ผู้เผยกลไกขับเคลื่อนตลาดแรงงานสตรี พิชิตโนเบลเศรษฐศาสตร์ 2023

ศาสตราจารย์ คลอเดีย โกลดิน

ที่มาของภาพ, HARVARD UNIVERSITY

คำบรรยายภาพ, ศาสตราจารย์ คลอเดีย โกลดิน

ราชสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดน (RSAS) ประกาศยกย่องผลงานการศึกษาประวัติศาสตร์ของตลาดแรงงานสตรี โดยศาสตราจารย์ คลอเดีย โกลดิน จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดของสหรัฐฯ ให้ได้ครองรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ประจำปีนี้

ศ.โกลดิน เป็นนักประวัติศาสตร์เศรษฐกิจชาวอเมริกันวัย 77 ปี ผู้ค้นพบปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความเหลื่อมล้ำระหว่างค่าแรงของชายและหญิง เธอยังเป็นสตรีคนที่ 3 ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ แต่เป็นนักวิจัยหญิงคนแรกที่ไม่ต้องครองรางวัลนี้ร่วมกับเพื่อนนักวิจัยชายเหมือนเช่นที่ผ่านมา

คณะกรรมการรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ระบุว่า “ผลงานของศ.โกลดิน ได้พัฒนาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดแรงงานของผู้หญิง ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลประวัติศาสตร์ 200 ปี ของแรงงานในสหรัฐฯ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเหตุใดความเหลื่อมล้ำด้านค่าแรงและอัตราการจ้างงานระหว่างชายและหญิงจึงเกิดขึ้น รวมทั้งมีความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดบ้างตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา”

ผลงานของศ.โกลดิน ยังชี้ให้เห็นถึงสาเหตุที่ความไม่เท่าเทียมระหว่างเพศในตลาดแรงงานยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน โดยการวิเคราะห์ทางประวัติศาสตร์ชี้ว่า ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วเริ่มทำงานนอกบ้านน้อยลง หลังการมาถึงของยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมในช่วงทศวรรษ 1800 แต่การจ้างแรงงานสตรีเริ่มกระเตื้องขึ้นในช่วงทศวรรษ 1900 เมื่อเศรษฐกิจในภาคการบริการเริ่มขยายตัวเติบโตขึ้น

เมื่อผู้หญิงเริ่มมีการศึกษาสูงกว่าเดิม และมียาคุมกำเนิดวางจำหน่ายแพร่หลาย สิ่งเหล่านี้ยิ่งเป็นตัวเร่งให้มีความเปลี่ยนแปลงในเรื่องการจ้างงานสตรีมากขึ้น แต่ช่องว่างระหว่างค่าแรงของชายและหญิงที่ไม่เท่าเทียมกันก็ยังคงมีอยู่ เนื่องจากการเลือกวิชาเรียนและเส้นทางการประกอบอาชีพของผู้หญิง ที่มักได้รับอิทธิพลจากสังคมรอบข้างในวัยเยาว์

นอกจากนี้ ผลกระทบจากการตัดสินใจมีบุตร ยังเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้หญิงไม่ได้รับการว่าจ้าง หรือได้รับค่าแรงที่ไม่เป็นธรรมในปัจจุบัน ซึ่งเรื่องนี้คณะกรรมการรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์บอกว่า ผู้นำและผู้วางนโยบายของรัฐทั่วโลก ควรนำงานวิจัยของศ.โกลดิน ไปเป็นแนวทางในการแก้ปัญหา

ทุกวันนี้มีผู้หญิงเพียง 50% ที่อยู่ในตลาดแรงงานโลก ในขณะที่จำนวนประชากรชายที่มีงานทำ มีสัดส่วนสูงกว่ามากที่ราว 80% ของทั้งหมด โดยนายจ้างมักจ่ายค่าแรงให้ผู้หญิงน้อยกว่า และผู้หญิงมีโอกาสก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งระดับสูงในองค์กรได้ยากกว่า

ศ.โกลดินเป็นผู้หญิงคนแรก ที่ได้ตำแหน่งอาจารย์ประจำในคณะเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเมื่อปี 1989 เธอกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับบีบีซีเมื่อปี 2018 ว่า “ก่อนที่นักศึกษาจะได้เข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย พวกเขาก็ได้รับการปลูกฝังให้เชื่อกันมาแล้วว่า เศรษฐศาสตร์คือเรื่องของการเงินและการบริหาร ทำให้ผู้หญิงสนใจจะเรียนในสาขาวิชานี้น้อยกว่าผู้ชาย”

“แต่หากเราอธิบายว่า เศรษฐศาสตร์เป็นเรื่องที่ว่าด้วยความเหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียม เป็นเรื่องของสังคม สุขภาพ หรือแม้กระทั่งพฤติกรรมภายในครัวเรือน ก็จะทำให้เกิดสมดุลระหว่างจำนวนนักศึกษาชายกับนักศึกษาหญิงที่เรียนเศรษฐศาสตร์มากขึ้น” ศ.โกลดิน กล่าว

ทั้งนี้ รางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์มีชื่อเต็มว่า รางวัลที่ระลึกถึงอัลเฟรด โนเบล ในสาขาเศรษฐศาสตร์ ซึ่งจัดมอบโดยธนาคารแห่งประเทศสวีเดน (Sveriges Riksbank) ตั้งแต่ปี 1968 เป็นต้นมา

เอลินอร์ ออสตรอม เป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ โดยได้รับร่วมกับโอลิเวอร์ อี. วิลเลียมสัน จากงานวิจัยเรื่องธรรมาภิบาลทางเศรษฐกิจในปี 2009

อีกสิบปีต่อมา เอสเทอร์ ดูโฟล ได้รับรางวัลนี้ร่วมกับ อภิจิต บาเนอร์จี สามีของเธอ และไมเคิล เครเมอร์ เพื่อนนักวิจัยชายอีกคนหนึ่ง จากผลงานการศึกษาชุมชนที่ยากจนในอินเดียและเคนยา