วิกฤตโรฮิงญา : ผู้สื่อข่าวบีบีซีพบอะไรในยะไข่

คำบรรยายวิดีโอ, ใครเผาหมู่บ้านโรฮิงญา

โจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของบีบีซีลงพื้นที่รัฐยะไข่ ทางภาคเหนือของเมียนมาที่กำลังตกอยู่ท่ามกลางเหตุไม่สงบ และได้พบเห็นหมู่บ้านชาวมุสลิมถูกเผาวอดวาย รวมทั้งความพยายามที่ดูเหมือนการจัดฉากให้เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นฝีมือของชาวมุสลิมโรฮิงญาเอง

เหตุไม่สงบที่ปะทุขึ้นในรัฐยะไข่ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาส่งผลให้ผู้คนอพยพหนีเข้าไปในบังกลาเทศแล้วราว 300,000 คน ทั้งหมดมาจากเมืองมองดอว์, พูทิดอง และราเทดอง ของรัฐยะไข่ ซึ่งเป็นพื้นที่สุดท้ายในเมียนมาที่มีประชากรโรฮิงญาจำนวนมากอาศัยอยู่อย่างอิสระโดยไม่ถูกจำกัดให้อยู่ในค่ายผู้อพยพ และเป็นพื้นที่อ่อนไหวที่สื่อมวลชนไม่ค่อยได้รับอนุญาตให้เข้าไป

เฮด เป็นหนึ่งในคณะผู้สื่อข่าวท้องถิ่นและผู้สื่อข่าวต่างชาติ 18 คน ที่ทางการเมียนมาพาลงพื้นที่เมืองมองดอว์ เขาเล่าว่า แม้จะทราบว่าการเดินทางครั้งนี้ทางการเมียนมาจะนำพวกเขาไปดูสิ่งที่ทางการต้องการให้เห็น ตลอดจนมีข้อจำกัดที่เคร่งครัด เป็นต้นว่าผู้สื่อข่าวจะต้องเกาะกลุ่มไปกับคณะตลอดเวลา และไม่แยกตัวออกไปตามลำพังด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย แต่ระหว่างทางนั้นกลุ่มผู้สื่อข่าวก็มีโอกาสได้พบเห็นข้อเท็จจริงบางอย่างของเรื่องนี้

Weeks after the violence, Alel Than Kyaw was somehow still smouldering
คำบรรยายภาพ, สภาพของชุมชนมุสลิมแห่งหนึ่งในเมืองมองดอว์

แม้จะดูเหมือนว่าเป้าหมายของรัฐบาลเมียนมาคือการนำเสนอข้อมูลอีกด้าน นอกเหนือไปจากข้อกล่าวหาของชาวโรฮิงญาที่หนีเข้าไปในบังกลาเทศ ซึ่งอ้างว่าถูกกองทัพเมียนมาและชาวบ้านกลุ่มอื่นในรัฐยะไข่กดขี่ข่มเหง รวมทั้งข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนอื่น ๆ

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าความพยายามดังกล่าวของรัฐบาลเมียนมาจะไม่เป็นผลตั้งแต่ต้น ผู้สื่อข่าวบีบีซีเล่าว่า ช่วงแรกคณะผู้สื่อข่าวถูกพาขึ้นรถไปยังโรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองมองดอว์ ซึ่งถูกใช้เป็นที่พักพิงของกลุ่มผู้นับถือศาสนาฮินดูที่พลัดถิ่นจากความไม่สงบที่เกิดขึ้น ทั้งหมดพูดเหมือนกันเรื่องที่ถูกชาวมุสลิมโจมตี ซึ่งแตกต่างจากปากคำของชาวฮินดูที่หนีเข้าไปในบังกลาเทศที่ระบุว่าพวกเขาถูกชาวพุทธในรัฐยะไข่โจมตีเพราะมีลักษณะเหมือนชาวโรฮิงญา

ตลอดเวลาที่ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับชาวฮินดูกลุ่มนี้มีตำรวจติดอาวุธและเจ้าหน้าที่รัฐร่วมฟังด้วย แม้จะมีชายคนหนึ่งเริ่มเล่าให้ผู้สื่อข่าวบีบีซีฟังเรื่องที่ทหารเมียนมายิงปืนใส่หมู่บ้านของเขา แต่ก็มีชาวฮินดูอีกคนเข้ามาพูดแก้เรื่องดังกล่าวอย่างรวดเร็ว ส่วนหญิงฮินดูคนหนึ่งที่สวมเสื้อสีส้มประดับด้วยผ้าลูกไม้ นุ่งผ้าสีเทาปนม่วงซีด ก็เข้ามาเล่าเรื่องการถูกชาวมุสลิมทำร้ายอย่างกุลีกุจอ

