจักรอาระกันเมื่อเกือบ 200 ปีก่อน แต่ปีนี้ทางการปฏิเสธการจัดงานดังกล่าวซึ่งเป็นชนวนเหตุให้เกิดการประท้วง
เจ้าหน้าที่ทางการท้องถิ่นระบุว่า ตอนแรกตำรวจยิงกระสุนยางเพื่อสลายกลุ่มผู้ประท้วง และได้ใช้กระสุนจริง เมื่อผู้ประท้วงเริ่มขว้างปาก้อนหินและอิฐใส่

ที่มาของภาพ, AFP/GETTY IMAGES
ผู้สื่อข่าวบีบีซี รายงานว่า ความตึงเครียดระหว่างกลุ่มชาวพุทธในรัฐยะไข่และชาวมุสลิมโรฮิงญา ทวีความรุนแรงมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชาวพุทธในรัฐยะไข่จำนวนมากโจมตีหมู่บ้านชาวโรฮิงญา และผู้นำของกลุ่มชาวพุทธยืนกรานอย่างเด็ดขาดว่าจะไม่ยอมรับผู้ลี้ภัยกลับจากบังกลาเทศ
ชาวยะไข่หรือชาวอาระกันที่นับถือศาสนาพุทธ มีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ ตั้งแต่สมัยอาณาจักรอาระกันในอ่าวเบงกอล ซึ่งถูกเมียนมายึดครองในปี 1784








