ทรัมป์เปิดศึกสงครามการค้ากับจีนจริงหรือ?

ที่มาของภาพ, UNIVERSITY OF CALIFORNIA, IRVINE
การแต่งตั้งนายปีเตอร์ นาวาร์โร ขึ้นเป็นประธานสภาการค้าแห่งชาติ หน่วยงานใหม่เอี่ยม โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก่อให้เกิดคำถามถึงนโยบายด้านการค้าต่อจีนของทรัมป์
คาริชมา วาสวานี ผู้สื่อข่าวสายธุรกิจในเอเชียของบีบีซีชี้ว่า สารคดีเรื่อง Death by China (ตายเพราะจีน) ที่นายนาวาร์โรสร้าง ก็พอจะเดาออก ว่า เขาคิดต่อจีนอย่างไร ภาพยนตร์เรื่องนี้ นำเสนอผลลบของจีนต่อเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เช่น อ้างว่างาน 5.5 ล้านตำแหน่ง และโรงงาน 57,000 แห่งในสหรัฐฯ ต้องสูญไปเพราะจีน และจีนใส่ยาพิษในสินค้าสำหรับเด็ก ในฉากหนึ่งมีมีดพร้อมกับคำว่า "Made in China" ปักอยู่ใจกลางแผนที่สหรัฐฯ และมีเลือดไหลเป็นทางออกมาจากธงชาติอเมริกัน
นายนาวาร์โรดูเป็นคนที่ทำอะไรเว่อร์ ๆ แต่ก็ไม่ต่างไปจาก ทรัมป์ นายใหม่ของเขา ผู้ต้องการประกาศให้โลกรับรู้ว่า เขาไม่กลัวที่จะทำสงครามการค้ากับจีน แต่อาจมองได้เหมือนกันว่าเป็นการวางกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด
ในหนังสือเรื่อง The Art of the Deal (ศิลปะการเจรจาทางธุรกิจ) ที่นายทรัมป์เขียนขึ้นเมื่อปี 2530 เขาพูดถึงจีนว่า "หลายสิบปีที่ผ่านมา ผมอ่านหนังสือเกี่ยวกับจีนหลายร้อยเล่ม ผมรู้จักคนจีน ผมได้เงินเป็นกอบเป็นกำจากการทำธุรกิจกับคนจีน ผมรู้ดีถึงความรู้สึกนึกคิดของคนจีน"
การแต่งตั้งนายนาวาร์โรครั้งนี้เป็นความพยายามของนายทรัมป์ที่จะต่อรองกับจีนเพื่อให้ได้ข้อตกลงที่ดีกว่าหรือไม่?
นายกอร์ดอน ชาง ผู้แต่งหนังสือเรื่อง The Coming Collapse of China (จีนใกล้ล่ม) ชี้ว่า "จีนเล่นเกมในระบบระหว่างประเทศมานานแล้ว และเห็นได้ชัดว่านายทรัมป์ต้องการเปลี่ยนมัน สำหรับนายทรัมป์ ความสัมพันธ์ที่ดีหมายถึงการได้มาในสิ่งที่ต้องการ และเป็นเรื่องที่ใกล้เคียงกับมุมมองของจีน" แต่นั่นไม่ได้เป็นเรื่องที่ทีมของนายทรัมป์ต้องการนำเสนอ และก็ไม่ใช่เรื่องที่จีนมองด้วย

คณะทำงานในชุดเปลี่ยนผ่านของนายทรัมป์บอกว่า สภาการค้าแห่งชาติสหรัฐฯ เป็นหน่วยงานใหมที่จะช่วยให้ภาคการผลิตของสหรัฐฯ กลับมา "ยิ่งใหญ่" อีกครั้ง โดยจะสร้างงานที่เคยเป็นของคนอเมริกัน กลับขึ้นมาใหม่ในประเทศ นายนาวาร์โรจะช่วยกำหนดทิศทางการค้าของสหรัฐฯ และวางนโยบายเพื่อลดการขาดดุลการค้ากับจีน และชาติอื่น ๆ
นักเศรษฐศาสตร์หลายคนมองว่า ในภาคปฏิบัติการนำตำแหน่งงานกลับมาสู่สหรัฐฯ อีกครั้ง ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่าย ๆ นายนาวาร์โรจะทำอะไรได้บ้าง

