เจ้าชายฟิลิป : จากใจลูกหลานถึง “คุณปู่ของชาติ” ในความทรงจำของสมาชิกราชวงศ์วินด์เซอร์

ที่มาของภาพ, THE DUCHESS OF CAMBRIDGE/EPA
ก่อนที่พิธีพระศพของเจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 17 เมษายน เวลา 21.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย ที่โบสถ์เซนต์จอร์จในพระราชวังวินด์เซอร์ บรรดาพระโอรส ธิดา รวมทั้งพระนัดดาผู้เป็นที่รักยิ่ง ได้ทรงร่วมกันแสดงความอาลัยและรำลึกถึงชีวิตอันโดดเด่นทรงคุณค่าของผู้เป็นเสมือน "คุณปู่ของชาติ" แห่งสหราชอาณาจักร
ลงเรือลำเดียวกันกับประชาชน
เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ซึ่งทรงดำรงพระยศเจ้าชายแห่งเวลส์ มกุฎราชกุมารแห่งราชวงศ์อังกฤษ ตรัสแสดงความอาลัยต่อพระบิดาที่พระตำหนักไฮโกรฟว่า "ข้าพเจ้าปรารถนาอย่างยิ่งที่จะพูดว่า ตลอดเวลา 70 ปีที่ผ่านมา บิดาของข้าพเจ้าได้ทุ่มเทอย่างถึงที่สุดเพื่อสมเด็จพระราชินีนาถฯ เพื่อครอบครัวของข้าพเจ้า เพื่อชาติ และเพื่อเครือจักรภพทั้งหมด"
"พวกท่านคงเข้าใจดีว่า ข้าพเจ้าและครอบครัวมีความอาลัยถึงพ่ออย่างเหลือล้น ท่านคือผู้เป็นที่รักและเป็นที่ชื่นชมอย่างยิ่ง แต่สิ่งที่เหนือความคาดหมายอื่นใดของข้าพเจ้าก็คือ เราต่างซาบซึ้งใจต่อผู้คนจำนวนมากที่นี่ รวมทั้งจากที่อื่น ๆ ทั่วโลก และน่าจะในเครือจักรภพด้วย ซึ่งพวกเขาต่างก็รู้สึกสูญเสียและเศร้าโศกร่วมไปกับเรา"
"พ่อผู้เป็นที่รักของข้าพเจ้าเป็นบุคคลพิเศษ เป็นผู้ที่ข้าพเจ้าคิดว่าน่าจะประหลาดใจกับปฏิกิริยาตอบรับและเรื่องซึ้งใจต่าง ๆ ซึ่งผู้คนพากันพูดถึงท่านในตอนนี้"
"ความรู้สึกที่ทุกคนแสดงออกมา ครอบครัวของข้าพเจ้าขอขอบใจเป็นอย่างยิ่ง สิ่งนี้จะช่วยให้เรายืนหยัดอยู่ได้ในความสูญเสียครั้งนี้ และในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้าเช่นนี้"

ที่มาของภาพ, Reuters
ด้านเจ้าชายแอนดรูว์ ดยุคแห่งยอร์ก ทรงเผยถึงพระราชดำรัสของพระมารดา หลังจากที่เจ้าชายฟิลิปทรงจากไปว่า เหตุการณ์นี้ได้ "ทิ้งความว่างเปล่าอันมหาศาลไว้ในชีวิต" ของสมเด็จพระราชินีนาถฯ
"มันเป็นความสูญเสียครั้งร้ายแรง แต่พ่อเคยบอกกับข้าพเจ้าทางโทรศัพท์เมื่อไม่กี่เดือนก่อนว่า เราต่างลงเรือลำเดียวกัน และเราต้องระลึกถึงความจริงข้อนี้เอาไว้เสมอ"
"ในบางโอกาส สังคมเรียกร้องให้พระราชวงศ์ลุกขึ้นมาแสดงความเห็นอกเห็นใจ และแสดงความเป็นผู้นำ แต่นี่เป็นคราวเคราะห์ที่ความตายของพ่อทำให้ข้าพเจ้าต้องเจอเข้ากับเรื่องร้ายเสียเอง"
เจ้าชายแอนดรูว์ตรัสถึงเรื่องการสูญเสียในช่วงเวลานี้ว่า "มันไม่ใช่แค่ความสูญเสียของเราเท่านั้น แต่เป็นของผู้คนจำนวนมากซึ่งต้องตายหรือเสียผู้เป็นที่รักไป ระหว่างการระบาดของโรคโควิด-19 ดังนั้นพวกเราทุกคนจึงอยู่ในเรือลำเดียวกัน แม้สถานการณ์จะต่างกันนิดหน่อย เนื่องจากพ่อไม่ได้จากไปเพราะโควิด แต่เราต่างก็รู้สึกว่าสูญเสียอย่างใหญ่หลวงไม่แพ้กัน"
ดยุคแห่งยอร์ก ตรัสถึงความประทับใจที่ได้เห็นการแสดงความอาลัยที่ หลั่งไหลเข้ามาอย่าง"น่าอัศจรรย์ใจ"
"สิ่งที่ข้าพเจ้าได้เห็นหรือข้อความที่ได้รับล้วนน่าประทับใจ ข้าพเจ้าอยากจะกล่าวออกไปว่า เรารู้สึกขอบคุณมากเพียงใดต่อการแสดงความอาลัยเหล่านี้"

