แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ คือใคร ผ่านไป 131 ปีของคดีปริศนาฆาตกรรมต่อเนื่องในลอนดอน

ที่มาของภาพ, Getty Images
ช่วงเวลา 3 เดือนในปี ค.ศ. 1888 เกิดคดีฆาตกรรมสยองขวัญต่อเนื่องในย่านอีสต์เอ็นด์ของกรุงลอนดอน
หญิงโสเภณีอย่างน้อย 5 ราย ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมด้วยมีดจากคนร้ายที่ได้รับการขนานนามว่า "แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์" (Jack the Ripper)
ตำรวจในยุคนั้นไม่สามารถจับตัวคนร้ายและคลี่คลายคดีได้ ทำให้เรื่องราวของฆาตกรต่อเนื่องผู้นี้กลายเป็นตำนานปริศนาที่ยังคงเขย่าขวัญและถูกกล่าวขานมาจนถึงปัจจุบัน
ระหว่างเดือน ส.ค.-พ.ย.ปีนั้น เขตไวท์แชปเปิล (Whitechapel) ในย่านอีสต์เอ็นด์ ซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัยของคนยากจน ได้กลายเป็นท้องที่เกิดเหตุของคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ด้านอาชญากรรมของอังกฤษ
เหยื่อของแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์
ข้อมูลที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วไปเชื่อว่า ในปี 1888 แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ ลงมือฆ่าผู้หญิง 5 คน คือ
- แมรี แอนน์ นิโคลส์ วัย 42 ปี ถูกฆาตกรรมเมื่อวันที่ 31 ส.ค.
- แอนนี แชปแมน วัย 47 ปี ถูกฆาตกรรมเมื่อวันที่ 8 ก.ย.
- เอลิซาเบธ สไตรด วัย 44 ปี และแคทเธอรีน เอ็ดโดว์สัน วัย 43 ปี ถูกฆาตกรรมเมื่อวันที่ 30 ก.ย.
- แมรี เจน เคลลี วัย 25 ปี ถูกฆาตกรรมเมื่อวันที่ 9 พ.ย.
เหยื่อเกือบทุกราย ยกเว้น เอลิซาเบธ สไตรด ถูกคนร้ายใช้มีดชำแหละร่างกาย โดยเหยื่อส่วนใหญ่มีสภาพถูกเชือดคอ ถูกผ่าท้อง แล้วควักอวัยวะภายในออกมาด้านนอก เหยื่อบางรายถูกเฉือนชิ้นเนื้อ อวัยวะเพศ และกระเพาะปัสสาวะออกไป
ในกรณีของ เอลิซาเบธ สไตรด นั้นมีเพียงบาดแผลที่ลำคอ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าคนร้ายคงถูกขัดจังหวะขณะกำลังลงมือ จึงไปก่อเหตุสังหาร แคทเธอรีน เอ็ดโดว์สัน เหยื่อรายที่ 2 ของคืนนั้นภายในเวลาห่างกันเพียงไม่กี่นาที

ที่มาของภาพ, PA
ฆาตกรรายนี้ มักลงมือก่อเหตุกลางแจ้ง ตามซอกซอย มีเพียง แมรี เจน เคลลี ที่ถูกฆ่าอยู่ภายในห้องพัก เจ้าของห้องเช่าซึ่งเป็นผู้ไปพบศพเล่าว่า ภาพที่เห็นจะ "ตามหลอกหลอน" เขาไปชั่วชีวิต เพราะคนร้ายชำแหละศพของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี แล้วเอาอวัยวะที่เฉือนออกมาวางไว้ทั่วห้อง
หลังจากนั้น การฆาตกรรมที่บ้าคลั่งของ แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ ก็ยุติลง เหลือทิ้งไว้เพียงความหวาดกลัวที่แผ่ไปทั่วสังคมอังกฤษ
แม้ความรุนแรงต่อหญิงโสเภณีจะไม่ใช่เรื่องแปลกในยุคนั้น แต่ลักษณะการฆ่าที่โหดเหี้ยมและมีรูปแบบเฉพาะก็เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าเหยื่อทั้ง 5 คนนี้ถูกสังหารจากน้ำมือคนร้ายคนเดียวกัน
ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าเหยื่อของแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ อาจมีมากกว่านี้ โดยเชื่อว่า มาร์ธา เทบราม ซึ่งถูกแทงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 6 ส.ค.1888 อาจเป็นเหยื่อรายแรกของฆาตกรผู้นี้
ผู้ต้องสงสัย
มีการตั้งข้อสันนิษฐานมากมายเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัยเป็น แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ เช่น ฆาตกรรายนี้อาจเป็นหมอ คนขายเนื้อ โดยประเมินจากอาวุธและวิธีการก่อเหตุ ซึ่งบ่งชี้ว่าคนร้ายมีความรู้ด้านกายวิภาคของมนุษย์

