เอลิซา แลม: เกิดอะไรขึ้นที่โรงแรมซีซิล?

Elisa Lam

ที่มาของภาพ, Netflix / LAPD

    • Author, ไมเคิล แบ็กส์
    • Role, ผู้สื่อข่าวนิวส์บีต

การเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของ เอลิซา แลม นักศึกษาสาวชาวแคนาดา ที่หายตัวไปในปี 2013 ก่อนที่จะถูกพบเป็นศพอยู่ในแท็งก์น้ำบนดาดฟ้าโรงแรมซีซิลในนครลอสแอนเจลิส ของสหรัฐฯ ถือเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่ถูกนำเสนอผ่านสื่อมากมาย ทั้งในแง่มุมของคดีอาชญากรรม ทฤษฎีสมคบคิด และเรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติ

ล่าสุดเรื่องราวของเธอถูกหยิบมาบอกเล่าอีกครั้งในหนังสารคดีที่ฉายทางเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) เรื่อง The Vanishing at the Cecil Hotel ซึ่งผู้ผลิตต้องการนำเสนอในมุมมองที่แตกต่างออกไป

ปริศนาที่โรงแรมซีซิล

เอลิซา วัย 21 ปี มาจากครอบครัวชาวฮ่องกงที่อพยพเข้าไปอยู่ในแคนาดา เธอตัดสินใจเดินทางไปท่องเที่ยวในอเมริกาตามลำพัง และเข้าพักที่โรงแรมซีซิล ใจกลางนครลอสแอนเจลิส ช่วงปลายเดือน ม.ค.2013 และหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในวันที่ 31 ม.ค. โดยครอบครัวได้แจ้งความกับตำรวจในท้องที่หลังจากขาดการติดต่อกับเธอ

โรงแรมซีซิลที่เอลิซาเข้าพักเปิดให้บริการมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1920 และตั้งอยู่ในย่านเสื่อมโทรมที่เต็มไปด้วยคนไร้บ้าน หนำซ้ำยังมีประวัติที่น่าขนลุกมากมายทั้งเหตุฆาตกรรม การเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด และการฆ่าตัวตาย รวมถึงเคยเป็นที่พักอาศัยของฆาตกรต่อเนื่องอย่าง แจ๊ค อันเตอร์เวเกอร์ และริชาร์ด รามิเรซ

ข่าวการหายตัวของเอลิซาถูกรายงานอย่างแพร่หลายตามสื่อ และคดีของเธอก็ได้รับความสนใจมากขึ้นหลังจากตำรวจนครลอสแอนเจลิสได้เผยแพร่วิดีโอจากกล้องวงจรปิดที่เธอถูกพบเห็นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหายตัวไป เพื่อหาเบาะแสของคดี

Police and surveillance footage

ที่มาของภาพ, Netflix

คำบรรยายภาพ, ตำรวจใช้ภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงแรมในการสืบหาร่องรอยของเอลิซา

วิดีโอดังกล่าวถ่ายจากกล้องในลิฟต์ของโรงแรม เผยให้เห็นเอลิซาเดินเข้าลิฟต์แล้วกดปุ่ม แต่เมื่อยืนรอไปได้พักหนึ่งประตูลิฟต์กลับไม่ยอมปิด เธอจึงยื่นหน้าออกไปมองซ้าย-ขวาที่ด้านนอกลิฟต์ แล้วถอยกลับเข้ามา ก่อนที่จะขยับตัวเข้าไปอยู่มุมหนึ่งของลิฟต์ราวกับพยายามหลบใครบางคน จากนั้นเธอก็เดินเข้าออกลิฟต์หลายครั้ง พร้อมกับทำท่าทางประหลาด และดูเหมือนกับกำลังพูดอยู่กับบุคคลปริศนาที่มองไม่เห็นจากมุมกล้อง ก่อนที่จะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

19 วันหลังจากหายตัวไป ร่างของเอลิซาถูกพบอยู่ในแท็งก์น้ำบนดาดฟ้าโรงแรมที่ใช้จ่ายน้ำใช้ตามห้องพัก ร้านอาหารและร้านกาแฟของโรงแรม โดยผู้ไปพบศพเป็นพนักงานที่ขึ้นไปตรวจเช็กแท็งก์น้ำ หลังจากแขกเริ่มร้องเรียนว่าน้ำก๊อกไหลเบา มีสีดำ และรสชาติแปลก ๆ

