ใครได้ ใครเสีย จากการศึกครั้งใหม่ระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน

.

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES

    • Author, มาห์มัด เอลเนกการ์
    • Role, บีบีซีนิวส์ อารบิก

“ยกนี้เสมอ แต่อิหร่านได้แต้มต่อ” นี่คือสิ่งที่นักวิเคราะห์บางคนอธิบายถึงการโจมตีครั้งแรกของอิหร่านบนดินแดนอิสราเอล

ในคืนวันเสาร์ (13 เม.ย.) อิหร่านได้ยิงโดรนและขีปนาวุธมากกว่า 300 ลำ/ลูก ไปยังอิสราเอล ตามการเปิดเผยของกองทัพอิสราเอล

กองทัพอิหร่านประกาศว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นไป “เพื่อตอบโต้เหตุโจมตีสถานกงสุลอิหร่านในกรุงดามัสกัส และบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ได้ทั้งหมด”

ก่อนหน้านี้ อิหร่านออกมาขู่ว่าจะตอบโต้อย่างถึงที่สุดต่อเหตุโจมตีทางอากาศใส่สถานกงสุลอิหร่านในกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ซึ่งสังหารสมาชิกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านไป 7 ราย และพลเมืองซีเรีย 6 ราย

แม้รัฐบาลอิสราเอลไม่เคยออกมายอมรับว่าเป็นผู้โจมตีสถานกุงสุลดังกล่าว แต่เชื่อกันอย่างกว้างขวางว่าอิสราเอลอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว

 A view from the southern Gaza strip shows drones or missiles vying for targets in southern Israel, early 14 April 2024 - according to the Israeli army IDF on early 14 April Iran launched missiles from its territory toward the territory of the State of Israel. The IDF called called for people to be alert and act according to the Home Front Command's guidelines

ที่มาของภาพ, Atef Safadi / EPA

คำบรรยายภาพ, อิหร่านยิงโดรนและขีปนาวุธกว่า 300 ลำ/ลูก ใส่อิสราเอลช่วงเย็นวันเสาร์ที่ผ่านมา

ต่อมา วันที่ 19 เม.ย. เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 2 ราย ยืนยันกับสถานี CBS News ซึ่งเป็นสื่อพันธมิตรของบีบีซีว่า กองทัพอิสราเอลได้ยิงโจมตีอิหร่านแล้ว โดยมีรายงานการระเบิดในเมืองอิสฟาฮาน เมืองสำคัญทางตะวันตกเฉียงเหนือของอิหร่าน

สำนักข่าวฟาร์ส ซึ่งเป็นสื่อกึ่งของราชการอิหร่านรายงานว่า การระเบิดเกิดขึ้นที่สนามบินนานาชาติ แต่ไม่ลงรายละเอียดว่าเป็นผลจากขีปนาวุธอิสราเอลหรือไม่

อิสฟาฮาน ถือเป็นเมืองยุทธศาสตร์สำคัญของอิหร่านด้วย เพราะเป็นที่ตั้งฐานทัพอากาศขนาดใหญ่ รวมถึงฐานการผลิตขีปนาวุธขนาดใหญ่ และที่ตั้งสาธารณูปโภคด้านนิวเคลียร์อีกหลายแห่ง ต่อมาสถานีโทรทัศน์แห่งชาติอิหร่าน ยืนกรานว่า โรงงานนิวเคลียร์ต่าง ๆ ในอิสฟาฮาน ปลอดภัยดี

เบื้องต้น ทางการอิหร่านได้ระงับเที่ยวบินไปเมืองใหญ่ ทั้ง กรุงเตหะราน และอิสฟาฮาน แล้ว พร้อมเปิดระบบป้องกันอากาศยาน

ก่อนหน้าการโจมตีกลับของอิสราเอลไม่กี่ชั่วโมง รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเตือนว่า หากอิสราเอลโจมตีอิหร่านอีก จะดำเนินการตอบโต้ขั้นสูงสุด ส่วนการโจมตีอิสราเอลของอิหร่านเมื่อ 13 เม.ย. นั้น ถือเป็น "สิทธิการป้องกันตัวเอง" เพราะอิสราเอลเริ่มก่อน ด้วยการโจมตีสถานทูตอิหร่านในซีเรีย

.

