รู้จัก "ศัพท์การเมือง" ที่มีใช้แต่ในเกาหลีเหนือ

ที่มาของภาพ, Getty Images
นอกจากสื่อมวลชนของเกาหลีเหนือจะมีผู้ประกาศข่าวที่รายงานเหตุการณ์ล่าสุดด้วยลีลาท่าทางไม่เหมือนใครแล้ว ถ้อยคำที่ใช้ในข่าวยังเต็มไปด้วยศัพท์เฉพาะที่ "รู้กัน" เฉพาะในแวดวงผู้ที่คุ้นเคยกับประวัติศาสตร์และอุดมการณ์ทางการเมืองของดินแดนโสมแดงเท่านั้น
ศัพท์แสงเหล่านี้มีอะไรบ้างและมีความเป็นมาอย่างไร ทีมงานบีบีซีมอนิเทอริงได้รวบรวมมาให้ทราบดังนี้
ซอนกุน (Songun) "กองทัพต้องมาก่อน"
เป็นชื่อของนโยบายที่ให้ความสำคัญกับกองทัพประชาชนเกาหลี (เคพีเอ) เป็นอันดับหนึ่ง รวมทั้งจัดให้เรื่องการทหารมาก่อนสิ่งอื่นใดทั้งหมด ซึ่งนโยบายนี้เริ่มใช้โดยนายคิม อิล ซุง ผู้นำสูงสุดคนแรกเมื่อช่วงทศวรรษที่ 1960 เพื่อเป็นแนวทางหลักในการบริหารประเทศ โดยการจัดสรรทรัพยากรใด ๆ จะต้องให้กับกองทัพก่อน
นโยบายนี้ได้รับการสืบทอดต่อมาจนถึงรุ่นของนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดคนปัจจุบัน ซึ่งให้ความสำคัญกับแนวทางนี้เพิ่มขึ้นอย่างมาก เห็นได้จากการเร่งพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป โดยมีการยิงทดสอบขีปนาวุธหลากหลายแบบบ่อยครั้ง รัฐบาลเกาหลีเหนือกำหนดให้วันที่ 25 ส.ค. ของทุกปีเป็น "วันซอนกุน" ซึ่งเป็นวันหยุดของประเทศ
จูเช (Juche) "ปรัชญาพึ่งตนเอง"
อุดมการณ์แบบพึ่งพาตนเองของนายคิม อิล ซุง ซึ่งดัดแปลงจากอุดมการณ์มาร์กซิสม์-เลนินนิสม์ ให้มีความเป็นเกาหลีมากขึ้น และมีการรับมาใช้เป็นอุดมการณ์หลักของรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางเศรษฐกิจ เช่นในการประชุมพรรคแรงงานแห่งเกาหลีครั้งที่ผ่านมา นายคิม จอง อึนได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ระดับต่าง ๆ เร่งพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเข้มแข็งไม่ย่อท้อ โดยให้อยู่บนพื้นฐานของการพึ่งตนเองตามปรัชญาจูเช

ที่มาของภาพ, EPA
หลักปรัชญาจูเชยังเน้นถึงความสามารถในการป้องกันประเทศและการรักษาเอกราชอธิปไตยไว้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นที่มาส่วนหนึ่งของการแยกตัวโดดเดี่ยวและค่อนข้างจะปิดประเทศต่อโลกภายนอก
ในกรุงเปียงยางมี "หอปรัชญาจูเช" ตั้งอยู่เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเชิดชูแนวคิดดังกล่าว ทั้งมีการใช้ "ศักราชจูเช" ซึ่งเริ่มนับจากวันเกิดของนายคิม อิล ซุง เมื่อปี 1912 เป็นปีจูเชที่ 1 ปัจจุบันปี 2017 ถือเป็นปีจูเชที่ 106
พยุงจิน (Byeongjin) "การพัฒนาคู่ขนาน"
นโยบายหลักที่วางโดยนายคิม จอง อึน ซึ่งจะมุ่งพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจไปให้ได้อย่างรวดเร็วพร้อมกัน โดยมีการประกาศนโยบายนี้ครั้งแรกเมื่อปี 2013 แต่เขาได้เน้นย้ำจะดำเนินนโยบายนี้ต่อไปในการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคแรงงานแห่งเกาหลีเมื่อปีที่แล้ว และในการประชุมพรรคเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา นายคิม จอง อึน กล่าวว่าสถานการณ์และข้อเท็จจริงในปัจจุบันได้ชี้ให้เห็นแล้วว่า นโยบายดังกล่าวมีความเหมาะสมและถูกต้อง
เชิลลิมา (Chollima ) "ม้าพันลี้" และมันลิมา (Mallima ) "ม้าหมื่นลี้"
ม้าพันลี้คือม้าที่วิ่งเร็วและมีกำลังแข็งแกร่งในตำนานของเอเชียตะวันออก ซึ่งวิ่งได้ถึงพันลี้หรือราว 400 กิโลเมตรต่อวัน แต่ตามจินตนาการในแบบของเกาหลีเหนือนั้น ม้าพันลี้เป็นม้ามีปีก ตามที่แสดงไว้ที่อนุสาวรีย์ม้าพันลี้ในกรุงเปียงยาง

