Avengers: Endgame: เพราะคนอยากหลีกหนีความจริง นักแสดงชื่อดัง หรือเป็นที่วิชวลเอฟเฟค นี่คือเหตุผลว่าทำไมภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ถึงได้เป็นที่นิยม

Poster for Avengers: Endgame

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, คาดว่า Avengers: Endgame จะทำเงินได้ถึง 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
    • Author, โดย แฟร์นานโด ดูอาร์เต
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซี

ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ไม่ใช่ของแปลกใหม่ แต่เริ่มเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ตั้งแต่ยุค 40 แล้ว

แต่ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ภาพยนตร์ประเภทนี้ทรงอิทธิพลมากขึ้นเรื่อย ๆ ในวงการ และตอนนี้ ใน 10 อันดับภาพยนตร์ทำเงินมากที่สุดตลอดกาลก็เป็นภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ถึง 4 เรื่องแล้วด้วยกัน

Avengers: Endgame ซึ่งเป็นภาคต่อของ Avengers: Infinity War โดย Marvel Studio ที่ทุกคนรอคอย เข้าฉายทั่วโลกเมื่อวันที่ 25 เม.ย. และทำเงินไปกว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แล้ว และคาดว่าจะถึง 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แซงหน้าอันดับหนึ่งปัจจุบันอย่าง Avatar ได้

ความสำเร็จของภาพยนตร์แนวแฟนตาซีหรือ ไซไฟ ไม่ใช่เรื่องใหม่ ดูอย่างเรื่อง Star Wars เป็นต้น แต่ความสำเร็จของภาพยนตร์ที่ใช้ชื่อซูเปอร์ฮีโรชูโรงเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นที่หลัง

นี่คือปัจจัยบางประการที่ทำให้ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในขณะนี้

1. วิชวลเอฟเฟค (visual effects)

Scene from Superman (1978)

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, วิชวลเอฟเฟคพัฒนาไปไกลมากนับตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่อง Superman จากปี 1978

ในปี 1978 Superman เป็นภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดเป็นอันดับ 2 ในสหรัฐฯ รองจากเรื่อง Grease

อย่างไรก็ดี วิชวลเอฟเฟค หรือเทคนิคสร้างภาพที่มีลักษณะพิเศษ หรือที่ไม่สามารถถ่ายได้จริง ของภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้ดีอะไรเป็นพิเศษ คริสโตเฟอร์ รีฟ นักแสดงนำ ถ่ายทำฉากที่ต้องบินด้วยการขึ้นไปเกาะอยู่บนลวด

ผ่านไป 4 ทศวรรษ เทคโนโลยีในการสร้างภาพยนตร์ก้าวหน้าไปมากจนสามารถสร้างฉากที่ซับซ้อนต่าง ๆ ขึ้นมาได้อย่างสมจริงด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ ๆ

แม้แต่ตัวซูเปอร์ฮีโร่และวายร้ายก็ล้วนถูกสร้างขึ้นโดยระบบคอมพิวเตอร์ทั้งสิ้น

2.ความหลากหลาย

A group of African-American youths pose in front a of a Black Panther promotional backdrop

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผู้ชม Black Panther เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันและชาวลาตินอเมริกาถึง 53 เปอร์เซ็นต์

ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่เจาะกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น ตัวอย่างสำคัญคือ Wonder Woman ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่เรื่องแรกที่ตัวละครนำเป็นผู้หญิง และ Black Panther ซึ่งนักแสดงนำส่วนใหญ่เป็นคนผิวสีและก็ทำเงินได้มหาศาลด้วย

ไม่แปลกที่กลุ่มผู้ชมของ Black Panther แตกต่างจากภาพยนตร์เรื่องอื่น จากข้อมูลโดยสมาคมภาพยนตร์แห่งสหรัฐฯ (Motion Picture Association of America) ผู้ชม Black Panther เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันและชาวลาตินอเมริกาถึง 53 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่สัดส่วนโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 37 เปอร์เซ็นต์สำหรับภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ ในปี 2018

3.บทภาพยนตร์

Hugh Jackman

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ฮิว แจคแมน นักแสดงนำภาพยนตร์เรื่อง Logan

