ทางการปราบปราม RTHK สถานีโทรทัศน์สาธารณะเพียงแห่งเดียวของฮ่องกงอย่างไร

ที่มาของภาพ, BBC / Davies Surya
- Author, เกรซ ชอย
- Role, บีบีซี นิวส์ ฮ่องกง
ขณะที่การปราบปรามผู้แข็งข้อดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในฮ่องกงซึ่งทำให้ผู้ประท้วงและนักการเมืองฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยหลายคนถูกควบคุมตัวและคุมขัง ขณะนี้กำลังมีความกังวลใหม่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเสรีภาพในการทำหน้าที่ของสถานีโทรทัศน์สาธารณะเพียงแห่งเดียวของฮ่องกง และเสรีภาพสื่อโดยรวม
สถานีวิทยุโทรทัศน์ฮ่องกง (Radio Television Hong Kong--RTHK) ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์ ก่อตั้งขึ้นในปี 1928 ขณะที่ฮ่องกงยังอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ RTHK ได้รับการรับรองเสรีภาพในกองบรรณาธิการตามธรรมนูญของฮ่องกง และมักจะถูกเรียกว่าเป็น "บีบีซี เวอร์ชั่นฮ่องกง"
แต่สิ่งต่าง ๆ ได้เปลี่ยนแปลงไปในช่วงเวลาอันสั้น
รายการข่าวถูกดึงออกจากผังในนาทีสุดท้าย เจ้าหน้าที่อาวุโสพากันลาออกติด ๆ กันในเวลาไม่นาน และนักข่าวที่กลายเป็นที่รู้จักจากการซักถามนางแคร์รี แลม ผู้นำฮ่องกง ถูกไล่ออก
นางแลม เองได้เวลาในการออกอากาศ 4 ครั้งต่อวันในการส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่จีนบังคับใช้ ซึ่งจะลดจำนวนสมาชิกสภานิติบัญญัติที่ได้รับเลือกตั้งโดยตรงลง
หัวหน้าสถานีซึ่งคร่ำหวอดในวงการสื่อสารมวลชนได้ถูก "ปลด" 6 เดือน ก่อนหน้าที่สัญญาของเขาจะหมดลง และนายแพทริก หลี่ นักวิชาการที่ไม่มีประสบการณ์ด้านสื่อเลยได้ขึ้นมาทำหน้าที่แทน
ผู้สนับสนุน RTHK และบริการสาธารณะอย่างเป็นอิสระของทางสถานีรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก

ที่มาของภาพ, Getty Images
"โลกกลับตาลปัตรไปหมด" ผู้สื่อข่าว RTHK คนหนึ่ง ซึ่งไม่ต้องการเปิดเผยตัวเพราะกลัวว่าจะถูกเล่นงาน กล่าวกับบีบีซี เธอระบุด้วยว่า ห้องข่าว "เคยเปิดกว้างและมีเสรีภาพ"
เธอบอกว่า ไม่มีความโปร่งใสในการตัดสินใจด้านบรรณาธิการ เจ้าหน้าที่แนวหน้าแทบไม่รู้ถึงสาเหตุที่บางรายการถูกถอดออกจากผังเลย หรือทำไมการผลิตบางอย่างต้องยุติลง
"เมื่อมีการตัดสินใจทางบรรณาธิการ จำเป็นต้องมีการอภิปรายกันอย่างมาก ไม่ควรจะเป็นคำสั่งจากเบื้องบน" เธอกล่าว "ตอนนี้ ทุกอย่างตัดสินใจโดย [นายหลี่] การตัดสินใจของเขาถูกต้องที่สุดและไม่สามารถโต้แย้งได้เลยเหรอ"
แต่สมาชิกสภานิติบัญญัติและผู้ที่สนับสนุนจีน ได้แสดงความยินดีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงล่าสุดขึ้น โดยระบุว่า การรายงานข่าวของ RTHK ลำเอียงมาโดยตลอดและไม่ควรให้เสรีภาพในทางบรรณาธิการอย่างเด็ดขาดแก่ทางสถานี
ผู้สังเกตการณ์ระบุว่า หัวใจของปัญหานี้คือ การที่ RTHK เป็นสถานีโทรทัศน์สาธารณะแต่ก็ยังเป็นหน่วยงานของรัฐบาลด้วย รัฐบาลควบคุมการให้งบประมาณ และมีอำนาจในการแต่งตั้งผู้บริหารอาวุโสได้
