19 กันยา 2549: 11 ปี “ทหารแตงโม” “ตำรวจมะเขือเทศ” ยังไม่หมดไทย

ตร.ห้ามสื่อเข้าพื้นที่วันที่ 20 พ.ค. 53 หลังเหตุกระชับพื้นที่

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

คำว่า "ตำรวจมะเขือเทศ" มาให้ได้ยินอีกครั้ง หลังฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาลทหารไทยพยายามอธิบายว่า การหายตัวไปของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เกี่ยวพันกับตำรวจที่ยังภักดีกับเครือข่ายของตระกูลชินวัตร ท่ามกลางข้อสงสัยของนักวิจารณ์ว่า คสช ปล่อย "ปู" ไปได้อย่างไร

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ถึงกับอุทานว่า "โอ้" หลังถูกสื่อมวลชนตั้งคำถามว่ายังมี "ตำรวจมะเขือเทศอยู่" อีกหรือ จากกรณีพบ 3 นายตำรวจเกี่ยวข้องกับการพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลบหนีออกนอกประเทศทางด่านใน จ.สระแก้ว

หนึ่งในนี้เป็นนายตำรวจระดับ "รองผู้บังคับการ" ที่ให้การรับสารภาพว่าได้รับตัวอดีตนายกฯ พร้อมเลขานุการอีก 1 คนไปส่งต่อจริง

"เขาได้รับคำสั่งมาอีกที และเขาเปิดเผยชื่อคนสั่งมาแล้ว เป็นคนอยู่ในประเทศ" พล.อ.ประวิตรระบุ

สื่อมวลชนหลายสำนักจึงพร้อมใจพาดหัวข่าวเรื่อง "ตำรวจมะเขือเทศ" บีบีซีไทยพาย้อนดูที่มาไปของตำรวจมะเขือเทศ

คำว่า "ตำรวจมะเขือเทศ" เป็นปรากฏการณ์ต่อเนื่องจาก "ทหารแตงโม" ที่ตัวแต่งเครื่องแบบสีเขียว แต่หัวใจเป็น "สีแดง"

คำนี้ถูกพูดถึงครั้งแรกๆ ระหว่างการชุมนุมของมวลชนที่เรียกตัวเองว่าแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. 2553 เพื่อขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

คำบรรยายภาพ, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ (คนกลาง) ขึ้นเวทีประกาศให้ผู้ชุมนุมอยู่ในที่ตั้ง ไม่กี่นาทีก่อนทหารเปิดปฏิบัติการกระชับพื้นที่เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2553

ในการขึ้นเวทีปราศรัย-ปลุกใจมวลชน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. มักมีแผนปฏิบัติการของฝ่ายความมั่นคงมาเล่าให้ผู้ชุมนุมฟังเสมอ โดยอ้างว่า "ได้รับรายงานจากทหารแตงโมว่า..."

ถือเป็นปฏิบัติการจิตวิทยาเพื่อเสี้ยมให้คนในกองทัพภายใต้การนำของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. (ขณะนั้น) หวาดระแวงกันเอง

ทว่าหลายครั้ง "การข่าว" ที่หลุดถึงมือแกนนำ นปช. ก็เป็น "ข้อมูลลับ" ในวงประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ซึ่งต่อมายกระดับ-เปลี่ยนชื่อเป็นศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) จริง ทั้งที่บิ๊กการเมือง-ขุนทหารตั้งวอร์รูมปิดอยู่ภายในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) จนมีการตั้งคณะกรรมการสอบบุคคลต้องสงสัยว่าเป็น "นายทหารแตงโม" ที่ต้องสงสัยว่าเป็น "ไส้ศึก" คอยส่งข่าวให้ นปช.ไปหลายนาย

"ทหารแตงโม" สะท้อนภาพ "นายสั่งไม่ได้"