ที่มาของภาพ, Getty Images
เจ้าชายแอนดรูว์ ทรงงดเว้นการปฏิบัติพระกรณียกิจตั้งแต่ พ.ย. 2019 หลังการประทานสัมภาษณ์กับบีบีซีเรื่องความสัมพันธ์กับผู้ต้องหาคดีจัดหาค้าประเวณีผู้เยาว์ สร้างความวุ่นวายตามมา ตรัสถึงความผูกพันกับพระบิดาว่า "พ่อเป็นบุคคลผู้โดดเด่น ข้าพเจ้ารักท่านในฐานะที่เป็นพ่อ ท่านเป็นคนที่สงบเยือกเย็น ถ้าคุณมีปัญหาอะไร ท่านจะช่วยคิดแก้ไขให้ นั่นคือข้อดีของท่าน อีกสิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้าคิดเกี่ยวกับพ่ออยู่เสมอคือเราสามารถไปหาท่านและท่านจะรับฟังเราทุกเรื่อง มันจึงเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่หลวงอย่างแท้จริง"
"แทบจะเรียกได้ว่าเราสูญเสียบุคคลที่เปรียบเสมือนกับคุณปู่ของชาติ ข้าพเจ้าเสียใจและขอเป็นกำลังใจให้กับแม่ ผู้ที่อาจจะเศร้าเสียใจมากยิ่งกว่าใครทั้งหมด"
ดยุคแห่งยอร์ก ยังกล่าวถึงความรู้สึกของพระมารดาว่า "ตามที่ทุกคนน่าจะทราบกันดีอยู่แล้ว สมเด็จพระราชินีนาถฯ ทรงเป็นผู้ที่สามารถข่มใจให้สงบนิ่งได้ดีอย่างเหลือเชื่อ ทรงบอกว่าเหตุการณ์นี้ได้ทิ้งความว่างเปล่าอันมหาศาลไว้ในชีวิตของพระองค์ แต่ครอบครัวของเราและผู้ใกล้ชิดก็พยายามทุกทางอย่างเต็มที่ เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะอยู่ข้าง ๆ เสมอ เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนพระองค์"
เจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารี ตรัสถึงพระบิดาว่า "พ่อเป็นทั้งครู ผู้ช่วยเหลือสนับสนุน และผู้ให้คำวิจารณ์แก่ข้าพเจ้า"
"ท่านได้ทิ้งมรดกซึ่งจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับพวกเราทุกคนเอาไว้"
เจ้าหญิงแอนน์ ผู้ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นพระธิดาซึ่งเจ้าชายฟิลิปทรงโปรดปรานมากที่สุด ตรัสว่าจะดำเนินรอยตามเบื้องพระยุคลบาท "ทั้งในด้านการใช้ชีวิตอันประเสริฐ และการบำเพ็ญประโยชน์โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน"
"ในด้านการบริหารองค์กรการกุศล ทรงพระปรีชาในการปฏิบัติต่อทุกคนในฐานะปัจเจกบุคคลที่มีทักษะความสามารถเป็นของตนเอง ถือเป็นเกียรติและสิทธิพิเศษอย่างยิ่งที่ข้าพเจ้าได้รับคำขอให้ดำเนินรอยตามท่านในเรื่องนี้ ทั้งมีความยินดียิ่งที่ได้กราบทูลฯ ให้ทรงทราบถึงกิจกรรมต่าง ๆ ในปัจจุบันขององค์กรเหล่านี้"
เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด เอิร์ลแห่งเวสเซกซ์ พระโอรสองค์สุดท้องตรัสว่า "แม้จะเตรียมใจรับเรื่องเช่นนี้มาล่วงหน้านานมากแค่ไหน แต่ก็ยังรู้สึกสะเทือนใจอย่างร้ายแรงอยู่ดี แม้ในตอนนี้เราก็ยังพยายามทำใจกันอยู่ แต่มันน่าเศร้ามาก ๆ "

