รอยนิ้วมือมนุษย์โบราณชี้ นีแอนเดอร์ทัลสร้างสรรค์ผลงานศิลปะได้

ก้อนหินที่มีร่องรอยหลักฐานทางบรรพมานุษยวิทยา ในสภาพก่อนถูกขุดขึ้นมาจากพื้น (ซ้าย) และสภาพหลังถูกขุดขึ้นมาแล้ว (ขวา)

ที่มาของภาพ, Álvarez-Alonso et al

คำบรรยายภาพ, ก้อนหินที่มีร่องรอยหลักฐานทางบรรพมานุษยวิทยา ในสภาพก่อนถูกขุดขึ้นมาจากพื้น (ซ้าย) และสภาพหลังถูกขุดขึ้นมาแล้ว (ขวา)
    • Author, มาลู เคอร์ซิโน
    • Role, บีบีซีนิวส์

ทีมนักวิทยาศาสตร์จากสเปนแถลงว่า ได้ค้นพบลายนิ้วมือของมนุษย์ที่สมบูรณ์และเก่าแก่ที่สุดในโลก หลังขุดพบก้อนหินที่มีรูปทรงและร่องรอยการตกแต่งให้คล้ายใบหน้าคน ซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่อาจบ่งชี้ว่า มนุษย์นีแอนเดอร์ทัลมีความสามารถสร้างสรรค์ผลงานศิลปะได้

คณะนักบรรพมานุษยวิทยาของสเปน สันนิษฐานว่ามนุษย์นีแอนเดอร์ทัลเพศชายผู้หนึ่ง ได้จุ่มนิ้วในรงควัตถุหรือสารสีที่ให้สีแดงตามธรรมชาติ เพื่อวาดรูปจมูกคนลงบนหินก้อนดังกล่าว เมื่อราว 43,000 ปีที่แล้ว โดยหินก้อนนี้ถูกค้นพบที่เพิงหินยุคก่อนประวัติศาสตร์ซานลาซาโร (San Lázaro rock shelter) ในเมืองเซโกเวียของสเปน

การที่จุดสีแดงปรากฏอยู่บนตำแหน่งสำคัญของหินก้อนนี้ ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถอนุมานหรือคาดคะเนตามหลักเหตุผลได้ว่า มันคือหลักฐานที่พิสูจน์ยืนยันว่านีแอนเดอร์ทัลมี "พฤติกรรมเชิงสัญลักษณ์" (symbolic behavior) ซึ่งแสดงว่าพวกเขามีความสามารถที่จะคิดในเชิงนามธรรมได้

ศาสตราจารย์ มาเรีย เด แอนเดรส-เอร์เรโร หนึ่งในสมาชิกของทีมวิจัยที่ศึกษาโบราณวัตถุยุคก่อนประวัติศาสตร์ดังกล่าว บอกว่าการค้นพบครั้งนี้ช่วยให้มุมมองใหม่แก่การอภิปรายถกเถียงในประเด็นที่ว่า นีแอนเดอร์ทัลมีความเป็นศิลปินและสามารถสร้างงานศิลปะได้หรือไม่ ซึ่งเป็นหัวข้อที่เหล่านักวิทยาศาสตร์ยังคงเถียงกันไม่จบ

Sample zones in the red dot

ที่มาของภาพ, Pedro A. Saura Ramos

คำบรรยายภาพ, พื้นที่ตัวอย่างในจุดสีแดง

ศ.แอนเดรส-เอร์เรโร ได้ให้สัมภาษณ์ทางวิดีโอคอลกับรายการนิวส์เดย์ของบีบีซี จากมหาวิทยาลัยกอมปลูเตนเซ (University of Complutense) ในกรุงมาดริดว่า การขุดค้นที่เพิงหินยุคก่อนประวัติศาสตร์เริ่มขึ้นตั้งแต่ 5 ปีก่อน จนกระทั่งปี 2022 จึงได้พบหินรูปหน้าคนดังกล่าว ใต้ชั้นตะกอนที่ลึกลงไปจากผิวดิน 1.5 เมตร ในบริเวณหมู่เพิงหินของมนุษย์นีแอนเดอร์ทัล

"ในตอนแรกเราแทบจะไม่เชื่อสายตาตนเอง เพราะยังมีหินลักษณะเดียวกันอีกก้อนหนึ่งที่ใหญ่กว่ามาก ตั้งอยู่ในบริเวณหมู่เพิงหินแห่งนี้ โดยหินทั้งสองก้อนมีจุดสีแดงแต้มตรงกลาง ทำให้ดูเหมือนกับใบหน้าคน" ศ.แอนเดรส-เอร์เรโร กล่าว

ในตอนแรกยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า จุดสีแดงนี้มาจากดินแดง (red ochre) ซึ่งเป็นสารสีจากดินเหนียวในธรรมชาติหรือไม่ แต่เมื่อทีมวิจัยสามารถพิสูจน์ยืนยันได้ว่ามันเป็นสารสีจริง ก็ได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่กำกับควบคุมการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของสเปนในทันที เพื่อให้ตรวจสอบซ้ำอีกครั้ง