วีรกรรมของเหล่า "ทหารแตงโม" ยังเกิดขึ้นต่อเนื่องถึงยุคที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น ผบ.ทบ. สะท้อนภาพ "นายสั่งไม่ได้" เมื่อพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง 3 ก.ค. 2554 ทั้งที่ก่อนหน้านั้น พล.อ.ประยุทธ์ลงทุนบันทึกเทปรายการสัมภาษณ์พิเศษชี้แจงบทบาทของกองทัพต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 และช่อง 7

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

"หากท่านปล่อยให้การเลือกตั้งเป็นเหมือนเดิมๆ เราก็ได้อะไรแบบเดิมๆ ตลอด อยากฝากให้ทุกคนเลือกตั้งใช้สติ มีเหตุผล รู้จักคิดว่าทำอย่างไรบ้านเมือง สถาบันจึงจะปลอดภัย ทำอย่างไรคนดีจึงจะได้มาบริหารชาติบ้านเมือง" พล.อ.ประยุทธ์ประกาศจุดยืน

นอกจากนี้ยังเดินสายพบปะกำลังพลหน่วยต่างๆ แม้ไม่ได้พูดตรงๆ ให้ไปลงคะแนนเลือกพรรคใด แต่สัญญาณที่ส่งออกไปก็ตีความได้ไม่ยาก อย่างไรก็ตามผลที่ออกมากลับเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม แม้แต่ในเขตดุสิตและราชเทวี ซึ่งรู้กันดีว่าเป็น "เขตอิทธิพลทหาร" น.ส.จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี จากพรรคประชาธิปัตย์ ก็ยัง "แพ้คาบ้าน" ให้ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย

มติชนสุดสัปดาห์ฉบับ8 ก.ค. 2554 วิเคราะห์ไว้ว่าชัยชนะของพรรคเพื่อไทย ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ "เสียความมั่นใจในตัวเองไปมากโข"

"ตำรวจมะเขือเทศ" รุ่งยุคยิ่งลักษณ์ ตกอับยุคประยุทธ์

ในช่วงปลายรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ยังเริ่มปรากฏภาพ "นายตำรวจมะเขือเทศ" คู่ขนานกับ "นายทหารแตงโม" จน พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ขณะนั้น) ต้องออกมาปฏิเสธว่า "ตำรวจมีสีเดียวคือสีกากี รู้ดีว่าหน้าที่คืออะไร เป็นตำรวจอาชีพ รักใคร ชอบใครอยู่ที่ใจ ภารกิจคือการรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์และประชาชน"

ตำรวจปราบจราจลอารักขาความปลอดภัยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2556 ท่ามกลางการชุมนุมของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า กปปส.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ตำรวจปราบจราจลอารักขาความปลอดภัยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2556 ท่ามกลางการชุมนุมของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า กปปส.

แต่มาเฟื่องฟูถึงขีดสุดในยุคที่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ พี่ชายคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร ภริยานายทักษิณ ขึ้นเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ปี 2555

ถึงขั้นนายตำรวจระดับ "ผู้บังคับการ" อย่าง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้เปิดตัว-เปิดภาพถ่ายขณะนายทักษิณประดับยศ พล.ต.ท. ให้โชว์สื่อมวลชน พร้อมข้อความ "มีวันนี้เพราะพี่ให้"

จึงไม่แปลกหากบรรดานักวิเคราะห์การเมืองจะชี้ว่า "สีกีกา" คือขุมข่ายค้ำยันอำนาจให้รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะตำรวจเองก็มีหน่วย "บู๊" ไม่ว่าจะเป็น ตำรวจตระเวนชายแดน, หน่วยอรินทราช, ตำรวจ 191 ฯลฯ

แต่เมื่อรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกโค่นล้มด้วยรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 สิ่งแรกๆ ที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำคือการเปลี่ยนตัว "ผู้นำสีกากี" ทั้งที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. (ขณะนั้น) คือหนึ่งในคณะผู้ร่วมก่อการรัฐประหาร โดยให้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองผบ.ตร. มารักษาราชการแทน ผบ.ตร.

