วิกฤตโรฮิงญา: บังกลาเทศ-เมียนมา บรรลุข้อตกลงส่งโรฮิงญากลับ 300 คนต่อวัน

Rohingya refugees line up for a food supply distribution at the Kutupalong refugee camp near Cox's Bazar, Bangladesh 12 December 2017.

ที่มาของภาพ, Reuters

บังกลาเทศระบุ ได้บรรลุข้อตกลงกับเมียนมา เตรียมส่งผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญากลับประเทศ 1,500 คนต่อสัปดาห์ ตั้งเป้าให้คืนสู่ประเทศทั้งหมดภายใน 2 ปี

บังกลาเทศและเมียนมาได้ทำข้อตกลงเรื่องการส่งผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญากลับสู่รัฐยะไข่ตั้งแต่เดือน พ.ย. และทางการทั้งสองประเทศมาพบกันอีกครั้งที่กรุงเนปิดอว์ในสัปดาห์นี้เพื่อตกลงกันในรายละเอียด

ชาวโรฮิงญาลี้ภัยมายังบังกลาเทศมากกว่า 6.5 แสนคน ตั้งแต่ความรุนแรงปะทุขึ้นในรัฐยะไข่เมื่อเดือน ส.ค. ปีที่แล้ว องค์กรช่วยเหลือต่าง ๆ ต่างแสดงความกังวลว่าผู้ลี้ภัยจะถูกบีบบังคับให้เดินทางกลับประเทศ

โฆษกสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ระบุว่า เมียนมาต้องจัดการกับสาเหตุที่มาของวิกฤตในครั้งนี้ และผู้ลี้ภัยควรจะเดินทางกลับประเทศก็ต่อเมื่อพวกเขารู้สึกปลอดภัย

สำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวไม่ได้ระบุว่า กระบวนการนี้จะเริ่มต้นเมื่อใด แต่ระบุว่าทางเมียนมาจะจัดหาที่พักพิงชั่วคราวให้พวกเขา และสร้างบ้านให้ในภายหลัง

โมฮัมหมัด ชาฮิดุล ฮัก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ บังกลาเทศ บอกกับบีบีซีภาคภาษาเบงกาลีว่า เดิม รัฐบาลบังกลาเทศต้องการให้รัฐบาลเมียนมารับผู้ลี้ภัยคืน 15,000 คนต่อสัปดาห์ แต่พวกเขาตกลงกันได้ท้ายที่สุดเป็น 1,500 คนต่อสัปดาห์ และบอกต่ออีกว่า ทั้งสองฝ่ายจะกลับมาทบทวนข้อตกลงอีกครั้งในอีก 3 เดือน

ภายใต้ข้อตกลงนี้ จะมีการส่งคืนผู้ลี้ภัยกลับประเทศราว 156,000 คน ภายใน 2 ปี ซึ่งนับว่าน้อยมากหากดูจำนวนผู้ลี้ภัยที่เดินทางมาบังกลาเทศมากกว่า 6.5 แสนคน

เมื่อมีการบรรลุข้อตกลงนี้ในรอบแรก แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล บอกว่า ไม่เชื่อว่าจะมีการส่งผู้ลี้ภัยกลับคืนประเทศอย่างปลอดภัยและมีเกียรติ เมื่อยังมีระบบการแบ่งแยกชาติพันธุ์อยู่ และบอกว่า หวังว่าผู้ที่ไม่อยากกลับบ้านจะไม่ถูกบีบบังคับ

คำบรรยายวิดีโอ, ใครเผาหมู่บ้านโรฮิงญา

หวาดกลัวและไม่เชื่อใจ

บทวิเคราะห์โดย โจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทั้งสองประเทศตกลงกันว่าการเดินทางกลับประเทศจะเป็นไปด้วยความสมัครใจ และผู้ลี้ภัยบอกว่า จะกลับบ้านก็ต่อเมื่อมั่นใจว่าจะปลอดภัย มีการสร้างบ้านให้พวกเขาใหม่ และไม่ถูกทางการเลือกปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขเหล่านี้ยังไม่เกิดขึ้น

ทางการเมียนมาได้เริ่มต้นซ่อมแซมและสร้างที่อยู่ขึ้นใหม่แล้ว แต่ส่วนใหญ่สำหรับผู้ลี้ภัยที่ไม่ใช่ชาวมุสลิม พวกเขากำลังเตรียมสร้างค่ายพักพิง 2 แห่ง โดยที่แห่งแรกจะสามารถรับรองคนได้ 3 หมื่นคน แต่นอกจากนี้แล้ว ยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงอะไรมาก

หมู่บ้านกว่า 350 แห่ง ที่ถูกเผาเป็นของชาวโรฮิงญาเกือบทั้งหมด และกองทัพเมียนมา ซึ่งถูกกล่าวหาว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนรุนแรง ก็ยังควบคุมรัฐยะไข่อยู่ และพวกเขาก็ปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านั้น รวมถึงห้ามไม่ให้มีผู้สังเกตการณ์เข้าไปในพื้นที่ อีกทั้งยังจำกัดการเข้าไปในพื้นที่ขององค์กรช่วยเหลือด้วย

มีการพูดคุยแผนการปิดค่ายพักพิงหลายแห่งซึ่งชาวโรฮิงญาถึง 1.3 แสนคนถูกควบคุมอยู่ และยังไม่มีการพูดคุยว่าจะให้พวกเขาเดินทางได้อย่างเสรีได้เมื่อไร ยังไม่มีมาตราการใดที่จะช่วยลดหวาดกลัวและไม่ไว้เนื้อเชื่อใจของชาวโรฮิงญาที่มีต่อชาวเมียนมาที่ไม่ใช่คนมุสลิม ซึ่งมีบางส่วนที่บอกว่าจะต่อต้านการเดินทางกลับบ้านของผู้ลี้ภัย