กม. ความมั่นคงฮ่องกง ส่งผลกระทบต่อเสรีภาพทางวิชาการในมหาวิทยาลัยทั่วโลกอย่างไร

ที่มาของภาพ, Reuters
กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติที่จีนแผนดินใหญ่ผ่านออกมาบังคับใช้ในฮ่องกงเมื่อเร็ว ๆ นี้ ไม่เพียงส่งผลต่อเสรีภาพในการแสดงออกในเขตปกครองพิเศษแห่งนี้เท่านั้น แต่มีผลต่อทุกคนทั่วโลก
ใครก็ตามที่ฝ่าฝืนกฎหมายนี้อาจถูกดำเนินคดีหากเดินทางไปฮ่องกง
มหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ซึ่งเป็นผู้พิทักษ์เสรีภาพในการแสดงออก ก็ได้รับผลกระทบไปด้วย และต้องหาวิธีที่จะปกป้องนักศึกษา ไม่ให้ถูกเอาสิ่งที่พวกเขาพูดหรือเขียนกลับมาเล่นงานพวกเขาทีหลังได้
ใครก็ตามที่วิพากษ์วิจารณ์จีนและเดินทางไปฮ่องกงอาจถูกจับกุมภายใต้กฎหมายใหม่นี้ได้
แต่นักศึกษาจากฮ่องกงที่เรียนอยู่ในต่างแดนต้องกังวลเป็นพิเศษเพราะเรียนจบแล้วก็ต้องกลับบ้าน ไม่สามารถหลีกเลี่ยงเหมือนที่ชาวต่างประเทศทำได้
"เราชินแล้วที่รัฐบาลฮ่องกงทำให้เสรีภาพในการแสดงออกในฮ่องกงเสียหาย แต่เราคาดหวังว่าจะมีเสรีภาพที่จะพูดในสหราชอาณาจักรมากกว่า" นักศึกษาฮ่องกงที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยลีดส์ กล่าว "[ตอนนี้]รู้สึกเหมือนเรายังถูกจับตามองอยู่"
นักศึกษาฮ่องกงอีกคนหนึ่งที่มหาลัยเดียวกันบอกว่า เขาจะพยายามพูดในชั้นเรียนให้น้อยลงเพื่อไม่ให้ต้องมาเดือดร้อนภายหลัง
ชอน เบรสลิน อาจารย์ด้านการเมืองและรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศที่มหาวิทยาลัยวอริก บอกว่า สัญชาตญาณแรก ๆ ของเขาตอนเริ่มเปิดเทอมคืออยากเตือนให้นักศึกษาฮ่องกงไม่ลงเรียนวิชาการเมืองที่เป็นประเด็นอ่อนไหว

ที่มาของภาพ, AFP
"แต่คุณทำอย่างนั้นไม่ได้เพราะเป็นการปฏิเสธโอกาสของนักศึกษาจากฮ่องกงในสิ่งที่นักศึกษาจากส่วนอื่น ๆ ของโลกได้รับอนุญาตให้ทำ" เบรสลินกล่าว โดยบอกว่าการทำเช่นนั้นจะไม่ใช่เพียงการเซ็นเซอร์ตัวเอง แต่เป็นการเซ็นเซอร์ผู้อื่นด้วย
มหาวิทยาลัยที่เขาสอน และที่อื่น ๆ ในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา กำลังรีบวางแผนกำหนดหลักการปฏิบัติในห้องเรียนที่จะสามารถช่วยปกป้องนักศึกษาให้ได้มากที่สุด
ที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด อาจารย์ด้านจีนศึกษาคนหนึ่งอนุญาตให้นักเรียนส่งงานโดยไม่ลงชื่อจริงได้ โดยมหาวิทยาลัยระบุในแถลงการณ์ว่า "มหาวิทยาลัยยังมุ่งมั่นที่จะรักษาเสรีภาพทางวิชาการและความคิดอยู่ และสนับสนุนนักวิชาการของเราเต็มที่ว่าจะเลือกวิธีสอนแบบไหน"
ปัญหาใหญ่สำหรับนักศึกษาคือ เดายากว่าสิ่งไหนที่สามารถพูดได้ สิ่งไหนที่ผิดกฎหมาย เพราะกฎหมายฉบับนี้ถูกนิยามไว้อย่างกำกวมมาก
กฎหมายบอกว่าพฤติกรรมที่ทำลายความมั่นคงแห่งชาติของจีนผิดกฎหมาย แต่ก็บอกว่าการทำให้เกิด "ความเกลียดชัง" ต่อรัฐบาลจีนก็ผิดด้วย
หลายคนคิดว่าเป็นการสร้างความกำกวมโดยตั้งใจเพื่อทำให้เกิดความกลัวและความไม่แน่ไม่นอน

ที่มาของภาพ, EPA
แต่การที่รัฐบาลจีนต้องการจำกัดสิ่งที่คนพูดเกี่ยวกับจีนในต่างประเทศไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ นักศึกษาจีนที่ไปเรียนต่างประเทศอาจโดนจับกุมได้เมื่อเดินทางกลับบ้านหากไปพูดอะไรไว้ในต่างประเทศ
และทางการจีนก็โจมตีรัฐบาล บริษัท สถาบันวิจัย นักกีฬาชื่อดัง หรือแม้กระทั่งนักร้องในต่างประเทศเป็นประจำอยู่แล้ว
ล่าสุด จีนได้วิพากษ์วิจารณ์ บีทีเอส (BTS) กลุ่มนักร้องชื่อดังของเกาหลีใต้ที่ไม่เอ่ยชื่อทหารจีนขณะไปร่วมพิธีรำลึกผู้เสียชีวิตจากสงครามเกาหลี
ทางการจีนมักพยายามกดดันต่างชาติโดยใช้อำนาจทางเศรษฐกิจ ก่อนจะเกิดวิกฤตโควิด-19 มีนักศึกษาจีนในสหราชอาณาจักรถึง 120,000 คน และมหาวิทยาลัยสหราชอาณาจักรหลายแห่งก็ต้องพึ่งรายได้จากส่วนนี้
จะเกิดอะไรขึ้นหากรัฐบาลจีนหยุดยั้งไม่ให้พลเมืองจีนมาเรียนในสหราชอาณาจักรในอนาคต ก่อนหน้านี้ พวกเขาก็เคยแนะนำในลักษณะนี้กับชาวจีนที่อยากไปเรียนต่อที่ออสเตรเลียมาแล้ว
นักวิชาการที่ศึกษาเรื่องจีนรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากรัฐบาลจีนไม่ชอบในสิ่งที่พวกเขากำลังพูด และทางการจีนก็เคยปฏิเสธให้วีซ่านักวิชาการบางคนมาแล้ว
"โดยปกติ ฉันจะระมัดระวังมาก ฉันรู้ว่าจุดไหนที่คุณไม่สามารถล้ำเส้นได้" โซเฟีย ถัง ศาสตราจารย์ด้านนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ระบุ โดยเธอมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับมหาวิทยาลัยอู่ฮั่นในจีน
"ฉันไม่อยากจะพูดเรื่องการเมืองมาก ถ้าคนถามฉันว่าจีนละเมิดกฎหมายนานาชาติหรือเปล่า ฉันจะบอกว่าฉันไม่เชี่ยวชาญเรื่องนี้"
ศ.เบรสลินบอกว่า มหาวิทยาลัยต่างชาติได้รับแรงกดดันจากทางการจีนมานานแล้ว แต่ไม่เคยมากเท่านี้มาก่อน
กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของจีนทำให้คนที่อยู่คนละฟากโลกอาจถูกตั้งข้อหาในฮ่องกงได้