ภารกิจเปิดตัวรักษาการ ผบ.ตร.คนนี้ คือการเซ็นคำสั่งย้าย 8 นายตำรวจระดับ "ผู้บัญชาการ" ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (24 พ.ค.2557) แน่นอนว่ามี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เป็นชื่อแรก จนสื่อหลายสำนักไปพาดหัวข่าวว่าเป็นปฏิบัติการ "เด็ดปีก-ล้างบางตำรวจมะเขือเทศ" เพื่อความมั่นคงของโครงสร้างอำนาจใหม่

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำ ครม.เข้าขอพร พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ทุกเทศกาลทั้งปีใหม่และสงกรานต์

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำ ครม.เข้าขอพร พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ทุกเทศกาลทั้งปีใหม่และสงกรานต์

ตลอด 3 ปี 4 เดือนภายใต้การบริหารของรัฐบาล คสช. แม้ทหารแตงโม-ตำรวจมะเขือเทศจะสงบนิ่งในที่ตั้ง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าหัวใจแดงของพวกเขาหายไป แม้กระทั่ง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ก็ไม่ปฏิเสธสิ่งนี้

"ไม่อยากให้มีคำว่าทหารแตงโม ตำรวจมะเขือเทศ เพราะเรามีแต่เหล่าทหารม้า..." พล.อ.เปรมกล่าวระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์นำ ครม.เข้าอวยพรปีใหม่ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2558

พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (น.ส.ยิ่งลักษณ์) กล่าวกับบีบีซีไทยว่าไม่แปลกใจกับปรากฏการณ์ "ตำรวจมะเขือเทศ" และความเป็นแดงไม่เคยหายไปไหน เนื่องจากนายทักษิณเป็นอดีตนายตำรวจ และอดีตนายกฯ ที่มีบารมีมาก

"มันต้องมีลูกน้องที่ยังจงรักภักดี คนที่ยอมตายแทนท่านได้.. อย่างตัวผม ถ้าท่านบอกมาคำเดียวว่าให้ผมช่วยน้องท่าน ผมก็ต้องช่วย แต่เสียดายที่ท่านไม่ได้เลือกใช้ผม" พล.อ.พัลลภระบุ

พล.อ.พัลลภชี้ว่าเหตุที่ 3 นายตำรวจถูกคุมตัวไปสอบปากคำเพราะ "ทิ้งหลักฐานมากเกินไป จนคลำตัวได้"

เขาพูดในฐานะผู้มีประสบการณ์ตรงในการ "หนี" จากการเคลื่อนกำลัง-รถถังไปยึดอำนาจรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ แต่ไม่สำเร็จ จนตกที่นั่ง "กบฏเมษาฮาวาย" ปี 2524 ในครั้งนั้นมีแค่เขากับเจ้าหน้าที่ยูเอ็นร่วมเดินทาง

พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย นายตำรวจติดตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย นายตำรวจติดตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูก รองผบ.ตร. เรียกไปให้ข้อมูลเมื่อวันที่ 28 ส.ค. หลังอดีตนายกฯ หายตัวปริศนา

ส่วนทฤษฎี "สมรู้ร่วมคิด" หรือ "ล้วงคองูเห่า" ที่บรรดานักวิเคราะห์การเมืองตั้งธงวิเคราะห์ไว้ 2 แนวทาง พล.อ.พัลลภไม่เชื่อว่าว่าจะเป็นตามแนวทางแรก แต่คิดว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ "ลับ ลวง พราง" เก่ง

"อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ไปขึ้นศาลทุกนัด บอกจะสู้ๆ ทำให้เจ้าหน้าที่ตายใจ ไม่มีใครคิดไปติดตามท่านมาก สรุปงานนี้ ผมคิดว่า คสช. ประมาท" เขากล่าวทิ้งท้าย