กิมย้ง: ตัวตายแต่ผลงานยังคงอยู่ตลอดกาล

ที่มาของภาพ, Busaba Sivasomboon/BBC Thai
- Author, บุษบา ศิวะสมบูรณ์
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
การเสียชีวิตของกิมย้ง นักเขียนนิยายกำลังภายชื่อก้องโลก ในวัย 94 ปีก่อให้เกิดความสะเทือนใจในบรรดาแฟนหนังสือชาวไทยของเขาอย่างมาก ผลงานของเขาจะยังคงยืนยาวต่อไปแน่นอน
สื่อต่างประเทศรายงานถึงการจากไปของเขา อย่างเช่น เดอะ ซันของอังกฤษ รายงานข่าวนี้โดยพาดหัวว่า "จินหยง (กิมย้ง) เสียชีวิตเมื่อวัย 94 -นักเขียนระดับตำนานของจีนที่มีหนังสือขายได้ถึง 300 ล้านเล่มเสียชีวิตหลังจากล้มป่วยมานานปี" หรือ Time.com ที่พาดหัวว่า "นักเขียนนิยายกำลังภายในของจีนที่เป็นที่รักของแฟนหนังสือ หลุยส์ จา เสียชีวิตเมื่ออายุ 94 ปี"
แฟนหนังสือกำลังภายในชาวไทยเองต่างก็แสดงความอาลัยต่อจากไปของเขาไม่น้อย หลายคนโพสต์ถึงกิมย้งในหน้าโซเชียล เน็ตเวิร์คของตัวเอง

ที่มาของภาพ, BBC THAI
กรกิจ ดิสถาน ซึ่งโพสต์ถึงกิมย้งบนเพจเฟซบุ๊กของเขา กล่าวกับบีบีซีไทยว่า การอ่านหนังสือของกิมย้ง "เหมือนได้กินเหล้าที่ดีที่สุดในโลกแล้ว ฝีมือการเขียนของกิมย้งเป็นขั้นสุดแล้ว พอ อ่านเรืองของคนอื่นก็จืดชืดไป ถ้าเทียบกับแล้ว รสของกิมยิ้งจะเหมือนไวน์มีเลเยอร์ มีรสชาติหลากหลายและลึกล้ำ" ในขณะที่อภิวัฒน์ สุนันท์ยืนยง ซึ่งเป็นสุดยอดแฟนพันธุ์แท้ของกิมย้ง กล่าวว่าเขาประทับใจเรื่องราวของกิมย้งเพราะเนื้อเรื่องสนุกมาก ตัวละครมีเสน่ห์ มีความลึกและมีพัฒนาการ และมีทั้งมุมที่เป็นแนวคิดสัจนิยม หรือ ปุถุชนธรรมดา อย่างที่สองคือความพิสดารของวิทยายุทธที่แม้จะน่าตื่นเต้น แต่ก็มีหลักการและเหตุผลอยู่ และท้ายที่สุดก็คือมีคนทุกประเภทอยู่ในนิยายของกิมย้ง
ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน ผู้ประกาศข่าวเช้าทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ระบุว่าเรื่องที่เขาประทับใจมากก็คือ มังกรหยก ที่สามารถเอานิยายมาบวกประวัติศาสตร์ โดยที่ประวัติศาสตร์ไม่มีผิดเพี้ยน และตัวของกิมย้งก็มีความรอบรู้ทางประวัติศาสตร์อย่างมาก
เขากล่าวอีกว่าตัวละครหญิงของเขาก็น่าสนใจมาก อย่างเช่น อึ้งย้ง ที่มีความเฉลียวฉลาด และได้รับการส่งเสริมจากพ่อ ซึ่งผู้หญิงในเรื่องของกิมย้งก็มีบทบาทมากอย่างน่าประทับใจ"ผมเชื่อว่าคนในยุคของผม ซึ่งเป็นเจน เอ๊กซ์จะได้ดูหนังมังกรหยก ซึ่งมีการรีไซเคิลทุก ๆ 7-8 ปี จากนั้นก็จะไปต่อยอดอ่านหนังสือ ซึ่งจะทำให้เขาอยู่ในความทรงจำต่อไปอีกนาน"
