ทำไมการพูดผิดของ เจเรมี ฮันต์ ที่บอกว่าภรรยาชาวจีนของเขาเป็น 'ชาวญี่ปุ่น' จึงดูเป็นเรื่องใหญ่?

Jeremy Hunt and his wife Lucia attend a garden party at Buckingham Palace on May 19, 2016 in London, England.

ที่มาของภาพ, Getty Images

    • Author, เฮเลียร์ ชุง
    • Role, บีบีซี นิวส์

นายเจเรมี ฮันต์ รัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่ของอังกฤษ อยู่ระหว่างการเยือนจีนอย่างเป็นทางการ แต่เรื่องที่เขาพูดผิดเกี่ยวกับภรรยาของเขากลับกลายเป็นเรื่องที่สื่อให้ความสนใจอย่างมากแทน

นายฮันต์ พยายามที่จะเอาใจเจ้าภาพด้วยการเอ่ยถึงภรรยาชาวจีนของเขา แต่เขากลับพูดผิดด้วยการบอกว่าเธอเป็น "ชาวญี่ปุ่น"

เขารีบแก้คำพูดใหม่ และคนในที่ประชุมก็พากันหัวเราะออกมา

เรื่องนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ และนายฮันต์เองก็บอกว่า มันเป็น "ความผิดพลาดอย่างมหันต์"

ลูเซีย กว๋อ เกิดในเมืองซีอาน ทางตอนกลางของจีน เธอและนายฮันต์รู้จักกันในปี 2008 ขณะที่เธอทำงานที่มหาวิทยาลัยวอร์ริก (Warwick University) ทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 3 คน

เขาพูดว่าอะไรแน่?

นายฮันต์ กำลังร่วมประชุมกับนายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ขณะที่เขากล่าวเป็นภาษาอังกฤษว่า "ภรรยาของผมเป็นชาวญี่ปุ่น ภรรยาของผมเป็นชาวจีน ขอโทษครับ มันเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์"

เขาอธิบายว่า เขาและนายหวัง "พูดกันเป็นภาษาญี่ปุ่นที่งานเลี้ยงรับรอง" ก่อนที่จะพูดต่อว่า: "ภรรยาของผมเป็นชาวจีน และลูก ๆ ของผมเป็นลูกครึ่งจีน และเรามีตายายที่อาศัยอยู่ในเมืองซีอานและมีสายสัมพันธ์ครอบครัวที่แข็งแกร่งในจีน"

เหตุใดการเผลอพูดผิดเช่นนี้จึงกลายเป็นเรื่องน่าอาย?

1. จีนและญี่ปุ่นมีความเป็นอริต่อกัน

ถ้าคุณกำลังพยายามเอาใจรัฐบาลจีนอยู่ แล้วเรียกจีนผิดเป็นประเทศอื่นถือเป็นเรื่องแย่ แต่การเรียกจีนเป็นญี่ปุ่น ถือเป็นความผิดพลาดที่เลวร้ายที่สุด

ผู้ประท้วงจีนเผาธงชาติญี่ปุ่น

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, การประท้วงต่อต้านญี่ปุ่นในจีนในปี 2012

นั่นเป็นเพราะว่า ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ต่อกันมานานหลายสิบปีแล้ว เคยทำสงครามกัน 2 ครั้ง และยังมีข้อพิพาทด้านพรมแดนในทะเลจีนตะวันออกด้วย

ในหมู่คนจีนรุ่นเก่า มีคนจำนวนมากที่ไม่เต็มใจซื้อสินค้าญี่ปุ่น หรือเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น เพราะพวกเขากล่าวหาว่า ญี่ปุ่นไม่ยอมรับต่อความโหดร้ายในช่วงสงครามที่ญี่ปุ่นได้ก่อขึ้น

นอกจากนี้ยังเคยมีการประท้วงต่อต้านญี่ปุ่นเกิดขึ้นหลายครั้งทั่วประเทศจีนในปี 2012 ในช่วงที่ความตึงเครียดเกี่ยวกับหมู่เกาะพิพาททวีความรุนแรงมากขึ้น

2. สิ่งที่เขาพูดผิดเป็นเรื่องราวของตัวเอง

การเผลอพูดผิด หรือสับสนเรื่องเชื้อชาติของคนไม่ใช่เรื่องแปลก

นายฮันต์พูดภาษาญี่ปุ่นได้ และเคยทำงานในญี่ปุ่น และเขาบอกว่า เขาพูดคุยกับนายหวังเป็นภาษาญี่ปุ่น ซึ่งอาจจะช่วยอธิบายได้ว่า ทำไมเขาจึงคิดถึงคำว่าญี่ปุ่นในช่วงประชุม

แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังเป็นคำอธิบายที่ยังดูประดักประเดิดที่เขาเผลอพูดคำว่า "ชาวญี่ปุ่น" ในการประชุมกับเจ้าหน้าที่ทางการจีนหลายคน โดยเฉพาะเมื่อเขากำลังพูดถึงเรื่องราวชีวิตของตัวเอง

ข้าม X โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด X โพสต์

นายฮันต์ ได้ทวีตข้อความว่า กฎข้อแรกของการเป็น รมว. ต่างประเทศ: ขณะเล่าให้ชาวจีนฟังเป็นภาษาอังกฤษเกี่ยวกับเรื่องที่คุณคุยกับพวกเขาเป็นภาษาญี่ปุ่นเกี่ยวกับภรรยาชาวจีนของคุณ อย่าสับสน!

3. ความผิดพลาดนี้บังเอิญตรงกับการเหมารวมที่ไม่ดีอย่างหนึ่ง

ภาพผู้หญิงเอเชีย 3 คนท่าทางไม่พอใจ

ที่มาของภาพ, iStock

คำบรรยายภาพ, การทึกทักเกี่ยวกับเชื้อชาติของคนอาจทำให้เกิดความไม่พอใจขึ้นได้

เรื่องตลกเรื่องหนึ่งที่คนมักพูดกันคือ ชาวเอเชียตะวันออก "ดูเหมือนกันไปหมด" และชาวเอเชียตะวันออกจำนวนมากก็ตำหนิว่า ผู้คนทึกทักเกี่ยวกับเชื้อชาติของพวกเขาโดยไม่ได้มีการพิจารณาให้ดีก่อน

ยกตัวอย่างเช่น มีคนจำนวนมากทักคนเชื้อสายจีนด้วยคำว่า "คอนนิจิวะ" (คำทักทายเป็นภาษาญี่ปุ่น) หรือคนแปลกหน้าทักทายด้วยคำว่า "หนี ห่าว" (คำทักทายภาษาจีน) กับคนเชื้อสายญี่ปุ่น เป็นต้น

ชาวเอเชียตะวันออกส่วนใหญ่ คงจะยอมรับได้ว่า มันไม่ใช่ความผิดพลาดที่ใหญ่โตอะไร แต่มันก็สร้างความน่ารำคาญอยู่เช่นกัน

เรื่องขายหน้าของนายฮันต์อาจจะเป็นการพลั้งปากโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่เคราะห์ร้ายที่มันเกิดขึ้นในบริบทเช่นนี้

ที่สำคัญสำหรับนายฮันต์คือ การพูดถึงภรรยาของตัวเองเป็นอันดับแรก คงไม่ได้สร้างความประทับใจให้กับเจ้าภาพนัก

4. การเอาใจจีนจะได้ผลหรือไม่?

นายเจเรมี ฮันต์ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ (ซ้าย) จับมือกับ นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน (ขวา)

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, นายฮันต์ และนายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน

จีนทะยานขึ้นสู่ประเทศมหาอำนาจของโลก และกลุ่มผู้บริโภค, นักการเมือง และธุรกิจต่าง ๆ พยายามที่จะเอาใจจีน

แต่พูดง่ายกว่าทำ

ทั้งมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก และประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ได้พยายามสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ฟังชาวจีนด้วยการกล่าวเป็นภาษาจีน

การมีครอบครัวเป็นคนเชื้อสายจีนก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ความสัมพันธ์กับจีนราบรื่นเสมอไป

ยกตัวอย่างเช่น แกรี ล็อก ที่ทำหน้าที่เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศจีนตั้งแต่ปี 2011-2013 และได้กลายเป็นข่าวใหญ่ว่า เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายจีนคนแรกที่ได้รับตำแหน่งนี้

แต่เขาก็ยังเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อจีน โดยเฉพาะเมื่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนตึงเครียด เช่น ตอนที่สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงปักกิ่ง ให้ที่พักพิงแก่ นายเฉิน กวงเฉิง ผู้แข็งข้อต่อรัฐบาลจีน

เดอะ โกลบอล ไทมส์ หนังสือพิมพ์ทางการจีน กล่าวเตือนประชาชนว่า นายล็อก เป็นเพียงนักการเมืองที่รับใช้ผลประโยชน์ของสหรัฐฯ "ธรรมดา ๆ" คนหนึ่งเท่านั้น ถึงแม้ว่าเขาจะมีเชื้อสายจีนก็ตาม