ผลชันสูตรศพไม่พบหลักฐานว่าเอลิซาถูกทำร้าย และแพทย์สรุปสาเหตุการตายว่าเป็นอุบัติเหตุจมน้ำ ส่วนคำถามว่าเธอลงไปอยู่ในแท็งก์น้ำได้อย่างไรนั้นยังคงเป็นปริศนา แต่เอลิซามีประวัติป่วยเป็นโรคไบโพลาร์ และผลการชันสูตรบ่งชี้ว่าเธอกินยารักษาอาการป่วยทางจิตไม่ครบจึงอาจทำให้เกิดอาการประสาทหลอน ซึ่งอาจช่วยอธิบายพฤติกรรมในลิฟต์ที่แปลกประหลาดของเธอ

The Cecil Hotel rooftop

ที่มาของภาพ, Netflix

เรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติ

ขณะเดียวกันบางคนบอกว่าคลิปในลิฟต์ของเอลิซาคือหลักฐานบ่งชี้ว่ามีเรื่องราวเหนือธรรมชาติเกิดขึ้นกับเธอ และยังคงมีทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับการหายตัวไปของเธอจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งนี่คือหนึ่งเหตุผลที่ โจ เบอร์ลิงเกอร์ ผู้กำกับของเรื่องต้องการทำสารคดีชุดนี้ขึ้นมา

"เรื่องนี้เคยถูกนำเสนอมาก่อน แต่ผมคิดว่ามันถูกทำขึ้นอย่างไร้ความรับผิดชอบมาก ๆ ในอดีต" โจ ให้สัมภาษณ์กับรายการนิวส์บีต ของสถานีวิทยุเรดิโอวัน ของบีบีซี

"สำหรับผู้ชมทั่วไป มันก็แค่เรื่องน่าตื่นเต้นที่กระตุ้นความสนใจ เมื่อดูจบก็เปลี่ยนไปดูเรื่องอื่นต่อ"

"แต่สำหรับผู้ที่ประสบกับเหตุการณ์นี้ มันคือช่วงเวลาเลวร้ายที่สุดในชีวิตพวกเขา มันคือโศกนาฏกรรมอย่างแท้จริงสำหรับบุคคลนั้นและครอบครัวของพวกเขา"

The Cecil Hotel

ที่มาของภาพ, Netflix

คำบรรยายภาพ, ปัจจุบันโรงแรมซีซิลเปลี่ยนชื่อเป็น "สเตย์ ออน เมน" (Stay on Main)

หลักฐานแวดล้อมในคดีนี้ก็แปลกประหลาดและชวนให้สนใจ

ภาพในวิดีโอและการหายตัวไปของเอลิซาดูคล้ายกับฉากในภาพยนตร์เรื่อง Dark Water หรือ "ห้องเช่าหลอน วิญญาณโหด" ที่ตัวละครเอกของเรื่องขึ้นลิฟต์แล้วไปโผล่ในแท็งก์น้ำ

"เราจำเป็นต้องพูดคุยกันเรื่องผีและบริบทแวดล้อมเรื่องนี้...มันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และเป็นส่วนสำคัญในเรื่อง" โจ กล่าว

การเชื่อมโยงเรื่องลี้ลับเข้ากับคดีนี้ส่วนหนึ่งมาจากการสืบค้นของเหล่า "นักสืบออนไลน์" ที่พยายามปะติดปะต่อข้อมูลในช่วงเวลาสุดท้ายของเอลิซา ไปพร้อม ๆ กับที่ตำรวจลอสแอนเจลิสกำลังสืบสวนคดีนี้

หลายช่วงในสารคดีชุดนี้เผยให้เห็น "การเพ่งมองภาพไปที่จุดเดียว" ของผู้คนในเวลาที่พวกเขามุ่งมองหาเฉพาะเหตุบังเอิญและทฤษฎีสมคบคิดต่าง ๆ

โจบอกว่าบางครั้งนักสืบออนไลน์เหล่านี้สามารถทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ได้ แต่ในกรณีของเอลิซา การกระทำของพวกเขากลับก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

ครอบครัวเอลิซาไม่ได้มีส่วนร่วมในสารคดีชุดนี้ แต่มีการนำภาพข่าวเก่า ๆ ของพวกเขามาใช้ประกอบเรื่อง และได้รับรู้ว่าโจกำลังผลิตสารคดีนี้

"ผมคิดว่าพวกเขาอยากจะดำเนินชีวิตต่อไป" เขากล่าว

"ถ้าคุณได้ดูการนำเสนอเรื่องราวของเอลิซาในบางรายการก็จะเห็นภาพเธอในฐานะเหยื่อที่ถูกปีศาจและสิ่งชั่วร้ายเข้าควบคุม"

