จีนผ่านกฎหมายคัดกรอง “คนรักชาติ” เป็น ส.ส. ฮ่องกง

ที่มาของภาพ, Getty Images
จีนผ่านร่างกฎหมายปฏิรูปการเลือกตั้งของฮ่องกงที่เอื้อให้รัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่สามารถควบคุมระบบการเมืองของเขตบริหารพิเศษแห่งนี้ได้มากขึ้น แต่หลายฝ่ายกังวลว่านี่จะนำไปสู่จุดจบของประชาธิปไตยในฮ่องกง
การปฏิรูปครั้งนี้จะทำให้จำนวนสมาชิกสภานิติบัญญัติ (ส.ส.) ที่มาจากการเลือกตั้งของคนฮ่องกงถูกตัดลดลงไปเกือบครึ่ง และผู้จะได้เป็น ส.ส. จะต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติจากคณะกรรมการที่ฝักใฝ่รัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ เพื่อรับรองว่าเป็นบุคคลที่มีความจงรักภักดีต่อจีน
เป้าหมายของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เพื่อทำให้แน่ใจว่าจะมีเฉพาะ "ผู้รักชาติ" ที่ได้ดำรงตำแหน่งสำคัญในการบริหารฮ่องกง โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันพรุ่งนี้ (31 มี.ค.)
อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์เตือนว่านี่อาจหมายถึงจุดจบของประชาธิปไตย เพราะเป็นการขจัดฝ่ายค้านออกไปจากสภานิติบัญญัติฮ่องกง ขณะที่ฝ่ายค้านระบุว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีขึ้นเพื่อกันใครก็ตามที่ไม่เห็นด้วยกับการปกครองของจีนแผ่นดินใหญ่ออกจากสภา
สภาประชาชนแห่งชาติจีน (เอ็นพีซี) เห็นชอบแผนการ "ชาตินิยมปกครองฮ่องกง" ครั้งแรกเมื่อกลางเดือน มี.ค.
ในวันนี้ (30 มี.ค.) สื่อของทางการจีนรายงานว่า คณะกรรมการถาวรของเอ็นพีซี ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดในประเทศ ได้มีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติการปฏิรูปดังกล่าว ซึ่งจะไปแก้ไขภาคผนวกของกฎหมายพื้นฐาน (Basic Law) ซึ่งเปรียบเสมือน "อนุรัฐธรรมนูญ" ของฮ่องกง
บทวิเคราะห์ โดย สตีเฟน แมคโดเนลล์ ผู้สื่อข่าวประจำประเทศจีน

การยกเครื่องกฎเกณฑ์การเลือกตั้งครั้งนี้ จะทำให้ฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามพรรคคอมมิวนิสต์จีนถูกกำจัดออกจากระบบการเมืองอย่างเป็นทางการของฮ่องกงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยหลังจากมีการประกาศแผนการนี้เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน ก็ได้จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติ
นางมารีส เพย์น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย ระบุในทวิตเตอร์ว่า ออสเตรเลียมีความกังวลว่าการปฏิรูปกฎเกณฑ์การเลือกตั้งของฮ่องกงจะทำให้ "สถาบันประชาธิปไตยของฮ่องกงอ่อนแอลง"
ขณะที่นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เรียกความเคลื่อนไหวครั้งนี้ว่า "การทำร้ายประชาธิปไตย"
อันที่จริงระบบเลือกตั้งของฮ่องกงได้ถูกแก้ไขเพื่อให้มั่นใจว่าฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่จะไม่มีวันพ่ายแพ้ในการครองเสียงข้างมากในสภานิติบัญญัติ
รายละเอียดตามญัตตินี้จะมีการปรับลดตัวแทนฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยลง และเปิดโอกาสให้ฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาลจีนเข้ามาคัดกรองและเลือกผู้สมัครสภานิติบัญญัติฮ่องกง
ปัจจุบัน ผู้ว่าการฮ่องกง ซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุดของเขตบริหารพิเศษแห่งนี้ก็เป็นผู้ที่มาจากการเลือกโดยตรงของคณะกรรมการที่ฝักใฝ่จีน
ครั้งล่าสุดที่มีการเลือกตั้งอย่างแท้จริงในฮ่องกง เป็นการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น ซึ่งนักการเมืองฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยกวาดชัยชนะไปแทบจะทุกเขต
ชัดเจนว่านี่ได้สร้างความหวาดวิตกให้รัฐบาลจีน และตอนนี้พวกเขาได้สกัดไม่ให้ผู้สนับสนุนประชาธิปไตยลงสมัครชิงเก้าอี้สภานิติบัญญัติได้เลย