ที่มาของภาพ, Reuters
นายเฟรเซอร์ โฮวี นักสังเกตการณ์ด้านจีนมองว่า "ดูเหมือนว่านายทรัมป์มีแผนจะใช้ไม้แข็งกับจีน แต่เขามองผิดประเด็น เรื่องการจ้างบริษัทอื่นมาช่วยงาน หรือโอนงานในประเทศไปนอกประเทศ เป็นประเด็นเก่าตั้งแต่เมื่อราวทศวรรษที่ 1990 ประเด็นสำคัญในตอนนี้คือการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาและการเข้าถึงตลาด"
แต่ประเด็นดังกล่าวชูไม่ขึ้น และไม่ดึงดูดความสนใจของคนเท่ากับการคำว่า "ตายเพราะจีน" ข้อสันนิษฐานหลักของนายนาวาร์โรคือโลกาภิวัตน์เอื้อประโยชน์ต่อจีน ไม่ใช่สหรัฐฯ นายนาวาร์โรและผู้ที่เห็นด้วยกับเขาชี้ว่า นับตั้งแต่ที่จีนเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกเมื่อปี 2544 เศรษฐกิจของสหรัฐฯ ก็เริ่มชะลอตัวลง ผิดกับของจีนที่เฟื่องฟูขึ้น
ศาสตราจารย์เซียะ เต๋า แห่งมหาวิทยาลัยด้านการต่างประเทศในกรุงปักกิ่งมองว่า การแต่งตั้งนายนาวาร์โรครั้งนี้ "เป็นสัญญาณที่ไม่ดี ไม่ใช่สัญญาณบวก" เขาเสริมว่า ตอนที่นายทรัทป์ชนะเลือกตั้ง คนจีนต่างดีใจ และเขียนแสดงความคิดเห็นว่าการขึ้นเป็นประธานาธิบดีของนายทรัมป์เป็นผลดีต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน แต่สองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา คนกลับรู้สึกตรงกันข้าม การแต่งตั้งนายนาวาร์โรเป็นการส่งสัญญาณต่อจีนและคนในสหรัฐฯ ว่า มีหลายวิธีที่สหรัฐฯ จะลงโทษจีนในประเด็นการค้าได้ นายทรัมป์เองเคยกล่าวไว้ว่า "ผมจริงจังและจริงใจกับเรื่องที่เคยกล่าวไว้ และผมจะทำตามที่เคยพูด"

ที่มาของภาพ, AFP
และดูเหมือนว่าจีนคงไม่มองความเป็นปรปักษ์ครั้งนี้แบบนิ่งนอนใจ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ต้องเอาใจคนในประเทศเช่นกัน และทวีตของนายทรัมป์ในช่วงหลังก็ยิ่งทำให้คนจีนเคืองหนักขึ้นไปอีก บทบรรณาธิการในหนังสือพิมพ์โกลบอลไทมส์ กระบอกเสียงของรัฐบาลจีน ที่เขียนเมื่อต้นเดือนนี้ระบุว่า "นายทรัมป์ไม่ได้ประพฤติตนแบบประธานาธิบดีที่จะขึ้นเป็นผู้นำในทำเนียบขาวในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า เขาไม่รู้ว่าการเป็นผู้นำชาติมหาอำนาจควรวางตัวอย่างไร แต่เนื่องจากเขายังไม่ได้รับตำแหน่ง จีนจึงต้องใจเย็นต่อคำพูดที่ยั่วยุของเขา แต่ถ้าเขาข่มขู่จีนอีก หลังจากขึ้นดำรงตำแหน่ง จีนจะไม่ยับยั้งชั่งใจ"
ผู้สื่อข่าวบีบีซีชี้ว่า ดูเหมือนบทบรรณาธิการนี้ใช้ภาษาของการสู้รบให้เริ่มสงครามการค้ากันเลย