สิ่งที่ได้ กับ สิ่งที่เสียไป

ก่อนหน้านี้ อิหร่านประกาศว่าการโจมตีอิสราเอลครั้งนี้ประสบความสำเร็จ

แต่ข้อมูลจาก อาลี นูรี ซาเดห์ นักวิจัยชาวอิหร่านและผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาอาหรับ-อิหร่านศึกษาในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ระบุว่า การโจมตีครั้งนี้ไม่ได้ทำให้อิหร่านได้เปรียบเลย เขายังระบุด้วยว่า มันเผยให้เห็นความอ่อนแอในระบอบการปกครองของอิหร่าน เนื่องจากการโจมตีครั้งนี้ไม่โดนเป้าหมายใดเลยในอิสราเอล

สิ่งนี้ก่อให้เกิดการเยาะหยันในหมู่ผู้คนบางส่วนในอิหร่าน

ซาเดห์ เชื่อว่า หากอิหร่านยังคงยึดมั่นสิ่งที่เขาเรียกว่า "สงครามจิตวิทยา" ต่อไป อิหร่านจะประสบความสำเร็จมากกว่านี้

The rubble of a destroyed building lies next to Iran's consulate in Damascus on 1 April 2024

ที่มาของภาพ, The rubble of a destroyed building lies next to Iran's consulate in Damascus on 1 April 2024

คำบรรยายภาพ, การโจมตีทางอากาศเมื่อ 1 เม.ย. ทำให้สถานกงสุลอิหร่านในกรุงดามัสกัส (ขวามือ) ได้รับความเสียหาย

ในทางกลับกัน ดร.เอริก รันด์สกี นักวิจัยตะวันออกกลางศึกษาที่ศูนย์โมเช ดายัน มหาวิทยาลัยเทลอาวีฟ กล่าวว่า อิสราเอลพ่ายแพ้ด้วยการประกาศภาวะตื่นตัวขั้นสูงสุด เขากล่าวว่า สิ่งนี้กระตุ้นให้เกิดความวิตกกังวลในหมู่ชาวอิสราเอล และหลายคนกลัวว่าจะเกิดการโจมตีเช่นนี้ซ้ำอีก

ซาเดห์ กล่าวว่า ขณะนี้นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล รู้สึกมีอำนาจมากขึ้น การโจมตีดังกล่าวช่วยสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างอิสราเอลกับสหรัฐอเมริกาและประเทศตะวันตกอื่น ๆ อีกครั้ง หลังการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงก่อนวันเสาร์ที่ผ่านมา

นักวิจัยชาวอิสราเอลรายนี้กล่าวว่า อิสราเอลได้ประโยชน์บ้างจากการโจมตีครั้งนี้ แต่ก็ประสบความสูญเสียในด้านอื่น ๆ

เขาเชื่อว่า การโจมตีดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของอิสราเอลในการรับรู้ถึงพลวัตของอำนาจในตะวันออกกลาง และการไม่สามารถป้องกันพรมแดนของตนจากการโจมตีของอิหร่านได้

File image of US President Biden with his arm around Israeli Prime Minister Benjamin Netanyahu's shoulder

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แสดงความสนับสนุนนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ภายหลังถูกอิหร่านโจมตีเมื่อวันเสาร์

กลับสู่ “อ้อมกอด” ของนานาประเทศ

ดร.เอริก รันด์สกี ยังเชื่อด้วยว่า การโจมตีของอิหร่านทำให้อิสราเอลได้รับประโยชน์ พร้อมระบุว่านี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนทางการเมือง เนื่องจากขณะนี้อิสราเอลได้รับการสนับสนุนจากชาติตะวันตกเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน

เขากล่าวว่า อิสราเอลสามารถกลับคืนสู่ "อ้อมกอด" ของประเทศเหล่านี้ได้ โดยเฉพาะสหรัฐฯ หลังเกิดความตึงเครียดในความสัมพันธ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ในทางกลับกัน อาลี นูรี ซาเดห์ เชื่อว่า เตหะรานพ่ายแพ้ทางการเมืองทั้งภายในและภายนอก เขากล่าวว่าอิหร่านสูญเสียการสนับสนุนจากประเทศเพื่อนบ้าน และไม่มีชาติใดให้การสนับสนุนเลย เขาตั้งข้อสังเกตว่ามีความพยายามที่จะลากอิหร่านเข้าสู่สงครามโดยตรงกับสหรัฐฯ จากบางพื้นที่