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีอะไรบ้าง และส่งผลต่อฮ่องกงอย่างไร
สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานรายละเอียดของการปฏิรูปกฎเกณฑ์การเลือกตั้งของฮ่องกง ซึ่งจะส่งผลต่อการจัดตั้งสภานิติบัญญัติ โดยจะเอื้อให้ป้องกันนักการเมืองที่มีแนวโน้มจะวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลจีนไม่ให้เข้ามาเป็นสมาชิกสภาได้ง่ายขึ้น
โดยจำนวนสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนจะลดจาก 35 คนให้เหลือเพียง 20 คน ขณะเดียวกันก็มีการเพิ่มจำนวนสมาชิกในสภาจาก 70 คน มาเป็น 90 คน เพื่อลดทอนอิทธิพลของนักการเมืองที่สนับสนุนประชาธิปไตย

ที่มาของภาพ, Reuters
นอกจากนี้ ผู้ต้องการลงสมัครเป็นสภานิติบัญญัติจะต้องผ่านกระบวนการคัดกรองคุณสมบัติ 2 รอบก่อนที่จะลงสมัครได้ คือจากคณะกรรมการการเลือกตั้งที่สนับสนุนรัฐบาลจีน กับคณะกรรมการคัดกรองที่ตั้งขึ้นใหม่ ซึ่งนางแครี แลม ผู้ว่าการเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ระบุว่ากระบวนการที่ว่านี้รวมถึงการตรวจสอบประวัติโดยตำรวจและหน่วยงานด้านความมั่นคงของชาติด้วย
การปฏิรูปครั้งนี้มีขึ้น หลังจากเมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้ ส.ส.ฝ่ายค้านหลายคนถูกตัดสิทธิ์ จนทำให้ ส.ส.ฝ่ายค้านทั้งหมดในสภานิติบัญญัติฮ่องกงประกาศลาออก
การเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายครั้งนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มี.ค. และฮ่องกงจะเปลี่ยนกฎหมายท้องถิ่นให้สอดคล้องกันในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยในปี 2021 นี้ฮ่องกงจะจัดการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นหลายรายการ
บริบทของเรื่องนี้คืออะไร
อังกฤษส่งมอบฮ่องกงคืนให้แก่จีนในปี 1997 ภายใต้ข้อตกลงพิเศษที่กำหนดให้ฮ่องกงมีรัฐธรรมนูญฉบับย่อของตัวเองที่เรียกว่า กฎหมายพื้นฐาน และอยู่ใต้หลักการที่เรียกว่า "หนึ่งประเทศ สองระบบ"
การทำเช่นนี้จะช่วยคุ้มครองเสรีภาพบางอย่างของฮ่องกง คือ เสรีภาพในการชุมนุมและแสดงความคิดเห็น การมีระบบศาลที่เป็นอิสระ และสิทธิตามระบอบประชาธิปไตยบางประเด็น เสรีภาพเหล่านี้ไม่มีในพื้นที่อื่น ๆ ของจีนแผ่นดินใหญ่
ความกลัวว่าหลักการนี้กำลังถูกบ่อนเซาะได้นำไปสู่การประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยครั้งใหญ่ในปี 2019 ซึ่งเกิดความรุนแรงหลายครั้ง และเมื่อปีที่แล้ว สภาประชาชนแห่งชาติจีน ได้ผ่านกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เพราะเป็นกฎหมายที่ออกมาลดอำนาจการปกครองตนเองของฮ่องกง และทำให้จีนสามารถลงโทษผู้ประท้วงได้ง่ายขึ้น

ที่มาของภาพ, Reuters
ฝ่ายวิจารณ์ ซึ่งรวมถึงรัฐบาลสหราชอาณาจักรกล่าวหาว่า ความเคลื่อนไหวเหล่านี้เป็นความพยามยามเพิ่มอำนาจควบคุมฮ่องกงให้มากขึ้น และจีนกำลังบ่อนทำลายหลักการ "หนึ่งประเทศ สองระบบ"
ยกตัวอย่างเช่น มีการถกเถียงว่า การปฏิรูปเกณฑ์การเลือกตั้งเพื่อคัดเฉพาะ "ผู้รักชาติ" นั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงกฎหมายพื้นฐานของฮ่องกงหรือไม่ เพราะหากเป็นเช่นนั้นก็เท่ากับว่าจีนได้ละเมิดข้อตกลงการส่งคืนฮ่องกง
แม้ฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่จะอ้างว่า การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกฎหมายพื้นฐาน เพราะเป็นการแก้ไขที่ภาคผนวกเท่านั้น แต่ฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยไม่เห็นด้วย
รองศาสตราจารย์ชง จา เอียน อาจารย์ด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเเห่งชาติสิงคโปร์ชี้ว่า แม้ในทางเทคนิค นี่ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงกฎหมายพื้นฐาน แต่ในแง่ของผลลัพธ์ที่ได้ เป็นการส่งผลเสียต่อการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยที่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายแข่งขันกันได้อย่างเท่าเทียม