ที่มาของภาพ, AFP
ม้าดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์ของการรณรงค์ให้ประชาชนเร่งทำงานหนักในช่วงทศวรรษ 1950 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอุตสาหกรรมเหล็กกล้า เพื่อเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังสงครามเกาหลี โดยมีการก่อตั้ง "ขบวนการม้าพันลี้" ขึ้นเป็นหัวหอกนำรณรงค์ในเรื่องนี้โดยเฉพาะ
ส่วนคำว่า "ม้าหมื่นลี้" มักใช้เป็นคำอุปมาในการเร่งให้ชาวเกาหลีเหนือมุ่งทำงานหนักและทำให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อบรรลุถึงเป้าหมายทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยสื่อโฆษณาชวนเชื่อของเกาหลีเหนือมักจะกล่าวว่า "เร่งทำด้วยความเร็วของม้าหมื่นลี้"
คิมอิลซุงิสม์ (Kimilsungism ) และคิมจองอิลิสม์ (Kimjongilism )
เป็นศัพท์ที่ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อยกย่องแนวคิดของผู้นำสูงสุดทั้งสองที่ล่วงลับไปแล้ว ในทำนองเดียวกับผู้นำลัทธิคอมมิวนิสต์ที่มีชื่อเสียงคนอื่น ๆ โดยหนังสือพิมพ์โรดอง ชินมุน ของทางการเกาหลีเหนือเคยนำมาใช้กล่าวสรรเสริญว่า "สังคมนิยมแบบเกาหลีก้าวหน้าไปด้วยชัยชนะอย่างเต็มเปี่ยมตามแนวทางของปรัชญาจูเช โดยไม่มีศัตรูหน้าไหนกล้าเข้ามาท้าทาย นี่เป็นข้อพิสูจน์อย่างชัดเจนถึงความถูกต้องของแนวคิดคิมอิลซุงิสม์และคิมจองอิลิสม์"
การรณรงค์ความภักดี (Loyalty campaign)
การระดมกำลังผู้คนเพื่อเร่งการผลิตสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ได้มากที่สุด ในช่วงเวลาที่กำหนดไว้เช่น 70 หรือ 200 วัน หลายครั้งมีขึ้นเพื่อแสดงให้โลกเห็นว่า เกาหลีเหนือไม่ได้รับผลกระทบจากการคว่ำบาตรหรือจากภัยพิบัติต่าง ๆ

ที่มาของภาพ, AFP
การเดินทัพอันเหนื่อยยาก (Arduous March)
เป็นคำที่ใช้เพื่อกล่าวถึงเหตุทุพภิกขภัยครั้งรุนแรงเมื่อช่วงทศวรรษ 1990 ซึ่งมีชาวเกาหลีเหนืออดตายนับล้านคน ปัจจุบันสื่อของทางการเริ่มนำคำนี้กลับมาใช้อีกบ่อยครั้ง เพื่อเตือนประชาชนให้เตรียมรับมือกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เนื่องจากการคว่ำบาตรโดยประชาคมนานาชาติ
สายเลือดเขาเพ็กตู (Mount Paektu bloodline)
หมายถึงสายตระกูลที่ปกครองเกาหลีเหนือ ซึ่งสืบทอดจากนายคิม อิล ซุง โดยมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับกำเนิดอันลึกลับศักดิ์สิทธิ์ของเขาบนภูเขาแห่งนี้ ความเชื่อดังกล่าวส่งเสริมให้ชาวเกาหลีเหนือมีความจงรักภักดีต่อผู้นำตระกูลคิมแน่นแฟ้นขึ้น

ที่มาของภาพ, WIKIPEDIA/BDPMAX
เขาเพ็กตูเป็นภูเขาไฟที่เคยปะทุเมื่อราว 1,000 ปีที่แล้ว ตั้งอยู่ระหว่างพรมแดนจีนและเกาหลีเหนือ โดยเชื่อกันว่าเป็นสถานที่กำเนิดอันศักดิ์สิทธิ์ของชนชาติเกาหลี
ถูกสาปสามชั่วโคตร (Thrice-cursed)
เป็นสำนวนที่ใช้บ่อยในสื่อทางการเกาหลีเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่พูดถึงความผิดมหันต์ เช่นความผิดทางอุดมการณ์ ซึ่งบทลงโทษสำหรับความผิดนี้จะขยายจากตัวผู้กระทำผิดไปยังญาติสามชั่วคนให้ต้องพลอยรับโทษด้วย
เมื่อไม่นานมานี้มีการใช้สำนวน "ถูกสาปสามชั่วโคตร" กับน.ส. ปัก กึน เฮ อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ที่ถูกถอดถอน เนื่องจากมีความผิดในข้อหาคอร์รัปชันว่า "ลูกสาวของเผด็จการผู้ถูกสาปสามชั่วโคตรปัก จอง ฮี ต้องชดใช้อย่างสาสมต่ออาชญากรรมที่ถูกสาปสามชั่วโคตรซึ่งตนก่อขึ้น" มีรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ก็ถูกสื่อเกาหลีเหนือเรียกด้วยสำนวนนี้เช่นกัน