นักวิจัยทั้งสองยอมรับว่ามีแรงกดดันภายในของทั้งสองประเทศ

รันด์สกี ชี้ให้เห็นว่า มีความกังวลอย่างมากภายในอิสราเอล ความโกรธแค้นทวีความรุนแรงขึ้นเนื่องจากปัญหาการเมืองภายในที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับสงคราม จากการไร้ความคืบหน้าในการช่วยเหลือตัวประกันที่ถูกคุมขังในฉนวนกาซา

ซาเดห์ ยังเชื่อด้วยว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างรุนแรง ไม่ใช่แค่จากการประท้วงของผู้คนบนท้องถนนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงจากบุคคลสำคัญในระบอบการปกครองของอิหร่านเองด้วย

“มีแรงกดดันจากกองกำลังพิทักษ์[การปฏิวัติอิหร่าน] หลังจากการสังหารผู้นำ 7 คนของกลุ่มอัลกุดส์โดยอิสราเอล เนื่องจากกองกำลังพิทักษ์กำลังเรียกร้องให้มีการแก้แค้น”

Missiles or drones raining down on Israel

ที่มาของภาพ, Getty Images

“สารแห่งไฟ”

ฮิชาม จาเบอร์ นายพลเกษียณราชการชาวเลบานอน ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารและยุทธศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ตะวันออกกลางในกรงเบรุต กล่าวกับบีบีซีนิวส์ อารบิก ว่า “สิ่งที่น่าประหลาดใจเกี่ยวกับการโจมตีครั้งนี้ก็คือมันไม่น่าแปลกใจเลย”

เขากล่าวว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะช่วงเวลา 2 สัปดาห์ของ "สงครามจิตวิทยา" ที่เกิดขึ้นก่อนการโจมตีทางอากาศ ในขณะที่อิสราเอลกำลังอยู่ใน "โหมดตื่นตระหนก"

เขากล่าวว่า สิ่งนี้ทำให้เกิดความเสียหายทั้งทางด้านจิตใจและทรัพย์สิน เนื่องจากการพังทลายลงของสิ่งอำนวยความสะดวกหลายแห่ง และชาวอิสราเอลจำนวนมากต้องหนีออกจากบ้าน

จาเบอร์ อธิบาย "ปฏิบัติการ" ของอิหร่านว่าเป็น "สารแห่งไฟ" เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเจาะลึกเข้าไปในอิสราเอล และทดสอบความพร้อมในการป้องกันภัยทางอากาศของอิสราเอล

เขายังเชื่อด้วยว่า การโจมตีครั้งนี้ทำให้อิหร่านฟื้นคืนศักดิ์ศรีทางการเมืองที่สูญเสียไปในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ตามสิ่งที่อิหร่านเรียกว่า "นโยบายความอดทนเชิงกลยุทธ์" ในขณะเดียวกันก็ได้รับประโยชน์ทางการทหารและเชิงกลยุทธ์ด้วย

ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารชาวเลบานอนผู้นี้เชื่อว่า อิหร่านยิงโดรนจำนวนมหาศาลเพื่อสร้างความสับสนให้กับการป้องกันทางอากาศของอิสราเอล เขาชี้ให้เห็นว่าไอเอิร์นโดมของอิสราเอลเพียงลำพังไม่สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธทั้งหมดได้ และต้องได้รับความช่วยเหลือจากกองกำลังสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรที่ประจำการอยู่ที่ฐานทัพในตะวันออกกลาง

“ถ้าอิสราเอลเลือกการตอบโต้ทางทหาร” จาเบอร์กล่าว “อิสราเอลสามารถโจมตีไปถึงแผ่นดินใหญ่ของอิหร่านได้ด้วยขีปนาวุธ แต่จะไม่สามารถเข้าไปลึกกว่านั้นได้เนื่องจากการตอบโต้ที่รุนแรงของอิหร่าน”

เขากล่าวเสริมว่า “เครื่องบินของอิสราเอลสามารถทิ้งระเบิดอิหร่านได้อย่างแม่นยำ แต่พวกเขาจะต้องบินข้ามกลุ่มประเทศอาหรับ ซึ่งอิหร่านได้ส่งสัญญาณเตือนไว้แล้ว อีกทางคือการปล่อยเครื่องบินจากฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค ซึ่งสหรัฐฯ อาจไม่อนุญาต”

Protests in Tehran on 1 April 2024 after Israel attacked the Iranian consulate building in the Syrian capital, Damascus, killing 13 people, including 7 members of the Revoluntiary Guard