ที่มาของภาพ, Reuters
"หินแกร่ง" ในชีวิตของควีน
ในรายการพิเศษทางโทรทัศน์ของบีบีซี บรรดาพระโอรสธิดาทุกพระองค์ในเจ้าชายฟิลิป ได้ประทานสัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงแง่มุมต่าง ๆ ในชีวิตส่วนพระองค์ของพระบิดา
เจ้าชายแห่งเวลส์ทรงเปิดเผยกับบีบีซีว่า พระบิดาน่าจะทรงต้องการให้ผู้คนจดจำพระองค์ ในฐานะที่ทรงเป็นปัจเจกบุคคลผู้หนึ่ง แต่ถึงกระนั้น พลังของพระองค์ในการเกื้อหนุนสมเด็จพระราชินีนาถฯ ช่างมีมากมายอย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง และทรงทำเช่นนั้นมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนส่งผลเป็นความสำเร็จที่น่าอัศจรรย์
"พระองค์อยู่เคียงข้างสมเด็จพระราชินีนาถฯ เสมอ และเป็นเสมือนหินแกร่งในชีวิตของควีน" เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด เอิร์ลแห่งเวสเซกซ์ตรัส "ทรงไม่เคยพยายามจะข่มหรือโดดเด่นเกินหน้าควีนในทางใดทั้งสิ้น แม้แต่ภายในครอบครัวก็ทรงประพฤติเช่นนั้นเหมือนกัน"
เจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารีทรงเปิดเผยว่า พระปรีชาสามารถที่โดดเด่นกับพระอุปนิสัยพึ่งตนเองของเจ้าชายฟิลิป อาจมาจากชีวิตในวัยเยาว์ที่ต้องเสด็จลี้ภัยในต่างแดน เผชิญความไม่แน่นอนและความยากลำบากบ่อยครั้ง จนทำให้มีพระทัยมุ่งมั่น ทรงคิดบวกและฝ่าฟันอุปสรรคอย่างไม่ย่อท้อเสมอ
"ทรงเป็นผู้ที่เราสามารถแบ่งปันความคิดใหม่ ๆ ด้วย และร่วมพูดคุยถกเถียงกันได้ ท่านเป็นคนที่เราไปหาได้เสมอเวลาที่ประสบปัญหาอะไรก็ตาม"

ที่มาของภาพ, Alex Livesey
ดยุคแห่งยอร์กตรัสเสริมว่า "เมื่อตอนยังเด็ก พวกเราก็เหมือนกับครอบครัวคนทั่วไป พ่อแม่ไปทำงานตอนกลางวัน แต่เมื่อถึงตอนค่ำเราจะมานั่งรวมกันบนโซฟา แล้วพ่อก็จะอ่านหนังสือให้พวกเราฟัง"
อย่างไรก็ตาม สำหรับพระอุปนิสัยที่ตรงไปตรงมาและมักตรัสแบบขวานผ่าซากของเจ้าชายฟิลิปนั้น เจ้าชายแห่งเวลส์ทรงเผยว่าพระบิดาได้มาจากเจ้าหญิงอลิซแห่งแบตเทนเบิร์ก พระมารดาของเจ้าชายฟิลิปนั่นเอง โดยเจ้าหญิงอลิซในช่วงบั้นปลายชีวิตนั้น อุทิศตัวให้คริสต์ศาสนา บวชเป็นชี และได้รับการยกย่องเป็นผู้ทรงคุณธรรม เนื่องจากได้ช่วยชีวิตชาวยิวจำนวนมากในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