สอดคล้องกับความเห็นของทั้งกรกิจและอภิวัฒน์ที่เห็นว่าผลงานของกิมย้งจะเป็นอมตะ เนื่องเพราะมีคุณค่าในฐานะนิยายที่สะท้อนถึงความเป็นมนุษย์
ห้องเก็บผลงานของกิมย้ง
"หันกลับไปมองยัง ณ ที่เรายิงเหล่าคฤธร เห็นเพียงเมฆาคลุ้มในอัสดง"
เป็นข้อความที่อยู่ตรงทางเข้าของห้องจินหยง แกลเลอรี่ ของพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมฮ่องกง ( Hong Kong Heritage Museum) ในเขตชาติน จินหยง หรือที่คนไทยคุ้นเคยกว่าว่า "กิมย้ง" ผู้ประพันธ์นิยายกำลังภายในที่ถือเป็นคัมภีร์สำหรับนักอ่านหนังสือกำลังภายในทั้งหลาย
แม้บัดนี้กิมย้งจะจากไป แต่ผลงานของเขายังคงสะท้านฟ้าดินอย่างหาผู้เทียบเทียมได้ยาก ถึงกับมีคำกล่าวว่า "ที่ใดที่พบคนจีน ที่นั่นจะพบวรรณกรรมกิมย้ง"

ที่มาของภาพ, BBC THAI
ด้วยเหตุดังนี้เองพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมฮ่องกง ในเขตชาติน แถบอีสต์ นิวเทอริทอรี่ส์ จึงได้เปิดห้องกิมย้งขึ้นเมื่อเดือน ก.พ. 2560 มีชิ้นงานจัดแสดงมากกว่า 300 ชิ้น นับตั้งแต่ภาพของกิมย้ง วิดีทัศน์ประวัติ รายชื่อผลงาน หนังสือที่เขาเขียน ต้นฉบับลายมือที่มีการแก้ไขข้อความ รวมทั้งวิดีทัศน์ภาพยนตร์ละครโทรทัศน์ที่สร้างขึ้นจากเรื่องของเขาเอง และภาพเขียนของตัวละครต่าง ๆ
เมื่อย่างก้าวเข้าไปในกิมย้ง แกลเลอรี่ ความทรงจำถึงตัวละครอันมีสีสันเจิดจ้าแบบก๊วยเจ๋ง, จิวจี้เยียก, อึ้งย้ง, เอี้ยคัง, เล่งฮู้ชง, เฉียวฟง ฯลฯ ทั้งความรักแรงแค้น สุดยอดวิชาแห่งยุทธภพ วีรกรรม ความโหดเหี้ยม เสียงหัวเราะและหยาดน้ำตาก็พรั่งพรูเข้าสู่ใจ
ธรรมดาดั่งทอง?
อำนวย ภิรมย์อนุกูล หรือ น.นพรัตน์ นักแปลนิยายกำลังภายในจีนอันดับหนึ่งของเมืองไทยแปลชื่อ กิมย้ง ว่า "ธรรมดาดั่งทอง" แต่ก็ตามมาด้วยคำอธิบายว่าเขาเป็นทองที่เหนือธรรมดา นับเป็นกระบี่หนึ่งในวงการวรรณกรรมโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ คำกล่าวที่ว่า "หนึ่งร้อยปีจะมีกิมย้งหนึ่งคน" หาเกินเลยไปแต่อย่างใดไม่