หลังทำการศึกษาวิจัยเชิงลึก ด้วยอุปกรณ์วิเคราะห์สารที่ใช้แสงในหลายสเปกตรัม ผลการตรวจสอบพบว่ามีลายนิ้วมือของมนุษย์ประทับอยู่บนหินก้อนดังกล่าว ซึ่งผลวิเคราะห์เนื้อหินยังเผยว่า ลายนิ้วมือนี้เป็นของมนุษย์ผู้ใหญ่เพศชาย

อย่างไรก็ตาม ศ.เดวิด อัลวาเรซ อาลอนโซ นักโบราณคดีที่เป็นสมาชิกร่วมทีมวิจัยของศ.แอนเดรส-เอร์เรโร บอกว่าเนื่องจากไม่มีลายนิ้วมือของมนุษย์นีแอนเดอร์ทัลคนอื่นให้เปรียบเทียบ จึงไม่อาจสรุปฟันธงลงไปได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า จุดสีแดงคือผลงานศิลปะจากปลายนิ้วของมนุษย์โบราณเผ่าพันธุ์นี้

ในการแถลงข่าวของทางการสเปน นายกอนซาโล ซานตอนจา เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลกิจการด้านวิทยาศาสตร์ของรัฐ ระบุว่าหินก้อนดังกล่าวเป็นวัตถุพกพาที่ได้รับการแต่งแต้มสี ซึ่งมีอายุเก่าแก่ที่สุดในภาคพื้นทวีปของยุโรป ทั้งยังเป็น "ศิลปวัตถุขนาดพกพาชิ้นเดียวในโลก ที่สร้างสรรค์โดยฝีมือของมนุษย์นีแอนเดอร์ทัล"

Detail of the red dot obtained after using a photogrammetric process to document the pebble in 3D and a dermatoglyphic image obtained by the multispectral analysis of the red dot

ที่มาของภาพ, Álvarez-Alonso et al

คำบรรยายภาพ, หลังทำการศึกษาวิจัยเชิงลึก ด้วยอุปกรณ์วิเคราะห์สารที่ใช้แสงในหลายสเปกตรัม ผลการตรวจสอบพบว่ามีลายนิ้วมือของมนุษย์ประทับอยู่บนหินก้อนดังกล่าว

ศ.แอนเดรส-เอร์เรโร บอกว่าการค้นพบโดยทีมวิจัยชองเธอ "เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการอภิปรายถกเถียง ในเรื่องความสามารถในการใช้สัญลักษณ์ของนีแอนเดอร์ทัล เพราะมันคือวัตถุที่มีการแต้มสีชิ้นแรกที่เรารู้จัก ในบริบททางโบราณคดี ทั้งยังชัดเจนว่าสถานที่ที่ค้นพบ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนีแอนเดอร์ทัลด้วย"

ยิ่งไปกว่านั้น ลายนิ้วมือดังกล่าวยังถูกค้นพบบนวัตถุที่ไม่ใช่เครื่องไม้เครื่องมือสำหรับใช้งาน ทำให้เชื่อได้ว่าจุดสีแดงที่ปรากฏตรงกลางของก้อนหิน เป็นการแต่งแต้มสีเพื่อวัตถุประสงค์ในเชิงศิลปะ

ศ.แอนเดรส-เอร์เรโร ยังกล่าวเสริมว่า นี่เป็นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบก้อนหินที่แต้มสีด้วยดินแดง ในสภาพแวดล้อมที่เป็นแหล่งโบราณคดี ซึ่งหมายความว่านีแอนเดอร์ทัลได้นำเอาดินแดงจากแหล่งกำเนิดที่ไกลออกไป กลับมายังเพิงหินที่เป็นบ้านของตัวเองด้วย

สำนักข่าวยูโรปาเพรสของสเปน รายงานคำกล่าวของศ.อาลอนโซ ที่อธิบายสรุปความเป็นมาของหินก้อนสำคัญนี้ว่า "มนุษย์นีแอนเดอร์ทัลคนหนึ่ง อาจจะพบก้อนหินที่มีรูปทรงแปลกตา จนเกิดความสนใจในรอยแตกของมัน ในที่สุดเขาตัดสินใจทำเครื่องหมาย โดยใช้นิ้วแต้มดินแดงลงตรงใจกลางของหินก้อนนั้น"

ทีมผู้วิจัยเชื่อว่า การแต้มจุดสีแดงนั้นไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ เพราะไม่พบสารสีแดงในธรรมชาติที่บริเวณโดยรอบเพิงหินยุคก่อนประวัติศาสตร์ แสดงว่านีแอนเดอร์ทัล "จงใจนำสารสีนี้กลับมายังที่พัก"

รายงานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร "วิทยาศาสตร์เชิงโบราณคดีและมานุษยวิทยา" (Archaeological and Anthropological Sciences) ระบุว่า "ก้อนกรวดจากเพิงหินซานลาซาโร แสดงให้เห็นถึงลักษณะพิเศษที่ไม่เหมือนใคร โดยเรามองว่ามันคือทัศนสัญลักษณ์ (visual symbol) ซึ่งอาจพิจารณาได้ว่าเป็นศิลปวัตถุที่พกพาได้ชิ้นหนึ่งในบางบริบท"