ที่มาของภาพ, ABEDIN TAHERKENAREH / EPA

คำบรรยายภาพ, ประชาชนชาวอิหร่านออกมาชุมนุมประท้วงในกรุงเตหะราน ภายหลังเหตุโจมตีสถานกงสุลอิหร่านในซีเรีย เมื่อวันที่ 1 เม.ย

เปลี่ยนเส้นทาง และฟื้นฟูความเชื่อมั่น

ฟาวาซ เกอร์เกส ศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แห่งวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์ลอนดอน แย้งว่า อิสราเอลได้รับผลประโยชน์จากการโจมตีครั้งนี้มากกว่าอิหร่าน

เขาอธิบายว่า การโจมตีของอิหร่านไม่ได้สร้างความเสียหายหรือการบาดเจ็บล้มตายอย่างมีนัยสำคัญในอิสราเอล และตอนนี้ชาติตะวันตกทั้งหมดก็สนับสนุนอิสราเอล โดยสหรัฐฯ กำลังพยายามระดมการสนับสนุนจากชาติตะวันตกสำหรับอิสราเอลเพื่อสนับสนุนทางอาวุธ ความร่วมมือด้านข่าวกรอง และการสนับสนุนทางการเงิน

เกอร์เกส กล่าวว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ วาดภาพประเทศนี้เป็นเหยื่อ โดยเรียกร้องให้มีการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มจี 7 (G7) อย่างเร่งด่วนเพื่อระดมการสนับสนุนอิสราเอล "เนทันยาฮูจะได้รับผลประโยชน์ทางการเมือง หลังจากผู้นำทั่วโลกหันเหความสนใจออกจากความหายนะและเลวร้ายที่เกิดขึ้นในฉนวนกาซา แม้จะเพียงชั่วขณะก็ตาม” เกอร์เกส กล่าวเสริม

เขาชี้ให้เห็นว่า เนทันยาฮูจะได้รับประโยชน์จากการฟื้นความสัมพันธ์กับชาติตะวันตก โดยเฉพาะกับประธานาธิบดีไบเดน หลังจากชาติตะวันตกวิพากษ์วิจารณ์อิสราเอลอย่างหนักโดยเรียกว่า "ความโหดร้าย" ในฉนวนกาซา

An anti-missile system operates after Iran launched drones and missiles towards Israel, as seen from Ashkelon, Israel 14 April 2024

ที่มาของภาพ, Amir Cohen / Reuters

คำบรรยายภาพ, ระบบต่อต้านขีปนาวุธของอิสราเอลเป็นส่วนหนึ่งของสรรพาวุธระหว่างประเทศที่ป้องกันไม่ให้ขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านเข้าถึงเป้าหมายในอิสราเอล

“การสูญเสียทางยุทธศาสตร์สำหรับอิสราเอล”

แต่ เกอร์เกส ยังมองเห็นผลเสียที่เกิดขึ้นกับอิสราเอลด้วย โดยกล่าวว่ามันเป็นการสูญเสียเชิงกลยุทธ์ โดยเน้นย้ำถึงความเปราะบางของประเทศ

นอกจากนี้เขายังกล่าวอีกว่า อิหร่านได้รับผลประโยชน์ทางการเมืองโดยการนำเสนอโดยตรงต่อประชาชน พันธมิตร และศัตรู ถึงความเต็มใจที่จะเผชิญหน้ากับอิสราเอล

เกอร์เกส เชื่อว่า อิหร่านได้พิสูจน์แล้วว่าอิสราเอลไม่สามารถปกป้องตัวเองได้เพียงลำพัง ยกเว้นจะได้รับการช่วยเหลือโดยพันธมิตรตะวันตก เนื่องจากสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และจอร์แดน ได้ช่วยยิงสกัดขีปนาวุธจำนวนมากของอิหร่านเอาไว้

เขาบอกว่า เป้าหมายหลักของอิสราเอลในการโจมตีอิหร่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ คือการแสดงให้เห็นว่าอิหร่านอ่อนแอและไม่กล้าเผชิญหน้า อย่างไรก็ตาม การโจมตีครั้งล่าสุดของอิหร่านได้ทำลายทัศนะนี้ลง

“ขณะนี้ ภูมิภาคนี้เหมือนอยู่ตรงใจกลางของพายุ” เกอร์เกส กล่าว โดยทั้ง 2 ประเทศให้คำมั่นว่าจะเร่งเร้าให้สถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น

เขาเตือนว่า ภูมิภาคนี้ใกล้จะอยู่ในจุดที่เกิดวิกฤตทางการเมือง การทหาร และเศรษฐกิจ