ในห้องกิมย้ง แกลเลอรี่ มีวิดีทัศน์เล่าเรื่องชาติกำเนิด การศึกษาในวัยต้นของเขาไว้ มีภาพห้องที่เขาถือกำเนิด บ้านที่เขาเติบโตและร่ำเรียนหนังสือ กิมย้ง มีชื่อจริงว่า จา เลี้ยง ย้ง เกิดมาในตระกูลขุนนางที่มณฑลเจ้อเจียงของจีน เมื่อปี ค.ศ.1924 ดังนั้นเขาจึงได้รับการศึกษาอย่างดียิ่งมีความรู้ทั้งวรรณกรรมตะวันออกและตะวันตก ในวัยยี่สิบกว่า ๆ เขาเดินทางมาอาศัยอยู่ที่ฮ่องกง หลังจากเป็นนักข่าว นักแปลและอื่น ๆ อยู่พักหนึ่ง ในปี ค.ศ.1955 เขาก็เขียนนิยายกำลังภายในเรื่องแรกลงในหนังสือพิมพ์นิว อิฟเวนนิ่ง โพสต์ ชื่อว่า จอมใจจอมยุทธ หรือ ตำนานอักษรกระบี่ และการตอบรับจากผู้อ่านไม่น้อย แต่มาประสบความสำเร็จอย่างงดงามในเรื่องที่สาม คือ ก๊วยเจ๋งยอดวีรบุรุษ หรือมังกรหยกภาค 1

ที่มาของภาพ, BBC THAI
นิยายกำลังภายในเป็นสาขาหนึ่งของวรรณกรรมจีนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างยิ่ง ข้อมูลที่เขียนทั้งภาษาจีนและอังกฤษในห้องนี้บอกเล่าเรื่องราวของนิยายบู๊เฮียบในแง่มุมของจาเลี้ยงย้ง เขาเห็นว่านิยายกำลังภายในมีรากเหง้ามาจากงานเขียนในปลายสมัยราชวงศ์ถัง และก็สืบเนื่องกันต่อมาเนิ่นนาน ในสมัยจีนเป็นสาธารณรัฐก็มีนักเขียนเด่น ๆ ไม่น้อย ฮ่องกงเริ่มนิยมงานเขียนประเภทนี้ตั้งแต่ 1930 งานสมัยแรก ๆ มักอ้างอิงกับสถานการณ์จริงในประวัติศาสตร์ มีกระบวนท่าการต่อสู้ที่เป็นจริงซึ่งเรียกนิยายแบบนี้ว่าสำนักกวางตุ้ง แต่ต่อมาก็เริ่มใส่จินตนาการเข้ามามากขึ้นเกิดเป็นสำนักแนวคิดใหม่ขึ้นมา
แม้จะเขียนเรื่องไม่มากนัก ตลอดชีวิตการทำงานของเขามีผลงานออกมาเพียง 15 เรื่องเท่านั้น แต่กลับได้รับความนิยมแพร่หลายและแปลเป็นภาษาอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น ไทย อังกฤษ อินโดนีเซีย เกาหลี ญี่ปุ่น ฯ ทำให้เขามีแฟนอยู่ทั่วโลก หน้าปกหนังสือแปลบางส่วนถูกจัดแสดงเอาไว้ด้วย โดยมีหน้าปกหนังสือภาษาไทยสองเล่มคือ แปดเทพอสูรมังกรฟ้า และจิ้งจอกอหังการ
อัจฉริยภาพของเขาทำให้นักวิชาการวรรณคดีต้องหันมาประเมินนิยายกำลังภายในเสียใหม่ เนื่องเพราะก่อนหน้านี้นิยายกำลังภายในถูกมองว่าไม่มีคุณค่าในเชิงวรรณกรรม ให้เพียงแต่ความบันเทิง ความนิยมในผลงานของเขาก่อให้เกิดกระแสการศึกษาวรรณกรรมของกิมย้งขึ้น และในปี 1994 เขาได้รับการเสนอชื่อจากกลุ่มนักวิจารณ์วรรณกรรมของจีนแผ่นดินใหญ่ให้เทียบชั้นกับนักเขียนขั้นมหาเทพของจีนอย่างเช่น หลู่ ชิ่น, เฉินซ่งเหวิน และ ปาจิน
จา เลี้ยง ย้ง หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า หลุยส์ จา ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยฮ่องกงและอื่น ๆ มากมาย ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์เชิดชูเกียรติจากฝรั่งเศส แคนาดา รวมทั้งเป็นอาจารย์รับเชิญในมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่างเช่น อ็อกซ์ฟอร์ด ฯ