"ผมคิดว่าการนำเสนอเรื่องราวเช่นนี้ เป็นการกระทำที่ไร้ความเคารพอย่างยิ่ง และอาจเป็นสาเหตุที่ครอบครัวของเธอไม่ต้องการมีส่วนร่วมในรายการที่นำเสนอภาพโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นอย่างเกินจริง"

ตำรวจลอสแอนเจลิส เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพ และผู้จัดการโรมแรมซีซิล ต่างยอมให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในสารคดีชุดนี้

เอมี ไพรซ์ อดีตผู้จัดการโรงแรมซีซิลในช่วงที่เกิดคดีของเอลิซา เล่าว่า เคยมีหลายรายการติดต่อให้เธอไปพูดเกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้น "มีรายการที่นำเสนอเรื่องนี้มากมาย แต่พูดตามตรงฉันไม่เคยดูรายการพวกนี้เลย"

แต่สำหรับสารคดีชุดนี้ "เธอรู้สึกว่ามันใช่"

Hotel manager Amy Price

ที่มาของภาพ, Netflix

คำบรรยายภาพ, เอมี ไพรซ์ เป็นผู้จัดการโรงแรมซีซิลในช่วงที่เอลิซาหายตัวไป

ในช่วงที่เอลิซาหายตัวไป โรงแรมซีซิลไม่ใช่โรงแรมแบบทั่ว ๆ ไป โดยบางชั้นถูกเปิดไว้บริการนักท่องเที่ยวแบบเอลิซา ขณะที่บางชั้นถูกใช้เป็นที่พักระยะยาวที่ทางการจัดไว้ให้แก่คนไร้บ้านในแถบนี้

หลังจากเอลิซาหายตัวไป ผู้พักอาศัยในโรงแรมและพนักงานต่างตกเป็นผู้ต้องสงสัย ซึ่งทำให้เอมีรู้สึก "เครียดและใจสลาย"

"ตั้งแต่ช่วงที่เอลิซาหายตัวไปแรก ๆ ฉันมีความรู้สึกไม่ดีเลย"

"เธอ (เอลิซา) เดินทางตามลำพัง และฉันคิดว่าเธออาจไปเจอกับกลุ่มคนที่เธอไม่ควรเข้าไปข้องเกี่ยว และนั่นไม่ใช่เรื่องยากที่จะเกิดขึ้นในย่านใจกลางเมืองลอสแอนเจลิส"

ข้าม YouTube โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก Google YouTube

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Google YouTube เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Google YouTube และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google YouTube ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด YouTube โพสต์

ประวัติที่ชวนขนลุกในอดีตของซีซิล ยังกลายเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างซีรีส์สยองขวัญเรื่อง American Horror Story: Hotel ที่นำแสดงโดยเลดี้ กาก้า ซึ่งสวมบทแวมไพร์ที่อาศัยอยู่ในห้องเพนท์เฮาส์ของโรงแรม

แต่สำหรับเอมีแล้ว ก่อนจะเกิดเรื่องเอลิซา โรงแรมแห่งนี้ไม่ใช่สถานที่ทำงานที่แย่เลย "เรามีทีมงานที่ยอดเยี่ยม พวกเราทำธุรกิจและสนุกกับมัน"

"ผู้คนหลังเรื่องเล่า"

โจ ตั้งใจจะบอกเล่าเรื่องราวของผู้คนอย่างเอมี พอ ๆ กับที่บอกเล่าเรื่องราวของเอลิซา

โจบอกว่าการตายปริศนาของเอลิซาที่โรงแรมซีซิล ไม่ได้มีแค่เรื่องชวนสยองขวัญสั่นประสาทเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องราวของผู้คนรอบข้าง อย่างเอมี ที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย

"คนเหล่านี้พยายามอย่างสุดความสามารถ ด้วยทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อจะบริหารจัดการโรงแรมให้ได้ดีที่สุดเท่าที่พวกเขาจะทำได้ในย่านเสื่อมโทรมนี้"

เอมี ไม่ได้ทำงานที่ซีซิลแล้ว ปัจจุบันเธอมีอาชีพเป็นนักออกแบบเครื่องประดับ และได้เขียนหนังสือบอกเล่าประสบการณ์ที่โรงแรมซีซิลของตัวเอง

"ฉันอยากแบ่งปันเรื่องของฉัน" เธอกล่าว

"แต่นี่ไม่ใช่เรื่องสยองขวัญหรืออะไรแบบนั้น แต่เป็นเรื่องราวของการดิ้นรนต่อสู้"