ดร.ชอง ชอร์-ยุง ซึ่งสอนด้านการเมืองที่มหาวิทยาลัยซิตี้ ฮ่องกง (City University of Hong Kong) กล่าวว่า ธรรมนูญที่รับรองเสรีภาพของกองบรรณาธิการของ RTHK ให้ความคุ้มครอง "ไม่แน่นหนา" และระบุว่า การที่ RTHK สามารถรักษาเสรีภาพนี้ไว้ได้มาเป็นเวลานานนั้น เป็นเพราะทางการเองที่ยั้งมือไม่เข้ามาก้าวก่ายเอง
การเป็นเช่นนั้นดูเหมือนจะยุติลงแล้ว
ข้อพิพาทหลายอย่าง
ในปี 2001 หรือ 4 ปี หลังจากที่ฮ่องกงกลับคืนสู่การปกครองของจีน นายต่ง เจี้ยนหัว ผู้นำในสมัยนั้นได้โจมตีรายกายร "เฮดไลเนอร์" (Headliner) ว่า "ต่ำช้า" รายการนี้เป็นรายการเสียดสีการเมืองทางโทรทัศน์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เริ่มออกอากาศในปี 1989
ในขณะนั้น การวิพากษ์วิจารณ์ในลักษณะนี้ยังยอมรับให้มีการออกอากาศได้

ที่มาของภาพ, Getty Images
แต่เมื่อไม่นานนี้ โดยเฉพาะตั้งแต่การประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยครั้งใหญ่ในฮ่องกงในปี 2019 ก็ได้เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงขึ้น
กลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาลจีนในฮ่องกงได้กระตุ้นเรื่องนี้ โดยระบุว่าการรายงานข่าวประท้วง "เป็นการยั่วยุให้เกิดความเกลียดชังประเทศ รัฐบาลฮ่องกง และตำรวจ" ทำให้มีการตรวจสอบ RTHK ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายการที่ออกอากาศและผู้สื่อข่าวของทางสถานี
ในบรรดาผู้ที่ได้รับผลกระทบรวมถึง เบา ชอย ซึ่งเป็นผู้ผลิตอิสระให้กับรายการสารคดีที่โด่งดังของ RTHK เรื่อง "ฮ่องกง คอนเน็กชั่น" (Hong Kong Connection อาจแปลเป็นไทยได้ว่า เส้นสายฮ่องกง)
เมื่อไม่นานนี้ มีการระบุว่าเธอได้กระทำผิดและสั่งปรับเธออย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จากการที่เธอค้นหาทะเบียนรถยนต์อย่างผิดกฎหมายเพื่อใช้ในรายการของเธอ เรื่องนี้เป็นการตรวจสอบการเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องของตำรวจในม็อบที่ก่อเหตุทำร้ายคนทำให้ผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยและผู้ผ่านไปมาบาดเจ็บหลายสิบคนที่สถานีรถไฟแห่งหนึ่งเมื่อ 21 ก.ค. 2019
น.ส.ชอยได้ช่วยระบุตัวคนที่เกี่ยวข้องกับม็อบรุนแรงดังกล่าว และเธอก็ไม่ได้รับการต่อสัญญา
ข้อพิพาทอีกเรื่องหนึ่งเป็นกรณีของ อีวอน ทอง พิธีกรโทรทัศน์ ซึ่งลาออกเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา
เธอเป็นผู้ที่ทำให้บรูซ เอย์ลวอร์ด ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อน จากการซักถามกรณีการเป็นสมาชิกองค์การอนามัยโลกของไต้หวันเมื่อเดือน มี.ค. 2020 รัฐบาลระบุว่า รายการดังกล่าวได้ละเมิดหลักการ "จีนเดียว" (One China) โดยจีนเห็นว่าเกาะไต้หวันซึ่งปกครองตนเองเป็นส่วนหนึ่งของจีน
รายการเฮดไลเนอร์ถูกระงับการออกอากาศอย่างไม่มีกำหนด หลังจากตอนที่ออกอากาศเมื่อเดือน ก.พ. 2020 ซึ่งหนึ่งในพิธีกรของรายการแต่งตัวด้วยเครื่องแบบตำรวจและกระโดดออกมาจากถังขยะ และล้อเลียนตำรวจที่มีชุดอุปกรณ์ป้องกันมากกว่าเจ้าหน้าที่รัฐบาลที่รับมือกับการระบาดของโควิดเสียอีก กรณีนี้ทำให้มีผู้ร้องเรียนมากกว่า 3,000 ครั้ง และทำให้ทางสถานีต้องขอโทษตำรวจ