มองกิมย้งผ่านสายตา "มังกรเจ้าพระยา"
"งานของกิมย้งเปี่ยมเสน่ห์ด้วยการเขียนอิงประวัติศาสตร์ เขาเอาตัวละครของเขาเข้าไปอยู่ในยุคต่าง ๆ ทำให้ผู้อ่านเชื่อว่าตัวละครมีตัวตนจริง และสร้างวีรกรรมอันน่าตื่นใจ" น.นพรัตน์กล่าว และยกตัวอย่างเช่น ก๊วยเจ๋งนั้นใช้วัยเด็กอยู่กับเตมูจินหรือเจงกีสข่านผู้ก่อตั้งจักรวรรดิมองโกล, ส่วนอุ้ยเสี่ยวป้อก็จับพลัดจับผลูกลายเป็นคนสนิทของจักรพรรดิคังซีแห่งราชวงศ์ชิง
น.นพรัตน์ ซึ่งได้รับสมญาจากแฟน ๆ นักอ่านของเขาว่า มังกรเจ้าพระยา ได้เล่าให้บีบีซีไทยฟังว่า เขามีโอกาสได้พบกิมย้งหนึ่งครั้งที่ฮ่องกง เมื่อทักทายกันเขาก็บอกกิมย้งว่าเขาเป็นผู้แปลผลงานของกิมย้งซึ่งได้รับลิขสิทธิ์ที่ถูกต้องจากประเทศไทย นอกจากนี้เมื่อต้นปี อำนวยก็ยังได้ไปเยี่ยมเยือนห้องกิมย้งอีกด้วย
"ผมประทับใจมาก ที่นั่นมีการเก็บสิ่งของอันมีค่าที่เกี่ยวเนื่องกับกิมย้งเอาไว้อย่างต้นฉบับแก้ไขงานของเขา ผมว่าทำได้น่าทึ่ง คนไทยซึ่งคุ้นเคยกับงานของเขาอยู่แล้วน่าจะได้ไปชม" น.นพรัตน์ กล่าว

ที่มาของภาพ, BBC THAI
นอกจากนี้ผู้อ่านน่าจะชื่นชอบบุคลิกตัวละครซึ่งมีบุคลิกเฉพาะตัวอย่างที่เมื่ออ่านแล้วต้องหลงรัก และยากที่จะลืมเลือน โดยเฉพาะตัวละครเอกหญิง ไม่ว่าจะเป็น เซียวเหล่งนึ่ง ผู้เงียบขรึมเย็นชาจากสุสานโบราณ เตี๋ยเมี่ยง เจ้าหญิงมองโกลที่เจ้าเล่ห์แสนกล หรือแม้แต่ลีมกโช้ว ศิษย์ร่วมสำนักเซียวเหล่งนึ่ง ผู้มีแต่ความเคียดแค้นชิงชัง
ตัวละครที่ น.นพรัตน์ชอบมากที่สุดก็คือ เล่งฮู้ชง จากกระบี่เย้ยยุทธจักร และเขาก็ชอบนวนิยายเรื่องนี้เป็นพิเศษด้วยเช่นกัน "เล่งฮู้ชงนั้นแม้จะเฮฮา สนุกสนานแต่ก็เป็นคนที่ใฝ่หาความสงบอันแท้จริง ละซึ่งความแก่งแย่งชิงดีในยุทธจักร ซึ่งคิดว่าคล้าย ๆ กับตัวผม" น.นพรัตน์ กล่าว
ส่วนเรื่องที่เขาเห็นว่าเขียนยากมากและแสดงฝีมือของกิมย้งมากที่สุดก็คือ แปดเทพอสูรมังกรฟ้า "มีตัวละครเอกบุคลิกแตกต่างกันมากคือ ต้วนอวี้ เจ้าสำราญ เซียวฮง ที่เป็นเชิงโศกนาฏกรรม และหลวงจีนฮือเต๊กที่มีปูมหลังและชะตากรรมซับซ้อน" กิมย้งสามารถเขียนเรื่องได้แนบเนียน "ประหนึ่งภูษาฟ้าไร้ตะเข็บ"