Logan ภาพยนตร์ที่ต่อยอดมาจากชุดภาพยนตร์ X-Men ไม่ได้ทำเงินได้มหาศาล แต่ภาพยนตร์ที่นำโดย ฮิว แจคแมน นี้สร้างประวัติศาสตร์ในปี 2017 ด้วยการเป็นภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่เรื่องแรกที่เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

หนึ่งปีถัดจากนั้น Black Panther ก็เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

4.นักแสดงดัง

Jennifer Lawrence

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์

เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์, คริสเตียน เบล, จอร์จ คลูนีย์, โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์, นาตาลี พอร์ตแมน, และกวินเน็ธ พัลโทรว์

นี่คือนักแสดงฮอลลีวูดบางส่วนเท่านั้นที่เคยรับบทในภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร ทุกวันนี้ คุณแทบจะหาภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ที่ไม่มีชื่อนักแสดงดัง ๆ ได้แล้ว และก็เป็นพวกเขานี่เองที่ช่วยให้ภาพยนตร์ขายได้

อย่างไรก็ดี มีนักแสดงจากภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่คนเดียวเท่านั้นที่เคยชนะรางวัลออสการ์ นั่นก็คือ ฮีธ เล็ดเจอร์ ที่ได้รางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง The Joker in Dark Knight หลังจากเขาเสียชีวิต

5.การหลีกหนีความจริง

Stock traders look at screens

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, "คนอยากจะลืมปัญหาของตัวเอง และอยากจะไปอยู่กับคนอื่นแทน"

สิ่งที่ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ซึ่งประสบความสำเร็จมากที่สุดมีเหมือนกันคือ ทุกเรื่องล้วนออกฉายตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา

บางฝ่ายมองว่านี่เป็นผลมาจากการที่ผู้คนอยากจะหลีกหนีความจริงในปีที่โลกประสบวิกฤตทางเศรษฐกิจ หนีจากยุคที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

แต่เศรษฐกิจที่แย่กลับส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์ ยอดรายรับทั่วโลกเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้วและก็ยังไม่ลดน้อยลงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

มาร์ตี แคปแลน ศาตราจารย์ด้านความบันเทิง, สื่อ และสังคม มหาวิทยาลัยเซาธ์เทิร์นแคลิฟอร์เนีย บอกว่า นี่ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนเลย "คนอยากจะลืมปัญหาของตัวเอง และอยากจะไปอยู่กับคนอื่นแทน"

6.ตลาดจีน

Robert Downey Junior and Scarlett Johansson take part in a ceremony in Shanghai

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, โรงภาพยนตร์ในจีนทำเงินมากกว่า 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2018

สมาคมภาพยนตร์แห่งสหรัฐฯ ระบุว่า จีนเป็นตลาดภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกนอกสหรัฐฯ มีการประเมินว่าโรงภาพยนตร์ในจีนทำเงินมากกว่า 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2018 มากกว่าอันดับ 2 อย่างญี่ปุ่น (2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ถึง 4 เท่า

ผู้ชมชาวจีนนิยมภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่แม้ว่าประเทศจะไม่มีวัฒนธรรมการอ่านหนังสือการ์ตูน ในช่วงปี 50 ถึง 70 ตัวละครดังจากโลกตะวันตกโดนห้ามเผยแพร่ในจีน และภาพยนตร์ Superman เรื่องแรกก็เพิ่งเข้าฉายในจีนในปี 1985 เป็นเวลาถึง 7 ปีหลังจากภาพยนตร์เผยแพร่ครั้งแรก

ข้อมูลจาก Entgroup บริษัทที่ปรึกษาในจีนระบุว่า ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่เป็นหนึ่งในประเภทภาพยนตร์จากต่างประเทศที่ทำเงินสูงสุดในประเทศ ยกตัวอย่างเช่น Avengers: Infinity War ซึ่งทำเงินไปเกือบ 360 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

นิตยสาร The Hollywood Reporter บอกว่า มีแผนที่จะสร้างภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ที่แสดงนำโดยคนเอเชีย เพื่อเป็นวิธีในการเจาะตลาดมากกว่าเดิมอีก