ที่มาของภาพ, Getty Creative Stock
นอกจากนี้ยังมีทฤษฎีอื่น ๆ ที่ตั้งข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับตัวคนร้าย โดยหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาคือ เจ้าชายอัลเบิร์ต วิคเตอร์ ดยุคแห่งคลาเรนซ์ พระราชนัดดา (หลาน) ในสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักร แต่หลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวหานี้ไม่ชัดเจนพอ
ข้อสันนิษฐานล่าสุด
ในสารคดีของบีบีซีที่ชื่อ Jack the Ripper - The Case Reopened ที่ออกอากาศเมื่อเร็ว ๆ นี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญาวิทยาและนิติเวชศาสตร์ได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่า แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ ตัวจริงอาจเป็น นายแอรอน คอสมินสกี เพราะการวิเคราะห์หลักฐานต่าง ๆ พบว่าเขามีพฤติการณ์เข้าข่ายจะเป็นฆาตกรใจโหดรายนี้มากที่สุด เนื่องจากอาศัยอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุในย่านไวท์แชปเปิลตอนนั้น รู้จักพื้นที่เป็นอย่างดี และสามารถแฝงตัวให้กลมกลืนไปกับผู้คนในพื้นที่ได้ดี

ศาสตราจารย์เดวิด วิลสัน นักอาชญาวิทยาจากมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮมซิตี ระบุว่า นายคอสมินสกี เป็นชาวโปแลนด์ที่อพยพมาอังกฤษกับครอบครัวเมื่อปี 1881 เขามีประวัติป่วยทางจิตตั้งแต่ปี 1885 โดยมีอาการหวาดระแวง และมีพฤติกรรมรุนแรง
จากการศึกษาค้นคว้าของ ศ.วิลสัน พบว่า นายคอสมินสกี อ้างว่ามีพฤติกรรมรุนแรงเพราะได้ยินเสียงที่สั่งให้เขาแสดงพฤติกรรมเช่นนั้นออกมา โดยในปี 1890 ครอบครัวได้ส่งตัวเขาเข้ารับการรักษาทางจิต หลังจากใช้มีดทำร้ายพี่น้องผู้หญิงของตัวเอง และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา นายคอสมินสกี ก็เข้าออกโรงพยาบาลจิตเวชหลายแห่ง ก่อนที่จะเสียชีวิตจากภาวะเนื้อตายเน่า (gangrene) ในปี 1919

ที่มาของภาพ, Richard Jones
แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ ในสื่อ
แม้ แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ จะไม่ใช่ฆาตกรต่อเนื่องรายแรกของโลก แต่คดีนี้ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในแวดวงสื่อสารมวลชน เพราะเป็นคดีฆาตกรรมคดีแรกที่ได้รับความสนใจรายงานข่าวจากสื่อทั่วโลก โดยเป็นยุคที่แวดวงหนังสือพิมพ์กำลังเฟื่องฟู หนังสือพิมพ์มีราคาย่อมเยาว์จึงทำให้มีผู้อ่านเป็นวงกว้าง
คดีฆาตกรรมที่ยังเป็นปริศนาของแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ ยังถูกนำไปเขียนเป็นนิยาย บทเพลง และสร้างเป็นละครเวที ซีรีส์ ภาพยนตร์ และสารคดีทางโทรทัศน์มากมาย
แม้เวลาจะล่วงเลยมาแล้วกว่าหนึ่งร้อยปี แต่คดีนี้ยังเป็นที่สนใจของคนทั่วโลก และยังคงมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากซื้อทัวร์เดินชมบริเวณจุดเกิดเหตุในไวท์แชปเปิล
เมื่อปี 2006 ผลสำรวจความคิดเห็นที่จัดทำขึ้นโดยบีบีซี ได้จัดให้แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ เป็นคนอังกฤษที่ชั่วร้ายที่สุดในรอบ 1,000 ปี
ฆาตกรต่อเนื่องยุคปัจจุบัน
ความโหดเหี้ยมของแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ ทำให้สื่อนำฉายาของเขาไปตั้งชื่อเรียกฆาตกรต่อเนื่องที่มีรูปแบบการสังหารเหยื่อในลักษณะคล้ายกัน คือ "ชำแหละ" หรือ "หั่นศพ" เช่น เดอะ แคมเดน ริปเปอร์ (the Camden Ripper) ก่อเหตุระหว่างปี 2000-2002 และเดอะ ยอร์กเชียร์ ริปเปอร์ (the Yorkshire Ripper) ก่อเหตุระหว่างปี 1975-1980
ทั้งสองเป็นฆาตกรต่อเนื่องชาวอังกฤษที่มักเลือกเหยื่อเป็นหญิงโสเภณี ปัจจุบันทั้งคู่กำลังรับโทษจำคุกตลอดชีวิต โดยที่ไม่มีสิทธิ์ขอรับการทำทัณฑ์บนให้ปล่อยตัวก่อนกำหนด ทั้งนี้ สหราชอาณาจักรได้ยกเลิกโทษประหารชีวิตโดยสิ้นเชิงในปี 1998
ไม่ประหาร แต่ไม่ปล่อยตัว
ส่วนในสหรัฐฯ ซึ่งยังมีโทษประหารอยู่ แต่ฆาตกรต่อเนื่องหลายคน เช่น เดอะ กรีน ริเวอร์ คิลเลอร์ (the Green River Killer) ที่ฆาตกรรมโสเภณีไปอย่างน้อย 49 คน และเดอะบีทีเค สแทรงเกลอ (the BTK Strangler) ที่สังหารเยื่อไป 10 คน ไม่ได้ถูกตัดสินประหารชีวิต แต่ศาลก็พิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต โดยที่ไม่มีสิทธิ์ได้รับการลดหย่อนโทษ หรือขอรับการทำทัณฑ์บนให้ปล่อยตัวก่อนกำหนด