พระสงฆ์รูปหนึ่งเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าชาวมุสลิมจุดไฟเผาบ้านของตัวเอง
คำบรรยายภาพ, พระสงฆ์รูปหนึ่งเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าชาวมุสลิมจุดไฟเผาบ้านของตัวเอง

แต่เหตุการณ์เริ่มแปลกขึ้นเมื่อกลุ่มผู้สื่อข่าวถูกพาไปยังวัดพุทธแห่งหนึ่ง ซึ่งที่นั่นมีพระรูปหนึ่งเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าชาวมุสลิมจุดไฟเผาบ้านของตัวเอง พร้อมแสดงหลักฐานเป็นภาพถ่าย ซึ่งเป็นภาพของชายสวมหมวกแบบชาวมุสลิม โดยมีชายคนหนึ่งกำลังจุดไฟเผาหลังคาบ้าน และผู้หญิงสองคนที่คลุมศีรษะด้วยผ้าที่ดูเหมือนผ้าลูกไม้ปูโต๊ะ

อย่างไรก็ตามเมื่อพิเคราะห์ภาพดังกล่าวกลับพบว่าหนึ่งในผู้หญิงในภาพคือหญิงชาวฮินดูผู้สวมเสื้อสีส้มที่เล่าเรื่องการถูกชาวมุสลิมทำร้ายให้ผู้สื่อข่าวฟังก่อนหน้านี้ ส่วนชายในภาพคนหนึ่งก็เป็นผู้ที่อยู่ในกลุ่มชาวฮินดูที่ผู้สื่อข่าวพบที่โรงเรียนก่อนหน้านี้เช่นกัน

Journalists were provided with photos supposedly of Muslims "caught in the act"
คำบรรยายภาพ, ภาพถ่ายที่แจกให้ผู้สื่อข่าวโดยอ้างว่า "ชาวมุสลิมจุดไฟเผาบ้านของตัวเอง"
หญิงชาวฮินดูผู้สวมเสื้อสีส้มที่เล่าเรื่องการถูกชาวมุสลิมทำร้ายให้ผู้สื่อข่าวฟังก่อนหน้านี้
คำบรรยายภาพ, หญิงชาวฮินดูผู้สวมเสื้อสีส้มที่เล่าเรื่องการถูกชาวมุสลิมทำร้ายให้ผู้สื่อข่าวฟังก่อนหน้านี้ มีลักษณะเหมือนหญิงในภาพที่ผู้สื่อข่าวได้รับแจก

นอกจากนี้ คณะผู้สื่อข่าวยังได้พบกับ พันเอกโพว์ ตี้ ซึ่งดูแลด้านความมั่นคงทางพรมแดนในรัฐยะไข่ ที่เล่าว่าผู้ก่อการร้ายชาวเบงกาลีที่เรียกตนเองว่า กองทัพปลดปล่อยโรฮิงญาแห่งอาระกัน (Arakan Rohingya Salvation Army - ARSA) ได้เข้าควบคุมหมู่บ้านชาวโรฮิงญา และบังคับให้พวกเขาส่งสมาชิกชายเข้าร่วมเป็นนักรบกับกลุ่มครอบครัวละ 1 คน ครอบครัวใดที่ไม่ยอมทำตามก็จะถูกเผาบ้านเรือน พันเอกโพว์ ตี้ ยังกล่าวหาว่ากลุ่ม ARSA ฝังทุ่นระเบิดและทำลายสะพานในพื้นที่ 3 แห่ง