กิมย้งผลิตผลงานทั้ง 15 เรื่องในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1955 -1972 จากนั้นก็หยุดเขียน หันมาใช้เวลาปรับปรุงเรื่องของเขาใหม่โดยรับฟังความเห็นจากแฟน ๆ หนังสือที่ส่งเข้ามา รวมทั้งแก้ไขข้อผิดพลาด ตัดบางส่วนออกไปเพื่อให้มีความทันสมัยมากขึ้น ทว่า น.นพรัตน์บอกว่า ชอบผลงานดั้งเดิมของทุกเรื่องมากกว่า "เพราะมันมีพลัง มีความสดใหม่มากกว่างานที่เกลาแล้ว"
ยุคทองของนิยายกำลังภายในในไทย
เมื่อกิมย้งเลิกเขียน โกวเล้งเสียชีวิต ผลงานนิยายกำลังภายในที่ออกมาหลังจากนั้นก็ไม่โดดเด่นเพียงพอ ทำให้ น.นพรัตน์ ก็รู้สึกว่างานตีบตัน แต่ก็ได้รับคำแนะนำให้ลองหันมาดูงานของหวงอี้ ซึ่งกำลังเป็นดาวเด่นดวงใหม่ของวงการนิยายบู๊เฮียบ เขาจึงได้นำเอาเรื่องเจาะเวลาหาจิ๋นซีมาแปล และก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก จากนั้นก็ตามมาด้วยเรื่องอื่น ๆ ทำให้วงการหนังสือกำลังภายในไทยคึกคักขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
สิทธิเดช แสนสมบูรณสุข บรรณาธิการบริหาร สำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊คส์ เจ้าของลิขสิทธิ์นิยายของกิมย้งและหวงอี้กล่าวว่าตอนนี้นิยายกำลังภายในเปลี่ยนรูปแบบไปมาก "แบบที่พระเอกตกหน้าผา แล้วฝึกฝีมือจากสุดยอดคัมภีร์มาแก้แค้นไม่มีอีกต่อไป"

ที่มาของภาพ, BBC THAI
เนื้อหาในปัจจุบันมักมีแกนเป็นเรื่องสืบสวนสอบสวน ความรัก หรืออาจจะเป็นหมวดที่เรียกว่า "ยุทธนิยาย" คือ ว่าด้วยการรบ การวางแผนรบเป็นหลัก มีท่วงท่าการต่อสู้เข้ามาเสริมเท่านั้นเอง หรือมีการต่อสู้ที่มีอิทธิปาฏิหาริย์เพิ่มขึ้นกว่ากำลังภายในแบบเดิม นอกจากนี้ก็มีนิยายกำลังภายในจากเกาหลีใต้ก็เข้ามาเสริมตลาดให้คึกคักมากขึ้น เพราะผู้อ่านมีทางเลือกหลากหลายกว่าเดิม
สิทธิเดชยังกล่าวอีกด้วยว่านักเขียนรุ่นใหม่ ๆ ของจีนก็มักจะเริ่มการเขียนออนไลน์ เมื่อดังแล้วค่อยรวมเล่ม ซึ่งในไทยก็มีการแปลนิยายเหล่านั้นในรูปแบบออนไลน์ก่อนมีการรวมเล่มด้วยเช่นกัน สยามอินเตอร์บุ๊คส์พยายามสรรหางานของนักแปลกำลังภายในรุ่นใหม่ ๆ มานำเสนอผู้อ่าน ในขณะที่มีน.นพรัตน์เป็นกำลังหลัก
บีบีซีไทยถาม น.นพรัตน์ ที่อยู่ในวัย 67 แล้วว่ามีแผนจะล้างมือในอ่างทองคำเฉกเช่นกิมย้งหรือไม่ มังกรเจ้าพระยาหัวเราะเบา ๆ แล้วตอบว่า "คิดอยู่ แต่ว่าตอนนี้ซื้อลิขสิทธิ์หนังสือไว้พอสำหรับการแปลไปอีกสองปี ดังนั้นก็จึงต้องทำงานก่อน ถึงตอนนั้นแล้วค่อยว่ากันอีกที"