ที่มาของภาพ, PA Media
คุณปู่ที่รักยิ่งของหลานชาย
เจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ ผู้ที่เรียกได้ว่าเป็นพระนัดดาหัวแก้วหัวแหวนพระองค์ใหญ่ ตรัสแสดงความอาลัยและรำลึกถึง "เสด็จปู่" ผู้มากอารมณ์ขันว่า "ชีวิตยาวนานถึงหนึ่งศตวรรษของท่าน คือการรับใช้ประเทศชาติและเครือจักรภพ รวมทั้งการทุ่มเทให้สมเด็จพระราชินีนาถฯ ผู้เป็นพระชายา และครอบครัวของเรา"
"ข้าพเจ้ารู้สึกว่าโชคดี ที่ท่านไม่ได้เป็นเพียงแบบอย่างนำทางชีวิต แต่ท่านยังอยู่เคียงข้างข้าพเจ้าเสมอตั้งแต่เด็กจนโต ทั้งในช่วงเวลาที่ดีและช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด"
"ข้าพเจ้าจะสำนึกในพระคุณอยู่เสมอ ที่ท่านทรงพระกรุณาต่อชายาของข้าพเจ้าตลอดมา ข้าพเจ้าจะไม่ละเลยต่อความทรงจำพิเศษที่ลูก ๆ จะพึงมีต่อเสด็จทวด ผู้ที่ทรงรถม้ามารับพวกเขา ท่านทำให้ลูก ๆ ของข้าพเจ้าได้สัมผัสด้วยตนเองถึงพระอุปนิสัยรักการผจญภัยที่ถ่ายทอดถึงกันได้ ทั้งยังได้เห็นพระอารมณ์ขันอันทะเล้นซุกซนอีกด้วย"
"ข้าพเจ้าและชายาจะเดินหน้าทำตามพระประสงค์ต่อไป และจะยังคงเกื้อหนุนสมเด็จพระราชินีนาถฯ ในอนาคต"

ที่มาของภาพ, Reuters
ด้านเจ้าชายแฮร์รี ดยุคแห่งซัสเซกซ์ ได้เสด็จจากสหรัฐฯ มายังสหราชอาณาจักร เพื่อเตรียมเข้าร่วมพิธีพระศพของพระอัยกาแล้ว โดยขณะนี้ประทับที่พระตำหนักฟร็อกมอร์ในเขตพระราชวังวินด์เซอร์ ส่วนพระชายาเมแกนไม่ได้ร่วมเดินทางมาด้วยเนื่องจากกำลังทรงครรภ์
อย่างไรก็ตาม นี่จะเป็นการพบกันครั้งแรกกับเจ้าชายวิลเลียม พระเชษฐา และพระราชวงศ์พระองค์อื่น ๆ นับแต่การประทานสัมภาษณ์ที่เปิดเผยเรื่องอื้อฉาวในราชวงศ์แก่โอปราห์ วินฟรีย์ พิธีกรชื่อดังเมื่อเดือนก่อน
เจ้าชายแฮร์รีทรงระบุในแถลงการณ์แสดงความอาลัยต่อเจ้าชายฟิลิปว่า "ท่านเป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง มีไหวพริบเฉียบแหลมอย่างร้ายกาจ สามารถดึงดูดความสนใจของคนทั้งห้องได้ด้วยเสน่ห์ของท่าน และการที่ต้องลุ้นว่าท่านจะพูดอะไรออกมา"
"สำหรับข้าพเจ้า ซึ่งก็เหมือนกับคนทั่วไปที่สูญเสียปู่ย่าตายายหรือคนที่รักไปในปีอันเจ็บปวดที่ผ่านมา ท่านเป็นปู่ของข้าพเจ้า เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านบาร์บีคิว เป็นจอมอำในตำนาน และยียวนกวนอารมณ์จนวาระสุดท้าย"
"ในขณะที่ข้าพเจ้ายังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ในตอนนี้ก็รู้แล้วว่าปู่จะพูดกับพวกเราว่าอะไร ท่านอาจจะถือแก้วเบียร์ไว้ในมือแล้วบอกว่า "อยู่ ๆ กับมันไปเถอะน่า !" ขอบคุณปู่มากสำหรับการรับใช้ชาติ รวมทั้งการทุ่มเทให้ย่า และสำหรับการเป็นตัวของตัวเอง"
เจ้าชายแฮร์รีทรงลงข้อความท้ายแถลงการณ์แสดงความอาลัยว่า "Per Mare, Per Terram" ซึ่งเป็นคำขวัญภาษาละตินของกองกำลังราชนาวิกโยธินที่หมายความว่า "ทางบก ทางทะเล" เนื่องจากพระองค์และเจ้าชายฟิลิปต่างเคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการฝ่ายพิธีการ หรือ Captain General ของกองกำลังนี้ ซึ่งเป็นตำแหน่งเกียรติยศที่สมเด็จพระราชินีนาถฯ ทรงแต่งตั้ง

ที่มาของภาพ, PA Media