ยิ่งไปกว่านั้น ในเดือน ก.พ. หลังจากที่จีนแผ่นดินใหญ่ห้ามออกอากาศบีบีซี สถานีโทรทัศน์ RTHK ประกาศว่า จะระงับการส่งสัญญาณวิทยุของบีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส (BBC World Service) ที่เคยออกอากาศเป็นประจำทุกวันก่อนหน้านั้น
ทางสถานียังถอดรายการภาษาจีนกวางตุ้งรายสัปดาห์ของบีบีซีภาคภาษาจีนออกจากผังรายการด้วย
ผู้บริหารใหม่
RTHK ยืนยันว่า ในช่วงที่นายหลี่เข้ามาบริหารงาน มีการยุติการออกอากาศรายการต่าง ๆ จำนวน 3 ตอน
แต่เจ้าหน้าที่ระบุว่า มีรายการอื่น ๆ อีกหลายตอนที่ถูกระงับออกอากาศ รวมถึงตอนหนึ่งของรายการ "ฮ่องกง คอนเน็กชั่น" ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงระบบเลือกตั้งที่มีการสัมภาษณ์คนที่สนับสนุนประชาธิปไตยและสนับสนุนรัฐบาลจีน
หลังจากที่นายหลี่เข้ามากุมบังเหียน RTHK เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ได้ไม่นาน ทางสถานีได้มีการใช้ "กลไกการบริหารบรรณาธิการใหม่" ซึ่งนายหลี่เป็นหัวหน้าคณะกรรมการบรรณาธิการ ที่จะเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายในทุกเรื่องที่เกี่ยวกับรายการข่าว "ที่เป็นที่ถกเถียง"
ต่างจากผู้บริหารคนก่อนหน้านี้ นายหลี่ไม่ยอมรับคำเชิญของสหภาพพนักงานรายการ (Programme Staff Union) ของ RTHK ที่ต้องการให้เขาร่วมประชุมกับพนักงานทั่วไป
RTHK ระบุในแถลงการณ์ที่ให้กับทางบีบีซีว่า ฝ่ายบริหารรู้สึกว่า "เป็นการไม่เหมาะสมที่จะหารือประเด็นเรื่องบรรณาธิการ" ในการประชุมเช่นนั้น และการตัดสินในด้านบรรณาธิการได้รับการสื่อสารแก่พนักงานแล้ว "ผ่านวิธีการต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับสายบังคับบัญชา"
นอกจากนี้ยังเน้นย้ำว่า การปฏิรูปของนายหลี่จะทำให้มั่นใจว่ารายการของทางสถานี "ไม่เข้าข้างฝ่ายใด ไม่มีอคติ และถูกต้องแม่นยำ"
ยูนิซ ยุง สมาชิกสภานิติบัญญัติที่สนับสนุนรัฐบาลจีน ซึ่งก่อนหน้านี้วิพากษ์วิจารณ์ RTHK ว่า มีอคติ กล่าวว่า การปฏิรูปจะทำให้เกิด "ความไม่เข้าข้างฝ่ายใด" ขึ้น
"ตอนนี้มีผู้อำนวยการสถานีคนใหม่ เขามีทัศนะหรือวิธีการที่หนักแน่นมากขึ้นในการทำให้เกิดความเป็นกลางตามธรรมนูญ สุดท้ายแล้ว เขาคือบรรณาธิการสูงสุด เขามีอำนาจในการตัดสินใจสูงสุดและควรจะเคารพเรื่องนี้" เธอกล่าว
"ฉันหวังว่าจะเห็น RTHK โฉมใหม่อย่างสิ้นเชิง" เธอกล่าวเพิ่มเติม โดยเน้นย้ำว่า RTHK คือ "สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาล และอยู่ภายใต้โครงสร้างของรัฐบาล"

ที่มาของภาพ, Getty Images
อัลเลน อู นักวิจารณ์สื่อ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม "ฝ่ายการเมืองไม่เข้าใจความหมายของสถานีโทรทัศน์สาธารณะ"
"หลายคนคิดว่า RTHK ไม่ควรวิจารณ์ผู้ที่มอบงบประมาณให้...แต่สถานีโทรทัศน์สาธารณะไม่ได้รับใช้รัฐบาล แต่รับใช้ประชาชน"
นักวิเคราะห์หลายคน ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับ RTHK เป็นอีกสัญญาณหนึ่งว่า เสรีภาพของฮ่องกงกำลังหดตัวลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่จีนเข้ามามีอำนาจในฮ่องกงมากขึ้น
"ปี 2019 เป็นจุดเปลี่ยน และ [การปราบปราม] ไม่ได้พุ่งเป้าเฉพาะ RTHK" ดร.ชอง กล่าว
"มันพุ่งเป้าไปที่ฮ่องกงโดยรวม"