เมื่อผู้สื่อข่าวบีบีซีให้ พันเอกโพว์ ตี้ ยืนยันว่าการเผาหมู่บ้านหลายสิบแห่งนั้นเป็นฝีมือของกลุ่ม ARSA หรือไม่ นายทหารผู้นี้ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความจริง พร้อมตอบคำถามเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องทหารเมียนมาเข้าปราบปรามชาวโรฮิงญาอย่างโหดร้าย ว่า "ไหนล่ะหลักฐาน?" และตั้งคำถามกลับผู้สื่อข่าวว่า "ดูผู้หญิงพวกนี้สิ พวกที่มาร้องเรียนน่ะ ใครจะอยากข่มขืนพวกเธอ" พันเอกโพว์ ตี้ พูดถึงหญิงโรฮิงญาที่อ้างว่าถูกทหารเมียนมาข่มขืน

พันเอกโพว์ ตี้ ยืนยันว่าการเผาหมู่บ้านหลายสิบแห่งนั้นเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อการร้ายชาวเบงกาลี
คำบรรยายภาพ, พันเอกโพว์ ตี้ ยืนยันว่าการเผาหมู่บ้านหลายสิบแห่งนั้นเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อการร้ายชาวเบงกาลี

เฮด ระบุว่า แม้เขาจะพบชาวมุสลิมในพื้นที่อยู่บ้าง แต่พวกเขาต่างไม่กล้าที่จะพูดหน้ากล้อง ผู้สื่อข่าวบีบีซีได้ปลีกตัวจากเจ้าหน้าที่เมียนมา และได้มีโอกาสพูดคุยกับชาวมุสลิมบางคนที่เล่าว่าทหารไม่อนุญาตให้พวกเขาออกจากพื้นที่ จนต้องประสบปัญหาขาดแคลนอาหารและใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัวตลอดเวลา

ผู้สื่อข่าวบีบีซี เล่าต่อว่า ช่วงขากลับจากการลงพื้นที่หมู่บ้านอัลเลตันจอว์ ทางใต้ของเมืองมองดอว์ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่กลุ่ม ARSA โจมตีตำรวจเมื่อวันที่ 25 ส.ค.นั้น คณะผู้สื่อข่าวเห็นกลุ่มควันหนาพวยพุ่งขึ้นจากบริเวณหมู่บ้านกอว์ดูตาระเมื่อเข้าไปใกล้ ๆ ก็เห็นบ้านเรือนถูกไฟไหม้ ขณะเดียวกันนั้นก็เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ถือมีดดาบขนาดใหญ่เดินสวนออกมา ผู้สื่อข่าวต่างชาติพยายามเข้าไปพูดคุยและถามคำถาม แต่ชายกลุ่มนี้ไม่ยอมให้บันทึกภาพพวกเขา

Weeks after the violence, Alel Than Kyaw was somehow still smouldering
คำบรรยายภาพ, สภาพของหมู่บ้านอัลเลตันจอว์ หลังตกอยู่ท่ามกลางเหตุไม่สงบมาหลายสัปดาห์
The village of Gaw Du Thar Ya, seen burning by the group
คำบรรยายภาพ, กลุ่มควันหนาพวยพุ่งขึ้นจากบริเวณหมู่บ้านกอว์ดูตาระ

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวชาวเมียนมาเข้าไปพูดคุยด้วยโดยไม่มีกล้องบันทึกภาพ ชายกลุ่มนี้ยอมบอกว่าพวกเขาเป็นคนยะไข่ที่นับถือศาสนาพุทธ หนึ่งในนั้นยอมรับว่าเป็นผู้จุดไฟเผาบ้านเรือน โดยได้รับความช่วยเหลือจากตำรวจ บางคนเดินออกมาโดยมีสิ่งของที่พวกเขาขโมยติดมือออกมาด้วย

The village was reduced to charred timber and ashes
คำบรรยายภาพ, ภาพไฟไหม้ที่หมู่บ้านกอว์ดูตาระ ในเมืองมองดอว์ เมื่อวันที่ 7 ก.ย.

กอว์ดูตาระ เป็นหมู่บ้านชาวมุสลิม เมื่อผู้สื่อข่าวเดินสำรวจภายในก็ไม่พบผู้พักอาศัยเหลืออยู่แม้แต่คนเดียว สิ่งที่พบมีเสียงเศษซากความเสียหาย และหลังคาของโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามที่เพิ่งถูกไฟไหม้ รอบ ๆ เต็มไปด้วยหนังสือภาษาอาหรับที่ถูกโยนทิ้ง ส่วนที่ตั้งของหมู่บ้านอยู่ใกล้กับสถานีตำรวจ ทว่าไม่มีใครทำอะไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น