วันผู้ลี้ภัยโลก : ผู้อพยพ ผู้ลี้ภัย ผู้แสวงหาที่ลี้ภัย ต่างกันอย่างไร

ที่มาของภาพ, Getty Images
ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา การเคลื่อนย้ายของประชากรทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตามข้อมูลจากองค์การสหประชาชาติ ในปี 2020 ประชากรมากถึง 281 ล้านคน อาศัยอยู่นอกประเทศบ้านเกิดของตนเอง สูงขึ้นจากจำนวน 173 ล้านคน ในปี 2000
ตัวเลขดังกล่าวคิดเป็น 3.6% ของประชากรทั้งโลก
แต่คำที่ใช้เรียกผู้คนที่ย้ายจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่งอาจทำให้เกิดความสับสนได้
คุณคงเคยได้ยินคำเหล่านี้มาบ้าง อาทิ ผู้อพยพ (migrants) ผู้ลี้ภัย (refugees) ผู้แสวงหาที่ลี้ภัย (asylum seekers) หรือผู้ย้ายถิ่น (immigrants)
วิธีใดคือหนทางที่ถูกต้องในการให้คำจัดการความคนเหล่านี้
รศ.ดร.ชาร์ล็อต เทเลอร์ จากศูนย์การอพยพ มหาวิทยาลัยซัสเซกซ์ เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับภาษาที่สื่อมวลชนใช้ในการอธิบายผู้เดินทางข้ามพรมแดนเหล่านี้ ซึ่งเรามักได้ยินบ่อยครั้ง

ที่มาของภาพ, Getty Images
ผู้อพยพ - migrant
นี่อาจเป็นคำที่คุณได้ยินบ่อยที่สุด
ผู้อพยพคือบุคคลซึ่งย้ายจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งเพื่อหางานหรือแสวงหาสภาพความเป็นอยู่และการใช้ชีวิตที่ดีขึ้น เช่น หากคุณอาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักรแล้วตัดสินใจบินไปอยู่สเปนเป็นเวลาสองสามเดือนในช่วงฤดูร้อนนี้ คุณอาจจัดอยู่ในกลุ่มผู้อพยพได้
เทเลอร์ อธิบายว่าคำว่าผู้อพยพ ณ เวลานี้ เป็นคำที่ไม่ได้ก่อให้เกิดข้อถกเถียงมากมายนัก "ทว่ามันก็ไม่ได้หมายความว่านี่จะเป็นคำที่ใช้แล้วไม่มีปัญหาตลอดไป คำเหล่านี้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา"
สิ่งที่อาจสุ่มเสี่ยงขึ้นมาหน่อยคือกลุ่มผู้อพยพด้วยเหตุผลทางการเมือง ซึ้งอาจเป็นบุคคลที่ย้ายเพื่อหนีจากระบอบการปกครองหนึ่ง ๆ อย่างกลุ่มตาลีบันในอัฟกานิสถาน
อย่างไรก็ดี ชาร์ล็อตกลับมีความกังวลใจกับคำศัพท์แวดล้อมที่มักพบว่ามีการใช้ร่วมกับคำว่าผู้อพยพ เช่นคำว่า "คลื่น กระแส ไหลบ่า"
เธออธิบายว่าการใช้คำกริยาเหล่านี้หมายความว่าผู้คนในประเทศที่ผู้อพยพเหล่านี้เดินทางมาถึงมองพวกเขาเป็น "สินค้า ไม่ใช่คน"
ผู้ย้ายถิ่น - immigrant

ที่มาของภาพ, Getty Images
นี่คือกรณีที่บุคคลเดินทางเพื่อมาใช้ชีวิตถาวรในต่างประเทศ ไม่จำเป็นว่าพวกเขาจะต้องถูกบีบบังคับหรือผลักไสออกจากประเทศบ้านเกิดของตัวเอง อาจเป็นทางเลือกที่พวกเขาเลือกเอง
มีบางสิ่งที่แตกต่างอย่างมากสำหรับผู้ย้ายถิ่นแบบถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย ไม่ว่าเหตุผลคืออะไรก็ตาม
นั่นก็คือคนหนึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศเพราะมีเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมาย อีกคนหนึ่งไม่มี
เทเลอร์ ชี้ว่าสื่อมักนำเสนอแต่เรื่องของการย้ายถิ่นเข้าประเทศ (immigrantion) แต่ไม่พูดถึงการย้ายถิ่นออกนอกประเทศ (emigration)
"สองสิ่งนี้ถูกพูดถึงแบบแยกกัน ผู้คนจึงไม่ตระหนักถึงความคล้ายคลึงของทั้งสองกระบวนการ"
ผู้ลี้ภัย - refugee

ที่มาของภาพ, Getty Images
ผู้ลี้ภัยคือบุคคลที่ถูกกดดันให้ออกจากประเทศของตนเองเพื่อหลบหนีจากสงคราม การกดขี่ และภัยธรรมชาติ
"มันเป็นสถานะที่แตกต่างกันอย่างมาก" ชาร์ล็อต ย้ำ
"และเมื่อคุณยอมรับบุคคลว่าเป็นผู้ลี้ภัยแล้ว นั่นหมายความว่าคุณยอมรับว่าพวกเขาได้รับสิทธิบางประเภท"
"พวกเขาถูกกดดันจากสถานการณ์ที่นอกเหนือการควบคุมของตัวเอง"
ผู้แสวงหาที่ลี้ภัย - asylum seeker

ที่มาของภาพ, Getty Images
นี่คือกลุ่มคนที่อาจเป็นส่วนผสมของกลุ่มคนที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้น อย่างไรก็ดี พวกเขากำลังแสวงหาการปกป้องในระดับระหว่างประเทศจากประเทศอื่น
นี่รวมถึงกลุ่มคนที่เสี่ยงชีวิตเพื่อพยายามเดินทางไปยังจุดหมายที่ตนต้องการทั้งทางพื้นดินและการข้ามน้ำข้ามทะเล
ผู้แสวงหาที่ลี้ภัยเป็นคำศัพท์ที่ชาร์ล็อตสบายใจที่จะใช้พูดถึงสถานการณ์นี้
"หากใครก็ตามตกอยู่ในสถานะผู้แสวงหาที่ลี้ภัย พวกเขากำลังแสวงหาที่เพื่อลี้ภัย"
ทั้งนี้ สื่อมวลชนและฝั่งการเมืองในหลายประเทศตั้งคำถามถึงความชอบธรรมของผู้แสวงหาที่ลี้ภัยบางคน
"ฉันประหลาดใจที่ได้เห็นการแบ่งแยกระหว่างผู้แสวงหาที่ลี้ภัยแท้จริงและไม่แท้จริง มัน (สถานะผู้ลี้ภัย) อาจถูกปฏิเสธได้ แต่ (ในส่วน) ของการแสวงหานั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง"









